เช้าวันถัดมาหลังจากที่ตื่นนอนล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยจางอี้เทาซึ่งไม่ต้องไปทำงานในไร่ของหัวหน้าหมู่บ้านแล้วจึงเตรียมตัวขึ้นไปบนูเา เขาหวังจะได้ผักป่ามาไว้ทำอาหารและถ้าโชคดีอาจจะได้สมุนไพรมาขายเพื่อให้ครอบครัวมีเงินบ้าง
“ท่านพ่อจะไปไหนขอรับ”จางอี้ิเอ่ยถามบิดาเขาเห็นจางอี้เทาถือมีดและแบกตะกร้าสานสะพายขึ้นหลังเตรียมตัวออกจากบ้าน
“ิเอ๋อร์พ่อจะขึ้นเขาไปหาผักป่า ถ้าโชคดีเราอาจจะได้สมุนไพรมาขาย”
“ขึ้นเขาหรือขอรับ”จางอี้ิทวนคำก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าไปด้วยขอรับ”
“ไม่ได้ิเอ๋อร์เพิ่งหายป่วยเมื่อวาน เ้าไปกับพ่อไม่ได้” จางอี้เทารีบห้ามลูกของเขาตัวเท่านี้จะไปสันทัดการปีนเขาได้อย่างไร หากผลัดตกหกล้มาเ็ขึ้นมาจะแย่เอา
“แต่ท่านพ่อขอรับท่านพ่อลืมไปแล้วหรือขอรับว่าท่านเทพได้รักษาโรคให้ข้าแล้ว ตอนนี้ข้าแข็งแรงดีอีกอย่าง ข้าอาจจะเจอสมุนไพรหรืออาหาร์อีกก็ได้นะขอรับ” จางอี้ิรีบอธิบายเด็กชายออดอ้อนบิดาตนเอง
ในนิยายไม่ว่าจะเื่ไหนๆ ที่เขาหาข้อมูลมานักต่อนัก ส่วนมากแล้ว อาหารและสมุนไพรต่าง ๆอยู่บนูเากันทั้งนั้น ดังนั้นจางอี้ิจะไม่ยอมพลาดโอกาสติดสอยหอยตามจางอี้เทาเด็ดขาด
“อาเทาให้ิเอ๋อร์ไปกับเ้าเถอะ แม่ว่าิเอ๋อร์คงจะหายแล้วจริง ๆ อีกอย่าง ิเอ๋อร์อาจจะมีอาหาร์มาช่วยครอบครัวเราอีกก็เป็ได้”นางหูเอ่ยเสียงเรียบ
“แต่ท่านแม่....”จางอี้เทาเตรียมคัดค้าน แต่ยังไม่ทันได้พูดสิ่งใด หูไป๋หงก็ชิงกล่าวออกมาก่อน
“แม่ว่าไม่เป็ไรหรอกิเอ๋อร์ ถ้าเ้ารู้สึกว่าไม่สบาย ให้บอกบิดาเ้าและต้องกลับมาบ้านทันที ห้ามฝืนเข้าใจหรือไม่”
“ท่านย่าข้าเข้าใจขอรับ ถ้าข้าไม่สบาย ข้าจะรีบบอกท่านพ่อแน่นอนขอรับ”
“ดีมากรีบไปรีบกลับ แม่จะทำอาหารเหมือนเมื่อคืนไว้ให้กิน เ้าสองคนพ่อลูกก็ระวังตัวด้วย”นางหูว่า
จางอี้เทาแอบถอนหายใจเขาเป็ห่วงเด็กน้อย ไม่อยากให้ขึ้นเขา แต่ในเมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ มาถึงขนาดนี้แล้วคงต้องยอมปล่อยไป
“ขอรับท่านแม่/ขอรับท่านย่า”สองพ่อลูกพูดพร้อมกัน ทว่าจางอี้เทาได้ฝากฝังอีกอย่างเอาไว้
“ท่านแม่ข้าฝากดูแลน้องหญิงด้วยนะขอรับ ข้าไม่อยากปลุกนาง อยากให้พักผ่อนมาก ๆ”
“ไม่ต้องเป็ห่วงเ้าขึ้นเขาให้สบายใจเถอะ”
“ขอรับเ้าตัวน้อย ไปกันเถอะ”
