"ซีน...ต่อไปนี้ดลัลจะเป็น้องสาวของลูกนะ " คุณพฤกษ์เอ่ยกับบุตรชายซึ่งในตอนนั้นเด็กชายวัยเพียงสิบสามปีพยักหน้ารับพลางมองเด็กหญิงตรงหน้าไม่วางตาก่อนจะหันหลังกลับขึ้นห้องพักไปในทันที...ในชั่ววินาทีนั้น...พรหมลิขิตบางอย่างก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ
คุณพฤกษ์ประมุขของบ้านที่ต้องทำหน้าที่ทั้งหัวหน้าครอบครัวและหน้าที่ดูแลบุตรชายโดยไม่ห่วงสุขภาพของตนเองเนื่องภรรยาของเขาที่ถูกพรากชีวิตไปด้วยมะเร็งร้ายเมื่อหลายปีก่อนทำให้เขาโหมงานหนักจนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น กระทั่งเพื่อนสนิทของเขาช่วยกันหาทางให้เขาหันมาใส่ใจตัวเองด้วยการพยายามเติมส่วนที่ขาดหายไปจากชีวิตของเขาด้วยการแนะนำให้เขารับเด็กผู้หญิงมาเลี้ยง และนั่นทำให้คุณพฤกษ์ไปรับเด็กกำพร้าที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งมาดูแล อย่างน้อยความน่ารักสดใสของเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ จะช่วยให้เติมเต็มสีสันในชีวิตให้มากขึ้น คุณพฤกษ์ได้พบกับเด็กหญิงดลัลทำให้เขานึกถึงคำพูดของภรรยาที่เคยเอ่ยไว้ก่อนสิ้นใจว่าอยากจะมีลูกสาวตัวน้อยๆ ไว้ชื่นชม
"ที่รัก...ผมได้พบเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่คุณส่งมาให้แล้ว...เธอน่ารักและยังมีแววตาอ่อนโยนคล้ายคุณด้วย" ชายหนุ่มคิดในใจพลางจับล็อกเก็ตรูปภรรยาของตนไว้แน่น
ดลัลเป็เด็กหญิงวัยเพียงสี่ขวบหน้าตาน่ารักแก้มป่องตาโตน่ารักผมยาวหยักศกสีน้ำตาลเข้ม เช่นเดียวกับดวงตากลมโตสีน้ำตาลเช่นเดียวกับเรือนผมสลวย ผิวกายของเด็กหญิงขาวราวกับน้ำนมด้วยนิสัยไม่ชอบออกไปเล่นกลางแจ้งเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ...หรือพูดให้ถูกก็คือ...เธอไม่ค่อยถูกกับแสงแดดจ้าๆ สักเท่าไรเด็กหญิงจึงเลือกที่จะอ่านหนังสือหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ อย่างนกหรือแมวภายในบ้านเสียมากกว่า
เธอยังจำความรู้สึกก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามาเธอก็ได้พบซีนหรือ สวัฒน์ เด็กชายผู้มีดวงตาสีน้ำเงินเข้มแปลกตา เพราะสายเืลูกครึ่งที่ได้มาจากทางมารดาชาวฮังกาเรียน จึงส่งผลให้เด็กชายมีแตกต่างจากเด็กทั่วไปรวมทั้งผิวที่ขาวจัดแต่ไม่ใช่ขาวซีดแบบคนขี้โรค หากแต่ขาวแบบสะอาดตาดูสุขภาพดีและด้วยนิสัยเงียบขรึมและไม่ช่างพูดทำให้เด็กชายไม่ค่อยมีเพื่อนฝูงมากนักต่างจากดลัลเพราะเธอนั้นร่าเริงยิ้มง่าย ขี้อ้อน มองโลกในแง่ดีจึงเป็ที่รักของใครๆ แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กชายที่มักมองเธอ แววตาดุดันแฝงไว้ด้วยอารมณ์บางอย่างทำให้ดลัลนึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก
เด็กหญิงมองหน้าผู้มีศักดิ์เป็พี่ชายด้วยหัวใจระทึก ใบหน้าเนียนใสมีเืฝาดขึ้นมานิด ๆ ด้วยความอาย หากในใจกลับรู้สึกแปลก ๆ ว่าเธออายเพราะตื่นเต้นใหรืออายเพราะความรู้สึกอะไรกันแน่ แต่เด็กหญิงก็ไม่สนใจมันสักเท่าไหร่ ปล่อยมันไปโดยไม่คิดอะไร...เธอเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ พร้อมกับประนมมือน้อยๆ ไหว้ว่าที่พี่ชาย
"สวัสดีค่ะ...พี่ชาย " เสียงเล็กเอ่ยพลางยิ้มนิด ๆ อย่างไม่แน่ใจว่าเขาจะยอมให้เธอเรียกว่าพี่ไหม เพราะตนเองก็เพิ่งเหยียบเข้าบ้านหลังนี้เพียงครั้งแรกเท่านั้น และเมื่อเห็นสีหน้าเรียบเฉยพร้อมกับความนิ่งงันของอีกฝ่ายทำให้เธอมีสีหน้าเจื่อนลงก่อนจะคลี่ยิ้มสดใสเมื่อเห็นรอยยิ้มจากว่าที่พี่ชาย
“ไปกินขนมข้างในกันไหม” เด็กชายเอ่ยพร้อมยิ้มให้พลางเอื้อมมือเล็ก ๆ ไปจับมือน้อยๆ บอบพลางบีบแน่นราวกับจะไม่ปล่อยมือน้อยๆ บอบบางนั้นหลุดมือไปไหน เด็กชายยิ้มที่มุมปากนิด ๆ ออกมาครั้งหนึ่งก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว พลางพาร่างเล็กของเด็กหญิงเข้าไปในตัวบ้านหลังใหญ่โดยมีประมุขของบ้านก้าวตามด้วยความชื่นฉ่ำใจกับมิตรภาพของเด็กทั้งสอง
คุณพฤกษ์แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเพราะปกติแล้วลูกชายของเขามักจะไม่ยอมรับใครง่าย ๆ แต่น่าแปลกที่เด็กชายกลับเปิดใจต้อนรับสมาชิกใหม่โดยไม่ต้องร้องขอบอกกล่าว เห็นอย่างนี้แล้วเขาก็ค่อยรู้สึกเบาใจอย่างน้อยที่เห็นเด็กทั้งสองเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว