เช้าวันหนึ่งที่อากาศยังไม่ร้อนจัด เกวียนบรรทุกสินค้าเก่าๆ ค่อยๆ เคลื่อนออกจากประตูเมืองจิ่นหลิง
ล้อไม้ขัดกับพื้นหินส่งเสียง ครืด ๆ ครืด ๆ เป็จังหวะชวนให้คนคิดถึงจังหวะการหายใจของม้าพวกเขาค่อย ๆ ผ่านตรอกย่อยที่ร้านค้าจัดแผงเรียงราย — ผ้าพันคอ ขนมแห้ง สมุนไพร —ผู้คนโบกมือส่งไปด้วยความตื้นตันราวกับส่งคนจากบ้านสู่สมณเพศ
อากาศเช้าปะปนด้วยกลิ่นชาและควันฟืนจากซุ้มขายโจ๊กริมทางไม้ไผ่ข้างถนนยังคงสั่นไหว เป็เงาระยิบระยับเมื่อแสงอาทิตย์นิ่ม ๆ ส่องผ่านใบไผ่มีหยดน้ำค้างเกาะเล็กน้อย — มันคือความสดชื่นแบบง่าย ๆที่เจียงฟานรู้สึกอยากเก็บใส่ขวดกลับโลกเก่า
เขานั่งเอนหลังในเกวียน เปิดหน้าต่างบานเล็กเพื่อรับลม พิมพ์ในระบบQi Web ดูหัวข้อข่าวระหว่างทาง (เพียงพอให้เขาหัวเราะเบา ๆกับความฮือฮาทั้งหมด) — แต่ในใจลึก ๆ เขาแค่หวังว่าสถานที่ที่ไปจะเงียบจริง ๆ
ไม่นานหลังจากออกจากเมืองได้ไม่นาน เสียงแปลก ๆดังขึ้นจากใต้พื้นเกวียน
กุกกัก…กุกกัก… เหมือนมีคนนอนไม่สบาย
เจียงฟานเปิดประตูสไลด์ออก ชะโงกหน้าลงไปเห็นร่างสีขาวหนึ่งยืดยาวใต้กองฟาง — ซูเม่ย ผ้าปูที่นอนเปื้อนฝุ่นใบหน้ายับเยินเล็กน้อยแต่ยังงดงาม
ซูเม่ยรีบคลานออกมาในท่าทางสะดุดตาเธอก้มกราบทั้งที่อยู่ในชุดดำเปื้อนฝุ่นจนแทบไม่เหลือความงามเดิม
“ท่านปรมาจารย์…ข้าน้อยขออภัยที่ติดตามมาด้วยความไร้มารยาท!ข้าน้อย…ข้าน้อย้าเรียนรู้จากท่านต่อไป”น้ำเสียงของนางสั่นด้วยความตั้งใจจริง
เจียงฟานมองหน้าเธอ หัวใจหงุดหงิดแต่ก็อดยิ้มไม่ได้“ฉันบอกให้ไปหาอะไรทำอย่างอื่นนะ ไม่ใช่ให้มาซ่อนใต้เกวียน”
ซูเม่ยเงยหน้าขึ้นตาของเธอประกายไม่ต่างจากคนที่ได้รับการตรัสรู้ “แต่ท่านอาจารย์!ท่านบอกให้ไปหาอะไรทำแล้วทิ้ง ‘ความผูกพัน’ — การติดตามท่านคือการลงมือทำ!ข้าน้อยถือว่าการเดินทางนี้คือการปฏิบัติที่ยิ่งกว่า กล่าวคือการปฏิบัติโดยไม่ปริปาก!”
หลินเทียนปรากฏตัวจากด้านหลังเกวียนเงยหน้ามองซูเม่ยด้วยสายตาเจิดจ้า “อ๋อ!ท่านอาจารย์แสดงให้เห็นว่าศิษย์หญิงก็สามารถลุยได้เหมือนผู้ชาย!นี่คือการล้มล้างกรอบเพศแห่งสังคมเซียน!”
เจียงฟานกัดฟัน “โอเค ๆ ขึ้นมาเถอะ แต่อย่าทำเสียงดังอย่าไปก่อประเด็นในตลาดกลาง แล้วก็ไปล้างตัวก่อน — มีกลิ่นป่าเต็มตัวเลย”
ซูเม่ยพยักหน้าอย่างสุภาพ แล้วค่อย ๆ ปีนขึ้นมาในเกวียนนั่งตัวตรงมุมหนึ่ง เหมือนแก้วเปราะที่พยายามรักษาความสง่างามแม้ฝุ่นจับหน้า
เกวียนแล่นผ่านป่าเต็งรังและทุ่งหญ้า พวกเขาต้องข้ามลำธารเล็ก ๆบนน้ำใสจนเห็นปลาว่าย — ท้องฟ้าสะท้อนบนผิวน้ำเป็แผ่นฟ้าเล็ก ๆเจียงฟานลงไปยืนน้ำ เล่นมือกับปลาตัวเล็ก เขาหัวเราะกับตัวเองว่า“บรรยากาศนี้น่าจะทำให้คาเฟ่สักร้านคึกคักนะ” — คำว่า ‘คาเฟ่’ทำให้หลินเทียนทำหน้าซึ้ง “คาเฟ่? นั่นคงเป็ศาลารับปราณแบบใหม่?”
