อาณาจักรั
"รู้สึกว่า่นี้วังัจะคึกคักเป็พิเศษ"องค์าาพูดขึ้น
"ข้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับสะใภ้ทั้งคู่ของเรา โดยเฉพาะหลิงซาน ว่าสามารถล้มอี้เฟยลงได้ พระองค์มีความคิดเห็นเช่นไรบ้างเพคะ"
"ข้าว่ามันก็ดีมิน้อย คนไม่ค่อยเอาไหนอย่างอี้เฟยต้องเจอกับคนแบบหลิงซานถึงจะสมน้ำสมเนื้อ ส่วนเย่วซินก็ไม่เบาหรอกนะเ้าก็คอยดูไป" องค์าาพูดอย่างมั่นใจ
"ข้าก็คิดเช่นนั้น"
่นี้เป็่ที่วุ่นวายที่สุดของวังั เพราะอีกเจ็ดวันเท่านั้นก็จะถึงวันอภิเษกของโอรสทั้งสองของเผ่าั ซึ่งจะเป็วันเดียวที่องค์าาจะสละบัลลังก์ และแต่งตั้งโอรสทั้งสองเป็าาัในรุ่นต่อไป ให้ครองบัลลังก์ัเคียงคู่กัน ่นี้เลยเป็่ที่เย่วซินและหลิงซานเหนื่อยหน่อย ที่ต้องฝึกมารยาทขนบธรรมเนียมและอะไรหลายๆ อย่างที่พวกเขาไม่คุ้นเคยทำให้ทั้งคู่เบื่อหน่ายยิ่งนัก
"โอ๊ย... ท่านพี่ข้าเหนื่อยเหลือเกินหิวด้วย จะฝึกอะไรนักหนาเมื่อยจะแย่อยู่แล้วเนี่ย"
"เดี๋ยวข้าจะเรียกนางกำนัลให้ตั้งสำรับเลยดีหรือไม่"
"ดี ๆ ๆ ข้าหิวมาก"
ตอนนี้สำรับอาหารก็พร้อมอยู่ตรงหน้า แต่สิ่งที่ร่างบางทั้งสองเบื่อที่สุดคือ
"ท่านพี่ ข้าไม่อยากดื่มยานี่เลยมันขมจนข้ากลืนไม่ลง"
ร่างเล็กบ่นออกมา เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมเขาสองคนพี่น้อง ต้องดื่มยาต้มน้ำสีดำด้วย แถมรสชาติยังไม่เอาไหนขมปี๋อีกต่างหาก พอถามก็บอกว่าเป็ยาบำรุงร่างกาย พวกเขาก็แข็งแรงดีทำไมต้องดื่มด้วย แต่พอดื้อรั้นไม่ยอมดื่ม นางกำนัลบอกว่าเป็รับสั่งจากองค์ราชินีขัดมิได้ ก็เลยมานั่งถอนใจแบบนี้
"กินไปเถิดคงไม่ใช่ยาพิษหรอก หากเป็ยาพิษเ้ากับข้าคงตายไปนานแล้ว"หลิงซานไม่พูดอะไรอีกยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดถ้วย ก่อนจะทำหน้าเหยเกเพราะรสชาติที่ไม่เอาไหนของมัน แถมยังรู้สึกร้อนวูบวาบตั้งและลำคอจนถึงกระเพาะอาหาร และลามมายังช่องท้องทุกครั้งที่ดื่มเข้าไปอีก เขาจึงคิดว่าสงสัยยาคงแรงไป อี้เฟยและเฟยหลงยืนมองคนทั้งคู่ พร้อมสังเกตเห็นความเปลี่ยนเเปลงของทั้งสอง ก็เห็นว่า่นี้ร่างกายเริ่มจะเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็ผิวที่เปล่งปลั่งขาวใสมีน้ำมีนวลยิ่งขึ้น หน้าตาสดใสอิ่มเอิบกว่าเมื่อก่อนมาก
"ยาที่พวกเขาสองคนดื่มเข้าไปใกล้จะได้ผลเต็มทีแล้วล่ะอี้เฟย เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันอภิเษกแล้ว เ้าเตรียมตัวเตรียมร่างกายให้พร้อม คืนส่งตัวหากไม่สำเร็จคงได้ขายหน้าไปทั่วทั้งอาณาจักรเป็แน่"
"ข้าก็กังวลเื่นี้อยู่เช่นกัน ท่านพี่เขาดื้อเกินไปจริงๆ หากถึงเวลานั้นแล้วละก็ ต่อให้ต้องใช้กำลังบังคับข้าก็จะทำ"
ด้านของอาณาจักรมาร
หลังจากอี้เทียนหลง รัชทายาทของเผ่ามารได้ไปพบเห็นเย่วซินเข้า ก็เกิดต้องตาต้องใจในความงดงามของเย่วซินเข้า เลยอยากไปพบเจออีกครั้ง เขากำลังคิดหาวิธีที่จะได้พูดคุยกัน
