ฮิโรยูกิ รู้สึกแปลกใจตัวเองเหลือเกิน ที่ปกติแล้วเื่แค่นี้เขาสามารถให้ลูกน้องสืบหามาได้อย่างง่ายดาย ทุกอย่างก็จบ ปกติแล้วเขาไม่ชอบที่จะบังคับขู่เข็ญใครโดยเฉพาะผู้หญิงที่ไร้ทางสู้อย่างหล่อนนักหรอก และไม่เคยที่จะต้องมาเล่นล่อเอาเถิดแบบนี้มาก่อน ส่วนมากแล้วเขาจะสั่งให้ลูกน้องจัดการ ทุกเื่ที่เขาอยากรู้แล้วก็จะกระจ่างขึ้นมาในไม่ช้า
ชายหนุ่มไม่ชอบที่จะสนใจหรือใส่ใจผู้หญิงคนไหนมากนัก ส่วนมากก็เป็เพียงความสัมพันธ์ฉาบฉวยซึ่งทางฝ่ายผู้หญิงเองก็เต็มใจ แล้วก็เลิกราไปเองหากเขาให้พอสมควรกับที่หล่อน้า และตัวเขาเองก็ค่อนข้างจะรำคาญใจเมื่อมีผู้หญิงมาอยู่ใกล้ ๆ นานเกินสองชั่วโมง แต่ทำไม..กับผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดา ไม่มีอะไรที่จะสามารถมาเทียบได้กับผู้หญิงที่เขาเคยควงอยู่เลยสักคน ไม่มีอะไรดึงดูด พอที่จะให้เขาได้สนใจ กลับมาทำให้เขาต้องมากังวลอยู่เรื่อย ๆ ทำไมเขาไม่ใช้นักสืบ เพื่อเสาะหาเื่ที่เขา้าอยากรู้ เมื่อได้แล้วก็ปล่อยหล่อนไปหรือไม่ก็ลงโทษหล่อนให้สาสมหากว่าหล่อนขโมยของไปจริงจัดการหล่อนให้หายจากไป ไปให้พ้น จากชีวิตของเขาเหมือนที่เคยทำมาแล้วกับหญิงอื่น หรือแค่ปล่อยหล่อนไปตามทางของตัวเอง..ทำไมถึงไม่ทำเป็เพราะอะไรนะ ร่างสูงครุ่นคิดสักพักก็สรุปให้กับตัวเองว่า ผู้หญิงไทยคนนั้น ยังมีประโยชน์อีกอย่าง นั่นก็คือเพื่อสืบหาคนรักของคุณปู่ เขาจำเป็ต้องยึดตัวหล่อนไว้ ก็เท่านั้น..
ทางด้านน้ำริน เมื่อหาทางหลบหลีกเหล่าบอดี้การ์ดที่คอยเฝ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉินได้ ก็ถึงกับพ่นลมหายใจออกมา รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เป็อิสระอีกครั้ง แต่ในใจกลับหวั่นลึก ๆ นึกกลัว ว่าหล่อนเองจะเอาตัวรอดไปจากที่นี่ได้หรือไม่นะ เงินก็ไม่มี หิวก็หิว ท้องก็ร้องจ้อก ๆ รู้อย่างนี้กินข้าวก่อนมาซะก็ดี ป่านนี้เขาคงรู้แล้วว่าหล่อนหนีออกมาได้ อันที่จริงเขาก็ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่ปากว่าจริง ๆ หรอก ทีแรกที่บอกว่าจะจับหล่อนมาผ่าท้องเพื่อเอาแหวนเพชรออกมา หล่อนคิดว่าเขาจะทำจริง ๆ เสียอีก ที่ไหนได้เขาให้สมุนนำตัวหล่อนมาหาหมอเพื่อตัดไหมที่หัว แล้วก็ทำแผลที่ข้อมือใหม่
น้ำรินเผลอเอามือลูบที่ข้อมืออย่างเหม่อลอย ในหัวสมองทำไมนึกถึงแต่คนคนนั้นนะ นึกถึงััต่าง ๆ ที่เขาแตะต้องร่างกายหล่อน แล้วก็อดหน้าร้อนซู่ขึ้นมาไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลาจะมานึกถึงเื่แบบนั้นเลยด้วยซ้ำ น้ำรินรู้สึกว่าความเหงา ความเดียวดายกลับมาหาหล่อนอีกครั้งแล้ว
ทำไมนะชีวิตหล่อนถึงได้แต่พบกับความเหงา เปล่าเปลี่ยว เคว้งคว้างไม่มีใครให้เป็ที่พึ่งเลย แม้ในเวลาคับขันอย่างนี้ ต่อจากนี้ไป หล่อนจะทำอย่างไรกับชีวิตที่เหลืออยู่ล่ะ หนีออกมาได้แต่ไม่มีอะไรติดตัวเลยสักอย่าง วูบหนึ่งน้ำรินคิดจะกลับไปที่โรงพยาบาลแล้วกลับไปหาเขา เพื่อต่อรองกับเขาใหม่ แต่ก็ต้องส่ายหัวไปมาอย่างหมดหวัง เมื่อเขาเคยพูดไว้ว่า คนอย่างหล่อนไม่อยู่ในฐานะที่จะมาต่อรองอะไรกับเขาได้เลย คิดมาถึงตรงนี้ น้ำตาก็พานจะไหลออกมาซะดื้อ ๆ จนต้องข่มความน้อยเนื้อต่ำใจ กับโชคชะตาของตนเอง พลางเม้มริมฝีปากเข้าหากัน และตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว..