พอถึงหมู่บ้านน้ำพุ ชาวบ้านต้อนรับเกวียนอย่างอบอุ่น —พวกเขาดูเหมือนมีชีวิตที่เรียบง่ายและพึงพอใจ เจียงฟานหยุดพักดื่มชาเขาอธิบายแิ “ระบบชักโครก” ให้เด็กหนุ่มฟัง ซึ่งเด็กนั้นให้ความสนใจอย่างมากแล้วรีบวิ่งไปบอกแม่ค้าว่า “พวกเราจะได้ห้องน้ำสะอาดในหมู่บ้าน!”
ภาษาชาวบ้านผสมคำสมัยใหม่กลายเป็มุกสนุก:คนแก่หยอกล้อเจียงฟานว่า “ถ้าท่านเอาเตาอบขนมปังคุมที่นี่เราจะมีขนมปังหน้าหมู่บ้านแล้วนะท่าน!” เจียงฟานยิ้ม ยื่นเหรียญทองแดงให้เด็ก ๆ“เอาไปแบ่งกันนะ อย่าไปเอาไปซื้อของโง่ ๆ นะ”
ที่หมู่บ้านมีคนสอดรู้สอดเห็น —พ่อค้าเร่คนหนึ่งจำได้ว่าเห็นข่าวใน Qi Web เกี่ยวกับองค์ชายหลี่ยิ่งใหญ่เขาจึงโทรคุยกับคนรู้จัก (ในภาษาที่เทียบได้กับโทรศัพท์สมัยใหม่)ส่งข่าวลือไปยังเมืองถัดไปว่า “ปรมาจารย์กำลังหนีไปพร้อมกับองค์ชาย” —ความผิดพลาดนี้เกิดจากการสับสน: ข้อมูลบน Qi Web ถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วและถูกเติมแต่งจนเกินจริงเหล่าผู้อ่านตีความว่า “ถ้าปรมาจารย์หนี อาจเป็สัญญาณว่าทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลง” —มีพ่อค้าบางคนเริ่มบรรจุผ้าเช็ดหน้าสีแดงใส่แพ็คเกจ ‘สัญลักษณ์แห่งสัจธรรม’เพื่อขายนักเดินทาง
หลินเทียนได้ยินข่าวเหล่านี้ก็วิตก แต่เจียงฟานหันมามองอย่างไม่ใส่ใจ“ปล่อยให้มันเป็ไป ถ้าพวกเขาอยากซื้อผ้าเช็ดหน้าสีแดงก็ปล่อย —อย่างน้อยก็ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นดีขึ้น”
ทางตอนกลางวันที่เข้าใกล้ซีเหอแผ่นดินเริ่มเปลี่ยนจากทุ่งหญ้าเป็เนินทรายและทุ่งหินเกวียนะเืแรงขึ้นเมื่อผ่านทางชัน ฝุ่นฟุ้งเป็กลุ่ม เจียงฟานดึงผ้าปิดปากพลางคิดถึงแผนการสร้างเครือข่ายสุขาภิบาลทั่วทวีป
กลางคืนหนึ่ง ขณะที่พวกเขาตั้งค่ายข้างทาง มีลมพัดแรงกว่าปกติ —ลมพายุเล็ก ๆ ทำให้ผ้าใบกางเต็นท์แปลก ๆ พริ้ว หลินเทียนเริ่มสวดบทอักขระป้องกันลมคำสวดเวียนไปในอากาศราวกับดนตรีโบราณ ซูเม่ยนั่งนิ่ง เงยหน้าจ้องดาวแล้วกล่าวด้วยเสียงนุ่ม:
“ท่านอาจารย์…การเดินทางนี้ข้ารู้สึกว่าได้เรียนรู้มากกว่าหนังสือหลายเล่มรวมกัน”
เจียงฟานทอดถอนใจ หัวใจอ่อนลงเล็กน้อย “ดีแล้วแหละ แค่อย่าทำให้ฉันต้องซักเสื้อผ้าพวกนั้นทุกวันก็พอ”
ซูเม่ยยิ้มเล็ก ๆ เช่นคนที่เข้าใจคำสั่งด้วยวิธีของตัวเอง
วันหนึ่ง ขณะที่เกวียนไต่ลงเชิงเขาพวกเขาผ่านฝูงแกะที่เลี้ยงโดยชาวตามแนวไหล่เขา แกะหลายตัวหลับกลางวันเพราะลมร้อนแต่พวกแกะแกว่งหางและลุกขึ้นวิ่ง เพราะพ่อค้าวิ่งผ่านร้องว่า “มีขโมย! มีโจร!”ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาแค่เห็นหมาป่าจากระยะไกล กลายเป็ความวุ่นวายในหมู่คนเลี้ยงแกะชาวบ้านยกมือถือโบราณ (กระดาษข่าวที่พาดเป็ท่อนตะเกียบ) ส่งสัญญาณ — ข่าวลือแพร่ไปอย่างรวดเร็ว
หลินเทียนตีความเหตุการณ์นี้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ท่านอาจารย์!นี่คือการทดสอบความเมตตา ท่านต้องสอนพวกชาวบ้านว่าไม่ควรตื่นตระหนก!”