เป็เวลาเดียวที่น้องชายคนเล็กเข้ามาหาเขาตอนนี้ร่างเล็กตรงหน้าอายุเพิ่งจะสิบหกมาไม่นาน ความน่ารักสดใสไร้เดียงสา ทำให้ทุกคนที่อาณาจักรมารแห่งนี้ ต่างก็รักและเอ็นดูยิ่งนัก
"ท่านพี่ ท่านทำอะไรอยู่รึ"
"ข้าก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เ้ามีอะไรกับข้ารึเปล่าล่ะเด็กน้อย"
ว่าพลางจับแก้มยุ้ยๆ ของคนตรงหน้าส่ายไปมา เล่นเอาคนที่ถูกเรียกว่าเด็กน้อยหน้างอง่ำไม่พอใจ
"ข้าโตแล้ว" พูดพลางทำปากยื่นแก้มป่องส่งมาให้ พี่ชายเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
"อ๊ะใช่จริงๆ ด้วย โตแล้วสินะ แล้วเ้ามีธุระอะไรกับข้ารึเปล่า"
เขาถามน้องชายออกไป
"คือข้า อยากขอตามท่านพี่ไปงานอภิเษกของอาณาจักรั
ด้วยจะได้หรือไม่"เซียวหลานร้องบอกความ้าออกมา เพื่อให้พี่ชายได้รับรู้ คนเป็พี่ปรายตามองมาเล็กน้อยก่อนจะถาม
"เ้าอยากไปรึ"
"ใช่ข้าอยากไป ท่านพี่ให้ข้าตามท่านไปด้วยนะ ข้าสัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่ซนเลยจริงๆ สาบานได้ ท่านพี่พาข้าไปด้วยนะ"
ร่างเล็กอ้อนขอพี่ชาย คนตัวโตมองหน้าน้องเล็กก่อนจะพยักหน้ารับคำ เพราะแค่เห็นท่าทางที่มองมาทางเขาอย่างมีความหวัง ทำให้ผู้เป็พี่ใจอ่อนยวบลงทันที หลังจากรอคอยคำตอบเสียนานสุดท้ายก็สมใจตน
"เย้... ท่านพี่ใจดีที่สุดเลย ข้ารักท่านพี่ที่สุด"ร่างเล็กะโโลดเต้นยิ้มหวานออกมาอย่างดีอกดีใจ
"แล้วพ่อกับพี่รองล่ะ เ้ามิได้รักใคร่แม้เพียงน้อยนิดเชียวหรือ แบบนี้มันน่าน้อยใจนัก"ร่างเล็กหันไปมองตามเสียง ก็เห็นบุคคลสำคัญอีกสองคนกำลังตรงมาทางเขากับพี่ใหญ่
"ท่านพ่ออย่าน้อยใจไปเลย ข้ารักพวกท่านเท่ากันหมด รักที่สุดในชีวิตเลย"ตอบพลางวางใบหน้างามน่ารักลงบนไหล่หนาของผู้เป็บิดา พร้อมถูไถไปมาอย่างออดอ้อน ก็เพราะขี้อ้อนแบบนี้ เลยกลายเป็ที่รักและเอ็นดูของทุกคนในอาณาจักร โดยเฉพาะบุรุษทั้งสามคนที่อยู่ใกล้ร่างเล็กในตอนนี้
องค์าามองบุตรชายจอมขี้อ้อนด้วยสายตารักใคร่ พลางคิดย้อนไปเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาได้รับาเ็สาหัส เพราะกลลวงของพวกฏ ที่หลอกล่อให้เขาออกจากอาณาจักรไป โดยไม่คิดว่ามันจะเป็กับดัก เขาถูกลอบทำร้ายและตามฆ่า จนได้รับาเ็ต้องหนีหัวซุกหัวซุน
ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากสามีและภรรยาคู่หนึ่ง ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเอาไว้จนอาการาเ็ดีขึ้นมาก จึงเตรียมตัวกลับอาณาจักรตน แต่มันกลับเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกผิดจนถึงทุกวันนี้ พวกมันแกะรอยตามหาเขาจนเจอ สองสามีภรรยาจึงช่วยเขาไว้อีกครั้ง
"ท่านหนีไปซะ ข้ากับเมียจะล่อมันไปทางนั้นส่วนท่านไปทางนี้ ไปรีบหนีไป"