จางอี้เทาจูงมือบุตรชายออกจากบ้านพวกเขาเดินขึ้นเขาด้วยกัน ในระหว่างทาง สองพ่อลูกก็พูดคุยกันไปด้วย
“ท่านพ่อขอรับอีกนานหรือไม่ขอรับที่จะเข้าฤดูหนาว”
“อีกประมาณสามเดือน”
“แล้วฤดูหนาวมีหิมะไหมขอรับหรือแค่อากาศหนาวเย็นอย่างเดียว”
“หน้าหนาวก็ต้องมีหิมะตกสิลูกบางปีหิมะตกหนักหลายวัน สร้างความเสียหายให้ชาวบ้านมากมายเชียวล่ะ” จางอี้เทาตอบคำถามไปยิ้มไป“ิเอ๋อร์ เหตุใดลูกถึงอยากรู้ล่ะ”
“เพราะข้ากำลังสงสัยขอรับว่าบ้านของเราถ้าหิมะตกหลังคาจะยุบลงมาไหม บ้านจะอุ่นพอให้พวกเราหายหนาวไหมขอรับ”
“...” จางอี้เทาถึงกับหุบยิ้มลง
“ท่านพ่อคิดว่าหลังคาจะยุบลงมาไหมขอรับ”อี้ิถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบจากบิดาทว่าสีหน้าท่าทางของจางอี้เทาก็ถือเป็คำตอบได้แล้วว่าหลังคาต้องยุบลงมาแน่
“ท่านพ่อพวกเราสร้างบ้านใหม่กันดีไหมขอรับ ถ้าเราไม่รีบสร้างตอนนี้ พอถึงฤดูหนาว พวกเราจะไปอยู่ที่ไหนกันขอรับ”
“ิเอ๋อร์พ่อก็อยากสร้างบ้าน แต่เราไม่มีเงินแม้แต่อีแปะเดียวบ้านที่พวกเราอาศัยอยู่ตอนนี้ก็ได้ชาวบ้านมาช่วยกันสร้างให้ถ้าเรายังอยู่เมืองหลวง ถ้าพ่อยังเป็อาจารย์สอนหนังสือ ถ้าเราไม่ถูกโจรปล้นระหว่างทางพวกเราคงไม่ลำบากกันเช่นนี้” จางอี้เทาถึงกับถอนหายใจออกมา
‘ถ้าเรายังอยู่เมืองหลวงถ้าพ่อยังเป็อาจารย์สอนหนังสือ ถ้าเราไม่ถูกโจรปล้นระหว่างทางถ้าพ่อยังเป็อาจารย์สอนหนังสือ’
‘ถ้าพ่อยังเป็อาจารย์สอนหนังสือ’
เสียงบ่นปนน้อยใจในโชควาสนาของบิดาทำให้อี้ิถึงกับะโออกมาเสียงดัง
“ท่านพ่อเราสร้างบ้านได้โดยไม่ต้องใช้เงินสักอีแปะขอรับ”
“เ้าว่าอย่างไรนะิเอ๋อร์มันจะเป็ไปได้ยังไง พ่อยังไม่เคยได้ยินว่าการสร้างบ้านไม่ต้องเสียเงินมาก่อน”จางอี้เทาถามกลับด้วยความตื่นเต้น
จางอี้ิยกยิ้มหลังจากที่นอนคิดมาทั้งคืน เขาเห็นสมควรที่จะต้องสร้างบ้านอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ทนอากาศหนาวและหิมะที่กำลังจะมาถึงรวมทั้งเื่การตุนเสบียงและเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับฤดูหนาวด้วย
เขาค้นทุกรอยหยักในสมองเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้ค้นคว้ามาตลอดหลายปีในการรับจ้างหาข้อมูลให้นักเขียนจนเขาจำได้ถึงเื่การสร้างบ้านดินที่หลังคาทำด้วยไม้ไผ่มันสามารถแก้ปัญหาเื่นี้ได้ นับว่าตอบโจทย์ไม่น้อย แต่อีกปัญหานั่นคือแรงงานครอบครัวเขาไม่มีเงินแม้แต่อีแปะเดียวแล้วจะเอาเงินที่ไหนจ้างชาวบ้านให้มาช่วยสร้างบ้านดิน ถึงแม้ว่าวัสดุจะไม่ต้องซื้อแต่แรงงานก็ยังเป็ปัญหาอยู่ดี
