เมื่อเห็นเซิ่งซีถือกระบี่เดินเข้ามาหาทีละก้าว ศิษย์ขั้นสร้างรากฐานทั้งสามคนของสำนักลั่วเฟิงต่างก็พากันคร่ำครวญในใจว่าคราวนี้จบเห่แน่
ทว่าเซิ่งซีกลับหยุดลงกลางคัน นางหาวออกมาทีหนึ่งอย่างเกียจคร้านแล้วถามว่า "พวกท่านจะจบเื่อย่างมีเกียรติด้วยตัวเอง หรือจะให้ข้าช่วยทำให้มีเกียรติดีเ้าคะ?"
ไม่ฆ่าพวกเขางั้นหรือ?
ศิษย์สำนักลั่วเฟิงพลันเผยสีหน้าดีใจ ราวกับได้พบ์ในหอนางโลม พวกเขารีบปลดถุงวิเศษที่เอวออกและถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว
เซิ่งซีอดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งให้ในความร่วมมือของพวกเขา นางเก็บของทุกอย่างไปตามระเบียบ และคืนชุดเครื่องแบบสำนักที่ถูกเผาจนเหลือครึ่งท่อนให้พวกเขาไปใส่ประจานตัวเอง ก่อนจะป้อนโอสถผนึกิญญาให้แล้วปล่อยตัวไป
บนท้องฟ้า ยวนเซี่ยนกำลังรับมือกับศัตรูแบบหนึ่งต่อสอง แต่หลี่เหยียนรุ่ยที่มีระดับพลังไม่เพียงพอก็พ่ายแพ้ลงอย่างรวดเร็ว
เซียวหลีลั่วพุ่งตัวเข้าไปรับ่ต่อ เพียงครู่เดียวเขาก็ชิงถุงวิเศษของหลี่เหยียนรุ่ยมาได้ และซัดอีกฝ่ายจนสะบักสะบอมไปครึ่งตัว ก่อนจะหยิบยันต์วางเพลิงออกมาเผาเสื้อผ้าของหลี่เหยียนรุ่ยไปครึ่งซีก
เซวียเฟยเฉินโกรธจัด เขาเร่งเร้าพลังควบคุมดอกบัวแดงสลายกระดูกให้เร็วขึ้น แต่คาดไม่ถึงว่าดอกบัวแดงจะถูกยวนเซี่ยนฟันแหลกเป็ชิ้น ๆ ด้วยกระบี่เดียว
เมื่อไร้ที่พึ่ง เซวียเฟยเฉินก็รู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ เมื่อนึกถึงวิธีการอันชั่วร้ายของคนกลุ่มนี้ เขาก็รู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจและตัดสินใจหันหลังหนีทันที
ยวนเซี่ยนพุ่งตามไป โดยมีเซียวหลีลั่วคอยดักหน้าดักหลังปิดทางหนี
เซวียเฟยเฉินขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน "พวกเ้าอย่าให้มันมากเกินไปนักนะ เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะะเิแก่นพลังทองคำพลีชีพ ลากพวกเ้าไปลงนรกพร้อมกัน?"
ยวนเซี่ยนตีหน้านิ่ง "ข้าก็จะฆ่าเ้าก่อนที่เ้าจะะเิตัวเองนั่นแหละ"
ความหวาดกลัวผุดขึ้นในใจของเซวียเฟยเฉิน แม้อีกฝ่ายจะมีระดับพลังสูงกว่าเขาเพียงขั้นย่อยเดียว แต่ก็ลงมือได้รวดเร็ว แม่นยำ และอำมหิตนัก ซึ่งเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ
"พวกเ้ามีเื่บาดหมางอะไรกับศิษย์สำนักลั่วเฟิงกันแน่? หากเป็การแก้แค้นส่วนตัว มิสู้พูดออกมาให้ชัดเจน พวกเราจะได้สะสางกันให้รู้เื่"
เซียวหลีลั่วแค่นเสียงเหอะ แล้วพูดด้วยท่าทางยียวนว่า "ข้าพอใจจะทำ มีปัญหาอะไรหรือไม่? ส่งถุงวิเศษมา แก้ผ้าออกซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า"
"ฝันไปเถอะ!" เซวียเฟยเฉินเห็นว่าเซียวหลีลั่วมีระดับพลังด้อยกว่ายวนเซี่ยน จึงตั้งใจจะฝ่าวงล้อมออกไปทางเขา
ในจังหวะที่ยวนเซี่ยนกำลังจะลงมือ ทันใดนั้นก็มีเสียงตวาดกร้าวดังมาจากฟากฟ้า "ใครบังอาจมาก่อเื่วุ่นวายที่นี่?"