“พูดอะไรของเธอน่ะ ฟังไม่เข้าใจเลย พูดญี่ปุ่นสิ มาพูดภาษาอังกฤษอยู่ได้ อยากได้เงินหรือไง โน่นไปที่บ่อนโน่นสิ หรือไม่ก็ไปยืนเป็ไก่แถว ๆ นั้น อย่างเธอ..ก็คงได้ค่าตัว พอจะซื้อข้าวกินอยู่หรอก ไป! ออกไป!”
“โอ๊ย! เดี๋ยวสิคะ ให้ฉันล้างจานก็ได้นะคะ ฉันทำได้นะ คุณคะ คุณ..”
“ขอโทษจริง ๆ นะแม่สาวน้อย คงเป็นักท่องเที่ยวต่างชาติล่ะสิ พอดีว่าเราเพิ่งรับเด็กเสิร์ฟมาใหม่เมื่อไม่นานนี้เอง”
“เอ่อ..แต่ว่าฉันทำอะไรก็ได้นะคะ ล้างจานก็ได้ค่ะ ขอร้องล่ะรับฉันเข้าทำงานทีเถอะ ได้โปรดเถอะ..”
“ปัง!”
ไม่ได้อีกแล้ว..ทำยังไงดี ใกล้ค่ำแล้วเราต้องรีบหาที่ซุกหัวนอนให้ได้ ก่อนจะมืดมากกว่านี้ ทั้ง ๆ ที่เวลาอย่างนี้เราน่าจะได้นอนพักผ่อนแล้ว แต่กลับมาอยู่ในที่ ที่ไม่รู้จักแม้สักแห่งเดียว เจอผู้คนที่ไม่รู้จักและไม่คุ้นเคยไม่ให้ความช่วยเหลือ มองไปทางใด ก็ไม่มีที่ไหนจะสามารถให้ที่พึ่งพาแก่คนเร่ร่อนเลย เร่ร่อน..อย่างนั้นหรือ? นี่เรากลายเป็คนเร่ร่อนไปแล้วจริง ๆ หรือนี่ ฮึ..ฮือ..ฮือ จะทำยังไงดีพระเ้าช่วยลูกด้วยเถิดค่ะ แม่จ๋า ท่านขา ช่วยลูกด้วย ไหนท่านบอกว่า แหวนเพชรวงนั้นจะช่วยให้หนู มีความสุขในอนาคตยังไงล่ะคะ แล้วทำไมถึงเป็อย่างนี้ล่ะคะ แหวนวงนั้นเป็เครื่องนำโชคดี หรือโชคร้ายมาให้หนูกันแน่คะ? ช่วยตอบที..ฮือ..ฮือ..
