"เอ๊ะ นั้นมันจางเล่อเหลียนกับลูกๆนิหอบอะไรมาเต็มไม้เต็มมือ ดูที่มือลูกๆของหล่อนสิหล่อนกล้าซื้อของสิ้นเปลืองแบบนั้นให้ลูกๆกินไปได้อย่างไร "
ฝูจางหลูพูดขึ้นเมื่อเห็นจางเล่อเหลียนกับลูกเดินผ่านมาเธอเป็เพื่อนของสะใภ้ใหญ่ ดีล่ะเธอจะรอดูเื่สนุกว่าสะใภ้ใหญ่เจียเหม่ยจะจัดการกับแม่จางเล่อเหลียนยังไงเธอไม่ชอบจางเล่อเหลียนที่ ทำตัวเหมือนพวกคุณนาย ใช้ชีวิตสุขสบายไม่ต้องทำการทำงานอะไรก็มีกินมีเงินใช้ คอยสร้างภาพเป็แม่ดอกบัวขาวผู้หญิงดีๆที่ไหนจะวางยาผู้ชายให้เขารับผิดชอบ
ตอนนี้ข่าวการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของจางเล่อเหลียนกระจายไปทั่วหมู่บ้านเพราะกลุ่มข่าวซุบซิบนินทาของเพื่อนๆสะใภ้ใหญ่เจียเหม่ยปล่อยข่าวไปทั่วในยุคที่คนส่วนใหญ่ใช้จ่ายแค่เพียงวันละ 2-3 เหมาต่อครั้งทุกบ้านต้องรัดเข็มขัด ของกินส่วนมากก็ทำงานแลกมาไม่จำเป็ต้องซื้อ หรือถ้าบ้านไหนอยากกินพวกเนื้อก็ต้องเข้าป่าไปล่าเอาเองไม่ผิดกฎถือว่าของป่าใครมีฝีมือล่าได้ถือว่าไม่ผิดทำให้จางเล่อเหลียนได้ชื่อว่าเป็สะใภ้รองบ้านกู่ผู้ไม่รู้จักการใช้ชีวิตรู้จักแต่ทำตัวล้างผลาญเงินครอบครัว
ทางฝั่งบ้านใหญ่ตระกูลกู่.....!
เื่นี้ดังจนไปถึงหูแม่เฒ่ากู่อีกทั้งสะใภ้ใหญ่ก็บอกว่าเธอเห็นกับตาว่าจางเล่อเหลียนทำแบบนั้นจริงๆหอบของกลับมาเต็มไม้เต็มมือ กลับไม่แบ่งมาให้พ่อแม่สามียิ่งได้ฟังสะใภ้ใหญ่พูดแม่เฒ่ากู่ยิ่งโกรธมากที่จางเล่อเหลียนทำลายชื่อเสียงของตระกลูกู่ ต้องกลายเป็เื่เล่าสนุก เป็เื่ที่ชาวบ้านเอาไปนินทาเล่นกันเช้าเย็น
"ปัง! นังตัวล้างผลาญสมบัติต่อไปจะไปเหลืออะไรให้กับลูกรอง" แม่เฒ่ากู่พูดขึ้นด้วยความโกรธเธอถึงกลับต้องทุบโต๊ะระบายอารมย์
"คุณแม่ใจเย็นๆก่อนนะคะฉันว่าพี่สะใภ้รองคงไม่ได้ซื้ออะไรมากขนาดนั้น ปกติพี่สะใภ้รองเป็คนรอบคอบเวลาจะซื้อของนะคะ"
สะใภ้สามพูดขึ้นเพราะเธอเชื่อแบบนั้นจริงๆเท่าที่เธอเคยรู้จักพี่สะใภ้รองมา
"เอ๊ะ! สะใภ้สามเธอไม่ได้เห็นอย่างฉันนิเธอจะไปรู้อะไร คุณแม่ฉันเห็นจริงๆนะคะไม่งั้นชาวบ้านจะพูดกันเหรอ"
"พอๆกันได้แล้วสะใภ้รองจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับเรา เพราะพวกเขาแยกบ้านแล้วอีกอย่างฉันก็เห็นว่าสะใภ้รองเธอก็ดูแลลูกๆดี เธอไม่ได้เอาไปใช้กับอย่างอื่นทุกอย่างก็เห็นๆกันอยู่ว่าเพื่อหลานๆทั้งนั้นจะมาพูดเพื่ออะไร" พ่อเฒ่ากู่พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ ้าให้ภรรยาหยุดพูด
