ลมกรรโชกพัดแรงขึ้นทุกที เสียงหวีดร้องจากเหล่าอสุภะรอบตัวดังขึ้นบรรยากาศปั่นป่วนจนเดาไม่ออกว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็เช่นไร เสียงหมาเห่าหอนดังใกล้เข้ามาทุกขณะเพิ่มความหวาดหวั่นให้กับผวนจนต้องขยับนั่งชิดแอบด้านหลังผู้เป็อาจารย์เอาไว้
พลัน ! เสียงแผ่นดินสั่นะเืพร้อม ๆ กับเงาเลือนรางเคลื่อนไหววูบวาบผ่านไปมาเสียงหัวเราะสลับกับร้องโหยหวนสอดแทรกชวนให้ขนลุก อาจารย์ขนอมยังคงร่ายเวทมนตร์เช่นเดิมไม่มีอาการตื่นสะท้านแต่อย่างใดตรงข้ามกับลูกศิษย์เสียอีกเกิดอาการกลัวจนต้องหลับตา สองมือยกพนมแต้
“ช่วยลูกช้างด้วยเถิดมันมากันแล้ว อ๊าย แผ่นดินลั่น”
ด้วยความใเพราะมีความรู้สึกว่าแผ่นดินกำลังจะแยกตัวออกจากกันจนเกิดเสียงลั่นเปรี๊ยะๆ ตามด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยในป่าช้าหักโค่นจนเกิดเสียงดังโครมคราม ผวนลืมตาขึ้นโดยเร็วความน่าสะพรึงกลัวตรงหน้าที่เห็น มันแล่นขึ้นไปกระจุกอยู่บนหัวเส้นผมทรงหลักแจวพร้อมใจกันตั้งโด่เด่
“โอย...อาจารย์ช่วยฉันด้วย ผี ผีมาจากที่ใด มากมายเพียงนี้ บรื๋อ...”
ผวนร้องเสียงสั่นๆ ด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นบรรดาผีโผล่ผุดขึ้นมาจากพื้นแผ่นดินที่แตกอ้าแยะ บางตนกำลังดันตัวขึ้นมาและบางคนยืนโผล่หน้าเน่าเฟะเรือนร่างพุพองเนื้อหลุดล่อนตามตัวฉาบไปด้วยน้ำเืน้ำหนองไหลเยิ้มหยดแหมะๆ
“อ้ายเดรัจฉานวิชาปลุกพวกข้าลุกขึ้นมาทำไมมันทำให้ข้าเ็ปแค่ไหน โอย โอย อยากจักเห็นนักใช่ไหมนี่ดูเสียให้เต็มตา”
อสุภะน่าเกลียดตนหนึ่งเอาเล็บกรีดหน้าท้องตัวเองจนเป็รอยยาวสองมือของมันแบะอกให้แยกขาดจากกันโดยเร็ว ผวนเบิกตากว้างจ้องมองด้วยอาการช็อกสุดขีด
“ผลั๊วะ! อา”
“โอ๊ย ! อาจารย์มันแบะอก น่ากลัว อา ฉันกลัวแล้ว”
สติสตังเวลานี้ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเสียแล้วผวนเขย่าแขนอาจารย์ขนอมด้วยความกลัวสุดขีดเมื่อเห็นเครื่องในเน่า ๆ ของผีร้ายเต็มตาและมีชิ้นส่วนบางอย่างกระเด็นหลุดตกลงมากองที่พื้นแล้วกลิ้งหลุนๆ เข้ามาใกล้วงสายสิญจน์ เพียงเท่านี้ผวนแทบจะขาดใจตาย ไม่อาจปิดตาลงได้คล้ายกับโดนสะกดให้ดูภาพความน่ากลัวตรงหน้าต่อไปอีก
“อาจารย์ช่วยฉันด้วย ผี ผีมันมาจากที่ใด ทำไมเต็มไปหมด มันล้อมเราเอาไว้แล้วอาจารย์ฉันว่าเผ่นก่อนเถิด”
