บทที่ 13 ฉันต้องจับตามองเธอ
ไป๋อวี้ลอบค่อนแคะฉินต้าซานในใจว่าไอ้คนขี้งก
เธอเลือกโต้เถียงกับเขาด้วยเหตุผล “ของใช้ในบ้านนายแทบจะไม่เหลือแล้ว ฉันต้องเข้าเมืองไปดู”
เสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่ตอนนี้ของจ้าวอิ้งหงไม่ใช่เรอะ
“พูดมาสิ ฉันจะซื้อให้เธอเอง” ฉินต้าซานพูดพลางเดินไปที่ห้องครัว
ไป๋อวี้ปฏิเสธหัวชนฝา “อธิบายไปก็ไม่ชัดเจนหรอกน่า ของบางอย่างต้องได้เห็นฉันถึงจะจำได้”
ฉินต้าซานเพิกเฉยต่อคำพูดของหญิงสาว
ฉินเสี่ยวซู่เห็นว่าเ้าเสี่ยวกั่วน้อยวิ่งเข้ามาแล้วจึงพูดว่า “อย่าหวังเลย ถ้าเธอก้าวเท้าออกจากฉินเจียถุน ฉันจะหักขาของเธอ”
ไป๋อวี้ “...”
เ้าเด็กโง่เง่าเต่าตุ่น หัวสูงแถมหน้าตาอันธพาลอย่างไงอย่างนั้น
ไป๋อวี้ไม่ได้โกรธสักนิด กลับกันเธอหัวเราะขึ้นมาพร้อมเอ่ยขึ้นว่า
“อุ๊ย เสี่ยวซู่นายไม่ต้องกังวลไปหรอก แม่จะไม่ทิ้งนายอีกต่อไปแล้ว”
ฉินเสี่ยวซู่ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้านั้นเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำและพูดกับเธอว่า “ถุ้ย! หน้าไม่อาย! เธอไม่ใช่แม่ของฉัน!”
จากนั้นก็เผ่นแน่บหนีไป
ไป๋อวี้หัวเราะร้ายกาจ เธอไม่สนใจเด็กคนนี้หรอกนะ แม้ว่าคำพูดของเขาจะทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจนิดหน่อย แต่นั่นอาจเป็เพราะภูมิหลังของเขาก็ได้
สุดท้ายเด็กชายอายุเพียง 8 ขวบถูกแม่ทอดทิ้งถึงสองครั้ง แล้วพ่อของเขายังเป็ไอ้หนุ่มหนวดเครายุ่งเหยิง เขาจะปฏิบัติกับเด็กด้วยความอ่อนโยนได้ยังไง
แต่การไม่ได้ถือสาเด็ก ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่เอาเื่ผู้ใหญ่
เมื่อเธอเดินเข้าไปในห้องครัวก็พบฉินต้าซาน ใบหน้าเล็กงดงามของเธอเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง จ้องชายหนุ่มไม่ละสายตา
ฉินต้าซาน “???”
เขายังไม่รู้ว่าลูกชายของเขาทำให้เธอโกรธ และเขายังคงตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป
ฉินเสี่ยวกั่วกำลังดื่มน้ำแกงหมูก้อน อีกมือถือแป้งทอดมันฝรั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยจนเกิดเสียง
‘แจ๊บ ๆ’ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข
“แม่คะ แป้งทอดอร่อยมากเลย! พรุ่งนี้หนูอยากกินอีก”
ไป๋อวี้กล่าวเคล้ารอยยิ้ม “ได้สิจ้ะ”
ฉินต้าซานเองมองไปมองมาก็คิดว่าแป้งทอดมันฝรั่งนี่รสชาติไม่แย่นัก แต่หันกลับไปก็เห็นสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองตนเองเขม็ง
ฉินต้าซาน “...”
ในทางกลับกันฉินเสี่ยวซู่กินอาหารอย่างตะกละมูมมาม ดื่มน้ำแกงเนื้อตุ๋นชามหนึ่งหมดวับในพริบตาเดียว แต่เขายังคงจ้องเขม็งไปยังเสี่ยวกั่วที่ไม่สนใจสิ่งรอบข้างโดยไม่ละสายตา
ไป๋อวี้เริ่มถามฉินต้าซานเป็คนแรก “วันนี้นายจะไปทำธุระในตัวอำเภอใกล้หมู่บ้านก่างจื่อหลิ่งหรือเปล่า?”
ฉินต้าซานเพียงตอบกลับว่า “เื่นี้เธอไม่ต้องกังวลไป”
“แล้วฉันจะกังวลเื่อะไรล่ะ?”