"ไม่ได้มันจะต้องฆ่าพวกเ้าแน่ อย่าได้มาเสี่ยงชีวิตเพราะข้าเลย คิดถึงลูกชายเ้าสิ เขายังเล็กนัก"
เขาพูดออกมาพลางมองไปยังเด็กน้อย ที่ยังแบเบาะอย่างสับสน
"ข้าขอร้องท่านหนีไปซะ เพราะหากขาดท่านไปสักคน บ้านเมืองคงได้พินาศเพราะน้ำมือคนชั่วช้าเป็แน่"
"นี่พวกเ้ารู้ว่าข้าเป็ใคร"เขาถามอย่างสงสัย
"ข้าต้องขออภัยด้วย ข้าบังเอิญเห็นป้ายทองคำที่ติดตัวท่านมา"
เขาเข้าใจในทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ ป้ายทองคำสลักลวดลายสวยงาม บ่งบอกถึงฐานะของผู้เป็เ้าของมันได้เป็อย่างดี
"ชีวิตของพระองค์มีค่ามากกว่าพวกข้านัก ข้าขอร้องหนีไปซะ แต่ข้ามีเื่อยากรบกวนอยู่เพียงเื่เดียวเท่านั้น"
"พวกเ้ามีอะไรก็พูดมาเถิด"เขามองหน้าทั้งคู่ก่อนจะเอ่ยถาม
"ขอให้พระองค์พาบุตรชายของข้าหนีไปด้วย ข้าฝากให้ท่านดูแลเขาแทนพวกข้าสองคนด้วย"สิ้นเสียงของสองสามีภรรยา ก็มีเสียงเอะอะใกล้เข้ามาทางที่พวกเขาหลบอยู่ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มันเหมือนเป็การบีบบังคับ ให้เขาต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ก่อนที่อะไรๆ มันจะแย่ไปกว่านี้
"ข้ารับปากพวกเ้า ว่าข้าจะรักและดูแลเขาให้ดีที่สุด เพราะั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป เขาคือบุตรชายคนเล็กของข้าอีกคน"
"ขอบพระทัยที่พระองค์เมตตาบุตรชายข้าเยี่ยงนี้ แค่นี้พวกข้าก็หมดห่วงแล้วหนีไปเสียเถิดเร็วเข้า"สิ้นเสียงของสองคนนั้น เขาก็รีบคว้าตัวเด็กจากผู้เป็แม่เอามาอุ้มไว้แนบอก
"ไปอยู่กับพ่อนะ เซียวเอ๋อร์"
ั้แ่นั้นมา เด็กคนนั้นก็ได้เข้ามาเป็สมาชิกอีกคนของวังแห่งนี้ ในฐานะองค์ชายน้อยเซียวหลาน เป็ที่รักของทุกคนในที่นี้
วังั
เย่วซินนั่งไม่ติดที่เอาเสียเลย ตอนนี้ได้แต่เดินวกไปวนมาในตำหนักอยู่นานมากแล้ว เพราะคงเหลือเวลาอีกสองวันเท่านั้นตัวเขาก็จะต้องเข้าพิธีสมรสกับเฟยหลง แต่เขายังยอมรับไม่ได้ เพราะยังไม่พร้อมที่จะเป็ชายาของใครทั้งนั้น เขายังรักหนิงอันอยู่มาก ไม่สามารถลืมนางได้เลยและยังคงหวังเอาไว้ว่าตนจะต้องคิดหาหนทางหนีไปจากที่นี่ แล้วรับคนรักหนีไปด้วยกัน ถึงตอนนั้น ัตนนี้คงเลิกคิดที่จะบังคับและหาคู่เอาเสียใหม่
แค่นี้เขาและคนรักก็จะไม่ต้องพรากจากกันแล้ว เขาวางแผนที่จะหนีไปจากที่นี่พร้อมน้องชาย อย่างไรเสียเขาจะไม่ปล่อยให้หลิงซานต้องอยู่ที่นี่คนเดียวอย่างแน่นอน จึงเรียกหลิงซานมาวางแผนที่จะหนีไปในคืนนี้
"ท่านพี่ จะเอาอย่างนี้จริงๆ หรือ"
"หรือเ้าจะอยู่ที่นี่ จะยอมเป็ชายาของเ้าคนปากเสียนั่น เช่นนี้ข้าก็จะไปคนเดียว"
"ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ข้าจะไปกับท่านด้วย ข้าก็ไม่อยากแต่งกับเ้างูบ้าตัณหานั่นหรอก พิลึกจริงๆ เชียว แต่งกับผู้ชายด้วยกัน แล้วมันจะมีลูกไว้สืบสกุลได้ไงวะ"หลิงซานบ่นออกมาอย่างไม่เข้าใจคนที่นี่เลย