ด้วยความกลัวผวนทำท่าจะลุกขึ้นออกจากวงล้อมสายสิญจน์อาจารย์ขนอมรีบคว้าข้อมือมันเอาไว้ ตวาดด้วยเสียงดัง ๆ
“หยุดหยุดบัดเดี๋ยวนี้อ้ายผวน เอ็งไม่ต้องกลัวสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้น มันเป็แค่ภาพลวงตาเท่านั้นเอ็งจงตั้งสติให้ดีอย่ากลัวระลึกถึงคุณพระคุณเ้าเอาไว้ให้ดี อ้ายผวนเอ็งจงหลับตาเสียเดี๋ยวนี้”
เสียงนั้นช่างทรงอำนาจเสียจนผวนปิดเปลือกตาทั้งสองข้างลงสองมือพนมขึ้นตรงกึ่งกลางอก ระลึกถึงคุณพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้ช่วยคุ้มครองน่าแปลกเสียงน่ากลัวต่าง ๆ เงียบหายไป ป่าช้าตกอยู่ในความสงบอีกครั้ง
ผวนนิ่งสงบไปแล้วตรงข้ามกับอาจารย์ขนอม เมื่อลืมตาขึ้นเห็นเหล่าผีร้ายในอากัปกิริยาต่าง ๆหลอกหลอนให้เกิดความกลัว มือใหญ่ล้วงเข้าไปในย่ามหยิบข้าวสารเสกขึ้นมากำใหญ่ตาที่มองภูตผีวาวโรจน์
“ไปซะข้าไม่อยากให้พวกเอ็งต้องเจ็บ”
ไล่ให้ภูตผีที่กำลังแสดงฤทธิ์เดชให้ชมกลับลงไปในหลุมทว่าเปล่าประโยชน์ พวกมันกลับดาหน้าเข้ามาไอ้ตัวใหญ่เนื้อตัวคละคลุ้งด้วยกลิ่นเหม็นเน่ายื่นหน้ายืดคอยาวเข้าใกล้ดวงตาข้างหนึ่งของมันร่วงหลุดเผละ เด็กผีตัวเล็กรีบเก็บขึ้นมาแล้วยัดกลับคืนให้ไอ้ผีร้ายส่งเสียงเยือกเย็น
“เอ็งใช้มนต์ปลุกพวกเข้าให้ลุกขึ้นมาแล้วยังไล่ให้กลับลงไปอีกมันไม่ง่ายไปหรืออ้ายหมอเดรัจฉาน”
คำเรียกของมันสร้างความโกรธให้กับหมอขนอมจนต้องตวาดออกไป
“หยุดวาจาสามหาวของเอ็งได้แล้วนะข้าใช้มนต์ปลุกพวกเอ็งก็จริง แต่ข้า้าเรียกนังผีตายทั้งกลมเพียงตนเดียวเท่านั้นพวกเ้าไม่เกี่ยว ลงไปเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นเจ็บตัวแน่”
ภูตผีทั้งป่าช้าหาใส่ใจไม่พยายามแสดงฤทธิ์ให้น่ากลัวยิ่งขึ้น ผีโครงกระดูกตนหนึ่งผุดขึ้นมาจากดินใกล้ๆกับหน้าหมอขนอมมันหักหัวโยนทิ้งแล้วหัวเ้ากรรมดันดีดลอยขึ้นมาตั้งอยู่บนบ่าเช่นเดิม
“ข้ารู้เอ็งจักลนน้ำมันพรายมันใช่ไหม ใจร้าย เอ็งก็รู้ว่ามันเ็ปทรมานแค่ไหนเอ็งใช้วิชาในทางผิด ๆ ระวังเวรกรรมมันจักตามสนองเอ็ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เหล่าผีร้ายพร้อมใจกันหัวเราะเสียงลั่นป่าช้าหมอขนอมกลั้นใจท่องคาถาแล้วซัดข้าวสารเสกไปรอบ ๆ ตัว