นอนคิดพลิกตัวไปแปดแสนล้านตลบเขาก็หาคำตอบไม่ได้ แต่เมื่อครู่ท่านพ่อบอกว่า ถ้ายังเป็อาจารย์สอนหนังสืออยู่พวกเราคงไม่ลำบากเช่นนี้ ใช่แล้ว!! ท่านพ่อเคยเป็อาจารย์ ท่านพ่อรู้หนังสือแต่ชาวบ้านไม่รู้หนังสือถ้าท่านพ่อเสนอการสอนหนังสือให้ลูกหลานของชาวบ้านแลกกับแรงงานที่จะนำมาสร้างบ้าน แบบนี้ครอบครัวจางก็สร้างบ้านได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักอีแปะเพียงแต่ต้องใช้ความรู้ที่มีแลกมาเท่านั้น
“จริงขอรับชาว์มีการสร้างบ้านที่ทำจากดินและหลังคาทำจากไม้ไผ่ ข้าเคยเห็นมาขอรับแต่ข้าไม่เคยได้ทำด้วยตนเอง แต่ว่าข้ารู้วิธีทำนะขอรับ” จางอี้ิพูด
“ิเอ๋อร์ถ้าแค่ครอบครัวเราช่วยกันสร้างบ้านแบบที่ลูกว่า อีกกี่เดือนมันถึงจะเสร็จเล่า”
“ท่านพ่อเราก็ไปขอให้ชาวบ้านมาช่วยสร้างสิขอรับ”
“แต่ว่าบ้านหลังที่เราอาศัยตอนนี้ก็เป็ชาวบ้านมาช่วยสร้างให้ถ้าเราต้องไปขออีกครั้ง พ่อคิดว่าชาวบ้านคงไม่สะดวกมาช่วยเป็แน่เพราะพวกเขาต่างก็ต้องเตรียมรับมือฤดูหนาวเช่นกัน” จางอี้เทาตอบบุตรชายด้วยเสียงที่เปลี่ยนไปจากตอนแรกที่ตื่นเต้นว่าสามารถสร้างบ้านได้โดยไม่เสียเงินสักอีแปะ แต่พอมาคิดดูว่าต่อให้รู้วิธีก็ไม่มีเงินจ้างแรงงานให้มาช่วยอยู่ดี เสียงจึงแ่เบาในตอนท้าย
“เราไม่มีเงินจ้างชาวบ้านมาช่วยแต่เรามีสิ่งที่ชาวบ้าน้าขอรับท่านพ่อเพียงแค่ต้องนำข้อเสนอไปลองคุยกับชาวบ้านดูขอรับ”
“เรามีสิ่งที่ชาวบ้าน้าอย่างนั้นหรือแล้วพวกเรามีอันใดเล่าิเอ๋อร์ที่พอจะเอาไปแลกกับแรงงานได้” จางอี้เทาสงสัยในตอนนี้ครอบครัวจางแทบจะไม่มีอะไรเลยสักอย่าง
“ความรู้อย่างไรเล่าขอรับท่านพ่อเคยเป็อาจารย์สอนหนังสือ ชาวบ้านไม่รู้หนังสือถ้าท่านพ่อเสนอว่าจะสอนหนังสือให้ลูกหลานของพวกเขาเป็เวลาหนึ่งปีหลังจากพ้นฤดูหนาวนี้แลกกับการที่ชาวบ้านมาช่วยเราสร้างบ้าน ท่านพ่อว่าแบบนี้ชาวบ้านจะสนใจข้อเสนอหรือไม่ขอรับ”
“จริงด้วยทำไมพ่อถึงไม่เคยนึกถึงเื่นี้มาก่อน ิเอ๋อร์ เ้าช่างดียิ่งพ่อคิดว่าวิธีนี้อาจจะเป็ความคิดที่ดี ตอนเย็นพ่อจะลองเข้าไปคุยกับบ้านซุนให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านช่วยพูด ชาวบ้านอาจจะตกลงข้อเสนอนี้”