"คุณจะไม่ให้ฉันยุ่งได้ยังไงนั้นมันเงินลูกชายฉันนะ จะปล่อยให้หล่อนล้างผลาญจนไม่เหลืออะไรไว้ให้ลูกชายเราเหรอลูกรองต้องเสี่ยงตายนะถึงจะได้เงินนั้นมา " แม่เฒ่ากู่ถึงกับน้ำตาคลอที่ได้ยินสามีบอกไม่ให้เธอไปยุ่ง
"คุณหยุดพูดได้แล้วผมบอกแล้วนะว่าอย่าไปยุ่งกับบ้านเ้ารอง"
พ่อเฒ่ากู่พูดเสร็จก็ลุกเดินจากไปและสมาชิกคนอื่นต่างก็ลุกเดินตามออกไปเช่นกันเหลือเพียงแม่เฒ่ากับสะใภ้ใหญ่เท่านั้น
"หึ!..... ฉันจะไปจัดการแม่ตัวดีไปบ้านรองกับฉันสะใภ้ใหญ่"
"ได้ค่ะคุณแม่" สะใภ้ใหญ่ยิ้มเต็มหน้า
ทางด้านของจางเล่อเหลียนและลูกๆก็ไม่ได้ทราบถึงเื่วุ่นวายที่บ้านใหญ่เลย เพราะเมื่อเดินกลับมาถึงบ้านก็เป็เวลาบ่ายโมงกว่าๆแล้วเธอเลยเอาอาหารที่เหลือเมื่อเช้ามาอุ่นให้ลูกๆทานกันก่อน เพราะกลัวพวกเขาจะหิวหลังจากทานข้าวเสร็จเธอกำลังจะให้ลูกๆไปล้างหน้า แปรงฟัน เตรียมนอนกลางวันก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากประตูหน้าบ้าน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!
"สะใภ้รอง ลู่ซือ ิเฉินมีใครอยู่ไหม"
เสียงแหลมของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นถ้าจำไม่ผิดคงจะเป็เสียงของสะใภ้ใหญ่เจียเหม่ยจางเล่อเหลียนแค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่งอย่างไม่ได้สนใจอะไรมากเพียงแค่มองไปทางลูกๆทั้งสองคน ที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
"แม่ครับ เราจะทำอย่างไรดีครับป้าสะใภ้ใหญ่ต้องมาเอาของที่บ้านเราอีกแน่ๆเลย" ิเฉินกลัวว่าป้าสะใภ้ใหญ่จะมาเอาเนื้อของเขาไปไม่นะเขายังอยากกินเนื้อทุกวันอยู่ จะทำไงดี
"ป้าสะใภ้ใหญ่มาตามพวกเราไปเก็บผักป่าไปแลกแต้มแน่ๆเลยค่ะป้าสะใภ้ใหญ่คงจะโกรธมาก ที่พวกเราไม่ได้ไปช่วยหลายวันแล้ว"
ลู่ซื่อรู้สึกกลัวป้าสะใภ้ใหญ่มากเพราะนางชอบพูดเสียงดังเวลาที่ป้าสะใภ้ใหญ่ไม่พอใจก็จะต่อว่าแม่และพวกเธอเป็ประจำ
"ไม่เป็ไรพวกลูกๆไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วเข้านอนก่อน เดี๋ยวแม่จะตามไปทีหลัง"