“เฮ้! น้องสาว อื้อฮือ! เป็สาวชาวเอเชียเสียด้วย เห็นเขาบอกว่า สาวเอเชียเอาใจเก่งน่าดูนี่”
“นั่นน่ะสิ ว่าไงจ๊ะ หางานทำอยู่เหรอ? ถ้าอยากทำงาน พี่จะแนะนำงานดี ๆ ให้เอามั๊ย งานสบาย ๆ แป๊บเดียวก็ได้เงินแล้ว”
อ๊ะ! ฮ๊ะ! อะไรกัน คนพวกนี้เป็ใครกัน ผู้ชายวัยรุ่นสองคนเดินมาขวางหน้า อีกคนอยู่ด้านหลังเข้ามาทักหล่อนเป็ภาษาอังกฤษที่ฟังแล้วแปร่งหูพิกล ก่อนจะปราดเข้ามาล็อกแขนหล่อนไว้ทั้งสองข้าง
“มาเถอะนะ มาด้วยกัน แล้วน้องจะได้ค่าตอบแทนอย่างงามเลยทีเดียวล่ะ”
“มะ..ไม่นะ ฉันไม่ไป ฉันไม่อยากทำงานกับพวกคุณ ปล่อยฉันนะ ปล่อย”
“อย่าขัดขืนเลยน่า เห็น ๆ อยู่ว่าเธอ้าเงิน ถ้าไม่มีเงิน เธอก็ทำอะไรไม่ได้ในเมืองใหญ่อย่างนี้หรอกสาวน้อย”
“ไม่! ฉันไม่ไปกับพวกคุณหรอก จะพาฉันไปไหน ปล่อยนะ!” หญิงสาวร่างเล็กบอบบาง พยายามขืนตัวไว้สุดกำลัง ร่างบางถอยกรูด จนเกร็งไปหมด ทำไมแถวนี้ถึงไม่มีคนเดินผ่านไปมาบ้างเลยนะ ดังนั้นจึงเป็การง่ายในการฉุดกระชากลากดึงให้หล่อนเดินตามไปตลอดทางแคบ ๆ นั้น
“ได้โปรดเถอะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ โอ๊ย! ฉันเจ็บ” น้ำรินเจ็บจนน้ำตาแทบไหลรินออกมา เมื่อหนึ่งในสองชายวัยฉกรรจ์บีบที่ข้อมือของหล่อนอย่างหนักออกแรงลากจนหล่อนเริ่มเจ็บแผลที่แขนขึ้นมาอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะทำแผลไปหมาด ๆ เมื่อตอนกลางวันนี้เอง
“ถ้าเดินตามมาดี ๆ ั้แ่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัวแล้ว หึ ๆ”
“ลูกพี่..เราเจอสาวหน้าใหม่มาแน่ะ เป็สาวเอเชียเสียด้วย น่าจะเป็สาวไทยนะ”
ฮ๊ะ! ที่นี่มันที่ไหน ห้องใต้ดินที่ดูสกปรก ส่งกลิ่นเหม็นอับคละคลุ้งไปหมด คนพวกนี้อยู่ได้ยังไงกัน แล้วพวกมันจับตัวหล่อนมาเพื่ออะไร อย่าบอกนะว่าเธอโชคร้ายถึงขนาดว่าถูกจับตัวมาขาย!
“อืมห์ เยี่ยมมาก พวกแกทำงานได้ดีมาก แต่..ไก่หลงตัวนี้ดูท่าทางยังกลัว ๆ อยู่นะ ไม่เต็มใจหรือไงจ๊ะน้องสาว” ผู้ชายวัยไล่เลี่ยกับสองคนนั้น ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าแก๊ง ดูจากหน้าตาอันเหี้ยมเกรียม หนวดเครา รกรุงรังเต็มหน้าไปหมด นี่มันอะไรกัน ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที แวบหนึ่งหล่อนนึกถึงใบหน้าอันหล่อเหลาของฮิโรยูกิฉายแวบเข้ามาในห้วงคำนึง มีความหวังเพียงน้อยนิดว่าเขาจะต้องส่งลูกน้องออกตามหาตัวหล่อนแน่ และจะต้องมาช่วยหล่อนจากคนพวกนี้
ชายรูปร่างบึกบึน สาวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวอย่างหมายมาด น้ำรินถอยหลังกรูด จนหลังปะทะกับกำแพงที่มีแต่รอยร้าว รู้สึกกลัวผู้ชายตรงหน้าขึ้นมาจับใจ เกร็งจนตัวสั่น ภาวนาว่ามันคงไม่สนใจหล่อนหรอกเมื่อได้เห็นหล่อนใกล้ ๆ อย่างนี้ เพราะรูปร่างที่ไม่ได้เชิญชวน และกระตุ้นความ้าแก่บุรุษเพศเลยสักนิด
“อือ..หน้าตาก็พอไปวัดไปวาได้นี่ ผิวหน้าสวยใสดีเหลือเกิน อยากรู้นักว่า ผิวทุกส่วนในร่างกายของเธอจะสวยเหมือนผิวหน้า หรือเปล่า? ไหนขอดูหน่อยสิ”
“ฮ๊ะ! ไม่นะ! หยุดนะ! อย่ามาแตะต้องเนื้อตัวฉันนะ ปล่อย!”
