ตำหนักรัชทายาท
คืนนี้เป็คืนที่เหน็บหนาวหิมะร่วงหล่นลงมามองดูขาวโพลนไปทั่วตำหนักคืนวันนี้ท้องฟ้าดูครึ้มๆไม่มีแสงดวงดาวไม่มีแสงพระจันทร์ กลางคืนหน้าหนาวหิมะตกแบบนี้ใครหลายคนต่างเข้านอนกันในผ้าห่มที่แสนอบอุ่นอย่างสบาย หากแต่ฟ่านหนิงเหอบัดนี้นางได้อยู่ในชุดบุรุษสีดำทะมัดทะแมงมีผ้าปิดบังใบหน้าของนางเอาไว้ นางได้ออกจากตำหนักโดยใช้ทางด้านหลังตำหนักซึ่งมีทางลับเล็กๆที่นางได้แอบสำรวจและได้ทำเอาไว้หลายวันก่อนโดยที่ไม่มีใครเห็นนางได้ใช้วิชาตัวเบาของนางลอยข้ามกำแพงออกมาข้างนอกตำหนักอย่างเงียบกริบราวกับสายลมปลิวแ่เบา โดยมีถานอ้ายเสินรอนางอยู่ข้างนอกเขาทั้งสองได้นัดแนะกันั้แ่วันนั้นแล้วเื่สืบราชการลับให้กับฮองเต้ ในวันนี้หิมะได้ตกเยอะกว่าวันอื่นแต่ก็ไม่ได้เป็อุปสรรคกับทั้งสอง แล้วทั้งสองได้ควบม้าออกนอกเมืองไปอย่างรวดเร็วพอถึงประตูเมืองนางได้โชว์ป้ายหยกและเปิดผ้าปิดหน้าออกเพื่อที่จะผ่านด่านออกไป
ทหารเห็นนางดังนั้นต่างทำความเคารพนางด้วยความรวดเร็วและพร้อมเพรียง นางได้ควบม้าออกไปนอกเมืองพร้อมกับถานอ้ายเสิ่นอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นก็หาได้รอดสายตาของเหลียนจางเหว่ยไม่ เขาได้เห็นนางออกจากตำหนักไปและเป็เพราะเหตุใดนางจึงต้องทำตัวลับๆล่อๆเช่นนี้ และเป็แบบนี้ยิ่งทำให้เขายิ่งระแวงในตัวของนางว่านางแต่งเป็ชายาเขาเพราะมีอะไรแอบแฝงด้วยหรือไม่ และหาไม่เลยที่เขาจะยิ่งเกลียดนางเพิ่มขึ้นอีกเป็ทวีคูณ
"รึนางจะเป็หนอนบ่อนไส้ให้ฝ่ายกบถ"
เขาสบถออกมาด้วยความโมโหแต่เช่นนั้นเขาก็ได้แต่คิดไปเองฝ่ายเดียวเช่นนั้นเขาคิดว่าจะต้องจับนางให้ได้คาหนังคาเขาพร้อมกับหลักฐานมามัดตัวนาง เขาจึงสั่งให้องครักษ์ตามนางออกไปดูเพื่อความจริงจะได้ปรากฎ
"เ้าจงไปตามสืบให้ข้าว่านางไปไหนกันแน่"
"รับทราบพะยะค่ะองค์ชาย"
องครักษ์ของเขาได้ตามนางไปตามคำสั่งแต่ก็ตามนางไปไม่ทันอยู่ดี เพราะนางเวลาควบม้ารวดเร็วดังพายุหามิได้มีใครก็หาได้ตามนางทัน
ทางด้านฟ่านหนิงเหอกับถานอ้ายเสินได้ควบม้าออกมาไกลนอกเมืองพอสมควรทั้งสองได้ผูกม้าไว้ที่ชายป่าและได้เดินเท้าเข้าไปเพื่อจะสำรวจตามที่สายลับของฮองเต้ได้มาสืบก่อนหน้านี้ได้บอกนางไว้ว่ามีกองกำลังของกบถได้เข้ามาตั้งฐานใกล้เมืองหลวงเหล่ากบถพวกนี้ได้ปล้นชาวบ้านแถวนี้สร้างความเดือดร้อนมากมาย แต่ที่พวกมันซ่องสุมไม่มีใครเห็นได้ง่ายๆเป็ที่ลับแม้กระทั้งสายลับของฮองเต้ก็ยังหาไม่เจอ ทั้งสองได้เดินเข้ามาในป่ารกทึบถ้าหากไม่สังเกตก็จะมองไม่เห็นถ้ำขนาดใหญ่ที่นั่นเพราะมีเถาวัลย์และต้นไม้ใหญ่รกทึบปกคลุม ทั้งสองได้ค่อยๆเข้าไปใกล้ๆและได้สังเกตเห็นปากถ้ำ แต่ไม่มีใครเฝ้าอยู่นางจึงจะเข้าไปเพื่อสำรวจแต่
ถานอ้ายเสินห้ามนางไว้แต่นางก็ไม่ได้ฟังเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
"ข้าว่าเราอย่าพึ่งเข้าไปเลยหนิงเหอมันอันตราย"
