“คุณหนูใหญ่ นายท่านและฟูเหรินเรียกท่านเข้าพบเ้าค่ะ”
“เข้าพบอย่างนั้นหรือ”ลั่วซูฮวาเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะหันไปมองไป๋ลู่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง “เ้าไปก่อนเถิด เดี๋ยวข้าตามไปทีหลัง”
“ท่านจะไป…แบบนี้หรือเ้าคะ”
“สำคัญด้วยหรือ ที่นี่คือจวนสกุลลั่วนะข้าจะสวมผ้าคลุมหน้าหรือไม่สวมก็ได้ ไม่ใช่ด้านนอกสักหน่อย”ลั่วซูฮวาหยิบผ้าคลุมหน้าขึ้นมาสวม“ถ้าเช่นนั้น เราไปพร้อมกัน”
“เ้าค่ะคุณหนูใหญ่”หลังจากสวมผ้าคลุมหน้าเสร็จ ลั่วซูฮวาจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากเรือนท้ายจวนพร้อมกับไป๋ลู่และมุ่งหน้าไปยังเรือนประธาน
“สตรีผู้นั้นเป็บุตรีสกุลใดหรือเสนาบดีหวัง”เสียงของแม่ทัพลั่วที่ดังมาจากด้านในห้องรับรอง ทำให้ลั่วซูฮวาต้องหยุดชะงักพลางจับไหล่ไป๋ลู่เพื่อให้นางหยุดเดินเช่นเดียวกับเธอ
“จะเป็ไปได้หรือไม่เ้าคะที่จะให้อิสรภาพแก่สตรีที่ไม่ได้ถูกเสี่ยงทายเป็ไท่จื่อเฟย ข้าไม่อยากเห็นนางต้องมานั่งคอยไท่จื่อเื่เช่นนี้นางยิ่งไม่ชอบอยู่เสียด้วย”
“จางฟูเหริน ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าั้แ่ส่งรายชื่อสตรีเพื่อมาเสี่ยงทายเซียมซีท่านยังไม่ได้บอกนางอีกหรือ”
“นางไม่รู้เื่อะไรเลยเสียด้วยซ้ำไม่รู้เลยว่ารายชื่อของนางได้ถูกส่งไปเพื่อเป็สตรีผู้ถูกเลือก และข้าเองก็ไม่ได้ขอความยินยอมจากนางด้วยแต่วันนี้ข้าจะบอกกล่าวแก่นางทุกอย่าง”
‘นี่มัน…อะไรเนี่ย!’ลั่วซูฮวาเบิกตากว้างขึ้นมา ก่อนที่จะเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปด้านในห้องรับรองทันที
“ฮวาเอ๋อร์!”
“นี่สินะเหตุผลที่พวกท่านเรียกข้าเข้าพบ”ลั่วซูฮวากำมือของตัวเองไว้แน่นก่อนที่จะปลดผ้าคลุมหน้าออก พลางมองบุคคลทั้งสามที่นั่งอยู่ด้านหน้า
“ฮวาเอ๋อร์ ได้โปรดใจเย็นก่อน”จางฟูเหรินเมื่อเห็นสายตาของลูกสาวคนโตนางจึงเดินเข้าไปหาลั่วซูฮวาทันที แล้วลูบไหล่ของนางเบาๆเพื่อให้คลายความโกรธลง
“ใช่ นี่คือเหตุผลที่ข้าเรียกเ้าเข้าพบ”
“ไม่คาดคิดว่าพวกท่านจะกล้าทำเื่เช่นนี้กับข้า”
“เพราะเ้าเป็เช่นนี้อย่างไรล่ะข้าจึงเลือกที่จะไม่บอกเ้าั้แ่เนิ่นๆ”
‘บ้าที่สุด! ฉันไม่มีทางเป็ภรรยาน้อยของเจียงเฉินเด็ดขาด ผู้ชายคนนี้คือเพื่อนฉันนะทำไมทุกคนถึงได้ทำแบบนี้’ลั่วซูฮวาสูดลมหายใจเข้าเพื่อควบคุมสติของตัวเองก่อนที่จะหันไปพูดกับคนที่นั่งอยู่ด้านข้างแม่ทัพลั่ว
“เสนาบดีหวังท่านมาที่นี่เพื่อจะบอกกล่าวเกี่ยวกับพิธีเสี่ยงทายเซียมซีเลือกไท่จื่อเฟยสินะสตรีสกุลใดหรือที่ได้ตำแหน่งไท่จื่อเฟย”
“นั่นน่ะสิสตรีสกุลใดหรือ เสนาบดีหวัง”สิ้นเสียงคำถามของแม่ทัพลั่วเสนาบดีหวังจึงหันไปมองแม่ทัพลั่วและลั่วซูฮวา ก่อนที่จะยื่นฝ่ามือรับสาส์นฉบับหนึ่งจากคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ลั่วซูฮวาได้มายืนอยู่ตรงหน้าข้าแล้วข้าจะให้นางรับรู้ด้วยตัวเอง เชิญฟูเหรินกลับมานั่งที่ของท่านเถิด”เมื่อสิ้นเสียงของเสนาดีหวังจางฟูเหรินจึงหันไปมองสีหน้าของลั่วซูฮวาที่ยากเกินจะคาดเดาก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งประจำที่
เสนาบดีหวังลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินเข้าไปหาลั่วซูฮวา เขาโน้มตัวแล้วมอบสาส์นฉบับหนึ่งให้แก่นางลั่วซูฮวาขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทีของเสนาบดีหวังที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงก่อนที่จะรับสาส์นจากเสนาบดีหวัง เธอหยิบกระดาษออกมาจากซองแล้วคลี่อ่านทันที
