หลังเลิกเรียน
ประชุมกีฬาสีห้อง ม.4/4
ร่างสูงของมิ้นท์ในฐานะ ‘แม่งาน’ ของสีฟ้าชั้น ม.4 กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งอยู่กับการเคลียร์พื้นที่ห้องโดยการดันโต๊ะเรียนทั้งหมดไปอยู่ที่หลังห้อง โดยได้รับความร่วมมือจากเพื่อนๆ เพื่อเปิดพื้นที่โล่งกลางห้องให้กลายเป็ที่นั่งสำหรับประชุมกีฬาสีสำหรับจำนวนคนทั้งสองห้อง… ห้อง 4 และห้อง 6 ที่อยู่สีเดียวกัน และวันนี้ก็เป็วันแรกที่มีการเรียกประชุมรวม ทำให้มีจำนวนคนประชุมทะลักเข้ามารวมกันอยู่กลางห้อง ทั้งนั่งพื้น และยืน
“โหลโหล… ทุกคน นี่มิ้นท์นะ… รับหน้าที่เป็แม่งานของรุ่น ม.4” มิ้นท์ที่กำลังยืนอยู่หน้าห้อง กล่าวทักทายชาวห้อง 4 และ 6 ด้วยอารมณ์สบายๆสไตล์ของเธอเอง “วันนี้เราจะมาโหวตกันนะ ว่าใครอยากจะทำตำแหน่งอะไรนะ เดี๋ยวมิ้นท์จะแยกออกเป็อย่างๆนะ ใครสนใจที่จะลงอันไหนก็ยกมือแล้วไปลงชื่อ เสร็จแล้วมิ้นท์จะเอารายชื่อไปให้รุ่นพี่สีฟ้า ม.6 แล้วหลังจากนั้นพวกพี่ๆที่เขาเป็คนคุมจะนัดซ้อมเองอีกที”
ทุกคนในห้องพยักหน้ารับ ก่อนที่มิ้นท์จะกล่าวแต่ละหมวดหมู่ขึ้นมา
“เริ่มจากกีฬาก่อนนะ เดี๋ยวมิ้นท์ขอเพื่อนหนึ่งคน ช่วยเขียนหมวดกีฬาบนกระดานหน่อยนะ”
หนึ่งในเพื่อนที่นั่งอยู่ลุกขึ้นมาประจำตำแหน่งที่กระดาน มิ้นท์ค่อยๆแจ้งชื่อกีฬาที่จะมีลงแข่งในงานกีฬาสีครั้งนี้ เพื่อนๆที่นั่งอยู่ที่พื้นค่อยๆยกมือตอบรับตามคำขานชื่อแต่ละกีฬาที่แม่งานเอ่ยขึ้น ก่อนจะทยอยกันไปลงชื่อที่หน้ากระดาน
“โอเค กีฬาก็น่าจะลงกันครบแล้ว… ต่อไปก็เป็สิ่งที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือ… ใครจะลงเป็เชียร์ลีดเดอร์มั่ง? ปีนี้ทางรุ่นพี่ ม.6 แจ้งมาว่าขอปีละไม่เกิน 4 คนนะ เพราะเดี๋ยวจะมีน้องๆจากรุ่น ม.ต้นมาร่วมแจมด้วย ถ้าจำนวนคนต่อรุ่นเยอะเกินจะวางตำแหน่งลำบากน่ะ”
เสียงพึมพำดังขึ้นรอบห้องหลังจบคำของมิ้นท์ หลายคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก มองหาคนที่เหมาะสมที่จะส่งเป็ตัวแทนของรุ่น บางคนอยากยกมือเสนอตัวแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าคุณสมบัติจะไม่ได้ ในฐานะแม่งาน… มิ้นท์ไม่ปล่อยให้เกิดช่องว่างนาน รีบตัดช่องแคบของทางเลือกให้เล็กลง
“คนที่อยากจะเป็เสนอตัวได้นะ หรือจะเสนอชื่อเพื่อนก็ได้ เพราะยังไงก็ต้องมีการคัดตัวก่อนอยู่ดี ถ้าคิดว่าอยากจะลองดูก็มาลงชื่อทิ้งไว้ก่อนได้เลย”
“ถ้างั้นห้อง 6 ขอเสนอเต้ยละกัน”
เสียงปรบเชียร์จากทางห้อง 6 ส่งตัวแทนสาวน้อยคนดังประจำห้องออกมาดังขึ้น ทำให้เด็กสาวที่นั่งอยู่ในกลุ่มเพื่อนลุกขึ้นมายืนอย่างเขินๆ พร้อมกับเสยปอยผมหยักศกลอนอ่อนขึ้นมาทัดหู เผยให้เห็นใบหน้าหวานจิ้มลิ้มน่ารัก ดวงตาหวานที่เหมือนจะยิ้มได้ส่องประกายสดใสเจิดจ้า รอยยิ้มพิมพ์ใจทำให้เกิดลักยิ้มบุ๋มลงทั้งสองข้างแก้มที่กำลังแดงระเรื่อ ทำให้เธอดูน่ารักน่าทะนุถนอมยิ่งขึ้นไปอีก
“ถ้าอย่างนั้น ห้อง 4 ขอเสนอให้ฟ้าเป็หลีดนะ”
เสียงะโของเพื่อนคนหนึ่งในห้อง 4 ะโขึ้นมาบ้างอย่างไม่ยอมแพ้ เรียกเสียงเชียร์เห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้ ถ้าห้อง 6 จะส่งสาวสวยน่ารักมา ห้อง 4 ก็ต้องส่งของดีออกไปประชัน!!
