เจี้ยนเว่ยเห็นทั้งคู่คล้ายจะทะเลาะกันพลันกล่าวอย่างเฉื่อยชาว่า" ท่านทั้งคู่เป็เด็กน้อยในร่างผู้ใหญ่หรือไรถึงกลับทะเลาะกันไม่เลือกเวลาเช่นนี้? "
คนหนึ่งกล่าวอย่างสะท้านขวัญคนหนึ่งสบถด่าอย่างขุ่นแค้น ขณะนั้นจิตใจนักสู้ของสำนักดาบปฐีแตกสลายดั่งแก้วน้ำ หัวหน้าหน่วยที่มีพลังสูงล้ำยอดเยี่ยมกลับพ่ายแพ้ ในมือของบุรุษหนุ่มอัปลักษณ์ผู้นี้อย่างง่ายดาย จึงสูญเสียจิตที่คิดจะต่อสู้ไปหมดสิ้น เสียงติงตังของดาบกระบี่และอาวุธร่วงหล่นลงพื้น สำหรับนักสู้อาวุธสำคัญเท่าชีวิตหากอาวุธหลุดจากมือก็คล้ายโยนชีวิตไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ขณะที่นักสู้สำนักดาบปฐีหวาดหวั่นจิตใจ นักสู้สำนักบุปผามืดยิ่งฮึกเหิม เข่นฆ่าสังหารนักสู้สำนักดาบปฐีอย่างโเี้ เสียงอาวุธเสียงหวนโหยทรมานดังระงมเือันแดงฉานชโลมพื้นดินจนแดงฉาน เศษซากเืเนื้อกระจุยกระจายเต็มพื้นใบหน้าเท้าหลอมเป็ดาบและขวานผ่าเป็แขนขณะนี้ทั้งบิดเบี้ยวทั้งซีดขาวด้วยความตื่นตระหนก
การกระแทกจู่โจมของเจี้ยนเว่ยเมื่อครู่มองดูผิวเผินแ่เบาธรรมดา แต่ความจริงกลับกระแทกทำลายชีพจรคนทั้งสองไปเกือบครึ่งร่าง ลมปราณในร่างแทบจะแตกฉานถึงกับกระอักเื หลั่งไหลโลหิตพวยพุ่งออกจากปากดั่งสายน้ำคำใหญ่ พวกเขาความจริงห่างไกลจากความตายไม่มาก แต่จิตใจคนแม้ใกล้ตายแต่ถึงที่สุดก็ไม่ยอมตกตายอย่างง่ายดาย ดังนั้นพวกเขาตัดสินใจทำเื่ประการหนึ่ง
พวกเขาสองคนลอยตัวขึ้นจากนั้นร่อนร่างยืนหยัดติดกัน จากนั้นสี่มือผสานคล้ายสวดท่องบทคำศัพท์หลายประโยค ฉับพลันบังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เห็นดวงตาสี่ดวงของเท้าหลอมเป็ดาบและขวานผ่าเป็แขนแดงก่ำมีโลหิตหลั่งไหลออกมา แต่โลหิตนั้นมิใช่สีแดงกลับเป็โลหิตสีดำน่าสะพรึงกลัวดั่งถูกพิษ เจี้ยนเว่ยชมดูถึงกับสะท้านใจวูบเพียงรู้สึกในอากาศปรากฏกลิ่นอายอำมหิตไร้สภาพสายหนึ่ง
นั้นเป็สัญชาตญาณของเขาดังนั้นเขาไม่กล้าคลายใจ มาตรแม้นจะเป็พยัคฆ์าเ็แต่อย่างไรก็ยังเป็พยัคฆ์ มิอาจประมาทเด็ดขาดร่างของเท้าหลอมเป็ดาบและขวานผ่าเป็แขนชักกระตุก ปรากฏโลหิตสีดำหลั่งไหลออกมาดั่งลาวาที่ข้นหนืด ก่อนที่ใบหน้าของคนทั้งสองจะเลือนหายกับโลหิตสีดำ เจี้ยนเว่ยเห็นเขายิ้มเป็รอยยิ้มที่เคียดแค้นแต่ชั่วร้าย ได้ยินสองเสียงดังขึ้นพร้อมเพรียงว่า" เรามาตรแม้นตายขอพรากิญญาท่านลงปรโลกด้วยกัน! "