"มาถึงแล้วข้าก็ไม่อยากเสียเวลาข้าต้องดูให้รู้ว่ามันเป็พวกไหน"
นางได้แอบเข้าไปโดยที่เขาก็ไม่ห่างจากนางตามระวังข้างหลังให้นางโดยไม่คลาดสายตา พวกเขาได้มาหยุดแอบที่หลังก้อนหินใหญ่ภายในถ้ำ นางสังเกตรอบๆโดยเห็นเป็พวกกบถที่แตกกลุ่มมาจากชายแดนใต้โดยสังเกตจากเสื้อผ้าการแต่งตัวและอาวุธของพวกมัน ภายในถ้ำได้จุดคบเพลิงสลัวๆพวกมันต่างนั่งล้อมวงกินเหล้ากันโดยที่ไม่ระแวดระวังภัย เพราะพวกมันคิดว่าหายังไงก็หาไม่เจอเพราะที่ตรงนี้ไม่เข้ามาสังเกตจริงก็อย่าหวังว่าจะได้เจอ ฟ่านหนิงเหอนางได้เดินสำรวจเข้าไปใกล้พวกมันอีกแต่ถานอ้ายเสิ่นดึงไว้และเขาส่ายหน้าไม่ให้นางเข้าไปใกล้พวกมันหากแต่นางอยากจะรู้ว่าพวกมันมีกันกี่คน แต่ทันใดนั้นพลันมีเสียงของพวกมันที่เดินเฝ้ายามตรวจตราได้มองเห็นเขาทั้งสอง
"มีคนบุกเข้ามา"
พวกมันต่างลุกขึ้นพร้อมกันเพื่อที่จะจับตัวของทั้งสอง แต่ก็ไม่ทันทั้งสองเพราะพวกเขาได้ออกจากถ้ำอย่างรวดเร็วพวกเขานั้นได้ใช้วิชาตัวเบาเหาะขึ้นไปตามตั้นไม้เพื่อที่พวกมันจะได้ตามพวกเขาไม่ทันพวกมันก็ตามอย่างไม่ลดละ เขาทั้งสองได้ออกมาจนจะถึงม้าที่ผูกไว้แล้วแต่ทันใดนั้นมีลูกธนูลอยตามหลังมาอย่างเร็วและแรงถากไปที่ต้นแขนฟ่านหนิงเหอทำให้เกิดเป็แผลลึกแต่นางก็มิได้สนใจแต่อย่างไร นางรีบไปที่ม้าของนางอย่างเร็วและควบมันออกจากที่นั้นและรีบร้องบอกถานอ้ายเสินไปที่ม้าให้เร็วโดยไม่ต้องห่วงนาง
"เร็วรีบไปที่ม้าออกจากที่นี้ให้ไวเดี๋ยวนี้"
ทั้งสองควบม้าออกมาอย่างรวดเร็ว พอมาถึงหน้าประตูเมืองที่ปลอดภัยแล้วถานอ้ายเสิ่นขี้ม้ามาดักม้านางไว้เพื่อที่จะดูแผลนางด้วยความเป็ห่วง
"หยุดม้าเดี๋ยวนี้หนิงเหอข้าจะดูแผลเ้าเสียหน่อย"
"เ้าไม่ต้องห่วงข้าแผลแค่นี้เองข้าทนได้"
"เ้าอย่ามาโกหกข้าว่าไม่เป็อะไรข้าเห็นเืมันไหลออกมาไม่หยุด"
พูดแล้วเขาก็ลงจากม้าเดินตรงมาหานางประคองนางลงจากม้าแล้วดูแผลที่ต้นแขนนาง แผลลึกมากและยาวทำให้เืไหลไม่หยุดเขาได้ใช้ผ้าผูกที่แผลของนางเพื่อห้ามเื สีหน้าของนางไม่ได้มีความรู้สึกว่าเ็ปอะไรเลย แต่กลับนิ่งขรึมไม่พูดอะไรและด้วยความหนาวเย็นของอากาศก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกว่าไม่ได้เ็ปอะไร สำหรับนางคิดว่าแผลแค่นี้เอง
พอทั้งสองกลับมาที่ตำหนักแล้วถานอ้ายเสิ่นก็ยังไม่กลับ เพราะเขาทำแผลให้นางก่อนและให้นางเข้านอนเขาจึงค่อยขอตัวลากลับ
"ข้าขอบใจเ้ามากข้าไม่เป็อะไรแล้วแผลแค่นี้เอง"
"ข้าอดห่วงเ้าไม่ได้"
"เ้ากลับไปเถอะนี่ก็ดึกมากแล้ว"
"ถ้าเช่นนั้นข้ากลับก่อนพรุ่งนี้ข้าจะมาหาเ้าใหม่"
ถานอ้ายเสินกลับไปแล้วนางก็ได้นอนหลับไปด้วยความเหนื่อยโดยไม่รู้ตัว
ส่วนเหลียนจางเหว่ยนั้นเฝ้ารอดูนางอยู่ในห้องของตัวเองอีกห้องหนึ่ง เขาเฝ้าแอบดูว่านางจะกลับมาเมื่อไหร่กันแน่แต่เขาก็ได้หลับไปในที่สุดโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่านางกลับมาเมื่อใด