“เออ ใช่ๆ เราเห็นด้วยนะ”
“ดะ… เดี๋ยวสิทุกคน” สาวน้อยที่ถูกเสนอชื่อปฏิเสธขึ้นมาเลิ่กลั่ก พร้อมส่ายมือเบาๆอย่างไม่เอาด้วย ฟ้าไม่อยากจะเป็เชียร์ลีดเดอร์ เพราะถ้าเธอเป็...นั่นหมายความว่าเธอจะต้องอยู่ซ้อมเย็นทุกวัน ในขณะที่พี่แบงค์ มีเรียนเสริมแค่ จันทร์ พุธ ศุกร์เท่านั้น ถ้าเธอตกปากรับคำ เท่ากับว่าเธอมีสิทธิ์ที่จะไม่ได้กลับบ้านกับเขา… ซึ่งนั่นทำให้เธอคิดหนัก
มิ้นท์เห็นท่าทางของเพื่อนสนิทก็รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ั้แ่เด็ก...กิจกรรมอะไรที่ฟ้าเลือกทำก็แล้วแต่ จะมีพื้นฐานการตัดสินใจที่เกี่ยวกับแบงค์ทั้งหมด
ถ้าพี่แบงค์เลิกเย็น...ฟ้าจะเลือกทำกิจกรรม่เย็น
ถ้าพี่แบงค์เลิกเร็ว...ฟ้าก็จะยกเลิก ไม่ทำกิจกรรมอะไรทั้งนั้น
ในปีก่อนๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรมากนัก เพราะตัวพี่แบงค์เองก็เป็เด็กกิจกรรม มีแข่งกีฬาอะไรได้พี่แกก็ลงหมด ตัวเพื่อนสนิทของเธอ ถ้าไม่ลงเชียร์ลีดเดอร์ ก็จะลงกีฬาแทน… ถึงแม้จะเล่นไม่ค่อยเก่งก็เถอะนะ แต่ปีนี้ต่างกันออกไป เพราะพี่แบงค์เป็เด็กที่ต้องเรียนเสริมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับพวกรุ่นพี่ ม.6 หลายๆคน ที่ไม่มีเวลามาสนใจกิจกรรมในโรงเรียนมากนัก และปีนี้… ฟ้าก็คงจะตั้งใจไม่ลงตำแหน่งไหนทั้งนั้น
แต่เนื่องจากมติเป็เอกฉันท์จากเพื่อนๆในห้อง ในฐานะแม่งาน… มิ้นท์เองก็ลำบากใจที่จะช่วยปฏิเสธ เลยได้แต่ต้องให้ฟ้าเดินคนละครึ่งทางเท่านั้นเอง
“รับไปก่อนเถอะฟ้า มันยังต้องมีการคัดตัวอีก ใช่ว่าจะได้เป็เลยซะหน่อย” ฟ้าพยักหน้ายอมรับอย่างเสียไม่ได้ ในใจก็ได้แต่ปลอบใจตัวเอง ก็แค่… ถ้าเกิดเธอคัดตัวไม่ผ่านขึ้นมา… คงจะไม่มีปัญหาอะไรซินะ
เมื่อสรุปตำแหน่งในวันนี้ได้แล้ว มิ้นท์ก็เริ่มอธิบายงานในส่วนต่างๆที่แต่ละฝ่ายต้องดำเนินต่อไป “งั้นหลังจากวันนี้ ฉันอยากจะขอให้ทุกคนอยู่เย็นหน่อยนะ ใครที่ไม่ได้ลงแข่งกีฬาก็เลือกเอาได้เลยนะ ว่าจะเป็ฝ่ายทำฉาก เป็เื้ัไป หรือจะไปลงเชียร์ก็ได้ ตามแต่สมัครใจเลย”
“ส่วนคนที่ลงกีฬาเอาไว้… เดี๋ยวมิ้นท์จะเอารายชื่อที่ลงไปแจ้งกับรุ่นพี่ แล้วให้พวกพี่เขาดำเนินการต่อ เื่การฝึกซ้อมนะ”
“ส่วนเชียร์ลีดเดอร์ อาจจะต้องเริ่มให้อยู่เย็นั้แ่พรุ่งนี้เลย เพราะอาจจะต้องมีการคัดตัวก่อน”