‘ไท่จื่อเฟย…สตรีสกุลลั่ว ลั่วซูฮวา’ลั่วซูฮวาเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีที่ได้อ่านข้อความภายในสาส์นที่ส่งมาก่อนที่กระดาษที่อยู่ในมือจะร่วงหล่นลงบนพื้น
“เกิดอะไรขึ้นกับเ้าลั่วซูฮวา!”แม่ทัพลั่วเอ่ยถามบุตรสาวคนโตทันทีที่เห็นสีหน้าของนาง
‘ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆเราเข้าไปด้านในกันเถอะ’ลั่วไป๋หลงและลั่วไป๋หลานที่กำลังสื่อสารผ่านทางสายตาเมื่อเห็นพ้องต้องกัน ทั้งสองพี่น้องจึงเปิดประตู แล้วเดินเข้าไปในห้องรับรองทันทีพร้อมกับพี่สาวอีกสองคน เมื่อเดินมาถึงตัวลั่วซูฮวา ลั่วไป๋หลงจึงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาก่อนที่จะพยักหน้าให้แก่ลั่วไป๋หลาน ทั้งสองพี่น้องจึงอ่านข้อความภายในสาส์นทันที
“ผลการเสี่ยงทายเซียมซีเลือกไท่จื่อเฟยไท่จื่อเฟยคนปัจจุบันแห่งแคว้นเหอเป่ย สตรีสกุลลั่วลั่วซูฮวา”ทั้งสองพี่น้องเบิกตากว้างขึ้นมา แล้วหันไปมองลั่วซูฮวาพร้อมๆกัน“ไท่จื่อเฟย!”
“ฮวาเอ๋อร์!ฟูจวิน ฮวาเอ๋อร์คือไท่จื่อเฟยเ้าค่ะ”จางฟูเหรินรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันทีเมื่อได้รับรู้ถึงผลการเสี่ยงทายเซียมซีเลือกไท่จื่อเฟย
“ยินดีด้วยขอรับท่านหญิงลั่วซูฮวา ท่านได้รับตำแหน่งไท่จื่อเฟยแห่งแคว้นเหอเป่ย”
‘นี่ฉันเป็ภรรยาหลวงของเจียงเฉินอย่างนั้นหรอ!’
“ไท่จื่อเฟยนับจากนี้อีกเจ็ดวัน ได้โปรดเตรียมตัวด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“หลี่เจิ้ง!”ลั่วซูฮวากำมือของตัวเองไว้แน่นก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกห้องรับรองพร้อมกับไป๋ลู่
“ต้าเจีย!”ทั้งสี่พี่น้องสบสายตาซึ่งกันและกันก่อนที่จะเดินตามลั่วซูฮวาออกไปด้านนอกห้องรับรองทันที
‘เจียงเฉิน เจียงแปลว่า แม่น้ำ เฉิน แปลว่า รุ่งอรุณ พ่อชื่อเจียงกวง แม่ชื่อเซี่ยหลิน เกิดวันที่14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2000 กรุ๊ปเืโอ นิสัยเ้าชู้ จีบผู้หญิงไปทั่ว รู้จักกันั้แ่อายุสิบเอ็ดอยู่บ้านหลังถัดไป เรียนห้องเดียวกัน กลับบ้านด้วยกัน เคยนอนเตียงเดียวกัน แกล้งกันช่วยเหลือกัน ทำมาด้วยกันสารพัด พระเ้า! ฉันกับเจียงเฉินเราสนิทกันขนาดนี้อย่างเจียงเฉินน่ะหรอจะมองฉันเป็ภรรยา มันเป็ไปไม่ได้เลยเขาไม่มีทางหันมามองฉันหรอก ฉันกับเขาเราเป็เพื่อนกันนะ!’ลั่วซูฮวาหลับตาไว้แน่นเธอพยายาควบคุมสติของตัวเอง ก่อนที่จะซบศีรษะลงบนโต๊ะทันที
‘นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าได้เห็นนางกังวลใจถึงเพียงนี้’ลั่วไป๋หลงแอบมองลั่วซูฮวาที่นั่งอยู่ด้านในห้องก่อนที่จะหันไปสบตากับลั่วไป๋หลาน
‘ไท่จื่อหลี่เจิ้งเป็คนแรกที่ทำให้นางกังวลใจได้ถึงเพียงนี้ และเป็คนแรก ที่ทำให้นางกล้าถอดผ้าคลุมหน้าโดยไม่สนใจอะไร’
‘พูดถึงไท่จื่อข้ามีเื่ที่อยากจะเล่าให้ฟัง’
‘เื่อะไร’
‘เราไปคุยกันที่อื่นดีกว่าเกรงว่าหากข้าเล่าให้ฟังเสียตรงนี้ อาจจะทำให้เ้าตื่นตระหนกใได้’
‘แล้วเอ้อร์เจียและซานเจีย[20]ล่ะ’
‘ให้พวกนางอยู่ดูแลต้าเจียอย่างไรเสียเื่ปลอบใจก็เป็งานถนัดของพวกนางอยู่แล้ว’
‘ตกลง’
“เอ้อร์เจียซานเจีย เชิญพวกท่านปลอบใจนางด้วยเื่นี้ไม่ใช่งานถนัดของข้ากับต้าซื่อ”เมื่อลั่วไป๋หลงกล่าวจบทั้งเขาและลั่วไป๋หลานจึงเปิดประตูห้อง แล้วดันตัวของลั่วฟูหรงและลั่วลี่เม่ยเข้าไปด้านในทันที
“ต้าซื่อ!”