“กรี๊ดอ๊าย ช่วยด้วย ปวดแสบปวดร้อนเหลือเกิน”
ผีทั้งป่าช้าล้มลงไปนอนกลิ้งกับพื้นดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ป บางตัวเนื้อหลุดออกมาเป็ชิ้น ๆ และบางตนกระดูกผุกรอบเกิดเปลวไฟไหม้ลุกโชนเป็ภาพสยองขวัญที่หมอขนอมมองด้วยความนิ่งสงบ ท่องมนตร์ชั่วครู่พร้อมกับซัดข้าวสารเสกไปอีกรอบคราวนี้ทุกอย่างเงียบสงบภูตผีหายวับไปกับตา
“อ้ายผวนลืมตาได้แล้ว”
เรียกศิษย์เอกให้ลืมตาขึ้นเมื่อผีร้ายหายไปผวนลืมตาขึ้นมาพบกับความว่างเปล่า ต้นไม้ใหญ่น้อยยืนต้นตามปกติเป็สิ่งน่าอัศจรรย์เหนือความคาดหมาย
“อาจารย์มันไปกันหมดแล้วรึ”
“เออไปหมดแล้วคราวนี้ล่ะข้าจักเรียกนังผีตายทั้งกลมในหลุมตรงหน้าเราขึ้นมาถ้าปราบมันได้แล้ว เอ็งต้องเอาเทียนลนคางมันด้วยนะ ให้น้ำมันหยดลงใส่ขันเล็กนั่น”
“ขอรับอาจารย์”
รับคำด้วยความตื่นเต้นเพราะรู้ว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะต้องมีเหตุการณ์สยองขวัญเกิดขึ้นอีกครั้ง นางปีศาจร้ายมันจะต้องโผล่ขึ้นมาจากหลุมไม่รู้ว่าจะน่าเกลียดน่ากลัวสักแค่ไหน ในเวลานี้เขาก็ได้แต่เพียงภาวนาให้ผ่านไปด้วยดีหากปราบนังผีร้ายไม่ได้เขาจะขอเอาชีวิตเสี่ยงแทนอาจารย์ขนอมเพื่อแทนคุณที่มีต่อกัน
อาจารย์ขนอมท่องมนต์อีกครั้งเพื่อเรียกผีตายทั้งกลมให้โผล่ขึ้นมาเพียงชั่วครู่อากาศเริ่มปั่นป่วนเลื่อนลั่น สายลมพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง เสียงดังอู้ๆ มาแต่ไกลแล้วใกล้เข้ามาบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยฝุ่นลอยเคว้งสักพักลมพาพัดหมุนเป็รูปกรวยฟ้ากระจ่างใสกลายเป็สีแดงคล้ายดั่งเื ผวนรู้ดีว่าเป็อิทธิฤทธิ์ของผีที่นอนอยู่ในหลุมตรงหน้า
“เอ็งพยายามสงบจิตทำสมาธิเอาไว้ให้ดีอย่าให้ภาพมายาข้างหน้าลวงล่อจนแตกซ่าน เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็คงจักช่วยเอ็งไม่ได้อีกแล้ว”
อาจารย์กล่าวแก่ศิษย์ให้เตรียมตั้งรับิญญาชั่วร้ายเอาไว้ให้ดียังไม่ทันขาดคำหลุมตรงหน้าแตกกระจาย ดินปลิวฝุ่นฟุ้ง ภาพน่าเกลียดน่ากลัวอุบัติขึ้นผวนเห็นแล้วต้องผงะหงาย เมื่อผีตายทั้งกลมในสภาพเน่าเฟะกำลังโผล่ผุดขึ้นมาผมยาวเป็กระเซิงแสกกลาง จนเห็นหนังหัวกะโหลกขาดเว่อเพราะผมร่วงหลุดหายไปซ้ำร้ายกว่านั้นหนอนกำลังชอนไชขึ้นมาจากิั มันโก่งตัวดันขึ้นมา ผวนสะดุ้งเมื่อเห็นจะๆ ตาว่าหนังหัวแตกกระจาย หนอนตัวอ้วนยาวเท่านิ้วก้อยโผล่ขึ้นมาแล้วกัดชอนไชตามเนื้อส่วนต่างๆ จนขาดแหว่งแล้วคลานย้อนกลับลงไปในรูเดิม ชั่วครู่โผล่ขึ้นที่แก้มบวมเป่งเนื้อปริแตก ทั้งเืและหนองกระจายรายรอบ