“เป็ห่วงครอบครัวและดูแลลูกดี ๆ ก็พอแล้ว”
ด้วยบุคลิกของไป๋อวี้ เธอจึงต้องแสดงท่าทีทักท้วงเป็แน่แท้ ทำราวกับทุกอย่างเป็เื่ราวของเธอเอง แบบนี้จะไม่ให้ถามออกไปได้อย่างไร เพียงแต่เธอ้าเจาะลึกรายละเอียดอย่างละเอียดถี่ยิบถึงจะถูก
แต่ฉินต้าซานไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ถามเลยแม้แต่น้อย เขากินข้าวอย่างรวดเร็วอย่างกับเครื่องสูบน้ำ
ไป๋อวี้พูดได้ไม่กี่คำเขาก็กินข้าวเสร็จแล้ว จากนั้นก็เห็นเขาลุกขึ้นไม่พูดอะไรแล้วเดินจากไป
เขาไม่ได้อธิบายว่าตัวเองจะไปทำอะไรและกลับมาเมื่อไหร่สักนิด คล้ายกับคนสารเลวที่กินเสร็จก็สะบัดก้นจากไปทิ้งถ้วยชามให้เธอเก็บกวาด
ไป๋อวี้โกรธมากจนแทบอยากวางยาพิษให้เขาตายไปให้รู้แล้วรู้รอด
ฉินเสี่ยวซู่ยังะโเสียงดังไล่หลังผู้เป็บิดา “พ่อ! ไม่ต้องกังวล! ผมจะดูแลบ้านอย่างดี!”
ฉันจะคอยเฝ้าดูผู้หญิงคนนี้ตลอดเวลาจนวิ่งหนีไม่ได้เลย!
……
ฉินต้าซานไม่ได้ตาบอดที่จะไม่รู้ว่าไป๋อวี้เริ่มมีอารมณ์คุกรุ่น
ปกติเขาจะไม่จริงจังกับเื่เล็ก ๆ แบบนี้ แต่ครั้งนี้เขาเข้าใจว่าทำไมตนเองถึงสนใจเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ แม้ว่าจะเป็่เวลาเร่งด่วนที่เขาต้องออกเดินทาง แต่ความกระวนกระวายยังไม่อาจวางลงได้
ทว่าไม่ทันไรก็ไม่มีเวลาคิดเื่นี้อีกต่อไป
จ้าวโหย่วเต๋อได้เก็บของเรียบร้อยแล้ว ลี่ิเสมียนบัญชีหมู่บ้าน หลี่เถียน รวมทั้งหวังเถี่ยเซิงจากกลุ่มล่าสัตว์ก็มารวมตัวกันที่นั่น
พวกเขาไม่ค่อยพูดอะไรกันมากนัก และมุ่งหน้าไปตัวอำเภอพร้อมกับล่อคนละหนึ่งตัว ถ้าพวกเขาไปช้ากว่านี้ ของดี ๆ คงไม่เหลือตกถึงพวกเขา
……
ในเวลานี้ ไป๋อวี้กำลังทำความสะอาดบ้าน
แม้ว่าเธอจะอดไม่ได้ที่จะกังวลเกี่ยวกับก่างจื่อหลิ่ง แต่เธอไม่อาจทำอะไรได้มากในตอนนี้
ยุคสมัยและภูมิหลังทางภูมิศาสตร์กำหนดว่าผู้คนในก่างจื่อหลิ่งเป็คนบ้าบิ่นและชั่วร้าย และฉินเจียถุนจะต้องก้าวไปข้างหน้าเพื่อต่อสู้กับความรุนแรงในครั้งนี้
เธอจัดเรียงอาหารและของใช้ทั้งหมดไว้ในครัว อีกทั้งนำเขียงและมีดทำครัวไปที่ลานบ้านเพื่อทำความสะอาด
ฉินต้าซานบอกว่าเขาจะซื้อของกลับมาให้เธอ แต่สุดท้ายเขาก็จากไปโดยไม่ถามเธอว่า้าอะไร
เชอะ เป็ผู้ชายที่พึ่งพาไม่ได้จริง ๆ
ระหว่างทำความสะอาดบ้านเธอบังเอิญพบเสื้อผ้าชุดเก่าของเขาชุดหนึ่ง จึงเอาผ้าชุดนั้นมาตัดทำเป็ผ้ากันเปื้อนแทน
ตอนนี้ทั้งฉินเสี่ยวซู่และฉินเสี่ยวกั่วคอยตามติดเธอแจ มองแวบแรกดูเหมือนครอบครัวกำลังช่วยเหลือกัน แต่จริง ๆ แล้วเขา้าจับตาดูเธอต่างหาก
ไป๋อวี้มองดูเนื้อชิ้นใหญ่ที่บ้านด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
อากาศแบบนี้ทนที่จะไม่กินเนื้อไม่ได้ จึงหันไปพูดกับฉินเสี่ยวซู่ว่า
“เสี่ยวซู่ ฉันอยากไปหาป้าฮวา”
ฉินเสี่ยวซู่ตอกกลับไปทันควัน “เธอจะไปทำอะไร?”
ไป๋อวี้หมั่นไส้เลยตั้งใจพูดว่า “ไปขอให้ป้าฮวาพาฉันหนีน่ะ”
ฉินเสี่ยวซู่ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “ฝันอยู่หรือไง คอยดูเถอะป้าฮวาหักขาเธอแน่!”