นั่นคือผู้าุโกุย!
"ถอย!" เซิ่งซีะโลั่น นางคว้าตัวลวี่เสี่ยงแล้ววิ่งหนีทันที
ตัวผู้าุโกุยยังมาไม่ถึง แต่แรงกดดันิญญาระดับขั้นิญญาต้นกำเนิดก็แผ่ซ่านครอบคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
เซียวหลีลั่วพยายามจะดึงตัวยวนเซี่ยนให้หนีไปพร้อมกัน แต่คาดไม่ถึงว่ายวนเซี่ยนจะสะบัดมือออก เจตจำนงกระบี่ในร่างะเิออกมาอย่างรุนแรงราวกับอัสนีบาตพันหมื่นสายพุ่งเข้าหาเซวียเฟยเฉิน
เซวียเฟยเฉินหน้าถอดสี พยายามป้องกันสุดชีวิต เจตจำนงกระบี่อันคมกริบฉีกกระชากเสื้อผ้าของเขาจนขาดวิ่น แต่ไม่ได้ปลิดชีวิตเขา เพียงแต่ชิงเอาถุงวิเศษของเซวียเฟยเฉินไปเท่านั้น
ร่างของผู้าุโกุยปรากฏขึ้นในระยะไม่ไกล ยวนเซี่ยนเหินกระบี่ใช้มือข้างหนึ่งหิ้วเซียวหลีลั่ว อีกข้างคว้าเซิ่งซี โดยที่เซิ่งซียังคงหิ้วลวี่เสี่ยงไว้อีกทอดหนึ่ง
สี่ศิษย์พี่ศิษย์น้องพากันหายวับไปจากขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว
รอจนกระทั่งััไม่ได้ถึงกลิ่นอายของทั้งสี่คนแล้ว เซวียเฟยเฉินจึงถอนหายใจยาวออกมา แล้วก้มศีรษะคำนับผู้าุโกุยที่เพิ่งมาถึง "ขอบพระคุณท่านผู้าุโที่ช่วยชีวิตไว้ขอรับ"
สีหน้าของผู้าุโกุยย่ำแย่มาก และแอบมีความรู้สึกผิดลึก ๆ อยู่ในใจ
แม้จะพรางตัวไว้ แต่ผู้าุโกุยคุ้นเคยกับคนในสำนักดีเกินไป เจตจำนงกระบี่ที่หลงเหลืออยู่ที่นี่ เห็นได้ชัดว่าเป็ฝีมือของเ้าพวกเด็กแสบสามคนที่บ้านเขานั่นเอง
เซิ่งซีกับเซียวหลีลั่วน่ะช่างมันเถอะ สองคนนั้นดูท่าทางไม่ค่อยเอาไหนอยู่แล้ว แต่ทำไมยวนเซี่ยนถึงไปร่วมวงซุกซนกับพวกเขาด้วยล่ะ?
เซวียเฟยเฉินอยู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แผ่นหลังรู้สึกแสบร้อน เืไหลซึมออกมาเป็ทางยาว าแถี่ยิบเ่าั้เรียงร้อยต่อกันเป็รูปตราสัญลักษณ์ของสำนักลั่วเฟิงอย่างพอดิบพอดี
ในาแยังมีเจตจำนงกระบี่ของยวนเซี่ยนหลงเหลืออยู่ นอกเสียจากว่าวันหนึ่งระดับพลังของเซวียเฟยเฉินจะก้าวข้ามยวนเซี่ยนไปได้ ไม่อย่างนั้นต่อให้แผลหายดี รอยแผลเป็เหล่านี้ก็จะติดตัวเขาไปตลอดกาล
เซวียเฟยเฉินในอนาคต ก็คือชายหนุ่มที่สลักตราสำนักลั่วเฟิงไว้บนแผ่นหลังนั่นเอง
ส่วนผู้าุโกุยมองดูความโกลาหลบนพื้นพลางรู้สึกฉงนใจไม่หาย
ยวนเซี่ยนเป็เด็กดีออกปานนั้น ทำไมถึงทำเื่แบบนี้ได้นะ?
หรือว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็ฝ่ายผิดก่อน?
ยิ่งคิดผู้าุโกุยก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็ไปได้ เขายืดหลังตรงทันที "นี่มันเื่อะไรกันแน่? ทำไมสำนักลั่วเฟิงของพวกเ้าถึงได้ไปหาเื่พวกเขา?"
เซวียเฟยเฉินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธ "ผู้น้อยไม่ทราบขอรับ เ้าพวกหนูขี้ขลาดเ่าั้..."
พอได้ยินเขาด่าเด็กที่บ้านตัวเอง ผู้าุโกุยก็เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที "ในเมื่อเ้าไม่รู้ก็ค่อย ๆ คิดไปเถอะ ข้าจะรอคำอธิบายจากสำนักลั่วเฟิงของพวกเ้า"
พูดจบเขาก็ไม่สนใจพวกนั้นอีก สะบัดแขนเสื้อแล้วเหินกระบี่ตามไปในทิศทางที่พวกเซิ่งซีหนีไปทันที
หลี่เหยียนรุ่ยฝืนความเ็ปลุกขึ้นจากพื้น เหินกระบี่มาหาเซวียเฟยเฉินแล้วถามว่า "ศิษย์พี่ใหญ่ ผู้าุโกุยพูดแบบนั้นหมายความว่าอย่างไรขอรับ? ทำไมเหมือนจะเป็ความผิดของพวกเราล่ะ? หรือว่าเขารู้ตัวจริงของพวกนั้น? แล้วทำไมพวกเราต้องเป็ฝ่ายอธิบายให้เขาฟังด้วย?"
เซวียเฟยเฉินจะไปรู้ได้อย่างไร?
ตอนนี้เขาโกรธจนแทบจะคลั่ง นึกว่าคราวนี้จะจัดการได้แน่ ๆ แต่คาดไม่ถึงว่าดอกบัวแดงสลายกระดูกทั้งสองดอกจะถูกทำลายไป แถมยังพ่ายแพ้อย่างหมดรูปเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะกลับไปรายงานอาจารย์ได้อย่างไร
และถ้าหากศิษย์น้องเล็กได้รับรู้เื่นี้เข้า...
เซวียเฟยเฉินไม่กล้าคิดต่อ ได้แต่สั่งเสียงเย็น "เื่นี้ข้าจะไปรายงานอาจารย์เอง ไม่ว่าใครก็ห้ามปากโป้งเด็ดขาด โดยเฉพาะห้ามเอ่ยถึงเื่นี้ต่อหน้าศิษย์น้องเล็ก เข้าใจหรือไม่?"
ศิษย์อีกสี่คนรับคำ หลี่เหยียนรุ่ยพลันนึกถึงโจรสาวขั้นรวบรวมปราณระดับสองคนนั้นขึ้นมาได้ เขาครุ่นคิด "ศิษย์พี่ใหญ่ รูปร่างของโจรสาวคนนั้น ดูไปดูมาก็คล้ายกับศิษย์น้องเซิ่งซีอยู่หลายส่วนนะขอรับ"
เซวียเฟยเฉินปรายตามองเขาด้วยสายตาที่เ็ากว่าเดิม "เซิ่งซีได้ทรยศสำนักไปแล้ว ศิษย์น้องหญิงของพวกเรามีเพียงหรูเยว่เท่านั้น"
หลี่เหยียนรุ่ยรับคำ พลางทอดถอนใจว่าตัวเองช่างเลอะเลือนนัก โจรสาวคนนั้นสามารถสั่งการผู้ฝึกตนขั้นแก่นพลังทองคำสองคนและขั้นสร้างรากฐานอีกหนึ่งคนได้ จะเป็เซิ่งซีไปได้อย่างไร?
...