“โอย ! อาจารย์มันน่ากลัวจริง ๆ”
ผวนเผลอตัวปล่อยให้ความรู้สึกกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจมือสั่น ๆ จับแขนอาจารย์ขนอมเอาไว้แน่น ด้วยกลัวว่าศิษย์จะสติแตกเสียก่อนจึงหันมาเป่ากระหม่อมให้หนึ่งครั้งผวนสะดุ้งเฮือก รู้สึกร้อนและเย็นสลับไปทั่วกายา
“ข้าบอกเอ็งแล้วว่าอย่ากลัวดูมันต่อไปจักมีฤทธิ์อันใดแสดงบ้าง”
สั่งศิษย์ด้วยเสียงมั่นคงผวนเหลือบแลดูดวงหน้าผีตายทั้งกลมอีกครั้งเห็นว่าดวงตาแดงฉานทั้งสองข้างของมันเหลือกถลนจนแทบจะหลุดห้อยตกลงมาจมูกบานใหญ่นั้นเล่ามีเืหยดไหลตลอดเวลา ริมฝีปากใหญ่ขาดเว้าแหว่งมีคราบเืเกรอะกรัง สำรวจดูเนื้อตัวของมันเต็มไปด้วยน้ำเืน้ำหนองส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง
ตรงท้องบวมเป่งปูดโปนน่ากลัวว่าจะะเิแตกบัดนี้ยกตัวขึ้นเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในผวนอ้าปากค้างต่อสิ่งที่เห็น
และแล้วผวนร้องลั่นเมื่อเห็นมือเล็ก ๆ ของเด็กแรกเกิดโผล่พรวดออกมาโดยเร็ว
“โอ๊ย ! ช่วยด้วย มือเด็ก เด็กผี”
“อ้ายผวนข้าบอกเอ็งแล้วว่าอย่ากลัว ทำใจให้สงบนิ่งเอาไว้ เร็วเข้าเตรียมเทียน”
อาจารย์ขนอมสำทับศิษย์อีกคราโดยไม่ให้ใส่ใจต่อภาพผีเด็กมันกำลังโผล่ส่วนหัวออกมาจากท้องและกอดคอแม่เอาไว้
ให้ตายเถอะช่างเป็หน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวเสียนี่กระไร หน้าเหี่ยวย่นยับราวกับคนแก่อายุเกินร้อยั์ตาโตปานไข่ห่านของมันวาวเรืองแสงสีเขียวเข้มจัด จมูกไร้ดั้ง ริมฝีปากแสยะอ้าจนเห็นฟันแหลมคมซี่เล็กๆ พร้อมจะกัดกระชากคอศัตรู
“เคี้ยกเคี้ยก เคี้ยก”
เสียงเล็กแหลมประหลาดดังขึ้นจากปากเด็กผีมันเสียดแทงเข้าไปในโสตประสาทจนชายหนุ่มตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว ไม่กล้าประสานสายตากับมันเวลานี้ได้แต่จับเทียนเล่มใหญ่เอาไว้แน่น
“อ้ายหมอเดรัจฉานเอ็งจักรังควานข้าไปถึงไหน ข้ากับลูกกำลังนอนอยู่ดี ๆแต่เอ็งใช้มนต์ปลุกข้าขึ้นมาทำไม รู้ไหมมันเ็ปทรมานร้อนรุ่มเสียจนหนังเกือบไหม้ เอ็ง เอ็งทำร้ายข้า”
