ตอนที่ 6 หมาบ้ามาถึงที่ (1)
อากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว อุณหภูมิยามรุ่งสางยังคงหนาวเย็นจนน่าใ ในเรือนเล็กซอมซ่อที่อยู่ห่างไกลจวนแม่ทัพใหญ่แคว้นเหิงหนาน สตรีงามที่ทั่วทั้งร่างสวมเพียงชุดบางยืนเฉยเมยอยู่ริมหน้าต่างเนิ่นนาน แววตานิ่งสงบกำลังจ้องมองทิวทัศน์เสื่อมโทรมในเรือน
กิ่งไม้ร่วงโรยในฤดูใบไม้ผลิ ความเขียวขจีปรากฏ ทว่าเรือนเล็กของนางแห่งนี้กลับยังคงรกร้างทรุดโทรม
“ตายแล้ว คุณหนูของบ่าว ร่างกายของท่านเพิ่งดีขึ้น ออกมารับลมได้อย่างไรเ้าคะ” ชิวเอ๋อร์ที่ยกอ่างเข้ามายื่นมือไปปิดประตู ดวงตากวาดมองอิ่งเม่ยที่สวมเพียงชุดบางยืนอยู่ริมหน้าต่าง ร้อนใจอยู่ไม่น้อย รีบวางอ่างทองแดงที่อยู่ในมือ สาวเท้าเข้าไปปิดหน้าต่างทันทีทันใด ปากนั้นบ่นไม่หยุด พลางดึงอิ่งเม่ยกลับมาที่เตียงด้วยความเป็ห่วง
นางยื่นมือไปคว้าเสื้อคลุมบนฉากบังลมมาคลุมลงบนตัวของอิ่งเม่ย แล้ววิ่งลุกลี้ลุกลนไปยังข้างโต๊ะ เทชาร้อนหนึ่งถ้วยวางลงบนมือของอีกฝ่าย ถึงค่อยผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง สายตาจับจ้องไปยังแก้มขาวหมดจดของคนตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ “คุณหนู หนาวหรือไม่เ้าคะ ไม่สบายที่ใดหรือไม่”
“ไม่เป็ไร หลายวันมานี้ร่างกายดีขึ้นแล้ว” อิ่งเม่ยมองชิวเอ๋อร์ด้วยสายตาอ่อนโยน ริมฝีปากที่กลับมามีเืฝาดค่อยๆ ยกขึ้น จิบชาเบาๆ หนึ่งอึก เอ่ยตอบเรียบเฉย
“คุณหนู” ชิวเอ๋อร์ชำเลืองมองเ้านายด้วยความไม่พอใจ ยู่ปากอย่างจนปัญญา จากนั้นหมุนตัวกลับไปยกอ่างทองแดงที่ใส่น้ำอุ่นจนเต็ม วางไว้ตรงหน้าอิ่งเม่ย
ยามมองท่าทางแง่งอนของชิวเอ๋อร์ อิ่งเม่ยลอบขำอยู่ในใจ นางวางถ้วยชาลง มือเรียวสวยแกว่งน้ำอุ่นในอ่าง มองเงาที่อยู่ในน้ำ พลางหลุบม่านตาลงเล็กน้อย
สามวันแล้ว นางมาอยู่ในโลกไม่คุ้นเคยนี้สามวันคืนแล้ว บางครั้งนางยังไม่อาจเข้าใจได้ว่าอะไรคือความจริง อย่างเช่นตอนนี้ นางยังคงไม่ชินกับการเห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยแต่ทว่างดงามนี้
หลังล้างหน้าอย่างลวกๆ อิ่งเม่ยสะบัดศีรษะเบาๆ ดวงตาหงส์กวาดมองาแที่โผล่ออกมายามชิวเอ๋อร์ถลกแขนเสื้อขึ้น สายตาเย็นะเืวาดผ่าน สุดท้ายจมหายไปกับดวงตาที่เป็ดั่งจักรวาลอันกว้างใหญ่ของนาง
“อุดอู้อยู่แต่ในห้องมาหลายวันเพียงนี้ ควรออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้างแล้ว” อิ่งเม่ยลุกขึ้นยืน ยกมือปัดผมดำขลับที่หน้าผากไปข้างหลังลวกๆ “ชิวเอ๋อร์ ออกไปเดินเล่นกับข้าดีกว่า”
“คุณหนู ร่างกายของท่าน...” ฟันขาวสะอาดของชิวเอ๋อร์กัดริมฝีปากแดงเบาๆ เผยสีหน้าสับสนเป็ห่วงสุขภาพของอิ่งเม่ย ทั้งยังไม่อยากทำลายความสนใจของนาง
“ไม่เป็ไร” อิ่งเม่ยส่ายศีรษะเผลอยิ้มออกมา
“เช่นนั้น...ก็ได้เ้าค่ะ!” ชิวเอ๋อร์เห็นว่าคุณหนูของตนยืนหยัดเช่นนี้ จึงพยักหน้าด้วยความลังเล
วางอ่างทองแดงในมือลง ชิวเอ๋อร์ก้าวเล็กๆ ไปยังหน้าตู้เสื้อผ้า เลือกชุดกระโปรงยาวสีแดงจางๆ ชิ้นหนึ่งท่ามกลางเสื้อผ้าที่ไม่นับว่าโอ่อ่ามีราคา หันกลับมามองอิ่งเม่ยด้วยรอยยิ้ม เอ่ยอย่างน่ารัก “คุณหนู สวมชุดนี้เป็อย่างไรเ้าคะ สีแดงเปล่งปลั่ง เป็มงคลเ้าค่ะ”
อิ่งเม่ยยิ้มบางส่ายศีรษะ “ชิวเอ๋อร์ หยิบชุดสีขาวสะอาดนั่นให้ข้าก็พอ”
“อ้อ!” ชิวเอ๋อร์ยู่ปากอย่างผิดหวัง มือกลับหยิบกระโปรงขาวสะอาดเรียบง่ายที่แทบไม่มีลายปักด้วยความคล่องแคล่ว “คุณหนู นี่ธรรมดาเกินไปหรือไม่เ้าคะ คุณหนูของเราสวยเพียงนี้ ต้องแต่งตัวสวยๆ จึงจะถูก”
“เ้านี่นะ!” มุมปากอิ่งเม่ยยกขึ้น ยื่นมือไปเคาะจมูกชิวเอ๋อร์เบาๆ จากนั้นรับกระโปรงขาวจากมือของนางมา “ชิวเอ๋อร์ เ้ารู้หรือไม่สตรีเยี่ยงไรสวยที่สุด”
อิ่งเม่ยเอ่ยต่อโดยไม่รอชิวเอ๋อร์ตอบกลับ “คือสตรีที่เชื่อมั่นในตนเอง มุมานะบากบั่น ได้รับการอบรมสั่งสอน ทะนงตนดุจดอกเหมยที่เบ่งบานในยามเหน็บหนาว ไม่หวาดกลัวอุปสรรคและความยากลำบากใดๆ ไม่ใช่ใบหน้าที่แก่เฒ่าไปตามกาลเวลาอันรวดเร็วนี้”