พอกล่าวจบเนื้อหนังเืดำหลอมละลายราวน้ำแข็ง ถูกความร้อนกลายเป็ของเหลวหนืดข้นสีดำคล้ำกองหนึ่งปรากฏอยู่บนพื้น คนทั้งหลายที่ชมดูพอมองดูถึงกับสั่นสะท้านอุทานอากันยกใหญ่ มีคนผู้หนึ่งะโเสียงดังตื่นตระหนกว่า"คล้ายคลึงกับคำสาปแช่งพรากิญญายิ่ง ! " คำพูดประโยคนี้พอกล่าวคล้ายสะท้านใจผู้คนจำนวนมาก เจี้ยนเว่ยเองแม้ไม่เคยได้ยินชื่ออวิชชานี้แต่พอทราบว่าน่าสะพรึงกลัวดังนั้นจึงไม่วางใจ
กองของเหลวสีดำละลายจะสังขารร่างกายคนสองคนยามนี้ กลับเดือดระอุปรากฏควันเจือจางพลุ่งพล่านออกมา กลิ่นอายที่ราวกับพุ่งจากปรภพพอปรากฏก็มืดมนเย็นเยียบ ท้องฟ้าที่สดใสพลันมืดมัวด้วยเมฆครึ้มสายฟ้า ของเหลวนั้นสลายหายไปกลายเป็ควันสายหนึ่ง นั้นเป็ควันสีดำคล้ำที่มองดูเหมือนเจือจางแต่ก็หนาทึบสายหนึ่ง หน้าปีศาจที่อัปลักษณ์และน่ากลัวอย่างสุดแสนปรากฏขึ้น ทับซ้อนกับควันดำคล้ำเสียงหัวเราะร่ำไห้กรีดร้องตวาดโหยหวนคร่ำครวญนับหมื่นเสียงดังสนั่น
หน้าปีศาจและภูตผีิญญาปรากฏขึ้นนับร้อยนับพันเพิ่มขยายเป็นับหมื่น เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังสลับสับสนวุ่นวายคล้ายบทเพลงปีศาจสังเวยิญญา ที่สามารถกระชากจิตใจคนรับฟังลงสู่ขุมนรก เวลานั้นไม่ว่าคนของสำนักบุปผามืดหรือสำนักดาบปฐีล้วนแตกตื่นบ้าคลั่ง พากันกรีดร้องหวนโหยยาวเหยียดอย่างทุกข์ทรมาน
การเปลี่ยนแปลงพอเกิดขึ้นนักสู้หลายคนพลันชักกระตุก ดวงตากลายเป็สีดำคล้ำคล้ายสูญเสียสติความคิด ใช้มือตะกรุยข่วนเืเนื้อหน้าอกตัวเองจนแหลกเหลวแดงฉาน ฉีกกระชากเืเนื้อและกระดูกออกเป็ซี่ใหญ่ เืในร่างบางคนแปรเปลี่ยนเป็สีดำสาดพุ่งเหม็นคาวเืพัดโชยรุนแรง
เห็นหลายคนใช้มีดดาบตัดร่างกาย บ้างควักหัวใจตัวเองออกกัดกิน อวัยวะภายในเทกราดลงพื้นจนแหลกเหลวแต่คนกลับไม่ตกตายไป บางคนฉีกกระชากเนื้อหน้าอกถลกิัและดวงตามากัดอย่างเคลิบเคลิ้ม ตะกละตะกลามราวกับกำลังกินเนื้อ์ โลหิตชโลมพื้นหินใกล้ทะเลสาบจนแดงฉาน คนทั้งหลายนี้คล้ายกลายเป็มนุษย์ก้อนเนื้อเลอะเลือนดั่งปีศาจร้ายบ้าคลั่ง
เจี้ยนเว่ยถึงกับตื่นตระหนกวูบสูดลมหายใจลึกอย่างหนาวเหน็บคราหนึ่ง ก็รู้สึกสายตามืดมนสมองโคลงเคลงคล้ายจะสลบสิ้นสติสัมปชัญญะ ยามใต้องรีบเร่งเร้าพลังวัตรรวบรวมพลังจิตค่อยกลับคืนสู่อาการปกติ
พอหันมองรอบด้านจิตใจถึงกับสั่นคลอนรอบทิศทาง ราวกับกลายเป็ขุมนรกแห่งการชำระทรมาน คนหลายร้อยคนเนื้อหนังเหวอะหวะเืเนื้อเลอะเลือน กัดกินเต็มปากบางคนกัดกินนิ้วของตนเองจนเหลือแต่กระดูกครึ่งแขน เห็นหลายคนสภาพอเนจอนาถกระชากเืดึงอวัยวะภายในออกมา เสียงร่ำร้องคร่ำครวญดังสับสนประหนึ่งคนทั้งหลายกลายเป็หุ่นเชิดไปในบัดดล
