ขณะนี้ ภายนอกสงคราม เทพพันปี ณ ดินแดนเทพ เหล่า4สำนักใหญ่ เริ่มนั่งไม่ติดอีกต่อไป เมื่อพวกเขาที่นั่งดูชม ตรวจสอบสถานการณ์ต่างๆ ภายในสงคราม เทพพันปี มองเห็นความรุ่งโรจน์ ของอี้เฉิน ที่กำลังจะกางปีก สยายออกกว้าง พร้อมจะบิน พุ่งทะยานไปยัง 9ชั้นฟ้า ด้วยแสงที่เฉิดฉายส่องประกาย ..พวกเขาเหล่า4สำนักใหญ่ ที่สร้างความบาดหมางกับราชวงศ์ อี้ ราชวงศ์เก่าแก่โบราณอย่างโจ่งแจ้ง มีหรือจะไม่หวาดเกรง พลังอันยิ่งใหญ่
แถมกลุ่มคนสำนักพวกเขา ยังฆ่าสังหาร อี้เฉิน ตัวหายนะชั้นฟ้าไม่ได้อีก การลงแรงคราวนี้ ย่อมต้องถึงคราววิบัติเป็นแน่ หากปล่อยให้อี้เฉินเติบโต พวกเขาเหล่า4สำนักใหญ่ ต่างก็เริ่มหวาดหวั่น ครั้นเหล่าบรรพบุรุษชรา รับรู้ ถึงพลังที่ยากเกินหยั่ง ที่ค้ำจุนดินแดนเทพ มาจวบจนถึงปัจจุบัน หากจักรพรรดิ ผู้นั้น เกรี้ยวกราด มีหรือพวกเขา เหล่า4สำนักใหญ่ จะรอดพ้นจากหายนะ ฉากการฆ่าสังหาร ถูกลบล้างออกจากดินแดนเทพ อย่างไม่ต้องสงสัย
การเคลื่อนไหวภายใต้มุมมืด ราวกับน้ำนิ่งที่ไหลลึก ของกลุ่มคน4สำนักใหญ่ จึงคิดจะผูกไมตรีกับผู้แข็งแกร่งแดนต่างๆ เป็นหลักประกัน ในการอยู่รอดภายในดินแดนเทพ ความหวาดเกรงที่มีต่อจักรพรรดิ อี้เทียนหรง ไม่อาจเก็บซ่อนได้อีกต่อไป เผยธาตุแท้ออกมาอย่างไม่ปิดบัง
****
ขณะที่ อี้เฉินกำลังปิดขั้นพลังฟื้นฟู ปราณพลัง รักษาอาการบาดเจ็บ เสียงต่อสู้ภายในเหมืองร้าง ก็ดังออกมากึกก้อง ไม่ขาดสาย ส่งให้ทั้งเหมืองร้างโยกคลอนไม่หยุด ปราณพลัง ขั้นพลังครึ่งก้าวเทพสวรรค์ โหมซัดอย่างรุนแรง แม้แต่กลุ่มของพวกอี้เฉินที่อยู่ไกลยังรับรู้ได้
ทำให้เยว่ชิงเซียน ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน ต้องหรี่ตาจนเล็กแคบ กล่าวพูดพึมพำออกมาด้วยความประหลาดใจ "ใครกันที่ต่อสู้อยู่ในยามนี้"
แม้ว่าจะผ่านไปร่วมสองชั่วยาม (4ชั่วโมง) การต่อสู้ก็ยังไม่หยุดลง มันจึงทำให้ พวกอี้เฉิน ต่างก็ครุ่นคิดกันไปไกล "หรือว่าจะเป็นผู้สูงส่งทำการต่อสู้ กันในยามนี้"
อีกทิศทางหนึ่ง ที่เกิดการต่อสู้ใหญ่ภายในเหมืองร้าง กลับมีสตรีนางหนึ่ง ต่อสู้กับ บุรุษ ร่วมๆ 15ชีวิต อย่างไม่หวาดเกรง บุรุษหนุ่ม หญิงสาว บางคนถึงกับตายตก กลายเป็นเถ้าธุลี จากฝีมือของนางผู้นี้ แม้ว่า กายาของนางจะบาดเจ็บ อาภรณ์ขาดลุ่ย เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดพร้อมกับส่วนเว้าส่วนโค้ง แต่แววตาที่โหดเหี้ยม กลับจ้องมองศัตรูของนางอย่างไม่วางตา พวกเขาเหล่านั้นเอง ก็บาดเจ็บหนักกันไม่น้อย แม้ว่าจะมีอยู่หลายคนก็ตาม
บ่งบอกถึงศักยภาพที่สูงล้ำ ของนางนั้นไม่ธรรมดา ยากเกินที่อนุชนทั่วไปจะรับมือได้ ราวกับพวกเขายืนต่อหน้าอี้เฉินอีกคนก็มิปาน นางนั้นก็คือ หลินจี สตรีผู้ลึกลับของทวีปมืด ใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด พร้อมกับลมหายใจที่หนักถี่ ทำให้หน้าอกของนางกระเพื่อมไหว กล่าวพูดออกมาด้วยความโอหัง