จางอี้เทาถึงกับยีมือไปบนศีรษะของบุตรชายด้วยความรักใคร่ั้แ่จางอี้ิฟื้นขึ้นจากการไปเที่ยวเมือง์ก็ดูเป็เด็กฉลาดขึ้นมาก
เดินคุยกันมาจนได้ข้อสรุปเื่การสร้างบ้านแล้วสองพ่อลูกก็มาถึงูเา ด้วยบ้านครอบครัวจางอยู่ท้ายหมู่บ้านติดกับแนวเขาอยู่แล้วจึงใช้เวลาไม่นานนัก
“ิเอ๋อร์อย่าเดินออกห่างไปไกลจากพ่อนะ เ้าอาจจะหลงป่าเอาได้”
“ขอรับท่านพ่อ” จางอี้ิรับคำและเดินสำรวจไปรอบๆ
บนูเาก็เหมือนละครที่เคยดูทั่วไปมีต้นไม้ที่เขาไม่รู้จักเต็มไปหมด ไม่มีไม้ผลที่บ่งบอกว่ามันกินได้ผักป่าส่วนมากตรงบริเวณนี้คงถูกชาวบ้านเก็บไปหมดแล้วเพราะอยู่แถบชายป่า ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมาแต่เช้าก็เถอะแล้วแบบนี้ครอบครัวจางจะเอาผักป่าที่ไหนมากินกันล่ะ
“ท่านพ่อขอรับแถวนี้ผักป่าถูกชาวบ้านเก็บไปหมดแล้ว ข้าว่าพวกเราลองเดินลึกเข้าไปอีกหน่อยดีหรือไม่ขอรับอาจจะเจอผักป่าก็เป็ได้”
“ก็ดีเหมือนกันนะพวกเราลองเดินเข้าไปลึกอีกสักหน่อยก็แล้วกัน”
จางอี้เทาเห็นด้วยกับบุตรชายแต่เดินมาตั้งนานแล้วก็ไม่มีวี่แววว่าจะเจอผักป่าหรืออาหาร์ที่ลูกชายน่าจะรู้จักเลย
จางอี้ิเดินสอดส่ายสายตาไปตามทางเขาและเดินออกมาจากบิดาโดยไม่รู้ตัวเด็กน้อยมัวแต่สงสัยว่าต้นไม้ต้นนี้ทำไมถึงสูงนักหรือทำไมต้นไม้ต้นนี้ใบแปลกเหลือเกินทำให้เดินไปข้างหน้าโดยไม่ได้ดูเท้าที่กำลังก้าวย่างลงไปก่อนที่จะ
“เหวออออออ”
จางอี้เทาที่ได้ยินเสียงบุตรชายร้องจึงรีบเดินมาตามเสียงเขาเห็นบุตรชายนอนแอ่งแม้งอยู่บนที่ราบลุ่มไหล่เขา คาดว่า อี้ิคงจะลื่นไถลลงไป
“ิเอ๋อร์เ้าเป็อันใดหรือไม่ าเ็ตรงไหนหรือเปล่า”
จางอี้เทาพยายามทรงตัวอย่างทุลักทุเลลงไปตามลาดไหล่เขาเพื่อช่วยบุตรชายที่ตอนนี้กำลังเอามือกุมศีรษะและชันตัวลุกขึ้นเมื่อเดินไปถึงตัว จางอี้เทาจึงจับบุตรชายพลิกตัวไปมาเพื่อสำรวจอาการาเ็
“ิเอ๋อร์ตอบพ่อ เ้าาเ็หรือไม่ มีอันใดิเอ๋อร์ เ้าอย่าทำให้พ่อใเช่นนี้”จางอี้เทาเอ่ยถามบุตรชายอีกครั้งหลังจากที่เห็นจางอี้ิทำตาโตจ้องมองข้ามตัวเขาไปไม่สนใจตอบคำถามของบิดาเลยแม้แต่น้อย พร้อมกับชี้นิ้วไปทางเื้ัของเขา
จางอี้เทาเหลียวหลังไปมองตามทางที่ลูกชายกำลังชี้บอกอยู่สิ่งที่เขาเห็นมันคือทุ่งหญ้าสีเขียวเป็พุ่มเล็กใหญ่สลับลดหลั่นกันไป มีดอกเล็กสีขาว ชูช่อดูสวยงาม
“ิเอ๋อร์เ้าเห็นสิ่งใด อย่าทำให้พ่อใได้หรือไม่”
“ท่านพ่อท่านไม่รู้จักต้นพวกนั้นหรือขอรับ”