คนนับร้อยพากันกัดกินเนื้ออย่างดุร้ายซากเืกองพะเนินราวูเาอันแดงฉาน เืหลั่งดั่งธาราชโลมพื้น มันมิทราบไฉนคนทั้งหลายถึงกัดกินเนื้อตัวเองอย่างโหดร้ายเช่นนี้ เวลานั้นพลันได้ยินสิบเสียงสิบอารมณ์ดังขึ้นด้านข้าง พอหันกลับไปเห็นควันปีศาจในตอนนี้ใหญ่โตโอฬารกลายเป็ใบหน้าที่เคียดแค้นจากขุมนรกิญญาที่ตายอย่างไม่สงบแผดร้อง นั้นมันอวิชชาลี้ลับอันไหน
อวิชชานี้ไฉนมีอานุภาพน่าสะพรึงกลัวเยี่ยงนี้ ถึงกับบันดาลให้คนนับร้อยนับพันเสียสติจนบ้าคลั่งเช่นนี้ได้ ควันที่แปลงเป็ปีศาจร้ายหดเล็กสีมันพลันเข้มขึ้นจู่ๆ ก็สลายหายวับไปดั่งภาพมายา เจี้ยนเว่ยรู้สึกถึงลางสังหรณ์เลวร้ายรีบถีบเท้าเสือกส่งร่างไปด้านหลัง พลิ้วร่างกลางอากาศตลบหนึ่งค่อยร่อนกายลงพื้นห่างไปสี่เมตร พลันเห็นพื้นที่ตนเองเคยยืนอยู่ก่อนหน้ากลายเป็แอ่งเืดำคล้ำกองหนึ่ง
แอ่งเืดำเดือดระอุมันพอจ้องมองรู้สึกแปลกประหลาด ร่างสะท้านวูบความคิดแทบสลายสิ้นคล้ายจิตใจแทบถูกกระชากออกจากร่าง หากไม่ใช่มันมีฤทธาของพลังวิเศษในร่างปกป้อง ย่อมมีสภาพไม่ต่างจากคนอื่นเป็แน่ เขาสงสัยว่านี้เป็เื่ราวน่าประหวั่นพรั่นพรึงอันใด ที่แท้ก่อนจะตกตายเท้าหลอมเป็ดาบและขวานผ่าเป็แขนเคียดแค้นจนจิตใจบิดเบี้ยว หลอมรวมสองเป็หนึ่งจากนั้นอัญเชิญปีศาจใช้อวิชชาที่น่าสะพรึงกลัวออกมา อวิชชานี้น่าสะพรึงกลัวไม่เพียงแค่สังเวยชีวิตของคนใช้เท่านั้น
แต่ถึงกับสังเวยชีวิตของทุกคนที่อยู่ใกล้เคียง บางครั้งต้องสังเวยชีวิตนับหมื่นนับแสนจนกว่าปีศาจร้ายที่อัญเชิญมาจะพอใจจึงจะหยุดลง อวิชชานี้มิใช่ผู้ใดก็ทราบและใช้ออกมาได้ ความจริงแม้แต่มันทั้งสองก็มิอาจใช้ออกได้ เพียงแต่เขาทั้งสองคนก่อนจะตายจิตใจถูกมารครอบงำจากนั้น ถูกปีศาจที่ใต้ปรโลกแทรกแซงบิดเบี้ยวจิตใต้สำนึกควบคุมให้พวกเขาใช้อวิชชาอัญเชิญปีศาจร้ายพวกนี้ออกมา
ความจริงทั้งหมดหาใช่ฝีมือของมันทั้งสองหากแต่เป็ปีศาจที่กำลังรอคอยโอกาสมาอย่างยาวนานต่างหาก ปีศาจที่ถูกอัญเชิญออกครั้งนี้มีฤทธิ์เดชชั่วร้ายสูงส่ง เพราะเป็ปีศาจที่มีิญญาร้ายนับหลายหมื่น ดังนั้นสามารถแทรกแซงแผ่นเปลือกระหว่างโลกและปรภพขึ้นควบคุมคนทั้งสอง มันความจริง้าอาละวาดกลืนิญญาคนอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ตอนนี้กลับหยุดชะงักลง
แต่ยามนี้กลับพบเจอสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งล้ำค่านั้นย่อมเป็เจี้ยนเว่ย มันหยุดนิ่งใบหน้าบนผืนควันปีศาจยิ้มอย่างสยดสยอง หน้าแปรเปลี่ยนเป็หมื่นๆ ครั้งหัวเราะนับหมื่นเสียงดังกังวานอย่างดีใจ มันมาตรแม้นมิอาจกล่าวคำออกแต่ฟังจากเสียงหัวเราะก็พอทราบว่ามันยินดีถึงเพียงใด พลังอำมหิตของปีศาจดั่งหลั่งไหลจากใต้พื้นไร้สภาพท่วมท้นร่างของเขาโดยพลัน
