บทที่19 ยื่นมือช่วยเหลือ
“เ้าเด็กสกปรก เ้าแอบขโมยถุงเงินข้า แถมเ้ายังมาชนข้าจนทำให้ข้าาเ็เ้าต้องรับผิดชอบชดใช้เงินมาให้ข้า”
เสียงของชายวัยกลางคนหน้าตาและท่าทางบ่งบอกเลยว่าเป็นักเลงหัวไม้ข้างถนน กำลังผลักเด็กชายคนหนึ่งให้ล้มลงและยังตามกลับไปกระชากคอเสื้อขึ้นมาตบตีเด็กชายคนนั้นอีก แม้เด็กชายคนนั้นพยายามปกป้องตนเองอย่างไรก็ไม่เป็ผล
“ข้าไม่ได้ทำ ท่านเดินมาชนข้าเอง”
เด็กชายคนเดิมพยายามอธิบาย
“อย่าทำร้ายพี่ชายข้า อย่าทำร้ายพี่ข้านะ”
ฮือๆๆๆ เสียงเด็กหญิงตัวน้อยที่ก่อนหน้านางรับซาลาเปาจากลู่จิววิ่งร้องไห้มากอดคอเด็กชายที่กำลังโดนนักเลงตรงหน้ารังแก
“หากเ้าไม่คืนให้ข้า เ้าก็ต้องมาเป็ทาสรับใช้ข้ารวมทั้งน้องสาวเ้าด้วย”
ชายคนดังกล่าวมองเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งมากอดเด็กชาย นางมีรูปร่างหน้าตาน่ารักส่อแววว่าในอนาคตข้างหน้าหากโตขึ้นจะเป็หญิงงาม ทำให้เขาคิดเปลี่ยนใจหวังหลอกล่อนำนางไปขายให้หอนางโลมแทน
“ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งเ้าแก่ทางการ เ้าจะต้องไปนอนในคุกถูกโบยตีจนตาย เ้าคงไม่รู้เสียแล้วข้ามีตำแหน่งเป็ท่านที่ปรึกษาคนสนิทของนายอำเภอแห่งนี้ ที่ได้รับการไว้วางใจให้ช่วยเหลืองานอยู่ตลอด แม้แต่งานที่เกี่ยวกับกฎหมายบ้านเมืองข้าก็ยังช่วยดูแล ยังไงข้าก็ไม่ปล่อยเ้าให้รอดแน่”
เด็กชายมองเขากลับมาด้วยสายตาแข็งกร้าวเขายังยืนคำตอบเดิมคือเขาไม่ผิด เขาไม่ได้ขโมยเงินและไม่ได้เป็คนชนชายตรงหน้า แต่เด็กชายก็แอบหวาดกลัวอยู่ไม่น้อยหากโดนจับส่งทางการจริงดังว่า พวกน้องๆ จะอยู่กันเยี่ยงไร เขาไม่มีเงินสักอีแปะ วันนี้ก็ยังไม่มีคนยอมจ้างเด็กอย่างเขาให้ช่วยยกของเลยสักคน พวกเขาต่างพากันไปจ้างแรงงานที่เป็ผู้ใหญ่ที่มีความแข็งแรงกว่าเด็กอย่างเขากันหมด
“ข้าไม่ได้ทำ และไม่มีเงินอะไรให้ท่านทั้งนั้น”
เด็กชายยังตอบตามเดิมเขาเพ่งมองไปที่ชายตรงหน้าอย่างแข็งกร้าว ฝ่ามือกำแน่นในใจไม่ยินยอมในความผิดที่ถูกใส่ความ
ลู่ชิงเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ั้แ่ต้นนางบังเอิญเห็นชายผู้นี้เดินแหวกผู้คนมาจากทางด้านหัวมุมถนนด้วยความรีบเร่ง เขามักหันเหลียวไปมองแต่ด้านหลังอยู่ตลอด ท่วงท่ารีบร้อนเหมือนกำลังหนีอะไรมาสักอย่าง แม้นางจะพยายามมองตามไป เพื่อมองดูด้านหลังของเขาแต่ก็ไม่พบว่ามีใครหรือสิ่งใดตามติดเขามา จนกระทั่งเขามาชนเด็กชายผู้นั้นเสียเอง
ท่ามกลางเหล่าจีนมุ่งที่กำลังยืนล้อมวงมุงดูเหตุการณ์ด้วยความสงสัยใคร่รู้
ลู่ชิงตัดสินใจเดินเข้าไปขวางหน้าชายผู้นั้นทันที ลู่เหวินและลู่ฉีเห็นลู่ชิงเดินฝ่าวงล้อมของผู้คน พวกเขารีบละมือจากแผงร้านขายซาลาเปาแล้วเดินตามน้องน้อยของพวกเขาไปไม่ห่าง หากมีอะไรเกิดขึ้นพวกเขาจะได้ช่วยได้ทัน
“ท่านบอกว่าเด็กคนนี้ชนท่านและทำให้ท่านาเ็หรือเ้าคะ?”