เล่อเหลียนยิ้มให้ลูกๆคลายความกังวล อีกอย่างเธอไม่อยากให้ลูกๆเห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีของผู้ใหญ่จนเกิดการเลียนแบบได้
"ค่ะแม่/ครับแม่"
เธอเดินออกมาที่ประตูหน้าบ้านเสียงเคาะประตูก็ยังคงดังไม่หยุด เธอไม่คิดว่าเื่วุ่นๆจะมาหาเธอเร็วขนาดนี้แต่จะมาแบบไหนก็อย่าหวังว่าจะมารังแก หรือเอาเปรียบคนอย่างเธอได้ เธอปล่อยให้คนด้านนอกรอสักหน่อย ก่อนที่เธอจะเปิดประตู
"ทำอะไรอยู่ กว่าจะเปิดประตูได้เธอจะแกล้งให้ฉันกับคุณแม่ยืนตากแดดกันใช่ไหม"
สะใภ้ใหญ่เห็นจางเล่อเหลียนเปิดประตูออกมานางก็รีบพูดต่อว่าออกมาด้วยความหงุดหงิดที่จางเล่อเหลียนปล่อยให้นางยืนเรียก เคาะประตูตั้งนาน
"สวัสดีค่ะคุณแม่กับพี่สะใภ้ใหญ่มีอะไรกับฉันหรือเปล่าค่ะ"
เธอไม่ตอบคำถามของสะใภ้ใหญ่แต่เธอถามทั้งสองคนออกไปเมื่อเห็นสีหน้าแสดงความไม่พอใจออกมาสงสัยเตรียมตัวจะมาหาเื่เต็มที่สินะ
"ก็จะอะไรเสียอีกละ หล่อนหายป่วยแล้วดูจากสภาพก็คงจะไม่ได้ป่วยเป็อะไรแล้ว แต่หล่อนกับลูกๆของหล่อนที่ไม่ได้ทำการทำงานอะไร ไม่คิดจะไปช่วยบ้านใหญ่เก็บผักมาแลกแต้มเลยหรือไง "
สะใภ้ใหญ่ได้ทีเริ่มพูดเสียงดังเสียงดังจนทำให้ชาวบ้านเริ่มมองมาทางพวกเธอที่ยืนคุยกันที่หน้าบ้านของจางเล่อเหลียนเธอ้าให้ชาวบ้านมองว่าสะใภ้รองไม่มีความกตัญญูอีกอย่างเธอไม่พอใจที่สะใภ้รองไม่ได้ไปช่วยเธอเก็บผักป่ามาแลกแต้มหลายวันแล้วแถมยังมีหน้าไปเดินซื้อของปล่อยให้พวกเธอทำงานงกๆสะใภ้ใหญ่ต้องรีบพูดเื่นี้ขึ้นมาให้แม่สามีเอาเื่สะใภ้รองเพิ่ม
"สะใภ้ใหญ่บอกฉันว่าเห็นหล่อนกับลูกเดินเที่ยวเล่นไปร้านค้าสหกรณ์ถือของกลับมาเต็มไม้เต็มมือ หล่อนจะผลาญเงินลูกชายฉันไปถึงไหนยังจะชุดใหม่นี่อีก"
แม่เฒ่ากู่พอมาเห็นจางเล่อเหลียนใส่ชุดใหม่กับตาก็ยิ่งโกรธจนมือสั่น ต้องใช้เงินไปกี่หยวนถึงจะได้ชุดนี้มา แถมซื้อของมาก็ยังไม่คิดที่จะแบ่งปันให้บ้านใหญ่ด้วย
"ใช่ค่ะคุณแม่สะใภ้รองซื้อของมาเยอะเลยแถมยังอู้งานไม่ยอมมาช่วยบ้านใหญ่นี่คุณแม่เลี้ยงหมาป่าตาขาวอยู่หรือไง ไม่รู้จักแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่สามี"
