บทที่ 14: ความจริง
เสียงปรบมือจากผู้ชมที่ยังคงดังในความทรงจำ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสำเร็จ กรยืนช่วยพี่ ๆ ในชมรมเก็บพร็อพและอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเวที เมื่อมองไปที่พี่ ๆ เขารู้สึกภูมิใจที่ตัวเองได้เป็ส่วนหนึ่งของทีม
“กรเดี๋ยว ช่วยยกกล่องนั้นไปวางไว้หลังเวทีให้หน่อย” อิงฟ้าสั่ง
“ได้ครับพี่!”
หลังจากช่วยเก็บของจนเสร็จ ทุกคนเริ่มแยกย้ายกันกลับบ้าน กรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ก และพบข้อความจากน้ำหวาน
“กร มาหาที่ห้องชมรมหน่อยนะ มีเื่จะคุยด้วย”
กรขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป “ได้ครับ เดี๋ยวไป”
ที่ห้องชมรม
เมื่อกรเปิดประตูห้องชมรมเข้าไป เขาก็พบว่าน้ำหวานนั่งอยู่คนเดียวในชุดเดรสสีขาวเรียบง่าย แต่ดูมีเสน่ห์มาก เธอหันมายิ้มให้เขา
“มาแล้วเหรอ?”
“ครับ หวานมีอะไรเหรอ?”
น้ำหวานลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้เขา สายตาและรอยยิ้มของเธอดูหยาดเยิ้ม แปลกไปจากปกติ
“กร…” น้ำหวานพูดพร้อมกับยกมือแตะแขนของเขา “หวานอยากขอบคุณที่ชวนมาเล่นละครเวทีวันนี้ มันสนุกมาก”
“เอ่อ… ไม่เป็ไรครับ น้ำหวานเองก็ช่วยเราไว้เยอะเลยตอนบนเวที เล่นเก่งมากเลยนะ”
“จริงเหรอ?” น้ำหวานถามด้วยเสียงอ่อนๆ ขณะที่เธอขยับเข้าใกล้เขามากขึ้น
กรรู้สึกถึงความร้อนจากร่างกายของเธอ หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
น้ำหวานโน้มตัวเข้าไปใกล้พลางพูด “งั้น… หวานขอรางวัลได้ไหม?”
“รางวัล?”
ก่อนที่กรจะทันตอบอะไร น้ำหวานก็วางมือบนไหล่ของเขาและโน้มตัวเขาลงมา กรที่ถูกสถานการณ์พาไปก็จูบเธออย่างลึกซึ้ง ความรู้สึกของเขาเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง
น้ำหวานตอบรับจูบของเขา พร้อมกับมือของเธอที่เลื่อนขึ้นมาััแก้มของเขา
กรเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาอุ้มน้ำหวานขึ้นไปวางไว้บนโต๊ะกลางห้อง น้ำหวานโอบคอเขาไว้แน่น ริมฝีปากของทั้งคู่แนบชิดกัน บดบี้กันไปมา เสียงลมหายใจของทั้งสองเติมเต็มความเงียบในห้อง
ทันใดนั้น ก็มีเสียงแปลก ๆ ดังมาจากทางประตู กรผละออกจากน้ำหวานทันทีและหันไปมอง
เขาเห็นพี่อิงฟ้ากับพี่อร ยืนแอบดูอยู่ด้วยสายตาสนุกสนาน
“ทำต่อกันได้เลย พี่ไม่ถือ ๆ” อรพูดพลางหัวเราะ
กรหน้าแดงด้วยความอายและถอยออกจากน้ำหวานทันที
พี่ ๆ เดินเข้ามานั่งที่โซฟาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กรยืนทำตัวไม่ถูก
“มากันได้ยังไงครับเนี่ย?” กรถามเสียงสั่น
อิงฟ้าไม่สนใจที่กรถาม หันไปพูดกับน้ำหวานที่ยังคงนั่งอยู่บนโต๊ะ
“พี่เบส เฉลยได้แล้วมั้งพี่”
กรหันมองอิงฟ้าด้วยความงุนงง “พี่เบส?”
อรที่นั่งอยู่ข้างอิงฟ้าหัวเราะคิกคัก พลางชี้มือไป “นั่นไง น้องน้ำหวานของนาย… ก็คือพี่เบส สมาชิกชมรมเราอีกคนไงล่ะ”
กรหันกลับไปมองน้ำหวานอีกครั้ง อยู่ดีๆ ท่าทางของเธอก็เปลี่ยนไป เธอค่อยๆ อ้าขาออกกว้าง ทำท่านั่งเหมือนผู้ชาย และพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิม
“โห ไรวะ กำลังสนุกเลย บอกซะหมดแล้ว”
กรตัวแข็งทื่อ น้ำหวานที่เขาเห็นมาตลอดคือพี่เบส?
พี่เบสยะโลงมาจากโต๊ะและเดินไปหากร “มา ๆ ไอ้น้อง เดี๋ยวพี่เล่าให้ฟัง”
กรยังคงยืนนิ่ง พี่เบสเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“ตอนพี่รู้จากอิงฟ้าว่ามีเด็กใหม่เข้าชมรมมา พี่ก็เลยคิดว่าจะรับน้องสนุกๆ ซักหน่อย วันนั้นพี่เลยไปดักรอนายที่โรงอาหาร”
กรนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นทันที
“ทีนี้พอแกล้งไปแกล้งมา พี่ดันสนุกว่ะ เลยแกล้งนายต่อมาเรื่อย ๆ อย่างเื่บทวันนี้ก็เป็แผนพี่ พี่ก็เป็คนเขียนเอง”
“อะไรนะครับ?” กรถามเสียงสั่น
“ใช่ พี่ตั้งใจเขียนบทให้มีฉากจูบขึ้นมา เพื่อให้ได้เห็นปฏิกิริยาของนายแบบสดๆ ไง” พี่เบสยิ้ม
“แล้วเื่ทั้งหมดที่พี่ทำเมื่อกี้…” กรพูดพลางชี้ไปที่พี่เบส
“อ่ะ เมื้อกี้อินไปหน่อย บรรยากาศมันพาไปน่ะ อย่าคิดมากดิ่” พี่เบสตอบเรียบ ๆ
กรหันไปมองพี่คนอื่น ๆ “พวกพี่รู้เื่นี้กันหมดใช่ไหม?”
อิงฟ้าและอรพยักหน้า
กรกำหมัดแน่น ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นในใจ เขาก้าวไปหาพี่เบส เตรียมจะชก แต่เมื่อเขามองเห็นใบหน้าของน้ำหวานที่พี่เบสยังคงสวมอยู่ เขาก็หยุดมือ
“แม่งเอ้ย…!” กรพูดเสียงเบา ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องชมรม ปิดประตูเสียงดังลั่น
ทุกคนในห้องเงียบไปพักใหญ่ก่อนที่อิงฟ้าจะพูดขึ้น
“พี่เบส… พี่เล่นแรงไปป่ะวะ?”
“นั่นสิ” อรเสริม “เกือบโดนต่อยแล้วนะเมื่อกี้”
พี่เบสยักไหล่ “เด็กนั่นมันคนดีเกินไป รู้ทั้งรู้ว่าข้างในพี่เป็ผู้ชาย มันยังทำร้ายไม่ลงเลย”
อิงฟ้าถอนหายใจ “แล้วเอาไงกันต่อ?”
พี่เบสพิงโซฟาและมองเพดาน “ไม่รู้ว่ะ ยังไม่ได้คิดไว้เลย”