บทที่ 30 ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี
หงอวี้ไม่คาดคิดว่าคุณหนูของนางจะพูดประโยคเช่นนี้ออกมา นางจึงชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็รีบตอบกลับไปอย่างรวดเร็วว่า “เ้าค่ะคุณหนู ข้าจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้” พูดจบหงอวี้ก็เตรียมจะจากไป
“ช้าก่อน” ฉินหยวนเรียกนางไว้อีกครั้ง
“คุณหนูยังมีอะไรจะสั่งอีกหรือไม่เ้าคะ?” หงอวี้หันกลับมาถามด้วยความเคารพ
“เ้ากับชิงเหอ หากอยากกินอะไรก็บอกให้คนเ่าั้ทำได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ เข้าใจหรือไม่?” ฉินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปลอบใจพวกนางในที่สุด นางหวังว่าพวกนางจะเข้าใจว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ในยามนี้มีองค์ชายหนิงเป็ที่พึ่ง คนเ่าั้ย่อมไม่กล้าขัดคำสั่งแน่
“เ้าค่ะ คุณหนู” หงอวี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบรับอย่างว่าง่าย เดิมทีนางกำลังจะถามคุณหนูว่า เช่นนี้จะดีหรือ? แต่พอคิดอีกทีที่คุณหนูพูดก็มีเหตุผล นางไม่ควรขี้ขลาดเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
ย้อนกลับไปนานมากแล้ว เมื่อครั้งที่พวกนางเพิ่งมาจากจวนตระกูลไป๋ ครั้งนั้นยังดูหยิ่งยโสกว่าตอนนี้เสียอีก
ถึงกระนั้น หงอวี้ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าหากตระกูลไป๋ยังอยู่ จะดีขนาดไหน!
หากตระกูลไป๋ยังรุ่งเรืองเหมือนแต่ก่อน นายท่านคงไม่กล้าปฏิบัติต่อฮูหยินและคุณหนูเช่นนี้แน่
หลังจากนั้น หงอวี้ก็เดินจากไป ทำตามที่ฉินหยวนบอก…
เมื่อหงอวี้เดินออกไปแล้ว แม่นมหลินก็อดถามไม่ได้ “คุณหนูดูเหมือนจะเปลี่ยนไปนะเ้าคะ รู้สึกไม่เหมือนคุณหนูคนเดิมเลย”
แม่นมหลินมองฉินหยวนอย่างจริงจัง นางลังเลอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจพูดความคิดในใจออกมาทั้งหมด
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด นางรู้สึกว่าั้แ่ครั้งก่อนที่ตกน้ำแล้วถูกช่วยไว้ คุณหนูของพวกนางเหมือนกลายเป็คนละคน ส่วนจะเปลี่ยนไปตรงไหนนั้น นางก็มิอาจบอกได้ แค่รู้สึกว่าไม่ค่อยเหมือนเดิม…
แต่โชคดีที่การเปลี่ยนแปลงนั้นล้วนดีขึ้นกว่าเดิม!