แม่งานสุดห้าวสรุปงานที่เหลือที่เป็รายละเอียดปลีกย่อยต่อ สมาชิกบางคนที่ไม่ได้ลงกีฬาก็เข้าไปพูดคุยเื่งานเื้ัเป็เป็การส่วนตัว ส่วนคนที่มีตำแหน่งแล้วก็เริ่มรวมกลุ่มกันระหว่างเพื่อนต่างห้อง พูดคุยถึงงานที่เกิดขึ้นอยากสนุกสนาน โดยที่ฟ้าไม่ทันได้สังเกตถึงผู้ร่วมชะตาเดียวกรรมที่ย้ายตำแหน่งมานั่งข้างๆเธอ
“เย้!! ดีใจจังที่ได้คัดตัวเป็หลีดด้วยกันนะ” เสียงใสใสทักขึ้นมาเรียกความสนใจให้ฟ้าหันไปมองผู้มาใหม่ สาวน้อยยิ้มอย่างสดใส ก่อนที่จะเริ่มแนะนำตัวอย่างเป็กันเอง “ฉันชื่อเต้ยนะ อยู่ห้อง 6 ศิลป์-ญี่ปุ่นน่ะ”
“อ่อ… จ๊ะ… ฉันชื่อ…”
“รู้อยู่แล้วล่ะ ฟ้าใช่ไหม?” เต้ยเอ่ยแทรกขึ้นมา ก่อนที่จะหัวเราะออกมาขึ้นมาเบาๆ “ตื่นเต้นเนอะ... นี่ฉันไม่เคยเป็เชียร์ลีดเดอร์เลย ไม่รู้ว่าไปคัดตัวนี่เกินกำลังไปรึเปล่า”
“ถ้าอย่างนั้น ทำไมเต้ยถึงรับข้อเสนอของเพื่อนๆล่ะ”
“อืม… นั่นสินะ… ก็แค่อยากลองน่ะ”
เต้ยกอดเข่าที่ยกชันขึ้นมา ก่อนจะส่งยิ้มมาให้ แววตาที่เหมือนจะยิ้มได้ของเต้ยส่องประกายระริกอย่างตื่นเต้น คำพูดของเธอแสดงให้เห็นว่าเธอเป็คนที่มองโลกในแง่บวก และพร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ มันทำให้ฟ้ามองตามคนข้างๆอย่างละสายตาไม่ได้ รอยยิ้มและท่าทางของเต้ยกำลังดึงดูดเธอเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว มันทั้งสดใส… เป็มิตร… มองโลกในแง่ดี… จนเธออดมองตามทุกอิริยาบถของสาวคนนี้ไม่ได้ ยอมรับเลยว่าเต้ย คือคนที่มีเสน่ห์ล้นเหลือจริงๆ
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นวันนี้พอแค่นี้ วันนี้ขอบคุณทุกคนมากนะที่ให้ความร่วมมือ”
เสียงมิ้นท์เอ่ยขึ้นมาช่วยดึงสติของฟ้าให้ออกมาจากวังวนนั้น หญิงสาวข้างๆกายฟ้าก็ยันตัวลุกขึ้น ปัดฝุ่นออกจากกระโปรงเบาๆ สองสามที ก่อนที่จะหันมาส่งยิ้มเอ่ยลา “งั้น ไว้เราเจอกันนะฟ้า ตอนคัดตัววันพรุ่งนี้ บ๊ายบายจ๊ะ”
ฟ้าโบกมือลาตอบเต้ยที่โบกมือบ๊ายบายเธอก่อนที่จะวิ่งตามกลุ่มเพื่อนของเธอออกไป แล้วเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่ติดอยู่ที่ผนังห้องเรียน… พี่แบงค์คงจะใกล้เลิกแล้วสินะ แรงกระแทกจากด้านหลังเรียกให้หญิงสาวถึงกลับต้องหันไปมอง ยัยเพื่อนตัวแสบของเธอฟาดกระเป๋ามาที่หลังของเธอก่อนที่ส่งยิ้มให้อย่างกวนๆ
“ไง… ได้เพื่อนใหม่เฉยเลยนะเรา”
“เพื่อนใหม่อะไร? ก็แค่คนที่เจอชะตากรรมแบบเดียวกันเท่านั้นแหละ”
มิ้นท์กลั้นอมยิ้มเอาไว้กับคำตอบแกมประชดประชันของเพื่อนสาว ก่อนที่ปรับอารมณ์เข้าสู่โหมดจริงจัง “เอาจริงๆนะฟ้า มิ้นท์อยากให้ฟ้าเป็หลีดนะ โดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับการเสนอของเพื่อนๆ”
“ทำไมล่ะ?… ฟ้าไม่ได้อยากเป็ซะหน่อย”
“ฟ้าไม่ได้อยากเป็ หรือว่ามีเหตุผลอื่นกันแน่” มิ้นท์มองตรงเข้าไปในตาของเพื่อนสาว แววตาของฟ้าวูบไหวแบบคนโดนรู้ทัน “ก็รู้ๆกันอยู่ว่าสาเหตุที่แท้จริงมันคืออะไร”
“.....”
“บางครั้ง… การตัดสินใจอะไรโดยที่ไม่ได้ขึ้นกับคนอื่น มันอาจจะเปิดโอกาสใหม่ๆให้ฟ้าก็ได้นะ”
“แล้วการที่ฟ้าต้องไปคัดตัว จากการเสนอของเพื่อนๆ… คือการตัดสินใจโดยไม่ขึ้นกับคนอื่นเหรอ?”
ฟ้าแย้งกลับคนรู้ทันอย่างไม่พอใจ คำพูดของมิ้นท์มันก็ย้อนแย้งอยู่ในตัวไม่ใช่เหรอ? จริงอยู่ที่เหตุผลของฟ้าอาจจะขึ้นอยู่กับคนบางคน แต่สถานการณ์ตอนนี้มันก็ไม่ต่างกันไม่ใช่เหรอ? การโดนเสนอให้ทำในสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจจะทำเอง… ก็ไม่ต่างกับการตัดสินใจโดยขึ้นอยู่กับคนอื่นอยู่ดี
มิ้นท์เห็นท่าทางของเพื่อนสาวแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ พูดอะไรไปตอนนี้เพื่อนเธอก็คงไม่ฟัง ‘น้ำเชี่ยวอย่างเอาเรือไปขวาง’ สำนวนนี้ยังคงใช้ได้จริง มิ้นท์ตัดสินใจที่จะไม่ต่อความยาวสาวความยืด เื่แบบนี้… อาจจะต้องให้เข้าใจด้วยตัวเองจะดีกว่า
“เอาเถอะ ฟ้าลองเอาคำพูดมิ้นท์กลับไปคิดดีๆละกัน” มิ้นท์ตบไหล่เพื่อนสาวเบาๆเป็เชิงขอโทษ แล้วรีบตัดบทไปเื่อื่นทันที “แล้วนี่… เดี๋ยวจะไปรอกลับบ้านพร้อมพี่แบงค์ใช่ไหม”
“ใช่… ไปด้วยกันไหมมิ้นท์”
“ไม่ล่ะ มิ้นท์ขอผ่านดีกว่า”
มิ้นท์ปฏิเสธพัลวัน หน้าซีดขึ้นมาเมื่อคิดถึงคดีเมื่อปีก่อนที่เธอเอาเื่เพื่อนสนิทพี่แบงค์ไปบอกกล่าวให้เพื่อนของเธอฟัง หลังจากที่พวกเธอขึ้น ม. ปลาย เธอก็ได้ไปเข้าชมรมบาสที่เธออยู่มาตลอดั้แ่สมัยตอน ม.ต้น แต่เ้ากรรมชักพา เพื่อนสนิทพี่แบงค์คนนั้นกลับเป็ประธานชมรมบาส ม.ปลาย หลังจากนั้น มหกรรมการแก้แค้นของคู่กรณีเธอก็เริ่มต้นขึ้น
ทั้ง… ตารางซ้อมที่มากกว่าคนอื่น…
หน้าที่ของเด็กใหม่ที่มากกว่าเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน…
หรือแม้แต่…
การทำโทษแบบไม่มีเหตุผล…
ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามกลั่นแกล้งเธอเท่าไหร่ เธอก็ไม่ว่าเพราะรู้ตัวดีว่า ‘ปาก’ ของตนเองนั้นเป็ต้นเหตุพาซวย แต่กระนั้น การโดนสั่งวิ่งรอบสนามยี่สิบรอบเมื่อเดือนก่อน ทำให้มิ้นท์เข็ดขยาด ลาขาดจากการเผชิญหน้ากับประธานชมรมตัวแสบของเธอตลอดกาล… ถ้าไม่มีเหตุจำเป็
__________________________________________________
หลังจากจบประชุมงานกีฬาสีของห้อง ฟ้าก็เดินไปรอพี่ชายที่หน้าห้องของเขา โดยปราศจากเงาของเพื่อนสนิทของเธอ สายตาคู่หนึ่งที่เหลือบขึ้นมาเห็นเธอจากภายในห้องเรียน ทำให้เขารีบเปิดประตูเดินออกจากห้องมาเพื่อทักทายเธอ
“อ้าว...น้องฟ้า สวัสดีจ้ะ” เสียงเรียกของเขาทำให้สายตาของร่างบางที่กำลังก้มหน้ากดโทรศัพท์ขึ้นมามองเ้าของเสียง “มารอไอ้แบงค์มันเหรอ?”
“ใช่ค่ะพี่บาส” เสียงหวานตอบรับอย่างเป็กันเอง เพื่อนสนิทพี่ชายเธอคนนี้แรกๆที่รู้จักกันเธอก็ไม่ค่อยกล้าคุยกับเขาเท่าไหร่ สายตาที่แพรวพราวของเขาทำให้เธอรู้สึกกลัว จนวันที่พี่แบงค์ยืนยันว่าพี่บาสคนนี้ไม่ได้ชอบผู้หญิง… มันทำให้ฟ้าสามารถลดกำแพงลงได้ และทำให้เธอสามารถพูดคุยกับเขาได้อย่างสบายใจ “แล้วนี่เรียนเสร็จกันรึยังคะ?”
“เสร็จแล้วจ้ะ ตอนนี้แบงค์มันคงกำลังเก็บของอยู่” บาสตอบคำถามเธอพร้อมกับหันมองซ้ายที ขวาที เหมือนกำลังมองหาใครอยู่ “นี่ฟ้ามาคนเดียวเหรอ? แล้วเพื่อนเราล่ะ… ไม่มาด้วยเหรอ?”
“พี่บาสหมายถึงมิ้นท์เหรอคะ?” บาสพยักหน้าสองสามทีเป็เชิงตอบ “อ๋อ เห็นยัยมิ้นท์บอกว่ามีธุระค่ะ”
คำช่วยแก้ตัวของสาวน้อยตรงหน้าทำให้บาสยิ้มยกมุมปากอย่างรู้ทัน คู่กรณีคนนี้คิดจะหลบหน้าเขาล่ะสิ… คิดว่าเขาไม่รู้เหรอ มองย้อนกลับไปสมัยที่เจอสองสาวครั้งแรก น้องฟ้า… เขายกให้เป็สาวน้อยในดวงใจของเขาไปแล้ว ส่วนเพื่อนสนิทของน้องฟ้าเขาก็อยากจะเอ็นดูในฐานะเพื่อนซี้ของสาวน้อยในดวงใจของเขาหรอก จนเจอพิษปากของยัยตัวแสบนี่แหละ วีรกรรมของเธอนั้นทำเขาไว้เจ็บแสบมาก… มันทำให้เขาเอ็นดูเธอไม่ลงจริงๆ
จนกระทั่งคู่กรณีของเขาขึ้น ม.ปลาย และมาเข้าชมรมที่เขาเป็ประธานอยู่ เขารู้ทันที… ว่าฟ้าเปิดโอกาสให้เขาเอาคืนอย่างสาสม แรกๆยัยตัวแสบก็พยายามจะมาตีซี้เขาหรอก ถึงแม้ว่าเขาจะสั่งทำโทษเธออย่างไม่มีเหตุผลก็ตาม… จนล่าสุด เขาสั่งให้เธอไปวิ่งรอบสนามยี่สิบรอบ แค่นั้นแหละ… เธอเลิกยุ่งกับเขาไปเลย
แค่การกลั่นแกล้งเบาะๆเท่านั้น มันยังไม่ทำให้เขาสาแก่ใจหรอก!!
“ว่าแต่ ม.4 น่าจะเลิกเรียนตั้งนานแล้ว นี่ฟ้าอยู่เพื่อรอมันกลับบ้านเลยเหรอ?” บาสเลิกคิดถึงคู่กรณีตัวแสบก่อน แล้วหันมาสนใจสาวน้อยตรงหน้าดีกว่า นาน... น๊านนนที เขาจะได้มีโอกาสคุยกับเธอตามลำพังโดยไม่มีก้างชิ้นโต
“ก็ไม่เชิงค่ะ พอดีว่าหลังเลิกเรียนห้องฟ้ามีประชุมกีฬาสีค่ะ”
“อ้าว!... นี่เข้าสู่่กีฬาสีแล้วเหรอเนี่ย ลืมไปเลย ่นี้พวก ม.6 ต้องเริ่มเรียนเสริมกันแล้ว ก็เลยยังไม่ได้เตรียมงานกันเลย” บาสตบหน้าผากดังฉาดก่อนจะหันไปถามสาวน้อยตรงหน้าต่อ “แล้วฟ้าปีนี้จะลงเล่นกีฬาอะไรรึเปล่าจ๊ะ”
“ยังไม่รู้เลยค่ะ ปีนี้ฟ้าโดนเสนอชื่อให้ไปคัดตัวเชียร์ลีดเดอร์ เอาไว้ถ้าคัดไม่ผ่านแล้วจะบอกนะคะว่าลงกีฬาอะไร”
“เฮ้ย! จริงดิ? พยายามเข้านะน้องฟ้า… ผ่านอยู่แล้วแหละ พี่จะรอดูน้องฟ้าในชุดหลีดนะ”
ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้หลังจากได้รับคำตอบจากร่างบางตรงหน้า ปีนี้เขาก็จะได้ดูของดีอีกแล้วสินะ… งานกีฬาทุกๆปีเป็อะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเขาเสมอ เพราะ่เวลานี้เขาจะได้เห็นสาวๆในโรงเรียนหลายคนเกิดการ ‘ทรานฟอร์มเมชั่น’ เป็สาวสวยขึ้นมาซะงั้น
แต่ที่ฮือฮามากที่สุดก็คือ… น้องฟ้า
สาวน้อยที่พวกเขาเห็นมาั้แ่เด็ก
คนที่วิ่งตามเพื่อนเขาต้อยๆ คนนั้น ได้กลายเป็วัยรุ่นสาวสวยแล้วในงานกีฬาสีเมื่อ 2 ปีก่อน
“แล้วนี่… ที่พี่บาสบอกว่าจะรอดู นี่คือพี่บาสจะรอดูฟ้า... หรือว่ารอดู ’ชุด’ ของฟ้ากันแน่คะ?”
เสียงหวานๆถามขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะคิกคักเย้าเล่น บาสเลิกคิ้วอย่างสงสัยในคำถาม ก่อนจะยิ้มแห้งๆเมื่อรู้ความหมายที่สาวเ้า้าสื่อ... เธอคงคิดว่าสิ่งที่เขาอยากจะเห็นคือชุดของเชียร์ลีดเดอร์สินะ… ข่าวลือผิดๆที่ยัยคู่กรณีตัวแสบทำพิษไว้ออกฤทธิ์อีกแล้ว สงสัยที่เขากับไอ้แบงค์วิ่งเต้นแก้ข่าวมันไม่ช่วยอะไรเลย… ถ้าคนที่อยู่ตรงหน้าเขายังคงเข้าใจผิดอยู่
คงต้องจับเข่าคุยกับไอ้แบงค์เพื่อนเขากับฟ้า... อย่างจริงจังสักที!!
ส่วนยัยมิ้นท์ตัวแสบ… เขาขอกลับไปนึกก่อนว่าบทลงโทษต่อไปจะเป็อะไร!!