(ให้ตายสิไอ้งูลามก กับผู้ชายด้วยกันก็ไม่เว้น แล้วถ้าต้องแต่งจริงๆ ล่ะ จะเข้าหออย่างไรแล้วต้องทำยังไงวะ ยี้... คิดแล้วขนลุกเว้ย เลิกฟุ้งซ่านได้แล้วไอ้ซานวุ้ย)
ร่างเล็กยืนคิดเื่นี้อย่างสยองพองขน ก่อนจะบอกตัวเองว่าเลิกคิดฟุ้งซ่านเสียที แล้วแผนการทุกอย่างก็เข้ามาฝังอยู่ในหัวของร่างเล็ก เพียงแต่รอเวลาเท่านั้น รอให้มืดค่ำเสียก่อนพวกเขาจะค่อยๆ หลบไปอย่างเงียบๆ
ในขณะนี้ก็ดึกมากพอที่จะให้สองพี่น้อง แอบย่องออกจากตำหนักอย่างเงียบเชียบ เพราะร่างกายที่เล็ก และความว่องไวเฉพาะตัว ทำให้พวกเขาสามารถย่องออกไปได้อย่างง่ายดาย ทั้งคู่หลบหลีกพวกทหารยามออกมาได้สำเร็จ
ตอนนี้ได้ออกมายืนอยู่นอกวังัแล้ว แต่ก็ยังไม่ปลอดภัยอยู่ดี เพราะเขาสองคนยังอยู่ในเขตอาณาจักรั คงต้องรีบเร่งออกไปให้พ้นอาณาจักรแห่งนี้เสีย ก่อนที่ทุกคนจะไหวตัวทัน จึงตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึก มากกว่าจะเสี่ยงเดินไปทางที่มีบ้านคนเรียงรายอยู่ หากเฟยหลงและอี้เฟยรู้เข้า คงออกตามหาเขาบริเวณนอกรั้ววังก่อนเป็แน่ แต่กว่าจะหาร่องรอยเจอ พวกเขาคงไปได้ไกลแล้ว
"เราจะไปทางไหนต่อท่านพี่"หลิงซานปาดเหงื่อที่ไหลบนใบหน้าออกพลางหอบแฮกๆ เย่วซินก็เช่นกันพวกเขามีเหงื่อท่วมตัว เพราะรีบหนีออกมาให้ไกลที่สุด จนตอนนี้ทั้งคู่ก็พ้นจากอาณาจักรัแล้ว หากเย่วซินตัวคนเดียวคงไม่เหนื่อยขนาดนี้ เขาคงใช้พลังในกายช่วยให้ตนไปถึงที่หมายเร็วขึ้น หากแต่มีหลิงซานอยู่ด้วยเลยต้องล้มเลิกความคิดไป
"ขอข้าคิดดูก่อน"เย่วซินตอบออกมา พลางหันไปมองรอบๆ อย่างสับสน เขาเองก็ตอบไม่ได้เช่นกัน ั้แ่เกิดมาเคยออกจากเผ่าหงส์ไฟเสียที่ไหน อยู่แต่ในเขตค่ายกลเวทย์ก็เท่านั้น เขาจึงจับต้นชนปลายไม่ถูก จับทางกลับบ้านไม่ได้ สุดท้ายเลยเลือกเดินไปทางทิศเหนือ เพราะเคยได้ยินท่านพ่อเอ่ยมาครั้งหนึ่ง ว่าระหว่างเผ่าหงส์ไฟและเผ่าัจะอยู่ตรงข้ามกัน เผ่าัอยู่ทิศใต้เผ่าหงส์ไฟอยู่ทิศเหนือทำนองนี้
"เอาล่ะลองเสี่ยงดู เพราะไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้อีกแล้ว"เย่วซินพูดออกมา
"ท่านพี่เราจะหาทางกลับบ้านได้หรือไม่ ถ้ากลับไปแล้วพวกเขาจะไม่ตามมาหรือ"
"ตามมาซิ เพราะฉะนั้นเราต้องรีบกลับไปรับหนิงอัน แล้วพานางหนีไปด้วยกัน"ร่างบางทั้งคู่ตัดสินใจเร่งเดินทาง เพื่อจะไปรับตัวคนรักหนีไปด้วยกัน ในขณะที่เฟยหลงและอี้เฟยยังไม่รู้ตัว การเดินทางแบบสุ่มๆ มุ่งตรงไปทางทิศเหนือเท่านั้น จนในที่สุดก็สามารถมาถึงเขตค่ายกลเวทย์ ที่มีเผ่าหงส์ไฟอยู่ด้านในค่ายกลแห่งนั้น
ร่างบางก้าวย่างข้ามเขตไปยังอีกฝั่ง พร้อมน้องชายอย่างยินดีที่ตนกลับมาถึงบ้านจนได้ ที่นี่ยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม เขารีบลากน้องชายตรงไปยังบ้านของคนรักทันที