ฉินหยวนชะงักไป นางไม่คิดว่าแม่นมหลินจะเอ่ยเช่นนี้ จึงหันไปถามว่า “แม่นมหลินหมายความว่าอย่างไรหรือ?” นางเดาว่าที่แม่นมหลินคิดเช่นนี้ คงเป็เพราะ่นี้นางทำอะไรไปหลายอย่างต่างจากที่ฉินหยวนในอดีตที่ไม่มีทางทำแน่ ๆ ยิ่งตอนนี้นางอายุแค่สิบกว่าปี เป็แค่เด็กธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น แต่กลับทำอะไรไปมากมาย…
วางแผนการไว้มากมายเช่นนั้น แม่นมหลินคงรู้สึกว่ามีบางอย่างแตกต่างไป ซึ่งก็เป็เื่ปกติ
อย่างไรเสีย ถึงแม้จะเป็เช่นนั้น นางก็ยังอยากรู้ความคิดของแม่นมหลินจากปากของนางเอง
“เอ่อ… หากจะให้พูดแม่นมเองก็พูดไม่ถูกเช่นกัน แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ชัดเจนมาก ในอดีต เมื่อคุณหนูต้องเผชิญกับการถูกกลั่นแกล้งจากคนเ่าั้ ถึงแม้จะรู้สึกอับอาย แต่ก็เพียงแค่ไม่ยอมจำนนเท่านั้น แต่ในตอนนี้คุณหนูกลับไม่เหมือนเดิมแล้ว ดูเหมือนคุณหนูรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นล่วงหน้า และใช้ความสามารถนั้นเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างอยู่เสมอ” สุดท้ายแม่นมหลินก็ได้แต่พูดความรู้สึกในใจของตนเองออกมาทั้งหมด ส่วนจะถูกต้องหรือไม่นั้น นางก็ยังไม่แน่ใจ
ฉินหยวนได้ยินดังนั้นทั้งตัวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่แล้วนางก็ยิ้มออกมาอย่างคลายความกังวล ความจริงแล้วตัวนางในอดีต ถึงแม้จะไม่ใช่คนที่อ่อนแอ แต่สุดท้ายก็ยังเป็เด็ก เมื่อเผชิญกับเื่มากมาย นอกจากไม่ยอมจำนนและไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใดแล้วก็ดูเหมือนจะไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว ตอนนั้นนางมักจะอดไม่ได้ที่จะคิดว่า…
อดทนอีกสักหน่อย ขอแค่อดทนอีกสักหน่อย สักวันหนึ่งเมื่อนางโตขึ้น มีความสามารถมากพอ นางจะต้องพาท่านแม่และน้องชาย รวมถึงแม่นมหลินและสาวใช้ของนางออกจากขุมนรกนี้ให้ได้
ทว่านางไม่เคยคิดเลยว่า หลายสิ่งหลายอย่างไม่ใช่แค่อดทนแล้วจะหลีกเลี่ยงได้ ถึงแม้พวกนางจะไม่ได้้าแย่งชิงอะไร เพียงแค่อยากจะออกจากจวนตระกูลฉินในสักวันก็เพียงพอแล้ว แต่พวกคนเ่าั้เล่า?
พวกเขาไม่ได้คิดเช่นนี้ สำหรับพวกเขาแล้ว การมีอยู่ของพวกนางคือความผิดพลาด และพวกเขาจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดนี้ดำรงอยู่แน่นอน
และในตอนนี้ ฉินหยวนได้เกิดใหม่อีกครั้ง ในหัวเต็มไปด้วยความทรงจำในชาติก่อน นางรู้ดีว่าเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปคืออะไร?
ดังนั้นนางจึงคิดหาวิธีต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่น่ากลัวเหล่านี้ และที่สำคัญนางต้องเข้มแข็งั้แ่ตอนนี้ เพื่อปกป้องท่านแม่และน้องชายของนางให้ได้ และนางจะไม่ต้องเดินซ้ำรอยเดิมอีก!