“จะดีดดิ้นอะไรกันนักกันหนานะ เฮ้ย! ช่วยกันจับไว้สิวะ!”
“อยู่เฉย ๆ เถอะน่าน้องสาว อย่าทำให้ลูกพี่เราโกรธเลยนะ” แคว้ก! เสื้อเชิ้ตพอดีตัวถูกฉีกออกจากกันอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นบราตัวจิ๋วรำไร หน้าอกขาวนวลโผล่พ้นขอบบราเพียงน้อยนิด
“หึ! แม่สาวน้อยอกไข่ดาวนี่ ผิวสวยชะมัด แจ๋วไปเลย ยัยนี่คงทำเงินได้พอตัวเหมือนกันนะนี่”
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราน่าจะทดสอบดูก่อน ก่อนที่จะถึงมือลูกค้า ดีไหมครับลูกพี่”
“อืมห์..ดีเหมือนกัน ท่าทางว่าเราต้องสอนอะไร ๆ หลาย ๆ อย่างให้หล่อนได้เรียนรู้ซะแล้วล่ะ ดูเหมือนว่ายังไม่เคยซะด้วยสิเนี่ย ฮ่า ๆ”
“ฮ๊ะ! ไม่นะ! อย่าทำอย่างนี้กับฉันเลย ได้โปรดใครก็ได้ช่วยด้วย! ช่วยฉันที”
“โธ่โว้ย! แหกปากร้องอยู่ได้ ไม่มีใครหน้าไหนมาช่วยเธอได้หรอกน้องสาวยอมพวกเราซะแต่โดยดี ดีกว่า จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว ฮ่า ๆ”
ปัง!เสียง.. เสียงปืนนี่ มีคนมาช่วยเราแล้ว พวกมันสามคนหยุดชะงักไปในทันทีที่ได้ยินเสียงปืน สายตาทุกคู่ต่างก็เพ่งไปยังต้นเหตุของเสียง
“ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็ถอยห่างจากผู้หญิงคนนั้นซะ แล้วเศษสวะอย่างพวกแกก็รีบไสหัวไปให้พ้น ๆ ก่อนที่คุณฮิโรยูกิจะมาถลกหนังหัวพวกแกเอง”
“ดะ..เดี๋ยวสิครับลูกพี่ เราเป็คนหาผู้หญิงคนนี้เจอก่อนนะครับ”
“ยังจะมีหน้ามาพูดอีก! หรือว่าพวกแกอยากตายอย่างไร้ที่ฝัง จะเอาอย่างนั้นก็ได้นะ”
ปัง! ปัง! ปัง!