เสียงผีตายทั้งกลมดังขึ้นพร้อม ๆ กับมือใหญ่ยื่นใกล้เข้ามา ปลายเล็บแหลมคมสีดำน่ากลัว
“นังผีเอ๋ยข้าขอโทษที่เรียกเอ็งขึ้นมา ข้าขอแค่น้ำมันพรายจากใต้คางเอ็งเท่านั้น ขอข้าเถอะนะข้าเอาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเอง”
อาจารย์ขนอมพูดขอน้ำมันพรายจากมันดีๆ ในขณะที่ใบหน้านังผีร้ายบิดเบี้ยวน่าเกลียดน่ากลัว ไอ้ตัวลูกกระโจนโผนแผล็วลอยไปในอากาศเลี้ยวซ้ายทีขวาทีลีลาก่อกวนของมันทำให้สมาธิของอาจารย์ขนอมแตกซ่านแต่แกไม่หลงกลรีบบริกรรมคาถาให้เร็วร่นกระชั้นยิ่งขึ้น
“โอ๊ย ! ข้าเจ็บเหลือเกิน อ้ายหมอผีบ้าข้าไม่ให้น้ำมันพรายข้าดอกโว้ยเื่อันใดจักมาลนเอาง่าย ๆ ข้าเจ็บทรมานแค่ไหน อย่าอยู่เลยมึง”
พลัน ! มือใหญ่เหม็นเน่าทั้งสองข้างพุ่งตรงเข้ามาในสายสิญจน์ผวนผงะหงายหลังด้วยความกลัว มือเน่ายังไม่ทันจะคว้าก้านคอของจอมขมังเวทย์นังผีร้ายกรีดร้องลั่นเมื่อปะทะถูกกับแสงสว่างวาบจากวงล้อสายสิญจน์กลิ่นเนื้อไหม้เหม็นคละคลุ้ง
“อ๊าย ! เ็ปเหลือเกิน โอยลูกจ๋าช่วยแม่ทีเถอะอ้ายหมอผีร้ายมันแกร่งกล้าเกินทนเร็วเข้าอ้ายหนูจัดการมัน”
นังผีตัวแม่ออกคำสั่งให้ลูกเล่นงานคนทั้งสองรวดเร็วดั่งคิดร่างเด็กผีอ้าปากโชว์ฟันแหลมเต็มที่ กระโจนพุ่งตัวเข้าใส่บริเวณลำคออาจารย์ขนอมทว่าไม่อาจฝ่าวงสายสิญจน์อันศักดิ์สิทธิ์เข้ามาได้ มันกรีดร้องโหยหวนร่างร่วงลงไปบนเนินหลุม
“อ๊าก ! แม่ข้า ข้าทำอันใดมันไม่ได้เลย ข้าเ็ปเหลือทน”
ผีเด็กครวญคร่ำเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแดงไหม้ตานังผีตายทั้งกลมวาวโรจน์น่ากลัว ทำท่าจะพุ่งเข้าหาอีกครั้ง
“ฮึ่ม ! อ้ายหมอผี เอ็งทำร้ายอ้ายหนูของข้า อย่าอยู่เลย ตายเป็ผีเหมือนข้าเสียเถิดโอ๊ย”
มันสะดุ้งโหยงแล้วล้มตัวลงไปนอนดิ้นพราดๆ เคียงคู่กับลูกหลังจากพยายามเอามือกระชากสายสิญจน์ให้ขาดออกจากกัน แต่แสงไฟลุกโชนติดตามมือและเนื้อตัวของมันจนต้องกรีดร้องเสียงหลงอาจารย์ขนอมมองด้วยสายตานิ่งเฉย
“นังผีเอ็ง้าให้ข้าช่วยดับไฟที่ลุกลามบนตัวหรือไม่ ถ้า้าล่ะก็ข้าจักช่วยเอ็งให้พ้นจากความเ็ปแต่เอ็งต้องยอมให้ข้าลนน้ำมันพรายเสียดี ๆ”