"พวกเจ้า กล้าเข้ามาขวางการสืบทอดมรดก ของข้าเช่นนั้น อยากตายกันนักหรืออย่างไร"
ชายหนุ่ม เผ่าอสูรฟ้า กล่าวออกไปด้วยปากที่เต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง "นางแพศยาเจ้าอย่าพูดจา โอหังหน่อยเลย เจ้ารีบถอยตามคนของเจ้าออกไปเสีย คนของพวกเจ้ากลับกันออกไปหมดแล้ว หรือเจ้าอยากจะถูกกลบฝังอยู่ยังสถานที่แห่งนี้"
"หากพวกเจ้าทำได้ก็ลองดู ไอ้พวกบุรุษหนุ่มเฮงซวย ข้าจะเจียนพวกเจ้าไม่ให้ตายดี สถานที่แห่งนี้ข้ามาถึงก่อน เหตุใดข้าจึงต้องถอยให้เจ้า พวกเจ้าคงหมายตาไฟเทพ ระดับสูงสินะ"
"เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก งั้นเจ้าก็จงตายเสีย นางผู้หญิงโอหัง" ฉับพลันเสียง"ฆ่า"ก็ถูกคำรามออกมาก้องฟ้า
ร่างเงาที่ ไหววูบพุ่งเข้าใส่กันราวกับร่างเงาที่ทับซ้อน ส่งกระบวนท่าร่ายรำ ศาสตราวุธที่อยู่ในมือออกมาไม่ขาด แสงคมกระบี่อายสังหาร เศษปราณพลังกระจัดกระจายไปทั่วทิศ ส่งให้โลหิต เริ่มสาดกระเซ็นอาบย้อมพสุธา
เหมืองร้างสั่นไหวไม่หยุด จากการปะทะกันที่บ้าคลั่ง ราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง ลมหายใจเริ่มหอบถี่จากความเหนื่อยล้า เลือดในกายเดือดพล่านอย่างเห็นได้ชัดถนัดตา แม้ว่าจะบาดเจ็บแต่กลับไม่มี ทีท่าว่าจะร้องคำรามออกมาแม้แต่น้อย ทว่า หลินจีผู้นี้ เต็มเปี่ยมไปด้วย ความดึงดันอยู่ไม่น้อย ไม่ด้อยไปกว่าบุรุษหนุ่มอกสามศอก
ในขณะเดียวกันที่แรงสั่นไหว ดังขึ้นมาอีกครา ขย่มขวัญให้หมู่ชนใจสั่นสะท้าน อี้เฉินที่อยู่อีกด้านหนึ่งของเหมืองร้าง อาการบาดเจ็บของเขาค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถนัดตา เส้นเอ็นที่แขนในยามก่อนที่เคยฉีกขาด กลับมาต่อติดกันอีกครา บาดแผลส่วนใหญ่สมานติดกัน หลงเหลือร่องรอยไว้บางส่วนที่ยังไม่สมาน ปราณพลังฟื้นคืนมาได้ถึง 5ส่วนแล้วในยามนี้
อี้เฉินเขา เปิดเปลือกตาขึ้นมา กะทันหันในทันใด ทำให้กลุ่มมิตรสหายของเขา ตกอกตกใจกันอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นอี้เฉินยันร่างขึ้นมายืน กล่าวคำพูดออกมาพึมพำคนเดียว "เหมือนว่าสถานที่ ที่เกิดการต่อสู้ใหญ่ จะมีของล้ำค่าอยู่สินะ พวกเจ้ากลุ่มคนที่ไล่ล่าฆ่าสังหารข้า ถึงได้ลืมข้าไปเสียอย่างนั้น"
เยว่ชิงเซียน ครั้นเห็นชายหนุ่มลุกขึ้นยืนกะทันหัน อยู่เบื้องหน้านางไม่ห่างมากนัก กล่าวพูดพึมพำออกมาคนเดียว มันก็ทำให้นางมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ อยากจะง้างฝ่ามือตบใบหน้าอี้เฉินเสียให้ได้ "เจ้าจะไปไหนอีกอี้เฉิน! เหตุใดเจ้าไม่ปิดขั้นพลังพักฟื้นกายา ต่อเล่า"