“ไปฟ้า กลับบ้านได้แล้ว” เสียงของคนที่ฟ้ากำลังรอดังขึ้น ร่างสูงเดินแทรกเข้ามาระหว่างเธอและเพื่อนของเขา พร้อมกับแย่งกระเป๋าของเธอกำลังสะพายอยู่บนบ่าไปถือเองเสร็จสรรพ ก่อนที่จะตัดบทบอกลาอย่างชนิดที่ไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตอบโต้เลย “งั้นพวกข้ากลับบ้านก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้”
“ค่า… งั้นฟ้ากลับบ้านก่อนนะคะพี่บาส”
“จ๊ะ”
บาสโบกมือลาน้องน้อยที่วิ่งตามร่างสูงที่เดินนำหน้าไปก่อนแล้ว... ไอ้เพื่อนเขาคนนี้มันเข้ามาขัดได้ถูกจังหวะจริงๆ มันจะรู้สึกตัวรึเปล่า ว่าอาการหวงน้องของมันนี่... ชักจะเกินพอดีเข้าไปทุกวัน
__________________________________________________
ร่างสูงที่กำลังเดินนำอยู่ด้านหน้า ค่อยๆปรับจังหวะการเดินให้ช้าลงเพื่อให้สาวน้อยที่วิ่งตามเขาอยู่นั้นสามารถเดินตามได้ทัน ทั้งคู่เดินด้วยกันเงียบๆ ก่อนที่แบงค์จะเริ่มบทสนทนาเพื่อทำลายความเงียบนี้ลง
“แล้วนี่ฟ้าคุยอะไรกับไอ้บาสมัน?”
“ก็คุยแค่เื่งานกีฬาสีค่ะ ว่าพรุ่งนี้ฟ้าต้องไปคัดตัวเป็เชียร์ลีดเดอร์ แค่นั้น… แล้วพี่แบงค์ก็มาซะก่อน” แบงค์ได้ฟังคำตอบแล้วก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาเป็กอง จนหญิงสาวอดที่จะสงสัยไม่ได้ “มีอะไรรึเปล่าคะ หรือว่ามีอะไรที่ฟ้าไม่ควรรู้?”
“เปล่า... นี่จะถึง่กีฬาสีแล้วเหรอเนี่ย พี่ก็ลืมไปเลย”
“พี่แบงค์พูดเหมือนพี่บาสเลยค่ะ สงสัยพวก ม.6 จะเรียนหนักจริงๆนะคะเนี่ย”
“ก็… นิดหน่อยน่ะ ว่าแต่.. นี่ฟ้าอยากจะเป็เชียร์ลีดเดอร์ด้วยเหรอเนี่ย พี่ไม่เห็นรู้เลย” แบงค์หันไปถามสาวน้อยด้านข้าง ปกติก็ไม่เห็นว่ายัยน้องน้อยของเขาจะสนใจอะไรแบบนี้ “แต่พี่ว่ามันก็เหมาะกับฟ้าดีนะ ดูจากเมื่อสองปีที่แล้ว ตอนฟ้าเชียร์… ฟ้าดูสนุกมากเลย… ถ้าเทียบกับตอนลงแข่งกีฬาน่ะนะ”
ร่างบางส่งยิ้มแห้งๆมาให้ คิดถึงภาพปีที่แล้วที่เธอลงแข่งกีฬาแล้ว… ก็นะ… เชียร์ลีดเดอร์ก็คงดีกว่าจริงๆนั่นแหละ ยิ่งได้รับคำยืนยันจากพี่ชายของเธอแล้ว เธอก็รู้สึกว่าอาจจะเหมาะกับเธอจริงๆก็ได้
“พี่แบงค์ก็คิดแบบนั้นเหรอคะ?”
“ใช่สิ ถ้าเรารู้สึกสนุกก็ทำไปเถอะ” ชายหนุ่มให้การสนับสนุน ”เพียงแต่ว่า ถ้าฟ้ามีซ้อมเชียร์… พี่คงไม่ได้อยู่รอฟ้ากลับบ้านทุกครั้งนะ”
“ฟ้าเข้าใจค่ะ” สีหน้าของฟ้าสลดขึ้นมาทันที จนชายหนุ่มข้างๆจับสังเกตได้ “ฟ้ากลับเองได้ค่ะ ไม่เป็ไร”
“เอาน่ะ... สนุกกับสิ่งที่ทำดีกว่า พี่อยากให้ฟ้าสนุกกับชีวิตวัยมัธยมนะ ก่อนจะมาเครียดตอนจะเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยแบบพี่นี่… อีกอย่างพี่ก็รอดูฟ้าเชียร์อยู่นะ”
แบงค์ลูบหัวน้องสาวตัวน้อยเป็เชิงปลอบอย่างเอ็นดู เขารู้ดีว่าฟ้าติดเขามากขนาดไหน แต่เขาก็อยากจะให้ฟ้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ชอบด้วยตัวของฟ้าเอง ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ชีวิตในวัยมัธยมนั้นแสนสั้น… แต่ก็สนุกมาก เขาอยากให้เธอกอบโกย่เวลานี้ไว้ ก่อนที่จะไปเจอกับชีวิตที่เข้าสู่่เครียดแบบเขา
“พี่แบงค์พูดเหมือนพี่บาสอีกแล้ว ขอบคุณมากนะคะ… ฟ้าได้ฟังแบบนี้ก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมานิดหน่อยแล้วค่ะ” มือที่กำลังลูบหัวเธออยู่ถึงกับชะงักหลังจากได้ยินคำพูดของสาวน้อยตรงหน้า สายตาไม่สบอารมณ์ของคนเป็พี่ชายส่งตรงมาที่เธออย่างจัง
“พี่ว่า… ฟ้าน่าจะคุยกับไอ้บาสให้มันน้อยๆหน่อยนะ”
“อ้าว!... ทำไมล่ะคะ?”
