
QR CODE WEBTOON และนี่คือิญญาคุณชายสุดเฮี้ยนกับนายนักเขียนสยองขวัญ
ขอฝากเวอร์ชั่นเว็บคอมมิคไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะครับ

____________________________________
ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง คิด เสือ ต่าย ประชุมกันอยู่นานกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังกึกกักมาจากด้านนอก คิดนั่นรีบชะโงกหน้าหาต้นต้อเสียงอย่างสนใจใคร่รู้ เขาลุกจากวงสนทนาไปพร้อมเจ้าอานูบีส ส่วนสองบรรณาธิการก็เลือกที่จะไม่หันไปมอง นั่งอย่างนิ่ง ๆ ดวงตาสบกันด้วยความหวาดระแวงว่าจะเป็นผีหลอก“สวัสดีจ้ะคิด สวัสดีนะคะทุกคน” เสียงทักทายทำให้สองสุภาพบุรุษที่ยังนั่งอยู่ภายในห้อง 704 เปลี่ยนความคิด เมื่อได้ยินเสียงหวานใสแจ๋วสองบรรณาธิการก็ถึงกับเหลียวหลังไปดูว่าเป็นผู้ใดมาหาคิดนั่นคือ วิมล จากชั้นที่ 14 นั่นเอง เธอมาด้วยชุดหมีรัดรูปเหมือนพวกช่างใส่กัน ในสายตาคิด เจ้าตัวดูท่าทางทะมัดทะแมงอย่างยิ่ง“คุณวิมล สวัสดีครับ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ?” คิดถามผู้มาเยือน“น้ามาเปลี่ยนลูกบิดกับบานประตูให้จ้ะ” ร่างผิวแทนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม มือข้างหนึ่งถือกบไฟฟ้า หน้าห้องก็มีบานประตูบานใหม่มาวางไว้พร้อมแล้ว “รบกวนระหว่างทำงานกันหรือเปล่าหนุ่ม ๆ เดี๋ยวน้าจะรีบทำให้เสร็จเลย เสียงอาจจะดังนิดหน่อยนะจ๊ะ” “โอ๊ะ อ้อ ช่างเฟอร์นิเจอร์เป็นน้าวิมลเองหรือครับ” คิดกล่าวเพราะไม่นึกไม่ฝันว่าผู้เปลี่ยนบานประตูจะเป็นคนรู้จักใกล้ตัวเช่นนี้ “เชิญครับ เดี๋ยวผมช่วยยก” กล่าวพลางจะไปยกประตูแต่ถูกมือเล็ก ๆ แบมือกันไว้“แหม แหม สบายมากจ๊ะ ไม่เป็นไรหรอก น้าจัดการเอง” เธอพูดบอกปัด ในข้อมือของวิมลมีถุงผ้ารักษ์โลกอยู่ใบหนึ่ง เธอยื่นมันให้คิด กลิ่นหอมของอาหารลอยออกมาเตะจมูกทุกคนในทันที “พอดีมิวลูกชายน้า หนูเรวดี เวิร์คแล้วก็ป้านงค์มาเล่าให้ฟังเรื่องที่เกิดให้น้าฟังแล้วล่ะ น้าตกใจเรื่องคุณธวัชชัยมากเลยน้องคิด น้าเลยทำส้มตำมาให้ทานด้วย ถือว่ามารับขวัญเพื่อนร่วมคอนโดก็แล้วกันนะ” วิมลกล่าว“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณวิมล ผมเกรงใจ” นักเขียนหนุ่มยิ้มรับไมตรี เกรงใจจนไม่ได้รับถุงผ้าอีกฝ่าย “ไหนจะเรื่องเปลี่ยนประตูด้วย” “ไม่ได้นะ ผู้ใหญ่ให้เนี่ยรับไว้เถอะ จะได้ไม่เสียน้ำใจน้า” ช่างเฟอร์นิเจอร์ยืนกรานด้วยเสียงนุ่ม ยื่นถุงใส่ส้มตำมาให้ “ส่วนเรื่องประตูเนี่ยน้าได้ค่าแรงจากป้านงค์แล้วจ้ะ” “ขอบคุณมากครับ” คิดรับถุงไมตรี จังหวะนั้นวิมลก็ก้มไปยกบานประตู เธอแข็งแรงอย่างน่าอัศจรรย์จนหนุ่มนักเขียนนับถือ เพราะบานประตูใหญ่กว่าเธอพอสมควร“เท่าที่น้ารู้จักคุณธวัช