" ทำไมสะใภ้ใหญ่ถึงไม่ให้ลูกๆของพี่สะใภ้ใหญ่ไปช่วยเก็บผักป่ามาแลกแต้มกันล่ะคะพวกเขาโตกว่าลูกๆฉันซะอีก ลูกของฉันยังเด็กอยู่เลย อีกอย่างวันนั้นพวกเขาก็เกือบตกเขาตามเนื้อตัวของลูกๆฉันยังเป็แผลไม่หายเลยต่อไปฉันคงไม่ให้ลูกของฉันไปเก็บผักป่าแลกแต้มแล้วล่ะคะเพราะถ้าิหลงรู้เขาก็คงไม่ให้ลูกๆไป" เธอรีบเอ่ยชื่อสามีออกมาเพื่อให้แม่สามีไม่กล้าโต้แย้ง
"ใช่ๆ จริงด้วยลูกของสะใภ้รองยังเล็กอยู่เลย " เสียงของชาวบ้านเริ่มซุบซิบกันบ้านใหญ่กู่ใช้งานเด็กเล็กบ้านรองจนาเ็สงสารสะใภ้รองกับลูกที่โดนบ้านใหญ่รังแก ทั้งยังขาดสามีคุ้มครองอีก
"ส่วนเื่ที่คุณแม่ถาม บ้านฉันไม่ได้ทำงานแลกแต้มในทุ่งนาไม่ได้รับการปันส่วน จึงจำเป็ต้องซื้อของเข้าบ้านหลายอย่างกว่าบ้านอื่นๆอีกทั้งก่อนที่ิหลงเขาจะกลับไปกองทัพ ก็บอกให้ฉันดูแลลูกๆให้ดีให้พวกเขาได้กินอิ่ม นอนอุ่น จึงไม่ใช่การผลาญเงินอย่างที่คุณแม่คิดนะคะ"
" แต่หล่อนก็ไม่ควรใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทั้งๆที่ลูกรองต้องทำงานเสี่ยงตาย แล้วหล่อนก็ยังไม่รู้จักแสดงความกตัญญูอีก"
แม่เฒ่ากู่ไม่ยอมเสียหน้ารีบปัดความผิดไปให้จางเล่อเหลียน เพราะตอนนี้เริ่มมีชาวบ้านมายืนฟังเวลาอยู่ข้างนอกนางจะไม่กล้าแสดงอารมย์มาก เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านเอานางไปนินทา
"คุณแม่ค่ะ เื่แสดงความกตัญญูถ้าให้ฉันพูดความจริงิหลงก็ส่งเงินให้คุณพ่อคุณแม่ทุกเดือน เดือนละ 5 หยวน ยังไม่ถือว่าบ้านรองเราแสดงความกตัญญูเหรอค่ะที่จริงฉันก็ไม่อยากจะพูดหลอกนะคะเื่นี้แต่ก็อยากจะให้คุณแม่เข้าใจด้วยว่าบ้านรองเราก็ได้แสดงความกตัญญูเหมือนกันถึงเราจะแยกบ้านแล้ว"
หลังจากจางเล่อเหลียนพูดออกไปก็ได้ยินเสียงชาวบ้านซุบซิบกันเสียงดังขึ้นกว่าเดิมเพราะชาวบ้านไม่รู้ว่าบ้านรองยังส่งเงินให้บ้านใหญ่ทั้งๆที่ก็แยกบ้านกันแล้วและที่ข่าวลือที่ว่าจางเล่อเหลียนไม่กตัญญูกับพ่อแม่สามี แสร้งทำเป็แม่ดอกบัวขาวลับหลังกลับขี้เกรียจข่าวนี้ก็มาจากกลุ่มเพื่อนสะใภ้ใหญ่เจียเหม่ยต่อไปนี้พวกเขาคงต้องมองแม่เฒ่ากู่กับสะใภ้ใหญ่บ้านกู่ใหม่แล้วละ ชาวบ้านคิด
เสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านยังดังไปเรื่อยๆแม่เฒ่ากู่และสะใภ้ใหญ่ไม่คิดว่าจางเล่อเหลียนจะกล้าเถียงคำไม่ตกฟากกล้าหักหน้าพวกนางต่อหน้าชาวบ้าน ทำให้นางดูเป็คนไม่ดีในสายตาชาวบ้านทั้งๆที่แต่ก่อนจางเล่อเหลียนไม่เคยแม้แต่จะกล้าสบตา ไม่เคยโต้เถียงนางด้วยซ้ำแต่นี่มันเกิดอะไรขึ้น