อย่างไรเสีย ฉินหยวนก็รู้ว่าถึงแม้จะเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งไปแล้ว แต่ก็ยังหลีกเลี่ยงเหตุไม่คาดฝันไม่ได้ ดังนั้น บนเส้นทางแห่งการแก้แค้นนี้ นางจึงยังคงต้องระมัดระวังอย่างที่สุด
ทุกวันต้องตื่นตัวและเดินอย่างระมัดระวังราวกับว่านางกำลังเดินอยู่บนน้ำแข็งแผ่นบาง ๆ ที่พร้อมจะแตกร้าวเมื่อไหร่ก็ได้
“แม่นมหลิน สำหรับคำพูดของเ้า ข้าบอกได้เพียงว่า ข้าได้เปลี่ยนแปลงบางอย่างไปจริง ๆ แต่รายละเอียดนั้น ข้ายังบอกเ้าไม่ได้ เพราะยังไม่ถึงเวลา… หลังจากเหตุการณ์ตกน้ำในครั้งนั้น ข้าได้คิดอย่างถ่องแท้แล้วว่า หากไม่อยากถูกรังแกอยู่เรื่อยไป หากอยากพาทุกคนออกจากสถานที่ราวกับขุมนรกแห่งปีนี้ไปให้ได้สักวัน ข้าจึงต้องชิงลงมือก่อนในตอนที่พวกนางกำลังจะวางกับดักเรา และที่สำคัญเพื่อให้พวกนางรู้ว่าคนที่มาจากตระกูลไป๋ ไม่ใช่พวกที่รังแกได้ง่าย ๆ!” ฉินหยวนขบฟันแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ในเมื่อ์ให้โอกาสนางได้เกิดใหม่ครานี้ ทั้งยังให้นางรอดจากเคราะห์กรรมครั้งใหญ่มาได้ เพื่อเปลี่ยนแปลงอดีตอันน่ากลัวเ่าั้
ฉินหยวนผู้นี้ก็จะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้สูญเปล่า…
แม่นมหลินฟังจบแล้วก็อดน้ำตาคลอไม่ได้ คุณหนูของนางเพิ่งจะอายุสิบกว่าปีเท่านั้น แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับผู้ใหญ่
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ทำให้แม่นมหลินรู้สึกทั้งดีใจและเ็ป ดีใจที่คุณหนูสามารถเปลี่ยนแปลงและกลายเป็แบบที่เป็อยู่ตอนนี้ได้ สามารถค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงชีวิตในยามนี้ได้เป็อย่างดี ทว่าก็รู้สึกเ็ปที่เด็กตัวเล็ก ๆ เช่นนี้กลับต้องมาเผชิญกับเื่มากมายถึงเพียงนี้
แม่นมหลินรู้สึกราวกับว่าคุณหนูของนางนั้นถูกบังคับให้เติบโตขึ้น…
“คุณหนู! ข้าสงสารท่านยิ่งนัก!” แม่นมหลินกล่าว แล้วกอดฉินหยวนเข้าไว้ในอ้อมอก
“ไม่เป็ไรแล้วแม่นมหลิน ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี” ฉินหยวนตบไหล่แม่นมหลินเบา ๆ เพื่อปลอบโยน
ความจริงแล้ว นางยังรู้สึกโชคดีมากที่กลายเป็เช่นนี้ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ หลายสิ่งก็คงอยู่เช่นเดิม เื่ราวอันน่าเศร้าและน่ากลัวเ่าั้ก็คงยังเกิดขึ้นอยู่ดี…
ดังนั้น นางควรจะรู้สึกขอบคุณมากกว่า
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังตกอยู่ในห้วงของอารมณ์ ทันใดนั้นก็มีเสียงคุ้นหูดังมาจากข้างนอก ฉินหยวนคิดว่าน่าจะเป็ชิงเหอที่พาฉินซูมาถึงแล้ว นางจึงรีบปล่อยแม่นมหลินและเช็ดน้ำตาให้นาง ก่อนจะเดินไปต้อนรับฉินซูที่หน้าประตู
“ท่านพี่!” ฉินซูเห็นฉินหยวนแต่ไกล ก็รีบโบกมือทักทายด้วยความตื่นเต้น
“ซูเอ๋อร์” ฉินหยวนเห็นเขามา ก็ยื่นมือออกไปโดยไม่รู้ตัว
ในยามนี้พี่น้องสองคนกำลังกอดกันอย่างกลมเกลียว ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข
ในเวลาเช่นนี้ ฉินหยวนก็ปรารถนาอย่างยิ่งว่าเวลาจะหยุดนิ่งอยู่ที่นี่ หากเป็เช่นนั้นจริง นางจะได้ไม่ต้องคิดเื่ราวมากมายเช่นนี้ และไม่ต้องคิดหาหนทางที่จะหนีจากสถานที่อันเลวร้ายนี้ให้เร็วที่สุด
ถึงแม้ฉินหยวนจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่นางก็รู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ้าง…