“พี่ก็แค่เป็ห่วง ไอ้บาสมันกะล่อนจะตาย แถมฟ้าก็ยังเด็ก…ฟ้าไม่ทันมันหรอก”
“ก็พี่แบงค์บอกฟ้าเองไม่ใช่เหรอคะ ว่าพี่บาสเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง แล้วพี่แบงค์จะต้องเป็ห่วงฟ้าทำไมคะ?”
“แต่พี่ไม่ชอบเวลาที่ไอ้บาสมองฟ้าแบบนั้น!!” แบงค์หลุดปากออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ ความเครียดที่ถาโถมมาทั้งวันทำให้เขาแทบเป็บ้า
ฟ้าได้ยินดังนั้นก็แทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความยินดี ร่างบางวิ่งถลาเข้าไปคล้องแขนคนตรงหน้า ดวงตาแสนหวานของเธอเต้นระยิบระยับด้วยความสุข เต็มไปด้วยความรักที่มีต่อเขา เพียงแค่นั้นแบงค์ก็รู้สึกขึ้นมาอีกระลอก มันละมุนจนเขาเกือบหยุดหายใจ… ว่าแล้วเชียวว่าพี่แบงค์จะต้องรู้สึกแบบเธอแน่ๆ เธอค่อนข้างชัวร์…
หลังจากเหตุการณ์หลายอย่างที่ประดังประเดเข้ามาในวันนี้ มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะคำพูดของซิงค์… ที่วันนี้มันคอยกวนความรู้สึกของเขาให้ขุ่นมัวทั้งวัน แบงค์ลอบมองสาวน้อยที่คล้องแขนเดินอยู่ข้างเขาอย่างเอาใจ คนที่เขาดูแลมาั้แ่เด็กจนโตอย่างพินิจพิเคราะห์ เธอเป็คนสวย...และเขาก็รู้ เพียงแต่ในสายตาของเขา เธอก็เป็เพียงแค่น้องสาวที่น่ารักสำหรับเขามาตลอด มันไม่ได้มีความพิศวาสอะไรในความรู้สึกนี้เลย แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้เขากลับมองเธอสวยกว่าทุกที ฟ้าโตเป็สาวแล้วจริงๆ โครงหน้าสวยที่ประกอบไปด้วยจมูกโด่งได้รูป ปากกระจับจิ้มลิ้มรับกับดวงตากลมโตสองชั้นหวานแต่แอบปนเศร้า ยิ่งทำให้เธอดูเปราะบางแต่น่าทะนุถนอม และดวงตานี้แหละที่เธอใช้มองเขามาตลอดจนเขารู้สึกว่า… ถ้าเขาดูแลเธอได้ไม่ดีพอ เธออาจจะแตกสลายหายไปได้
ผู้ชายคนอื่นจะรับรู้ได้ถึงความละมุน น่าทะนุถนอมแบบนี้เหมือนเขาไหมนะ?
แล้วคนพวกนั้นจะสามารถดูแลรักษาความรู้สึกนี้ได้รึเปล่า?
ถ้าเกิด… มีคนที่ดีพอมาดูแลเธอ เธอจะยังมอบความละมุนอ่อนหวานให้เขาแบบเดิมรึเปล่า หรือเธอจะมอบสายตาแบบนี้ให้กับคนคนนั้นเพียงคนเดียว แค่เธอแสดงท่าทางเอาใจเขา มองเขาด้วยสายตาแสนรักแบบนี้ แค่นี้ใจเขาก็เต็มตื้นแล้ว
เขาจะไว้ใจผู้ชายคนอื่นได้ยังไง… ว่าจะดูแลน้องสาวเขาได้ดีเหมือนที่เขาทำ
ยัง...ยังก่อน เขายังไม่พร้อมที่จะแบ่งความรู้สึกแบบนี้ให้ใคร
เขายังไม่พร้อมจะวางมือจากสถานะนี้