อ๊ะ! ปละ เปล่านะครับ กลัวแล้ว..ไปครับไป จะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ ไปโว้ย! พวกเรา”
เสียงปืนเงียบไปแล้ว พร้อม ๆ กับเสียงฝีเท้าของชายแปลกหน้าสามคนวิ่งหายลับไปจากห้องนี้ แต่น้ำรินกลับยังไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมามองว่าเหตุการณ์เป็อย่างไร หญิงสาวได้แต่หลับตาเอามือปิดหูไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น รู้สึกหวาดกลัวและหวาดผวากับเหตุการณ์เมื่อครู่เหลือเกิน
“ไม่เป็ไรแล้ว นะครับ คุณน้ำริน” น้ำเสียงที่คุ้นหู ก้มลงมาพูดอยู่เหนือศีรษะหล่อน ทำเอาน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไม่ให้มันไหลออกมา กลับพรั่งพรูไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำรินปล่อยโฮอย่างไม่อาย ต่อหน้าทานากะ กอดเข่าเข้าหากันในท่านั่งคุดคู้ ก้มหน้าร้องไห้ให้กับความโชคร้ายที่ตอนท้ายก็โชคดี ราวกับปาฏิหาริย์ เขามาช่วยเราแล้ว มาช่วยจริง ๆ ถึงแม้ว่าจะส่งลูกน้องมาก็ตามทีเถอะ
น้ำรินได้แต่นั่งก้มหน้าก้มตาร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้น การ์ดหนุ่มยืนรออยู่ว่าเมื่อไหร่หล่อนถึงจะหยุดร้องไห้แล้วก็เงยหน้าขึ้นมาสักที ดูเหมือนหญิงสาวขวัญเสียจากเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่น้อย มันคงกระทบจิตใจหล่อนจนกระเจิดกระเจิง ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว และอาจจะถึงกับช็อกไปเลยก็ได้ จะทำอย่างไรดีล่ะทีนี้ ถึงจะทำให้หล่อนหยุดร้องไห้แล้วกลับไปกับเขา ยิ่งปลอบใจใครไม่เป็เสียด้วยโดยเฉพาะผู้หญิง รู้อย่างนี้พามิกะมาด้วยก็ดี
“เอ่อ..คุณน้ำริน ต้องกลับแล้ว ลุกขึ้นเถอะ” ได้ผล หญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อครู่ยอมเงยหน้า ใบหน้าที่เปื้อนด้วยหยดน้ำตา แหงนมองไปยังบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างหวาด ๆ ใบหน้าขาวใสบัดนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาดำขลับที่เคยไหวระริกแลดูมีชีวิตชีวา เวลานี้กลับกลายเป็สีแดงไปเสียแล้ว ั์ตาดูเศร้าสร้อยแสดงความอ่อนแอ ออกมาทางสายตา ช่างน่าสงสารและน่าเห็นใจเหลือเกิน ทำเอาทานากะ ใจอ่อนยวบไปเลยทีเดียว
“พาไปไหน? ไปหาเ้านายของคุณน่ะหรือ?” น้ำเสียงแหบพร่า เอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก
“..........” บอดี้การ์ดหนุ่มเพียงแต่พยักหน้า ไม่เอ่ยอะไรออกมา
“แล้วคราวนี้ฉันจะถูกทำโทษไหม? ..ทานากะ เขาจะฆ่าฉันมั้ย?”
“คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ วางใจเถอะ คุณรีบเอ่อ..แต่งตัวให้เข้าที่เข้าทาง แล้วออกไปจากที่นี่กันดีกว่า” น้ำรินลืมตัวไปชั่วขณะ ใช่สินะ ลืมไปเสียสนิทเลย นี่หล่อนกำลังอยู่ในสภาพที่เกือบโป๊ต่อหน้าคนอื่นอีกแล้ว หญิงสาวรีบกลัดกระดุมเสื้อให้เข้าที่ ซึ่งก็ไม่ได้เรียบร้อยเท่าใดนัก เพราะกระดุมเม็ดแรกมันขาดกระเด็นไปไหนแล้วก็ไม่รู้ จากการกระชากของกลุ่มคนชั่วทั้งสามคนนั้น น้ำรินจำต้องเอามือกุมที่คอเสื้อที่มันคอยจะเปิดอ้าออก พลางผลุดลุกขึ้นวิ่งตามการ์ดหนุ่มออกไป แต่ก็ไม่วายมองหน้ามองหลัง อย่างหวาดระแวงกลัวว่าเ้าสามคนนั้นอาจจะกลับมาอีกก็ได้
น้ำรินได้กลับมานั่งอยู่บนรถลีมูซีนคันใหญ่สีดำ ซึ่งเป็คันเดียวกันกับที่หล่อนเคยนั่งมาแล้วในวันแรกที่มาถึงที่นี่ ตลอดเวลาที่อยู่ในรถหญิงสาวปิดปากเงียบสนิท ในสมองตอนนี้คิดแต่ว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครู่อาจจะเลวร้ายมากสำหรับหล่อน แต่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตอันใกล้จะเป็อย่างไร จะเลวร้ายมากขนาดไหน เขาคงโกรธหล่อนมาก ที่บังอาจแอบหนีไปได้อีก ถ้าหากว่าเจอหน้ากันคราวนี้เขาจะจัดการกับหล่อนอย่างไร ยังไม่รู้เลย..
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ฝากติดตาม อาญารัก ข้ามขอบฟ้า ด้วยนะคะ