อาจารย์ขนอมถามมันด้วยเสียงเยือกเย็นนังผีตายทั้งกลมยังคงดิ้นทุรนทุราย ฝ่ามือใหญ่เต็มไปด้วยแผลรอยไหม้พุพองพยายามตบลงไปดับไฟที่ลุกไหม้เกือบทั่วตัว
“โอยช่วยข้าด้วย ข้ายอมแล้ว ยอมแต่โดยดีด้วย จักลนน้ำมันสักกี่ขวดกี่ขันก็เชิญขอแค่ช่วยดับไฟให้ข้าที”
“แม่จ๋าช่วยข้าด้วย ข้าก็ปวดแสบปวดร้อนเช่นกัน”
ผีเด็กร้องครวญครางโหยหวนผวนมองหน้าอาจารย์ขนอม เห็นแกพยักหน้าหงึกหงัก
“เออข้าจักช่วยเอ็งทั้งสองคน เอาล่ะโอมเพี้ยง”
อาจารย์ขนอม ท่องมนต์เพียงชั่วครู่อาจารย์ขนอมเป่าพรวดลงไปบนเรือนร่างปีศาจสองแม่ลูก มันพากันสะดุ้งเฮือกตามด้วยร้องครางออกมาเบาๆ ครู่หนึ่งไฟตามตัวดับลง ตัวลูกรีบคลานกลับเข้าไปอยู่ในท้องแม่ดังเดิมนังตัวแม่รีบลุกขึ้นมายื่นหน้าแหงนคอขึ้นสูง
“เ้าจักลนน้ำมันพรายจากข้าก็เชิญข้ายินดี แต่ข้าขอสาปแช่ง ถ้าหากคนเอาน้ำมันพรายของข้าไปแล้วถ้าไม่อยู่ในศีลในสัตย์ขอให้มันมีอันเป็ไป โอ๊ย ข้าเ็ปทรมานเหลือเกิน"
นอกจากเสียงสาปแช่งยังมีเสียงร้องสลับกันไปผวนเอาเทียนไปจ่อใต้คาง อาจารย์ขนอมท่องคาถาตลอดเวลาแทบไม่หยุดหายใจผวนมองดูเปลวเทียนเผาไหม้เนื้อผีจนเกิดเสียงดังแฉ่ ๆตามด้วยกลิ่นเนื้อไหม้เหม็นคละคลุ้งจนต้องเอามือปิดจมูกเอาไว้แม้จะเหม็นสักแค่ไหนเมื่อเห็นน้ำมันพรายเหลือง ๆ หยดลงมาใส่ขันใบเล็กชายหนุ่มมีความสุขไม่น้อย มองตามน้ำมันพรายแต่ละหยด จนที่สุดเต็มขัน อาจารย์ขนอมบอกให้พอ
“เอ็งกลับไปลงหลุมได้แล้วนังผีท้องมาน ไป”
เสกคาถาเพียงครู่เดียวผีร้ายหงายท้องผลึ่ง ล้มลงไปนอนใต้ก้นหลุม ดินเคลื่อนตัวเข้าหากันจนกลบร่างนังผีจนมองไม่เห็นกลายเป็หลุมฝังศพธรรมดาเหมือนเดิม
“ไปกันเถิดเก็บข้าวของให้เรียบร้อย งานของเราเสร็จแล้ว”
“ขอรับอาจารย์แล้วน้ำมันพรายในขันนี่ล่ะ จักทำอย่างไรดีขอรับ”
ผวนก้มมองดูน้ำมันพรายผีกลิ่นเหม็นๆ ด้วยความสงสัย อาจารย์ขนอมหัวเราะชอบใจรีบคว้าขันมาถือเอาไว้เสียเอง
“เอามานี่ข้าจักเอาไปทำพิธีอีกเล็กน้อยจักทำให้มันขลังยิ่งขึ้นเวลาที่เอ็งเอาไปใช้มันจะได้ผลจนเอ็งคาดไม่ถึง”
“ฉันกลัวคำสาปของนังผีท้องใหญ่มันน่ากลัวมากนะขอรับอาจารย์”
“อย่ากลัวถ้าเอ็งอยู่ในศีลในสัตย์ ข้าเชื่อว่าเอ็งเป็คนดี”
อาจารย์ขนอมมองหน้าศิษย์ตรง ๆ ผวนรีบก้มลงเก็บข้าวของจนเกลี้ยงแล้วเดินตามอาจารย์ออกไปจากป่าช้าด้วยความตื่นเต้นอีกไม่นานจะได้ทดลองใช้น้ำมันพรายอีกครั้ง