แม่เฒ่ากู่คิดว่านางต้องรีบจบเื่นี้ก่อนที่นางจะเป็ขี้ปากชาวบ้านไปมากกว่านี้
"สะใภ้ใหญ่เธอก็ไม่น่าจะมาพูดให้ฉันเข้าใจสะใภ้รองผิดเลยนะเดิมทีฉันก็ตั้งใจจะมาเยี่ยมสะใภ้รองว่าหายป่วยหรือยังแต่เธอกับเอาเื่อะไรมาพูดให้ฉันเข้าใจสะใภ้รองผิด "
"เอ่อ??...." สะใภ้ใหญ่อ้าปากค้างกำลังจะพูดต่อก็โดนแม่เฒ่ากู่พูดขัดขึ้นมาก่อน
"หุบปากของหล่อนเลยนะหยุดเลยไม่ต้องพูดอะไรแล้ว "
แม่เฒ่ากู่ต้องรีบพูดเพื่อไม่ให้สะใภ้ใหญ่พูดขัดนางไม่อยากให้ชาวบ้านว่านางอีก จากนั้นนางก็หันไปพูดกับสะใภ้รอง
"สะใภ้รองหล่อนก็รีบเข้าบ้านไปพักเถอะพึ่งจะหายป่วยวันหลังแม่จะมาเยี่ยมใหม่ แม่ไม่รบกวนเธอแล้ว" พูดจบนางก็รีบหันหลังเดินจากไป
"เอ่อ! คุณแม่รอฉันด้วยค่ะ" สะใภ้ใหญ่ส่งสายตาโกรธแค้นมาให้จางเล่อเหลียนและหันหลังรีบวิ่งตามแม่เฒ่ากู่ไป
เมื่อทั้งสองจากไปชาวบ้านที่ยืนซุบซิบเื่ของบ้านกู่เห็นว่าไม่มีเื่อะไรให้ฟังแล้วก็แยกย้ายกันไป จางเล่อเหลียนก็ปิดประตูเดินเข้าบ้าน
"ฮาๆๆๆ โอ๊ยปวดท้อง ท้องเกร็งหมดแล้ว "
จางเล่อเหลียนหลุดขำออกมาจนได้เมื่อนึกถึงสีหน้าแม่เฒ่ากู่และสะใภ้ใหญ่ หน้าเสียรีบเดินหนีกลับไปเื่แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าแม่สามีและสะใภ้ใหญ่ไม่มารังคราญเธอเพราะเธอก็อยู่ในส่วนของเธอกับลูกๆไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครฉันบอกแล้วว่าฉันจะไม่อยู่เฉยๆให้ใครมารังแก
จงอย่าเป็คนใจดี จนถูกคนอื่นเอาเปรียบคำนี้ใช้ได้เสมอ
...........................................
ชี้แจง.
นิยายเื่นี้เป็เพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นไม่ได้มีการอ้างอิงประวัติศาสตร์ อาจจะมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างโดยได้รับแรงบันดานใจจากการอ่านงานเขียนนิยายของท่านอื่นๆหากงานเขียนของไลท์บาง่ตอนเหมือนกับนิยายท่านใดต้องขอโทษด้วยนะคะ
นิยายเื่นี้เป็เพียงงานเขียนที่ผู้แต่งอยากถ่ายทอดจินตนาการของตนเองเนื่องจากเป็ความฝันของคนที่รักการอ่านนิยายมาั้แ่เด็กๆอยากมีงานเขียนเป็ของตัวเองซักเื่ที่เราอยากให้เป็อย่างที่เราชอบ หวังให้ตัวละครนั้นๆเป็ไปตามที่เราตั้งใจอยากให้เป็