แกก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอกจ้ะ บางทีคงหลงผิดไปชั่วครู่” วิมลกล่าวพลางจัดการเรื่องประตูอย่างรวดเร็ว “เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยนะจ๊ะน้องคิด” “ทุกอย่างคลี่คลายด้วยดีก็โอเคแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบ“ถ้าลองได้อยู่กับคุณอนงค์ก็กำราบกันอยู่จ๊ะ คู่นี้ฟัดกันมานานแล้ว” ช่างเฟอร์นิเจอร์เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม เธอเปิดบานประตูเสียสองสามรอบจนแน่ใจแล้วจึงเอ่ย “เอาล่ะ น่าจะเรียบร้อยแล้ว ลองดูสิ” คิดนับถือในความว่องไวของวิมล พริบตาเดียวบานประตูกับลูกบิดใหม่ก็เสร็จสิ้นไปด้วยดี เขาลองเปิดปิด หมุนลูกบิดเล็กน้อยก่อนออกความเห็น “เรียบร้อยดีแล้วครับ ขอบคุณนะครับ” “ถ้าเฟอร์นิเจอร์มีปัญหาอะไรติดต่อน้าได้เลยนะ น้าซ่อมได้หมดแหละ ยกเว้นวงจรปิด ฮุฮุ” เธอเอ่ยติดตลกพลางเอามือป้องปาก“ได้ครับคุณวิมล” คิดตอบส่วนช่างร่างเล็กก็พยักหน้าก่อนหันออกไปเตรียมตัวกลับ“ถ้าเสียงซอด้วงของมิวรบกวนต้องขอโทษด้วยนะคะ เจ้าตัวฝึกหนักอยากไปแข่งจะแย่แล้ว” วิมลเอ่ยก่อนหันมือซ้ายชี้ปลายนิ้วไปที่ถุงในมือคิด “อ้อ ในถุงใบนั้นอีกของฝากให้คุณในห้องด้วยนะจ๊ะ น้าเตรียมมาให้” คิดก้มมองดูในถุง เขามองมันนิ่ง ๆ พยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วจึงก้มหน้าให้คุณวิมลแทนคำลา ช่างเดินกลับไปหลังเสร็จหน้าที่ ส่วนคิดกับอานูบีสก็เดินกลับมาจุ๊มปุ๊กที่กลางวงประชุม“โห ร้ายอีกแล้วนะเรา มากับสาวงามอีกแล้วน่า” เสือพูดแซวพลางเอามือถองคิดสองสามที“อะไรเล่า นั่นคุณแม่น้องมิวเพื่อนบ้าน” คิดพูดพลางวางถุงผ้าลงกลางวง “น้าทำส้มตำมาฝากด้วยนะครับ เดี๋ยวผมไปหยิบจานมาให้” นักเขียนกล่าวพลางเดินไปที่ครัว“เป็นคนที่สวยมากเลยนะครับ” ต่ายกล่าวกับเสือ “แถมทำประตูไวมากเลยพี่ ชำนาญการของแท้” “มองตาเชื่อมแล้วนะเจ้านี่ เสียมารยาท!” รุ่นพี่ดีดมะเหงกหนึ่งทีดังโป๊ก“โอ๊ย เบาพี่เสือ” ระหว่างที่สองบรรณาธิการกำลังพูดอยู่ ด้านคิดกลับกลับมาพร้อมจานเปล่า ช้อนซ้อมและกระปุกเผ็ดสองกระปุก พร้อมถาดของกินของเจ้าอานูบีสที่ป้าอนงค์ซื้อมาให้“น่าอร่อย!” ต่ายกล่าว เพราะตอนนี้ท้องของเจ้าตัวเริ่มร้องจ๊อก ๆ แล้ว “ผมขอกินด้วย! ขอกินด้วย!” “ระวังหน่อย ช่วงนี้ไวรัสระบาด กินร้อน ช้อนตัวเอง เราไปล้างมือก่อน!” เสือแย้ง“บู่ ก็ได้ครับ ล้างมือก่อน” ต่ายบุ้ยปากก่อนลุกเดินไปที่ซิ้งน้ำล้างมือพร้อมเสือ รุ่นน้องยื่นมือไปที่ก๊อกน้ำก่อน พลันน้ำก็เปิดอย่างรวดเร็วทันใจ“หืม ก๊อกน้ำบ้านพี่คิดเป็นแบบอัตโนมัติเหรอครับ” ต่ายถามขณะผลัดกันล้างมือพร้อมด้วยเสือที่ถูสบู่อย่างเงียบ ๆ “เปล่านี่ ก๊อกน้ำใช้มือเปิดปรกตินี่แหละ” คิดตอบ “ทำไมเหรอ?” แววตาสองบรรณาธิการหันมาชนกันทันที“อะฮือ ทำไมต้องเป็นพวกเราตลอดเลยอ่ะพี่เสือ ฮือ ทำไมเขาไม่ไปหาพี่คิดอ่ะคร้าบ…” ต่ายกระซิบด้วยเสียงสั่น“ไอ้ต่าย… เงียบไว้ อึ๊บไว้ ฮึ้บ!” เสือขบฟันทำเสียงเบาตอบอีกฝ่าย "อย่าให้เขารู้!"