เจียงฟานถอนหายใจ “สอนพวกเขาง่าย ๆ ว่า —อย่าเห็นแมวจิ้งจอกแล้วะโว่า ‘ด้วยเหตุผลที่ไม่รู้’”
ท้ายที่สุด ไม่มีโจร —แต่อย่างน้อยชาวบ้านได้เรียนรู้ที่จะสะอาดขึ้นกับห้องน้ำต้นแบบของพวกเขา
หลายวันผ่านไป เกวียนค่อย ๆ เข้าใกล้เมืองซีเหอ ถนนเริ่มแคบขึ้น ต้นไม้ลดน้อยลงเป็ท้ายทุ่งหินก้อนกลมเมืองซีเหอยืนสงบบนเนิน — หลังคาจั่วเรียงรายเป็สีเทาอ่อนเมฆต่ำคลอเื้ัูเาเป็ฉากหลังที่คมชัด
เมื่อเห็นเมือง ซูเม่ยน้ำตาคลอเล็กน้อยด้วยความตื้นตัน —เธอคิดว่าที่นี่คงเป็ที่เหมาะแก่การปฏิบัติความเงียบจริง ๆ เจียงฟานถอนหายใจยาวรู้สึกโล่งอกแต่รู้สึกหนักเบาสลับกันเมื่อคิดถึงความวุ่นวายที่เขาทิ้งไว้เื้ั
หลินเทียนเกาะขอบเกวียน มองไหล่เขาอย่างภักดี “ท่านอาจารย์ท่านได้ให้ของขวัญแก่โลกนี้แล้ว ทั้งห้องน้ำ ทั้งพัดลม ทั้งค่ายกล —ท่านจะยอมพักผ่อนเงียบ ๆ ได้หรือไม่?”
เจียงฟานมองออกไปเห็นแนวโค้งของถนนและโรงเตี๊ยมที่ทำจากหิน“หวังว่าอย่างนั้นนะ... แต่ฉันคิดว่าต่อให้โลกหยุด หมายเลขใน Qi Web คงไม่เคยหยุดเพิ่มผู้ชมหรอก”
พวกเขาแลกยิ้มกันแบบคนรู้ใจในจังหวะเรียบง่ายของเกวียนและเมื่อเกวียนค่อย ๆ ผ่านประตูเมืองซีเหอ เสียงล้อไม้ก็พูดพึมพำเหมือนเพลงกล่อม —เสียงที่บอกว่าการเดินทางยังไม่จบ แต่บทเรียนหนึ่งได้เสร็จสิ้นไปแล้ว:
บางครั้งสิ่งที่ธรรมดา — ห้องน้ำหรือพัดลม —ก็สามารถทำให้โลกเปลี่ยนได้
และบางครั้งความตั้งใจดีที่สุดก็ต้องถูกแปลความจนกลายเป็เื่ใหญ่โต
ซูเม่ยนั่งตรงมุมเกวียน เงียบและสงบนิ่งเจียงฟานจ้องมองทิศทางใหม่ข้างหน้า แล้วพึมพำเสียงเบา ๆ เหมือนขอพร
“ขอแค่ให้มีร้านกาแฟสไตล์โลกเก่าที่ขายขนมปังดี ๆ สักร้านก็พอ…”
หลินเทียนยืดตัว “ข้าจะบันทึกคำว่า ‘กาแฟ’ ในคัมภีร์ —เพื่อให้ทายาทรุ่นต่อไปได้ศึกษา”
เจียงฟานหัวเราะ แล้วก็รู้สึกว่าจิตใจตัวเองอ่อนลงบ้าง —เพราะการเดินทางที่ช้า บางทีทำให้คนเห็นสิ่งเล็ก ๆ ได้ชัดขึ้น