"ในที่สุดพวกเราก็กลับมาถึงบ้านสักที"เย่วซินพูดอย่างยินดี พลางหันไปมองหน้าน้องชาย แต่รอยยิ้มยินดีก็ต้องหยุดชะงักทันที ที่มองเห็นสีหน้าเศร้าหมองของน้องชาย
"หลิงซานเ้าเป็อะไรไป"
"ข้าอยากกลับบ้าน"
"ก็นี่ไงบ้านเ้า"
"ไม่ใช่ข้าหมายถึงบ้านที่ข้าจากมา ข้าอยากกลับไป"
เย่วซินหมดคำพูด เพียงแค่ใช้มือตบลงบนบ่าเล็กเบาๆ เพื่อเป็การปลอบใจแทน
"เรารีบหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดจะดีกว่า ไปหาหนิงอันกัน"
เวลาต่อมา ทั้งสองได้มายืนอยู่หน้าบ้านของหนิงอันอย่างที่้า เย่วซินค่อยๆ ย่องไปทางหน้าต่างห้องหญิงสาวทันที ก่อนที่จะใช่มือทุบหน้าต่างเบาๆ กลัวว่าบิดาของนางจะตื่นขึ้นมาเจอเข้า รออยู่เพียงไม่นานหน้าต่างบานนั้นก็เปิดออก ปรากฏร่างงามระหงของหญิงคนรัก ทั้งคู่ต่างสบตากัน แต่ต่างความรู้สึก คนหนึ่งส่งความคิดถึงท่วมท้นออกมาทางสายตา อีกคนหนึ่งมองเห็นเพียงความใเท่านั้น เย่วซินส่งยิ้มไปให้หญิงคนรัก อย่างยินดีที่ได้พบเจออีกครั้ง แต่เขารู้สึกว่ามันมีอะไรเปลี่ยนไป
"เย่วซิน เ้ามาที่นี่ได้อย่างไร"
ร่างบางถามด้วยความใ ที่เห็นเย่วซินกลับมาที่นี่พร้อมหลิงซาน เย่วซินไม่พูดอะไรต่อ เอื้อมมือไปคว้าข้อมือของคนรักเอาไว้
"เ้าไม่ต้องถามอะไรข้าในตอนนี้ ไปกับข้าเถิดหนิงอัน เราจะหนีไปอยู่ด้วยกัน"
"เดี๋ยวเย่วซินเ้าจะทำอะไร ปล่อยข้าก่อน"นางขืนตัวเอาไว้จากแรงดึงรั้งของคนตรงหน้า
"มีอะไรหรือเปล่าหนิงอัน ข้าว่าเ้าดูแปลกไปมาก"
"คือข้าไปกับเ้าไม่ได้หรอกเย่วซิน ไปไม่ได้"
หญิงสาวมีสีหน้าสลดลงไปมาก ใบหน้างามก้มลงชิดอกตน เพียงไม่นานน้ำตาก็ไหลอาบใบหน้าสวย นางพูดกับเย่วซินพร้อมเสี่ยงสะอื้น มือบางทุบตีอีกฝ่ายอย่างอัดอั้นในใจ
"ฮึก ฮือ... เ้าไปอยู่เสียที่ไหน ทำไมเพิ่งมาเอาตอนนี้ เ้าทิ้งข้าไว้ข้างหลังเพียงลำพัง รู้หรือไม่ว่าข้าเ็ปแค่ไหน มันทรมานจนแทบขาดใจ ฮือ... คนใจร้ายทำไมเพิ่งมาเอาตอนนี้ ฮือ... ทำไม!! ทำไม!! "
"ข้าขอโทษเ้าด้วย ข้าไม่คิดที่จะทอดทิ้งเ้าเลยแม้แต่น้อย ข้าคิดถึงเ้าทุกลมหายใจไปกับข้าเถิดหนิงอัน ข้าจะใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อชดเชยให้เ้า"
"มันสายไปแล้วเย่วซิน มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว เ้ากลับไปเสียเถิด ถึงเราจะหนีไปด้วยกัน แต่เ้าไม่มีวันหนีคู่ของเ้าพ้นหรอก"
นางพูดออกมา เพราะรู้ถึงความดื้อดึงของอีกคนเป็อย่างดี ว่าคงหนีมาเป็แน่ แต่เย่วซินไม่ยอมรับฟัง คาดคั้นถามอีกฝ่ายให้ได้คำตอบ
"มันยังไม่สาย เราหนีไปจากที่นี่ไปอยู่ที่อื่นกันเถิด ข้ารักเ้าหนิงอัน"
"หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วเย่วซิน แล้วกลับไปซะ!! "
เย่วซินมองหน้าหญิงคนรักอย่างผิดหวัง ใบหน้างามซีดเผือด ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