อี้เฉิน กล่าวด้วยรอยยิ้มบางราวกับแสงอาทิตย์ ที่เจิดจ้า "เจ้าเป็นห่วงข้าอย่างนั้นหรือเยว่ชิงเซียน ข้าไม่เป็นอะไรยามนี้ ข้าฟื้นคืนปราณพลังกลับมาได้5ส่วนแล้ว ...อีกอย่างหากมีสมบัติอยู่เบื้องหน้า ข้าไม่อาจสงบใจปิดขั้นพลังได้"
"เจ้า! เจ้า! ยังจะมีหน้ามาหยอกล้อข้าเล่น อีกอย่างนั้นหรืออี้เฉิน" เยว่ชิงเซียน นางกล่าวพร้อมกับใบหน้าที่พองลม ตุ๊บป่อง ทว่าเมื่อถูกชายหนุ่มจับไหล่ ทั้งสองของนางไว้แน่น ประหนึ่งเป็นการขอร้องนาง มันก็ทำให้นาง ที่มองดูใบหน้าอี้เฉิน ชัดๆ เต็มสองตา ใบหน้าแดงน้อย เขินอายขึ้นมาในทันใด
ก่อนน้ำเสียงกระแอมไอ "อะแฮมๆ พวกข้ายังอยู่เป็นหัวหลักหัวตออยู่นะ พวกเจ้าคงไม่คิดทำเรื่องอย่างว่า กันหรอกกระมัง"
อี้เฉิน รีบละมือ ที่ลูบริมฝีปากของเยว่ชิงเซียน อย่างอ่อนโยน ออกในทันใด เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ขัดจังหวะ ดังขึ้นมาของ สัตว์วิเศษ เยว่ เยว่ จนทำให้เยว่ชิงเซียน มองค้อนไปที่ เยว่ เยว่ ด้วยดวงตา ถมึงทึง พร้อมจะเอาเรื่องเยว่ เยว่น้อยให้ได้
ก่อนอี้เฉินจะกล่าวตัดบทพูด กลับมาอยู่ในโหมดจริงจังอีกครา "เหมือนว่าเหมืองร้าง ในทิศทางการต่อสู้ จะมีของล้ำค่า รอคอยพวกเราอยู่ พวกเรารีบตามเสียงต่อสู้ไปเถอะ ข้าว่าต้องมีของล้ำค่า รอคอยพวกเราอยู่เป็นแน่"
ซีเผิง เขาเองก็พยักหน้า ขานรับกับคำพูดนั้น คิดเช่นเดียวกับอี้เฉิน ว่าสถานที่เกิดการต่อสู้ บริเวณเหมืองร้าง ต้องมีสมบัติอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เช่นนั้น พวกเขาจะหลงลืม การไล่ล่า ฆ่าสังหารอี้เฉิน อย่างนั้นหรือ แววตาของเขา จึงฉายประกายตา ความโลภออกมา อย่างไม่มีปิดบัง ราวกับจมูกที่ฟุดฟิด รับรู้ถึงกลิ่นของล้ำค่า ที่อยู่ห่างไกลออกไป
"เอาเช่นที่เจ้าว่าเถอะอี้เฉิน หากมีสมบัติอยู่ตรงหน้า จะให้พวกเราถอยหนีได้อย่างไรเล่า" ทว่าคนอื่นๆ กลับไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดนี้นัก แต่เมื่อ พวกเขาเห็นความบ้าดีเดือด ของอี้เฉินกับ ซีเผิง หิวโซ ราวกับหมาล่าเนื้อเดินตาลอยไปแล้วในยามนี้
มันจึงทำให้ เยว่ชิงเซียน โม่กวาง ซีเยว่ กงหนาง สัตว์วิเศษเยว่ เยว่ ต้องส่ายหัวกับไอ้สองคนนี้ ก่อนเยว่ชิงเซียน จะกล่าวพูดไต่ถาม ซีเยว่ ด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ "ไอ้สองคนนี้มันอยู่ด้วยกัน แล้วเป็นเช่นนี้กันเสมอ เลยอย่างนั้นหรือ?"
ซีเยว่ ยิ้มเจื่อน พยักหน้าขานรับในทันใด เมื่อจดจำในยามที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน หากสถานที่ไหนมีของล้ำค่า พวกเขาจะเข้าไปแย่งชิงอย่างไม่ลังเล แม้ว่าจะมีกลุ่มคนหมายตาเท่าใดก็ตาม ยามนี้ก็ยังเป็นเฉกเช่นเดิม ไม่เคยเปลี่ยน
ก่อนน้ำเสียงอี้เฉิน จะดังก้องไล่หลัง กลุ่มของเยว่ชิงเซียน "พวกเจ้าจะมัวคุยกันอีกนานไหม รีบตามข้ากับซีเผิงมาเร็วเข้า"