ลู่ชิงเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงกลางระหว่างชายท่าทางนักเลงและสองพี่น้องที่นั่งกอดกันอยู่กับพื้น นางเอ่ยถามออกไปพร้อมกับชี้นิ้วไปทางเด็กชายที่กำลังนั่งกอดปลอบน้องสาวที่กำลังร้องไห้อยู่
“ใช่ มันมาชนข้า ดูเหมือนว่าแขนขวาข้าจะาเ็จนกระดูกหักเพราะตอนนี้ข้าขยับมันไม่ได้แล้ว”
ชายท่าทางนักเลงกล่าวตอบลู่ชิงพร้อมทำท่าประคองแขนขวาด้วยมือข้างซ้าย
“ขออนุญาตกล่าวถามท่านต่ออีกสักนิดนะเ้าคะ ถุงเงินที่ทำหายหน้าตาเป็แบบไหนหรือเ้าคะ?"
"เผื่อข้าจะช่วยท่านได้"
“เอ่อ….มัน”
ชายคนดังกล่าวพยายามนึกคำตอบเขาจำมันได้เพียงแค่แวบเดียวว่ามันเป็ถุงสีแดง
“สีแดง เ้าจะถามไปทำไม?”
“หรือว่าเ้าเป็พวกเดียวกันกับเด็กขี้ขโมยนี่”
“ข้ากำลังคิดว่าข้าพบถุงเงินที่ท่านเอ่ยว่าเป็ของท่านนะสิ ข้าเห็นมันกระเด็นหลุดออกมาจากอกเสื้อของท่านไปตกอยู่ตรงมุมแผงซาลาเปาของร้านข้าพอดี”
ลู่ชิงกล่าวกับชายตรงหน้าพร้อมทั้งยกมือชูขึ้นสูงเผยให้เห็นถุงเงินสีแดงในมือ นางได้ถามต่ออีกว่า
“ถ้าถุงเงินใบนี้เป็ของท่านมันปักอักษรคำว่าอะไรหรือเ้าคะ?"
"บังเอิญข้าเห็นว่ามันสวยดีแต่ข้าอ่านมันไม่ออก”
ชายคนดังกล่าวเมื่อได้ยินว่าลู่ชิงเอ่ยว่าอ่านอักษรบนถุงเงินไม่ออกจึงยกยิ้มตอบกลับไปว่า
“อักษรบนถุงเงินใบนั้นเป็ภรรยาของข้าปักมันให้เองกับมือย่อมต้องเป็ชื่อของข้า”
“อ๋อ!เป็ชื่อของท่านหรือเ้าคะ…ช่างน่าสนใจยิ่ง…..น่าสนใจจริงๆ”
ลู่ชิงอมยิ้มที่มุมปากมองชายตรงหน้าอย่างเ้าเล่ห์ ที่นางแกล้งบอกว่าอ่านไม่ออกไปนั้นเพื่อจะทดสอบอะไรบางอย่างซึ่งตอนนี้มันชี้ชัดแล้วว่า ถุงเงินใบนี้ไม่ใช่ของเขา
“เ้ารีบส่งถุงเงินมาให้ข้าเสีย”
ชายผู้นั้นยื่นมือขวาออกมาอย่างรีบร้อน
แต่ลู่ชิงกลับโยนถุงเงินขึ้นสูงเหนือหัวไปทางขวามือชายผู้นั้น จนทำให้เขาต้องะโใช้มือข้างขวาคว้าถุงเงินเอาไว้ในมือ และหลังจากนั้นเขาก้้าวเดินอย่างรีบเร่งตรงเข้าไปฉุดกระชากเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมกอดพี่ชายเพื่อหวังจะพาตัวกลับไปด้วย
“ท่านจะทำอันใดอีกเ้าคะ?"