"ทะ-ทำไม หนิงอันเ้าบอกข้ามา ว่าทำไม"
"ข้าออกเรือนแล้ว เ้าได้ยินรึไม่เย่วซิน! "
"จะ-เ้าว่าอย่างไรนะหนิงอัน"ร่างบางถามออกไปด้วยใบหน้าซีดเผือด สีหน้าผิดหวังเสียใจของเย่วซิน มันเผยออกมาให้เห็นจนหมดสิ้น
"เ้าล้อข้าเล่นใช่หรือไม่ เ้าไม่ได้หมดรักข้าใช่หรือไม่หนิงอัน เ้าตอบมาสิตอบข้ามา"เย่วซินจับร่างหญิงคนรักเขย่าอย่างลืมตัว เขาเผลอใช้ความรุนแรง จนหนิงอันต้องหน้านิ่วเพราะเ็ป
"ปล่อยข้านะเย่วซิน ข้าเจ็บปล่อย!! "
"ปล่อยนางเถิดเย่วซิน หากเ้าจะหาคนผิดข้ายอมรับมันทั้งหมด"
"จะ-เ้า หยางหลิวนี่มันอะไรกัน"เย่วซินมองหน้าสหายตนอย่างรู้สึกผิดหวัง สายตาหวานมองเพื่อนรักอย่างเจ็บร้าวในอก เขาพอจะเดาอะไรได้บ้างแล้ว เพราะตอนนี้หยางหลิวอยู่กับหนิงอัน หากไม่ใช่สามีภรรยาจะอยู่บ้านเดียวกัน ห้องเดียวกันตอนดึกดื่นเช่นนี้ได้อย่างไร
"พวกเ้าสองคนหักหลังข้า พวกเ้าทำกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไรกัน หยางหลิวเ้าไม่ใช่สหายข้าหรืออย่างไร"
เย่วซินบรรยายความรู้สึกตนเองไม่ได้ ว่าเสียใจและผิดหวังขนาดไหน ใบหน้างามเปื้อนไปด้วยน้ำตา สายตาหวานจ้องมองคนรักกับสหายนิ่งนาน เขาหมดหวังแล้วจริงๆ วิมานที่เคยวาดฝันเอาไว้ พังทลายลงมาอย่างไม่เหลือชิ้นดี
"ขอโทษ"
หยางหลิวพูดได้แค่นี้จริงๆ เขาก้มหัวให้เย่วซินจนศีรษะจรดพื้น ขอโทษอีกฝ่ายอย่างสำนึกผิด ที่ตนฉวยโอกาสตอนที่หนิงอันอ่อนแอที่สุด ปลอบจนอีกฝ่ายใจอ่อนจนยอมออกเรือนด้วย เขาคิดว่าเย่วซินคงไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว และไม่อาจทนเห็นหนิงอันจมอยู่กับความเศร้าโศกได้อีกต่อไป
"ฮึก ไอ้เพื่อนทรยศ เสียแรงที่ข้าไว้ใจเ้า! "หลิงซานยืนมองเหตุการณ์อยู่นานแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าเพื่อนรักจะมาแตกแยกเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง ร่างเล็กตรงเข้าไปจับตัวพี่ชายเอาไว้ เพราะตอนนี้พี่ชายตนกำลังขาดสติถลาเข้าไปทำร้ายหยางหลิว เย่วซินดิ้นรนให้น้องชายปล่อยตน
"ปล่อยข้านะ ข้าจะไปเอาเืหัวมันออกไอ้เพื่อนเลว"
"ท่านพี่ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูดกัน ท่านจะไม่ฟังเหตุผลของพี่หยางหลิวก่อนหรือไง"
"ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น!! "
"เ้าจะอาลัยอาวรณ์อะไรหนักหนา ต่อให้เ้าดิ้นตายอยู่ตรงนี้ นางก็ไม่มีวันกลับมาหาเ้าได้อีกแล้ว กลับบ้านเราเถิดนะเย่วเอ๋อร์"
เสียงทรงอำนาจดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมองทางต้นเสียง ก็เจอเข้ากับบุรุษรูปงามท่าทางน่าเกรงขามสองคน ที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ ที่เคยพบเจอมาครั้งหนึ่งตอนที่มีพิธีผูกชะตา
"าาั" หยางหลิวและหนิงอันก้มหัวให้อีกฝ่าย เพื่อเป็การเคารพและให้เกียรติ อี้เฟยและเฟยหลงพยักหน้ารับเล็กน้อย
