พอข้ามถนนหน้าโรงเรียนมาแล้ว หวันก็เดินทอดน่องดูร้านรวงข้างทางอย่างสบายอกสบายใจ หวันเดินสะพายกระเป๋าหนังสีชมพูคู่ใจที่พ่อซื้อให้เมื่อวันเกิด เด็กสาวผู้สดสวยในวัยสดใสย้ายมาอยู่กับคุณยายและคุณป้าได้ 5 ปีแล้ว
พ่อแม่ตัดสินใจให้หวันเข้าเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนพัฒนจิตฯ นี้เพื่อจะได้มาอยู่เป็เพื่อนคุณยายและคุณป้า อีกอย่างเห็นการศึกษาของหวันก้าวหน้าเป็อย่างดี ก็ไม่คิดจะย้ายโรงเรียนหวันเองก็พอใจที่ได้มาเรียนที่โรงเรียนนี้ และได้มาอยู่กับคุณยายและป้าทิพย์
ทุกเย็นวันศุกร์ พ่อแม่จะมารับหวันกลับบ้าน และมาส่งตอนเย็นวันอาทิตย์ ระยะเวลาห้าปีที่เดินไปเดินกลับจากบ้านคุณยายไปโรงเรียน หวันจึงคุ้นเคยถนนหนทางแถบนี้เป็อย่างดี ร้านรวงกี่ร้าน หวันเดินทะลวงมาหมดทุกซอกซอย
บ้านเรือนในฝั่งตรงข้ามโรงเรียน แตกต่างจากบ้านเรือนฝั่งโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัด ผู้อาศัยอยู่มีฐานะดี บ้านเรือนริมถนนเป็ตึกแถวร้านค้า เดินข้ามถนนจากโรงเรียนมา ก็มีร้านหนังสือและเครื่องเขียนชื่อร้านซุ่ยเซ้ง ชื่อก็บอกว่าเ้าของร้านมีเชื้อจีน
หวันเดินไปอีกสักครู่ ก็ผ่านร้านขายเครื่องมือเครื่องใช้ในบ้าน ชื่อร้าน ต.ธนะพงศ์ฮาร์ดแวร์ มี ต.นำหน้าชื่อร้านแบบนี้ ก็รู้ได้ทันทีว่า เ้าของร้านก็มีเชื้อจีนอีกน่ะแหละ ต. คงมาจากแซ่ตั้ง
หวันเดินไปอีกสองสามห้องก็เป็ร้านขายหมูแดง เขาทำซาลาเปาและพวกติ่มซำขายด้วย ซึ่งหวันชอบแวะไปซื้อซาลาเปาไส้ครีม และขนมแป้งนึ่งสีน้ำตาลที่เขาเรียกว่า “ก๊าก้วย”
หวันเคยถามเ้าของร้าน เขาบอกว่าขนมนี้ใส่ยีสต์ ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่า “ก๊าบ้อ” พอต่อด้วยคำว่า “ก้วย” ที่แปลว่า ขนมแป้งนึ่ง ก็เลยเรียกว่า ขนม “ก๊าก้วย”
หวันเคยสงสัยว่าขนมก๊าก้วยเป็สีน้ำตาล เป็เพราะสีของยีสต์ใช่ไหม คำตอบคือไม่ใช่ ขนมเป็สีน้ำตาล เพราะเขาใส่น้ำตาลทรายแดง
เ้าของร้านเคยถามหวันว่าทำไมไม่ซื้อซาลาเปาไส้หมูแดงกินบ้าง ร้านเขาทำอร่อยมากนะ หวันบอกว่าหวันไม่กินเนื้อ กินแต่ผัก เขาถามว่าถือศีลกินเจหรือ หวันตอบว่าไม่เชิง เพราะหวันก็ถือศีลเป็ปกติอยู่ แต่ที่ไม่กินเนื้อสัตว์ เพราะแพ้กลิ่นเนื้อสัตว์ แค่ได้กลิ่นก็ไม่ไหวแล้ว เ้าของร้านถึงได้เข้าใจว่า ทำไมหวันต้องใช้ผ้าอุดจมูกทุกครั้งที่แวะมาซื้อขนมก๊าก้วย เ้าของร้านเขาแซวหวันว่า สงสัยเธอเป็นางฟ้าลูกศิษย์เ้าแม่กวนอิมมาเกิด
