ฝุ่นทรายฟุ้งกระจายเมื่ออาเธอร์และเดวิดวิ่งมาถึงหน้าหมู่บ้าน โบทัสยืนอยู่ที่นั่นแล้ว หอกในมือสั่นเล็กน้อยจากความตึงเครียด ข้างกายเขามีลูกน้องไม่กี่คนถืออาวุธหยาบๆ จอบ หอก และดาบสั้นที่ดูไม่น่าจะทนทาน แสงคบเพลิงจากกลุ่มโจรที่กำลังใกล้เข้ามาสะท้อนอยู่ในดวงตาของโบทัส เขาหันมามองทั้งสองด้วยสายตาแหลมคม "พวกเ้าสองคนมาทำอะไรที่นี่? ถ้าจะหนีก็หนีไปสะเดี๋ยวนี้"
อาเธอร์ส่ายหน้า เดวิดแปลทันที "ไม่ล่ะ จะให้เราทิ้งคนที่ให้อาหารและที่พักได้ยังไง? อีกอย่าง เด็กๆ พวกนั้น ลีรา โทมัส พวกเราจะทิ้งไปได้ยังไง?" เขามองโบทัสด้วยสายตาหนักแน่น
โบทัสหัวเราะแห้งๆ "ตามใจพวกเ้าแล้วกัน แต่อย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ"
อาเธอร์ขมวดคิ้ว "พวกโจรนั่นมันยังไงกัน? ไหนบอกว่าคาริกได้รับการคุ้มครองจากเมืองทารอน?"
โบทัสถอนหายใจ เดวิดแปลคำตอบของเขา "จากข้าที่ฟังจากพวกพ่อค้าที่ผ่านมา พูดลือๆ กันว่า เมืองทารอนกำลังเตรียมทำากับเมืองข้างเคียง พวกนั้นดึงกองกำลังกลับไปตั้งรับที่เมือง การคุ้มครองหมู่บ้านรอบนอกเลยลดลง โจรพวกนี้คงฉวยโอกาส"
"บ้าเอ้ย!" อาเธอร์สบถ เขากำหมัดแน่น "งั้นเราก็ต้องจัดการเองสินะ"
โบทัสหันมามองทั้งสองอย่างพิจารณา "ั้แ่ตอนที่ข้าเจอพวกเ้าครั้งแรก พวกเ้าให้ความรู้สึกแปลกๆ อะไรบางอย่าง" เขาหยุดชั่วครู่ "พวกเ้าเคยต่อสู้มาก่อนใช่ไหม?"
อาเธอร์มองตาโบทัสตรงๆ แล้วพยักหน้า "ใช่" เขาพูดเองด้วยน้ำเสียงมั่นใจ โดยไม่ต้องให้เดวิดแปล คำสั้นๆ นั้นดูเหมือนจะสื่อถึงโบทัสได้ดี
ระหว่างนั้น อาเธอร์เหลือบไปเห็นลูกน้องคนหนึ่งของโบทัสที่ยืนอยู่ข้างๆ ถือธนูไม้หยาบๆ ทันใดนั้นรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา เขาหันไปกระซิบกับเดวิด "นายบอกว่าถ้าสู้จริงๆ คนจะรู้ว่านายไม่ใช่มนุษย์ แต่ถ้าให้ยิงธนูล่ะ? ต่อให้แม่นยำเกินคนทั่วไป ก็ไม่มีใครสงสัยมากหรอก"
เดวิดพยักหน้า "สมเหตุสมผล ถ้าผมควบคุมพลังให้ดูเป็มนุษย์ ระดับความแม่นยำสูงกว่านักกีฬาโอลิมปิกก็ยังดูน่าเชื่อ"
อาเธอร์หันไปหาโบทัส "ขอหอกให้ผมหนึ่งเล่ม แล้วขอธนูให้เดวิด" เดวิดแปลตาม "เ้านี่คือบุตรของเทพธนูเลยล่ะ" อาเธอร์ชี้ไปที่เดวิดพร้อมยิ้มกว้าง
โบทัสมองทั้งสองสลับไปมาด้วยสายตาครึ่งสงสัยครึ่งขบขัน สักพักเขาก็พยักหน้า "เอาไป" เขาสั่งลูกน้อง ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งไปหยิบหอกไม้ปลายเหล็กและธนูพร้อมลูกธนูมาให้ อาเธอร์รับหอกมาถือ ทดลองน้ำหนักในมือ—มันหยาบและไม่สมดุลเท่าอาวุธทหาร แต่ก็ใช้ได้ ขณะที่เดวิดรับธนูไปตรวจสอบด้วยท่าทางแม่นยำราวกับเครื่องจักร
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าม้ากรีดร้องดังขึ้น กลุ่มโจรมาถึงหน้าหมู่บ้านแล้ว อาเธอร์นับคร่าวๆ มีทั้งหมดราวสามสิบคน ทหารม้าประมาณสิบ อาวุธในมือดูดีกว่าที่คาด ดาบโค้งและหอกที่ตีจากเหล็กคุณภาพสูง เดวิดกระซิบ "จากการวิเคราะห์ โครงสร้างการเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้เป็ระบบเกินกว่าจะเป็โจรธรรมดา น่าจะเป็อดีตทหาร"
"แย่สุดๆ เลยละ" อาเธอร์พูด "เหล่าทหารตกงานกลายมาเป็โจรนี่มันอันตรายกว่าโจรทั่วไปอีก"
หัวหน้าโจร ชายร่างใหญ่ที่ขี่ม้าตัวสูง ควบม้าออกมาข้างหน้า เขาสวมผ้าคลุมสีแดงเข้ม ะโด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้าง "พวกเ้าจงฟัง! ถ้าอยากรอด เอาเสบียง ม้า ของมีค่า และผู้หญิงมาให้ข้า!" เขาเลียปากอย่างน่าสะอิดสะเอียน "ถ้าไม่งั้น หมู่บ้านนี้กลายเป็ซากแน่!"
เดวิดหันมาหาอาเธอร์ "ผมจับคลื่นความร้อนได้สามสิบคน ทหารม้าสิบ ด้วยจำนวนนี้ ชาวบ้านที่พึ่งเคยจับอาวุธครั้งแรกก็สู้ไม่ไหวแน่"
อาเธอร์ยิ้มกว้าง "จะกลัวอะไร?" เขาตบไหล่เดวิด "ตอนนี้หมู่บ้านคาริกมีทั้งฉันและนายอยู่นี่" เขากำหอกแน่น "นายจัดการทหารม้าก่อน ฉันจะดูแลพวกที่เหลือกับโบทัส"
โบทัสหันมามองอาเธอร์ "เ้าจะสู้จริงๆ เหรอ?"
"ก็จริงน่ะสิ" อาเธอร์ตอบ "เราไม่ทิ้งหมู่บ้านนี้ให้โจรย่ำยีหรอก" เขาหันไปสั่งเดวิด "เริ่มเลย!"
เดวิดยกธนูขึ้น เล็งไปที่ทหารม้าคนแรกที่กำลังควบเข้ามา ลูกธนูพุ่งออกไปด้วยความเร็วและแม่นยำ ปักเข้าที่ข้อต่อเกราะของทหารม้าคนนั้นจนร่วงจากหลังม้า โบทัสและลูกน้องตาโต "บะ บะ บะ…บุตรแห่งเทพธนู"
แต่ไม่มีเวลาสงสัย อาเธอร์ะโ "สู้!" แล้ววิ่งเข้าไปในแนวหน้า หอกในมือพร้อมต้านทานคลื่นโจรที่กำลังบุกเข้ามา