เซิ่งซีกับศิษย์พี่ทั้งสามคนไปกบดานอยู่ที่ตีนเขาได้สี่ห้าวัน เมื่อคิดว่าเื่คงเงียบไปแล้ว จึงค่อย ๆ ย่องกลับสำนักอย่างเงียบเชียบ
ทว่าพอเดินมาถึงประตูสำนักที่รกร้างไร้ผู้คน เซิ่งซีก็ชะงักฝีเท้า "ไม่รู้ทำไม ข้าเหมือนจะััได้ถึงกลิ่นอายสังหารเ้าค่ะ"
ยวนเซี่ยนกระชับกระบี่เดินนำหน้าเพื่อปกป้องนางไว้ด้านหลังทันที
"ช่างเถอะ พวกเราออกไปหลบข้างนอกอีกสักสองสามวันดีกว่าเ้าค่ะ" เซิ่งซีดึงมือบรรดาศิษย์พี่เตรียมจะเผ่นหนี ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มต่ำดังมาจากประติมากรรมเต่าั์ที่ตั้งอยู่ข้างประตูสำนัก "หยุดเดี๋ยวนี้"
เซิ่งซีรีบหยิบเรือเหาะออกมาเตรียมชิ่งหนี แต่ก็มีแสงสีเขียวพุ่งออกมาจากประติมากรรมเต่า ขวางหน้าพวกเขาไว้และควบแน่นกลายเป็ร่างของผู้าุโกุย "เข้าไปข้างในให้หมด!"
หัวใจดวงน้อยของเซิ่งซีสั่นสะท้าน นางพยายามจะวิ่งหนีให้เร็วขึ้น แต่จะหนีพ้นผู้ฝึกตนขั้นิญญาต้นกำเนิดได้อย่างไร
ผู้าุโกุยหิ้วคอนางและเซียวหลีลั่วเดินดุ่มเข้าไปข้างใน แล้วโยนทั้งคู่ลงกลางโถงหลักบนยอดเขาหลักทันที "นี่มันเื่อะไรกัน?"
ยวนเซี่ยนที่เดินตามเข้ามาเองกล่าวว่า "พวกเขาดูิ่สำนักเวิ่นซินก่อนขอรับ"
"ข้าว่าแล้วเชียว!" ผู้าุโกุยตบขาฉาดใหญ่ น้ำเสียงดูมีความสุขพิกล เขารู้ดีว่าเด็ก ๆ ที่บ้านเขาไม่ใช่คนประเภทที่ชั่วร้ายไร้เหตุผล หลังจากนั้นเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ จึงโมโหจนหนวดกระดิก "พวกนั้นด่าว่าอะไร? ไอ้สารเลวคนไหนมันด่า?"
เซียวหลีลั่วเห็นท่าทางแบบนี้ก็รู้ทันทีว่าไม่ต้องถูกลงโทษแน่ จึงเล่าเื่ราวทั้งหมดออกมาด้วยความแค้นเคือง ผู้าุโกุยได้ยินเข้าก็ถลึงตาจนแทบถลนออกจากเบ้า "เหลวไหลสิ้นดี! สำนักเวิ่นซินน่ะยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า! แค่ปล้นศิษย์ที่ออกมาข้างนอกมันจะไปได้ประโยชน์อะไร? ไปซุ่มรอที่หน้าเมืองหงเฟิงหน้าสำนักของพวกนั้นเลยสิ!"
เซิ่งซีพลันรู้สึกเสียดายจนแทบจะกระอักเื นางช่างมีความผิดนักที่ปล่อยให้ผู้าุโกุยที่มีความรักในเกียรติของสำนักแรงกล้าขนาดนี้ต้องว่างงาน แล้วยังไปรบกวนเวลาบำเพ็ญเพียรที่แสนล้ำค่าของศิษย์พี่ใหญ่อีก
ความผิดของนางนี่มันช่างใหญ่หลวงนัก
เซิ่งซีคว้ามือยวนเซี่ยนไว้ด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านรีบกลับไปบำเพ็ญเพียรเถอะเ้าค่ะ เื่ที่เหลือไม่ต้องเป็ห่วง ข้าจะไปขอร้องให้ผู้าุโกุยพาพวกเราไปแก้ผ้าเซวียเฟยเฉินเองเ้าค่ะ"
ยวนเซี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เต็มใจนักว่า "อย่าไปดู"
เซิ่งซีไม่เข้าใจ "อย่าไปดูอะไรเ้าคะ?"
ยวนเซี่ยนเม้มปากเล็กน้อย "เซวียเฟยเฉิน... ไม่น่าดูหรอก"