เดินไปเดินมา พลันไปนึกถึงสุนัขสองตัวที่สองสามวันนี้ หวันแอบเอาอาหารมาให้มันกินตอนกลางวันที่โรงเรียน ก็เริ่มทำให้เกิดความวิตกเป็ห่วงไม่สบายใจขึ้นมา หวันคิดเรื่อยเปื่อยไปว่าพวกมันหายไปไหน ไม่รู้วิ่งออกมาถูกรถชนหรือเปล่า เอ๊… ก็ไม่เห็นตัวนี่นา หรือเดินตกคูน้ำหน้าโรงเรียนไป ยิ่งคิดก็ยิ่งหาคำตอบไม่ได้ ก็ยิ่งสงสาร
หวันเดินเลี้ยวซ้ายเข้าถนนขนาดรถยนต์สวนกันได้ ตลอดทางเป็บ้านจัดสรรใหญ่เล็กต่างกันไป แต่ละบ้านสร้างด้วยวัสดุก่อสร้างชั้นดี แบบบ้านดีไซน์หลากหลาย ส่วนใหญ่ทาสีบ้านด้วยสีอ่อนๆ บ้านทุกหลังปลูกต้นไม้เล็กใหญ่ประดับประดา ทุกหลังมีเนื้อที่สำหรับจอดรถอย่างน้อยหนึ่งคัน บ้านของคุณยายของหวันอยู่ไม่ไกลจากถนนใหญ่นัก เดินจากปากทางเข้าไปสัก 5 นาทีก็ถึง
ห่างจากบ้านคุณยายไม่ไกล เดินลึกเข้าไปอีกซอยมีที่ดินเปล่า ซึ่งทางโรงเรียนได้ขอเงินสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อสร้างบ้านสวัสดิการให้เ้าหน้าที่ในโรงเรียน ซึ่งรวมั้แ่อาจารย์ พนักงานทั่วไปและเ้าหน้าที่ภารโรงด้วย เ้าหน้าที่ที่เข้าชื่อโครงการบ้านสวัสดิการของโรงเรียน จะได้สิทธิกู้เงินจากทางมูลนิธิโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย และผ่อนจ่ายระยะยาว โดยได้สิทธิเป็เ้าของบ้านทันทีที่ทำสัญญา
บ้านสวัสดิการเป็ทาวน์เฮ้าส์สองชั้นครึ่ง มีสามล็อก ล็อกหนึ่งมีบ้านติดกัน 7 หลัง รวมทั้งสิ้น มี 21 หลัง หลังหนึ่งกว้างขนาด 18 ถึง 24 ตาราง วา หวันเคยเข้าไปดูั้แ่เขาเริ่มก่อสร้างเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จนทุกวันนี้ยังเดินเข้าไปเยี่ยมอาจารย์และเ้าหน้าที่ที่เข้ามาอาศัยอยู่
ทุกครั้งที่หวันเห็นบ้านสวัสดิการ ก็จะเอาอาจารย์วิชชาไปคุยให้ยายและป้าฟัง จนทุกคนต่างชื่นชมกับความคิดสร้างสรรค์และความอาทรต่อเพื่อนร่วมงานของอาจารย์วิชชา
หวันเองก็ดูออกว่ากระปุกเพื่อนสนิทดูจะนิยมชมชอบอาจารย์วิชชามากเป็พิเศษ แต่ก็ไม่เคยล้อเลียนและแสดงออกให้กระปุกรู้ และเข้าใจว่าทำไมกระปุกถึงได้ชอบอาจารย์ หวันเคยสร้างจินตนาการว่าถ้าอาจารย์วิชชามีภรรยา ภรรยาอาจารย์จะเลอเลิศวิเศษสักแค่ไหน นี่สงสัยว่าคนมีบุญจะยังไม่มาเกิด เลยทำให้อาจารย์วิชชาต้องครองตัวเป็โสดมาถึงป่านนี้