วิถีปราณผกผัน: คู่มือเยียวยาชีวิต (ภาค 2: ศึกพิทักษ์มิติบรรพกาล)
ตอนที่ 34: ศิลาแห่งการกำเนิดและทางหนีจากวิหารที่ล่มสลาย
ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวปกคลุมวิหารกาลเวลาที่ถูกลืม รอยร้าวขนาดใหญ่ที่เกิดจากการปะทะครั้งก่อนเริ่มขยายตัวเป็นโพรงสีดำที่กัดกินความเป็นจริงของมิตินี้ เสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกเริ่มดังขึ้นจากเบื้องบน—นั่นไม่ใช่เสียงของผู้ทูตแห่งการลบเลือน แต่มันคือแรงกดดันจาก "สภาเทพผู้ลบล้าง" ที่กำลังเฝ้ามองลงมา!
"นนท์! ศิลาห้วงสมุทรเวลา!" เซเลสเทียร้องเตือนพลางสร้างเกราะดาราปกป้องตัวพวกเขาจากเศษเสี้ยวเวลาที่กำลังแตกกระจาย
นนท์พุ่งตัวไปที่แท่นบูชากลางวิหาร มือของเขาเอื้อมสัมผัสศิลาที่เปล่งแสงนวลตาดุจห้วงน้ำ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับกำเนิดของจักรวาลก็ไหลทะลักเข้าสู่สมองของเขา แต่มันไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวด แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกถึง 'ความเชื่อมโยง' ของทุกมิติที่เคยขาดหายไป!
"ได้มาแล้ว..." นนท์คว้าศิลาไว้แน่น แสงสว่างจ้ากระจายออกจากตัวเขา
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง พื้นวิหารก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาร่างขนาดมหึมาสามร่างปรากฏขึ้นบนเพดานวิหาร พวกมันคือร่างอวตารของสภาเทพผู้ลบล้างที่ส่งพลังลงมาโดยตรง! กาลเวลาในวิหารเริ่มย้อนกลับและเร่งไปข้างหน้าสลับกันจนร่างของนนท์และเซเลสเทียดูเหมือนจะแตกสลาย
"พวกมันไม่ปล่อยให้เราออกไปง่ายๆ แน่" นนท์กัดฟัน ปราณมิติไร้สีในร่างของเขาตอบสนองต่อศิลาในมืออย่างบ้าคลั่ง "เซเลสเทีย! ท่านช่วยข้าดึง 'แกนกลางของวิหาร' นี้หน่อย! เราไม่ได้จะหนี... เราจะ 'ย้าย' ทั้งวิหารนี้ไปอยู่ในมิติที่พวกมันตามไม่เจอ!"
เซเลสเทียเบิกตากว้าง "ท่านจะย้ายทั้งมิติวิหารงั้นหรือ? นั่นต้องใช้พลังงานมหาศาลและจิตวิญญาณที่กว้างใหญ่เท่าจักรวาล!"
"ข้าไม่มีทางเลือกอื่น!" นนท์ประกาศกร้าว
เขาทิ้งตัวลงนั่งสมาธิในใจกลางวิหาร ใช้ 'วิชาผกผัน' บิดเบือนความเป็นจริงของวิหารให้กลายเป็น 'จุดเล็กๆ' ในเชิงพื้นที่ นนท์ไม่ได้ย้ายวิหารด้วยแรงกาย แต่เขาใช้ความเข้าใจเรื่องศิลาแห่งการกำเนิดในการ 'หลอมรวม' วิหารเข้ากับจิตสำนึกของเขาเอง!
ขณะที่เงามืดของสภาเทพกำลังจะเอื้อมมือมาถึง นนท์คำรามก้อง: "ผกผันดารา... ซ่อนเร้นกาลเวลา!"
แสงสีทองเข้มข้นระเบิดออกครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของวิหาร แรงกดดันของสภาเทพที่พยายามฉีกกระชากพื้นที่กลับพุ่งเข้าสู่ความว่างเปล่า เพราะตัววิหารได้หายไปจากมิติดาราดับสูญเสียแล้ว!
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นนท์และเซเลสเทียพบว่าพวกเขาอยู่กลางกระแสธารแห่งมิติที่เงียบสงบ วิหารกาลเวลาถูกย่อส่วนลงกลายเป็นผลึกเล็กๆ ในมือของนนท์ พวกเขารอดพ้นจากการจับจ้องของสภาเทพมาได้อย่างหวุดหวิด
นนท์หอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายของเขาอ่อนแรงลงจากการใช้พลังมหาศาล แต่เขาก็ยิ้มออกมาเมื่อมองเห็นผลึกกาลเวลาในมือ "เราปลอดภัยแล้ว..."
เซเลสเทียมองนนท์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใส "ท่านทำได้... ท่านซ่อนสิ่งศักดิ์สิทธิ์และตัวท่านเองจากสายตาของเทพได้ นี่ไม่ใช่แค่พลัง แต่คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของสิ่งมีชีวิตอย่างแท้จริง"
นนท์มองไปที่ศิลาแห่งการกำเนิดที่เปล่งประกายในความมืดมิดของมิตินี้ เขารู้ดีว่าเวลาของเขาเหลือไม่มาก ชิ้นส่วนแรกถูกครอบครองแล้ว แต่ยังมีชิ้นส่วนที่เหลืออีกที่ต้องตามหา ก่อนที่จักรวาลจะถูกลบทิ้งไป
"เซเลสเทีย" นนท์กล่าวด้วยสายตามุ่งมั่น "ไปต่อกันเถอะ... เป้าหมายต่อไปของเราอยู่ที่ไหน?"
การผจญภัยในภาค 2 นี้ กำลังจะพาพวกเขาเข้าสู่ความลับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม และการเดินทางเพื่อกู้คืนชะตากรรมของจักรวาลได้เริ่มต้นอย่างแท้จริงแล้ว!