"ถุงเงินท่านก็ได้มันคืนไปแล้ว เด็กคนนี้ไม่ใช่หัวขโมยอย่างที่ท่านกล่าวหาเสียหน่อย แล้วท่านมีสิทธิอะไรมาฉุดกระชากเด็กน้อยคนนี้ไป ลู่ชิงลู่เหวินและลู่ฉีเดินไปขวางหน้า นางรีบคว้าตัวเด็กหญิงตัวน้อยที่ดิ้นจนสามารถสะบัดมือหลุดออกมาได้ ให้รีบหลบอยู่ด้านหลังนางและพวกพี่ๆทันที ส่วนลู่เหวินและลู่ฉีเองก็เข้าไปประคองเด็กชายให้ลุกขึ้นมาจากพื้นด้วยเช่นกัน
“ก็มันทำให้ข้าาเ็ย่อมต้องชดใช้ เมื่อไม่เงินชดใช้ค่ารักษาให้ข้า ข้าก็แค่อยากจะนำน้องสาวมันไปเป็ตัวประกันเอาไว้ก่อนเมื่อมันมีเงินมาชดใช้คืนให้ ข้าจึงจะปล่อยน้องสาวมันไป”
เมื่อลู่ชิงได้รับฟังคำตอบนางจึงเอ่ยว่า
“ที่แท้ท่านยังคงไม่ลืมอาการาเ็สาหัสที่แขนขวาของตนเอง ก่อนหน้านี้ท่านบอกกล่าวต่อหน้าผู้คนทั้งหมดว่า แขนขวาาเ็สาหัสมากเสียจนมันไม่สามารถขยับได้ต้องใช้มือซ้ายช่วยประคองอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อครู่นี้ท่านกลับใช้มือขวายื่นมาขอรับถุงเงินจากข้า ครั้นเมื่อข้าแสร้งโยนมันขึ้นฟ้าท่านก็ยังสามารถะโแล้วใช้มือข้างขวาคว้ามันเอาไว้ได้อีก นั่นหมายความว่าท่านไม่ได้าเ็อะไรเลยแม้แต่น้อย ท่านต่างหากที่โกหกและหากไปฟ้องร้องขึ้นศาลจริง ตัวข้าและชาวบ้านแถวนี้ย่อมเป็พยานได้ว่าท่านโป้ปดให้การเท็จต่อศาล”
ชาวบ้านหลายคนได้ยินดังนั้นต่างพยักหน้าเห็นตามนางพลางกระซิบกระซาบนินทา บ้างด่าทอสาปแช่งชายผุู้นั้นออกมาให้ได้ยินทั่วกัน
“เ้า...” ชายท่าทางนักเลงชี้หน้าลู่ชิงด้วยมืออันสั่นเทิม เขารู้สึกโกรธเคืองนางเป็อย่างมากที่ต้องมาเสียรู้ให้แก่ดรุณีน้อยตรงหน้าที่ดูก็รู้ว่ายังไม่ถึงวัยปักปิ่น เขาพลาดท่าให้เด็กเสียแล้ว
“แล้วที่ท่านกล่าวอ้างว่าเป็ที่ปรึกษาคนสนิทที่ช่วยงานปกครองของท่านนายอำเภอ ท่านก็ย่อมต้องทราบข้อกฎหมายต่าง ๆ ของบ้านเมืองสินะเ้าคะ อย่างเช่น โทษของการปลอมแปลงแอบอ้างตัวต้นว่าเป็ผู้มีตำแหน่งขุนนางทางราชการ โทษของการกล่าวอ้างทำลายชื่อเสียงของผู้อื่น โทษของการลักขโมยทรัพย์สินผู้อื่นมาเป็ของตน และไหนจะโทษของการทำร้ายร่างกายผู้อื่น โทษพวกนี้ท่านทราบบทลงโทษหรือไม่เ้าคะว่าจำคุกกี่ปีหรือโบยกี่100ไม้ ปรับเงินกี่ตำลึง เอ้..หรือว่าทั้งโบยทั้งจำคุกและปรับเงินไปพร้อมกันนะ”
“และอีกอย่างนะเ้าคะ ถุงเงินนั่นเป็ท่านยืนยันอย่างหนักแน่นว่าภรรยาท่านเป็คนปักชื่อของท่านไว้บนถุง แต่ข้าจะบอกอะไรดีๆให้นะเ้าคะ ว่าแท้จริงแล้วชื่อที่ปักบนถุงเงินมันไม่ใช่ชื่อคน แต่มันปักคำว่า มีมี ที่เป็ชื่อของแมวตัวโปรดที่ตายไปแล้วของฮูหยินท่านเ้าเมืองต่างหากล่ะ ซึ่งก็คือเ้าของถุงเงินตัวจริง”
“โน้นแน่….ใช่ภรรยาท่านหรือไม่ ดูเหมือนพวกเขากำลังตามหาท่านอยู่พอดี ท่าทางจะคิดถึงท่านมากเสียด้วยแลดูหน้าตาถมึงทึงมาทีเดียว”
จบคำกล่าวของลู่ชิง ชายผู้นั้นได้เหลียวหลังไปมองพบเหล่ามือปราบของอำเภอกำลังเดินตรงมาที่เขา เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงรีบก้าวเท้าเตรียมตัววิ่งหลบหนีในทันที แต่เมื่อก้าวไปเพียงก้าวเดียวกลับสะดุดล้มลงไปจนหน้าคว่ำกระแทกพื้นดัง พลั่ก
ลู่ชิงรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องหนีทันทีที่บอกให้เขาเหลียวไปดูเหล่ามือปราบนางก็แอบยืนเท้าไปขวางหน้าเขาให้สะดุดล้มทันที
“โอ๊ย! นังเด็กบ้า เ้ากล้าขัดขาข้าอย่าอยู่เลย”