เจี้ยนเว่ยรู้สึกถึงพลังอำมหิตกำลังแทรกซึมเข้าร่างรีบใช้ฤทธาวิเศษปกป้องตัวเอง รอบกายเขามีแสงสีทองเจือจางปรากฏขึ้น แต่แสงพอปรากฏเสียงหัวเราะดีใจของควันปีศาจก็ยิ่งดังกังวาน จากนั้นเขาเห็นตามตัวมีรอยสีดำคล้ำแดงคล้ำเป็จุดแต้มปรากฏออกมา นอกม่านฤทธาวิเศษคล้ายหมึกและปรสิตกำลังชอนไชกลืนกินอย่างดุร้ายอดอกสั่นขวัญแขวนมิได้
ปีศาจที่ก่อจากควันนั้นอ้าปากดูดกลืนิญญาของคนนับพันที่อยู่รอบข้างจนหมดสิ้น เสียงโหยหวนหยุดลงหลงเหลือแต่ซากเืเนื้อเลอะเลือนนับร้อยกองบนพื้น และควันปีศาจที่มีหลายหมื่นิญญาแววตาที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าอสูร ก็จับจ้องมองมาที่เขาเจี้ยนเว่ยสะท้านใจขนลุกเกรียวกราว เพราะนั้นเป็สายตานับหมื่นนับแสนที่ตกตายไม่ดีเคียดแค้นมองมา
มเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าโลกจะมีเื่ลี้ลับเช่นนี้ มันพอครุ่นคิดก็นึกถึงคำที่อาจารย์เคยกล่าวกับตนเองก่อนจากไปอย่างสงบว่า" พอเ้าออกผจญภัยจะรู้ว่าความมหัศจรรย์และยิ่งใหญ่ของโลกนี้มหาศาล จนแม้แต่เ้าก็จินตนาการมิออก แม้แต่ที่เราทราบยังไม่ถึงหนึ่งส่วนของร้อยเลยด้วยซ้ำ" เขาพอขบคิดก็คล้ายเปิดช่องว่างหากนี้เป็มนุษย์เขาย่อมไม่เพลี่ยงพล้ำ แต่นี้มิใช่เพราะนี้น่ากลัวยิ่งกว่า ปีศาจนั้นก็พุ่งวาบมาสิงสู่ร่างมันแย่งชิงกลืนกินิญญาของเขาอย่างโเี้
เจี้ยนเว่ยรู้สึกเย็นวาบที่ร่างกายราวตกสู่ขุมนรกควันปีศาจปกคลุมทั่วร่าง จากนั้นปวดศีรษะแปลบราวกับสมองถูกคมมีดแสนมีดกรีดผ่า ร่างกายรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกคล้ายร่างถูกมือั์บีบจนจะตาย ใบหน้าเขาตอนนี้แปรเปลี่ยนจากซีดขาวเป็ดำมะเมื่อมมิใช่แค่หน้าหากแต่เป็ทั้งร่าง เขาแม้ใจแข็งแต่ครั้งนี้หนักหนาจนต้องครวญครางแผดร้องออก ร่างที่สูงสามเมตรล้มตึงไปบนพื้นเห็นสีหน้าเขาประเดี๋ยวดำคล้ำแดงคล้ำ สั่นระริกด้วยความเ็ปตามตัวมีกลิ่นอายปีศาจพวยพุ่งออกจนมืดฟ้ามัวดิน
ิญญาและร่างกายของเขากำลังถูกสิงสู่กลืนกินโดยปีศาจที่กลืนิญญานับหมื่นนับแสนดวง ดังนั้นพอถูกสิงสู่อารมณ์หลากหลายนับหมื่นก็ประเดประดังเข้ามาจนหัวแทบะเิ ความคิดหลากหลายยึดครองจิตใจและสติของเขา เขารู้สึกครั้งนี้หนักหนายิ่งกว่าครั้งก่อนรู้สึกว่าร่างกายนี้มิใช่ของตนเอง หากแต่เป็ของิญญานับหมื่นนับแสน หน้าและประสบการณ์ความคิดของิญญาทั้งหลายะเิอยู่ในสมองและจิตใจของเขา
เขารู้สึกว่าทั้งร่างกายและิญญาถูกฉีกเป็หมื่นชิ้นทุกๆ วินาทีนั้นเป็ความทรมานที่โหดร้ายยิ่งกว่าที่เคยพบเจอ เป็ความทรมานที่ไม่ว่าใครในโลกก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน แม้แต่คิดยังไม่เคยคาดคิดมาก่อน