ก่อนจะตรงไปยังเป้าหมายของทั้งคู่ อี้เฟยตรงเข้าไปล็อคตัวหลิงซานเอาไว้ เกรงว่าร่างเล็กจะหนีไปอีกครั้ง
"จับตัวได้เสียที หมดเวลาเที่ยวเล่นซุกซนแล้วล่ะเสี่ยวไป๋ ได้เวลากลับบ้านแล้ว"
"ไม่ข้าไม่กลับไปกับท่านเด็ดขาด"ร่างเล็กพูดด้วยความกลัว หากเขากลับไปคราวนี้ คงต้องโดนเ้างูลามกนี่หาเื่ลงโทษเขาเป็แน่
"แต่เ้าต้องกลับ กลับไปเข้าพิธิอภิเษกกับข้า"เสียงที่ร่างสูงพูดออกมามันฟังดูแหบพร่าชอบกล พาให้รู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ
"เย่วเอ๋อร์”เสียงที่คุ้นหูเอ่ยออกมา เย่วซินรู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องหันไปมอง เสียงทรงอำนาจเอ่ยกับร่างบางอย่างอ่อนโยน เขาแทบคลั่งที่รับรู้ว่า ร่างบางแอบหนีออกจากอาณาจักรของตน เขาจึงใช้ดวงจิตรัเพ่งมองหาร่างบางว่าอยู่ที่ไหน อยากจะโกรธอยากจะลงโทษให้หลาบจำ แต่เมื่อเห็นน้ำตาบนใบหน้างามก็พาให้ใจอ่อน ตัดใจซ้ำเติมอีกฝ่ายไม่ลง
"ท่านมาทำไม"ร่างบางเอ่ยทั้งน้ำตานองหน้า
"ข้ามารับเ้ากลับบ้าน"ร่างสูงเอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยนที่สุด หวังเพียงให้อีกฝ่ายยอมกลับไปกับเขาแต่โดยดี เขาไม่อยากรุนแรงกับคนตรงหน้าเลยแม้เพียงน้อยนิด เพราะตอนนี้คนตรงหน้าเปราะบางเหลือเกิน แต่เขาคิดผิด
"ที่นี่คือบ้านของข้า ท่านกลับไปซะ! "เย่วซินตวาดออกไปอย่างเกรี้ยวกราด เฟยหลงพยายามข่มอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นเอาไว้อย่างสุดความสามารถพยายามตะล่อมให้ร่างบางยอมกลับไป โดยที่เขาไม่ต้องใช้กำลังหักหาญน้ำใจของอีกฝ่าย
"เ้าเป็คู่ของข้า ต่อไปนี้บ้านเ้าคือวังั อีกสองวันก็จะถึงพิธีอภิเษกแล้ว อย่าบังคับให้ข้าต้องใช้กำลังกับเ้าเลยนะเย่วเอ๋อร์ กลับไปกับข้าเถิด"
"ไม่ ข้าไม่กลับ คนชั่วไปตายซะ เพราะท่านทำให้เื่มันลงเอยเช่นนี้ ข้าเกลียดท่านไสหัวไป! "ร่างบางะโใส่หน้าร่างสูงอย่างไม่ไว้หน้า ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ต่างตกตะลึงกับการกระทำที่ไม่เกรงกลัว ต่อาาัเลยสักน้อยนิด เฟยหลงบดกรามตัวเองจนขึ้นเป็สันนูน เขากำลังควบคุมตนเองอย่างมากที่จะไม่เผลอตัวใช้ความรุนแรง แต่ดูอีกฝ่ายจะไม่ยอมลงให้เขาเลย
"เย่วซินเ้ากลับไปเสียเถิด อย่างไรแล้วเื่ของเราก็เป็ไปไม่ได้ ตัดใจจากข้าซะ"หนิงอันเกลี้ยกล่อมให้อดีตคนรักกลับไป ก่อนที่นี่จะพังพินาศด้วยแรงโทสะของัตนนี้เข้า
"เ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ในเมื่อหมดรักข้าแล้วเราก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก"ร่างบางที่ตอนนี้น้ำตาได้แห้งหายไปแล้ว แต่มันหวนกลับมา และไหลอาบแก้มขาวอีกจนได้ หนิงอันก็เช่นกัน ลึกๆ แล้วนางยังรักเย่วซินมาก ไม่อาจตัดใจได้ในเร็ววันหรอก