“ฮือ ครับพี่ ได้ครับผม โอเคครับท่าน” คุณชายหัวเราะหึก่อนเอามือออกจากที่เปิดก๊อกน้ำ “ดีล่ะ ซ้อมมือกับเจ้าพวกนี้แล้วต่อไปก็ตามเจ้านักเขียนนี่” ร่างในชุดสูทเดินไปยังคิด “แต่จะแกล้งอะไรมันดี…อืม” ขณะที่วิญญาณร้ายกำลังครุ่นคิดวิธีแกล้งเช่นเทพริกหมดกระปุกหรือทำให้จานแตกทุกใบดี พลันสองบรรณาธิการก็เดินดุ้ยมาแล้วทักคิดด้วยเสียงพยายามเนียนเป็นปรกติ“แล้วถุงนั้นมีอะไรอยู่หรอคิด?” เสือถามเพราะเห็นในถุงผ้ายังมีบางอย่างอยู่ คิดหยิบออกมาพลันทุกคนก็เงียบทันที เพราะมันคือซองธูปกับกระถางเอาไว้ปัก“คุณวิมลฝากคุณวิญญาณในห้องนี้นะครับคิดว่า งั้นผมจุดธูปไว้ มาทานด้วยกันนะครับ” คิดเอ่ยพลางวางจานเปล่าเทส้มตำในถุงเอามาไว้ข้างตัว เขาจุดธุปแล้วยกมือไหว้หนึ่งที ด้านสองศรีบ.ก.ก็พลันแหวกวงกระเถิบมานั่งข้างกันชิดใกล้ พวกเขาไม่พูดอะไรได้แต่ยกมือไหว้แล้วเริ่มกิน“หงิง” เจ้าหมาดำอานูบีสเดินมาออดอ้อนแถวคุณชาย วิญญาณหนุ่มนิ่ง เขายังยืนมองแล้วก้มไปที่เจ้าหมาตัวเล็ก“ไปซะ หมาน้อย จานนี้มีเจ้าของ” กล่าวหน้านิ่งพลางหันมองนักเขียนหนุ่ม “คราวนี้ปล่อยไปก่อนสักหน่อยแล้วกัน”
“เสร็จแล้ว หนังสือค่อยดูเป็นรูปเป็นร่างหน่อย!” เสือเอ่ยพร้อมปรบมือหนึ่งทีประหนึ่งเป็นสัญญาณสิ้นสุดการทำงาน “วันนี้เท่านี้ก่อนเถอะทุกคน” หลังจากทั้งสามทานข้าวกันเรียบร้อยแล้ว เหล่าคนหนุ่มก็เร่งประชุมและเขียนงานกันต่อจนท้ายที่สุดเวลาก็ล่วงเลยไปหลายชั่วโมง ร่างผมฟ้าอ่อนลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ ส่วนนักเขียนก็หันไป“เพลียจังเลย พวกพี่จะนอนพักกันสักครู่ไหม” คิดถามแอ๊ด พลันบานประตูใหม่ก็เปิดออก“หืม ประตูใหม่เพิ่งติดตั้งแท้ๆ เป็นอะไรเนี่ย” คิดเดินไปจ้องประตูอย่างสงสัย เจ้าอานูบีสเริ่มหอนเล็กน้อย ด้านต่ายพลันหันหน้าเหยเกมาทางเสือ“พี่เสือครับ” เขาเอ่ย“มุกเดิมยังคงขลัง” เสือจุ๊ปาก กล่าวเสียงนิ่งสะกดใจให้เข้มไว้ “เอ่อ คิด พวกพี่กลับก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องไปรายการพรุ่งนี้ก็ไว้ทักข้อความมานะ” กล่าวพลางตบหลังต่ายให้ยืนขึ้นเก็บของ“โอเคครับพี่ เดี๋ยวผมไปส่ง” คิดพลักบานประตูให้กว้าง คว้ากุญแจและกระเป๋าตังส์ ก่อนก้มไปที่เจ้าหมาน้อย “ฝากห้องนะ อานูบีส อย่าให้ใครเข้ามาล่ะ” “ใช่ นอกจากเราก็ห้ามใครเข้ามา จับตาดูห้องให้ดี เข้าใจไหม? อยากทำห้องสกปรกด้วยล่ะ” คุณชายเสริม เมื่อร่างเจ้าตัวเดินผ่านผู้คน ก็มีแค่สองบรรณาธิการที่รู้สึกขนลุกเท่านั้น“บ๊อก บ๊อก” อานูบีสขานรับทิ้งท้ายก่อนนั่งเฝ้าห้องด้วยความแข็งขัน