ไป๋อวี้รู้สึกขบขัน “นายก็รู้อยู่ว่าย่าฮวาของนายไม่ช่วยฉันหนีอยู่แล้ว นายยังไม่สบายใจอยู่อีกเหรอ?”
ฉินเสี่ยวกั่วกำหมัดเล็กแล้วต่อยพี่ชายพลางถามว่า “ทำไมพี่ต้องใจร้ายกับแม่ด้วย?”
ฉินเสี่ยวซู่รีบคุกเข่าลงเพื่อเกลี้ยกล่อมน้องสาวของเขา “พี่ไม่ได้ดุแม่ของเธอ พี่กำลังคุยกับเธออยู่ก็เท่านั้นเอง”
“หนูไม่เชื่อหรอก! พี่ยังบอกว่าจะตีแม่อยู่เลย มีเด็กที่ไหนตีแม่กันเล่า”
ไป๋อวี้ถือโอกาสพูดออกไปว่า “ลูกรัก พี่ชายลูกไม่ตีแม่หรอก จริงไหมเสี่ยวซู่”
ฉินเสี่ยวซู่กัดฟันแน่น และตอบอย่างไม่เต็มใจนัก “อื้ม”
“อื้มอะไร? พูดอีกครั้งให้น้องฟังสิ”
“ฉันไม่ตีเธอหรอก” ฉินเสี่ยวซู่พูดได้เพียงเท่านี้
ไป๋อวี้ตั้งใจหยอกล้ออีกครั้ง “ฉันเป็ใครนะ?”
ฉินเสี่ยวซู่ “...แม่”
พูดเสร็จใบหน้าของเขาก็ขึ้นสีแดงก่ำ
ไป๋อวี้หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง
เ้าฉินต้าซานคนน่ารังเกียจ ได้แกล้งลูกชายเขาเล่นก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ
ไป๋อวี้หมุนตัวแล้วเดินจากไป ฉินเสี่ยวซู่จึงรีบกอดน้องสาวของตนแล้วเดินตามหญิงสาวไปอย่างรวดเร็ว
เธอยังคงอธิบายให้ฉินเสี่ยวซู่เข้าใจว่า “ฉันจะไปถามป้าฮวาถึงวิธีเก็บเนื้อ แล้วก็จะถามวิธีทำอาหารง่าย ๆ อีกสองสามอย่างด้วย”
ฉินเสี่ยวซู่เหลือบมองสีหน้าของน้องสาว สีหน้าออดอ้อนทำให้เขารู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“เธอไปเถอะ”
แม้ว่าเขาจะพูดอย่างนั้น แต่เขาก็ยังเดินเตาะแตะตามเธอไป
ตอนนี้เพียงเจ็ดโมงกว่า รอบ ๆ หมู่บ้านมีเด็กอายุไล่เลี่ยกับเขาในหมู่บ้านเริ่มออกมาเดินเล่นกัน
เด็ก ๆ หลายคนเข้ามาทักทายเขาไมหยุด
“พี่เสี่ยวซู่ พี่เสี่ยวซู่”
ฉินเสี่ยวซู่กอดน้องสาวและมองเธอไม่ละสายตา “วันนี้ฉันไม่มีเวลาเล่นกับพวกนายหรอกนะ ฉันต้องพาน้องสาวไปเดินเล่น”
เด็ก ๆ เ่าั้กรูกันเข้ามามองน้องสาวของเขา แต่ก็ถูกเขาแยกเขี้ยวยิงฟันใส่ ทำให้เด็กพวกนั้นกลัวจนวิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง
ไป๋อวี้ถามอย่างสงสัย “เธอเป็หัวโจกของเด็กพวกนั้นเหรอ?”
ฉินเสี่ยวซู่ตะคอก “ทุกหนทุกแห่งที่นี่ไม่มีที่ไหนรอดพ้นสายตาของฉันไปได้หรอก” เขาราวกับ้าบอกเป็นัยกับเธอว่า อย่าคิดแม้แต่จะหนีเชียว!
ไป๋อวี้พูดอย่างสบาย ๆ “ดูสิ เธอเก่งขนาดไหนเนี่ย…”
ยังไม่ทันได้พูดจบ จู่ ๆ ผู้หญิงคนหนึ่งก็วิ่งออกมาจากลานบ้านด้านข้าง ในมือถืออ่างน้ำแล้วสาดใส่ไป๋อวี้
ไป๋อวี้ “!!!”
เธอหันกลับไปหาฉินเสี่ยวกั่วทันที เมื่อเห็นฉินเสี่ยวซู่วางน้องสาวของเขาลงก็โล่งใจ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะหลบได้ทัน
หญิงคนนั้นถ่มน้ำลายใส่ไป๋อวี้ “ถุ้ย! นังแพศยา!”
ไป๋อวี้ : ฉันจะเริ่มโกรธขึ้นมาแล้วนะ ยังไม่ทันที่เธอได้โต้ตอบ ทันใดนั้นร่างเล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ะโออกมาพร้อมกับเสียงร้องดังลั่น “หยุดนะ!”