"เย่วซิน ข้าขอโทษ ฮึกๆ ฮือ... "ต่างคนต่างร้องไห้ ความอาลัยอาวรณ์กันและกันไม่เคยจางหายไป
ร่างบางเดินออกมาอย่างสิ้นหวัง ดวงตาหวานแดงก่ำเนื่องจากร้องไห้อย่างหนัก กำลังมองไปด้านหน้าอย่างเลื่อนลอย ไร้จุดหมาย เฟยหลงรีบตามไปทันทีเพราะความเป็ห่วง ก่อนจะเข้าไปขวางหน้าเอาไว้ ดวงตาสวยเหลือบขึ้นมามองเขาอย่างยากจะเดาความรู้สึก
"กลับไปกับข้าเถิด เย่วเอ๋อร์"
"ข้าไม่กลับ ท่านกลับไปซะ"เฟยหลงสุดจะทนแล้วจริงๆ มือหนาคว้าตัวเย่วซินเอาไว้ แต่ร่างบางขัดขืนไม่ยอมกลับท่าเดียว
"เ้าจะอาวรณ์ต่อนางไปถึงเมื่อไร นางมีครอบครัวมีสามีแล้ว เ้าควรเลิกรักนางได้แล้ว! "
"มันเป็เพราะใครหากไม่ใช่ท่าน! ท่านทำลายชีวิตข้า ข้าเกลียดท่าน! "ร่างบางผลักร่างสูงออกก่อนที่จะวิ่งตรงไปข้างหน้า เพราะเขาคุ้นเคยกับที่นี่เป็อย่างดี ถึงเส้นทางจะมืดจนมองไม่ค่อยเห็น แต่เขาก็รู้ว่าหนทางข้างหน้ามันสิ้นสุดลงที่ใด
ในขณะนี้ร่างบางได้มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผาสูงชัน มองลงไปเบื้องล่างเป็แม่น้ำไหลเชี่ยวกราก ร่างบางมองลงไปด้วยสายตาเลื่อนลอยสับสน เฟยหลงที่ตามร่างบางมา ถึงกับหยุดชะงัก หัวใจหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันเต้นอย่างบ้าคลั่ง บีบรัดจนเ็ปร้าวไปทั้งอก ใบหน้าคมซีดเผือดอย่างหวาดกลัวกับสิ่งที่ตนคิด คิดว่าร่างบางจะทิ้งตัวลงจากหน้าผาแห่งนี้ และความเป็ไปได้ก็สูงเสียจนน่าใจหาย
"เย่วเอ๋อร์เ้ามาหาข้า... ได้โปรด กลับมาหาข้า ขะ-ขอร้อง"
ร่างสูงอ้าแขนรอ เพียงหวังให้ร่างบางก้าวเดินออกมาจากตรงนั้น แค่เดินมาหาอ้อมแขนของเขา เขาก็พร้อมที่จะแลกทุกอย่าง หากแต่มันก็ไม่ได้เป็อย่างที่คาดหวังเอาไว้
เย่วซินไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเขาเลย เอาแต่จ้องมองลงไปเบื้องล่างเพียงอย่างเดียว ตอนนี้ความตึงเครียด และความกดดัน มันตกมาอยู่ที่ร่างสูงแต่เพียงผู้เดียว โดยที่ร่างเล็กไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเลย
ดวงตาหวานหันมาจ้องดวงตาคมนิ่ง ในดวงตากลมมีแต่ความเลื่อนลอย ความว่างเปล่าเสียจนร่างสูงหมดหวัง เมื่อเห็นแววตาท้อแท้ สิ้นหวังของคนตรงหน้า
"เย่วเอ๋อร์ กลับมาหาข้า ข้ายอมแล้วยอมเ้าทุกอย่าง"
วงแขนแข็งแรงยังคงกางออก เพื่อรอรับร่างบางอย่างมีความหวัง ถึงแม้ว่ามันจะมีเพียงน้อยนิดก็ตาม ร่างบางหลับตาลงช้าๆ ก่อนจะลืมขึ้นมาอีกครั้งอย่างตัดสินใจ
"มันสายไปแล้วที่ท่านจะให้อิสระแก่ข้า"
ในตอนนี้ร่างสูงมองเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวจากคนตรงหน้า จึงตัดสินใจกระโจนเข้าไปหา เพราะหนทางที่ร่างบางเลือก มันจะทำให้คนตรงหน้าหายไปจากชีวิตเขาตลอดไป ซึ่งเขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็อันขาด
"มะ-ไม่นะเย่วเอ๋อร์ ไม่ ไม่ อย่า... !! "