“เสี่ยวซื่อ!”ลั่วฟูหรงและลั่วลี่เม่ยต่างถอนหายใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้เห็นการกระทำของลั่วไป๋หลงและลั่วไป๋หลาน ก่อนที่จะสะดุ้งขึ้นมาเมื่อหันไปสบตาของลั่วซูฮวา ที่กำลังชำเลืองมองมา ด้วยสีหน้าและท่าทีที่สงบเยือกเย็น
“ต้าเจียกับไท่จื่อหลี่เจิ้งเคยพบกันอย่างนั้นหรือ!”ลั่วไป๋หลานเบิกตากว้างเมื่อได้ยินสิ่งที่ลั่วไป๋หลงกล่าว
“อย่าเสียงดังไป!”ลั่วไป๋หลงปิดปากของพี่สาวฝาแฝดทันทีก่อนที่นางจะเอามือของเขาที่ปิดปากของนางออก
“ขออภัย ข้าลืมตัวไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาทั้งสองคนจะเคยเจอกันมาก่อน เท่าที่เ้าเล่ามาไท่จื่อหลี่เจิ้งผู้นี้เ้าเล่ห์ไม่เบา”
“เพราะเหตุนี้นี่แหละข้าจึงคิดว่าพวกเขาทั้งสองคนเหมาะสมกัน”
“ข้าเห็นด้วยกับเ้าคนเ้าเล่ห์กับคนเ้าเล่ห์ย่อมรู้ทันกัน ขืนให้หวังเหยียนผู้นั้นมาเป็สามีของนางเกรงว่าจะกลั้นใจตายก่อนเข้าห้องหอ”
“เ้าคิดว่าต้าเจียนางจะยอมเข้าวังหลังหรือไม่”
“ต้องยอมเข้าอย่างแน่นอนแต่คนอย่างนาง คิดหรือว่าจะพานางเข้าวังหลังไปได้ง่ายๆ”
“ข้าเห็นด้วยกับเ้า”
“แต่แปลกเหลือเกินเท่าที่เ้าเล่ามา ไท่จื่อหลี่เจิ้ง นับว่าเป็บุรุษคนแรก ที่นางสนทนาด้วยเสียยาวยืดและเป็บุรุษคนแรกที่นางกล้าให้เขาแตะเนื้อต้องตัวเป็บุรุษคนแรกที่นางกล้าแตะเนื้อต้องตัว เพียงแค่นี้ ก็พอจะดูออกแล้วว่านางสนใจไท่จื่ออยู่ไม่น้อยแต่เหตุใด…เมื่อได้รับรู้ว่าตัวเองเป็ไท่จื่อเฟย นางถึงได้โกรธและกังวลมากถึงเพียงนี้”
“อาจจะเป็เพราะคำว่าสหายเก่ายินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง”
“หรือว่าพวกเขาทั้งสองคนเคยรู้จักกันมาก่อน”
“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันรู้แค่เพียงว่า…ตอนนี้ข้าเป็ห่วงเจี่ยเจีย[21] ทั้งสองเหลือเกินนี่เ้าไม่ได้ยินเสียงอะไรบ้างเลยหรือ”
“เสียงมีดอีโต้”
“ดังมาจากเรือนท้ายจวน”
“ต้าเจียนางคิดจะทำอะไร!”ทั้งสองพี่น้องเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก ก่อนที่จะรีบวิ่งไปยังเรือนท้ายจวนทันที
____________________________________________________________________
[20] ซานเจีย (三姐) แปลว่า พี่สาม (ผู้หญิง)
[21] เจี่ยเจีย (姐姐)แปลว่า พี่สาว