ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 98 ชาติกำเนิดที่แท้จริงของหลี่ลั่ว


              “เรื่องเกี่ยวกับฮูหยินขอรับ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่เหมาะสมที่จะพูดคุย ขอเชิญคุณชายกลับจวนโหวก่อนจะได้หรือไม่ พูดคุยระหว่างทาง” หลี่จงหมิงกล่าว

              น้ำเสียงของหลี่จงหมิงเข้มงวดนัก ทำให้หลี่ลั่วรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาสามัญ หากมารดาผู้ให้กำเนิดเขาเป็นคนธรรมดาสามัญ หลี่จงหมิงย่อมไม่พูดว่าที่นี่ไม่เหมาะแก่การพูดคุย

              “อืม” หลี่ลั่วพยักหน้า แล้วเขายังหายตัวไปหลายวัน เรื่องการลักพาตัวและเรื่องพระราชทานสมรสถาโถมกันเข้ามาเรื่องแล้วเรื่องเล่า คาดว่าคนในจวนโหวต่างพากันตึงเครียดกันหมดแล้ว

              หลังจากรับปากหลี่จงหมิงแล้ว เขาจึงไปอำลากู้จวิ้นเฉิน ทว่ากู้จวิ้นเฉินเข้าวังไปแล้ว ดังนั้นหลี่ลั่วจึงตรงกลับจวนทันที พ่อบ้านของจวนอ๋องจัดรถม้าให้กับเขาเต็มพิธีการอย่างงดงามหรูหรา

              “เสี่ยวโหวเหฺย”

              “เสี่ยวโหวเหฺยกลับมาแล้ว”

              “คารวะเสี่ยวโหวเหฺย”

              เมื่อเข้ามาในจวนโหวข้ารับใช้ต่างน้อมคารวะเขาตลอดทาง หลี่ลั่วในวันนี้คือว่าที่พระชายาเอกในฉีอ๋อง ฝ่าบาททรงพระราชทานสมรส ผู้ใดกล้าบอกว่าไม่เหมาะสมเล่า ไม่มีผู้ใดกล้าเคลื่อนไหวใดๆ เขาเป็นนายท่านของจวนโหวอยู่แล้ว

              เข้ามาถึงเรือนโฉวงจี๋ มีผิงอันนำสาวใช้และซินเป่านำบ่าวรับใช้ ทั้งหมดล้วนคุกเข่าลงกับพื้นคารวะต้อนรับหลี่ลั่ว

              หลี่ลั่วโบกไม้โบกมือ “ซินเป่าไปเรือนหยวนเซ่อ บอกกล่าวกับมารดาว่าข้าขอพักผ่อนสักครู่แล้วจะไปคารวะ”

              “พ่ะย่ะค่ะ”

              “ฉางเฉิง เจ้าเฝ้าหน้าประตูเอาไว้ ห้ามผู้ใดเข้ามา”

              “พ่ะย่ะค่ะ”

              หลี่ลั่วชะงักไปครู่หนึ่ง “ฉางสือเล่า?”

              “กลับบ้านไปแล้วขอรับ” หลี่ฉางเฉิงตอบ

              หลี่ลั่วพยักหน้า เมื่อเข้าไปในห้อง สร้อยประคำพระยูไลสายนั้นเขาไม่ได้นำไปเก็บไว้ในคลังให้ผิงอันเป็นผู้ดูแล แต่วางไว้ข้างเตียงตลอดเวลา นี่เป็นสิ่งที่มารดาผู้ให้กำเนิดทิ้งไว้ให้เขา แม้จะเป็นสิ่งที่ทิ้งไว้ให้กับเจ้าของร่างนี้ก็ตาม หลี่ลั่วหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากข้างหมอน เปิดหีบออก ในมือลูบไล้สร้อยประคำพระยูไลที่ทำจากไม้หอมสีแดงเก้าสิบเก้าเม็ด รู้สึกถึงความงดงามที่เรียบง่าย

              หลี่ลั่วและหลี่จงหมิงมาถึงห้องหนังสือ เขามองหลี่จงหมิง

              หลี่จงหมิงเงียบขรึมไปครู่หนึ่ง เรื่องเช่นนี้ เขาไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากออกไปเช่นใดดี เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้โลกตกตะลึงและน่ากลัวเกินไป

              “เป็นอันใดไปเล่า?” หลี่ลั่วเลิกคิ้ว

              หลี่จงหมิงส่ายหน้า “ข้าน้อยรู้ว่าคุณชายเฉลียวฉลาดอย่างที่คนธรรมดายากจะเปรียบเทียบได้ แม้แต่ตัวข้าน้อยเองก็สู้ไม่ได้ แต่ทว่าจะอย่างไรคุณชายก็ยังคงเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง บ่าวไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยปากเช่นใดดีขอรับ”

              “พูดอย่างกล้าหาญและวางใจเถิด ต่อให้ท่านบอกข้าในยามนี้ว่าบิดาข้ายังไม่ตาย ข้าก็เชื่อ” หลี่ลั่วกล่าว

              หลี่จงหมิงหัวเราะเบาๆ ครั้งหนึ่ง “ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับ...คุณชายรู้เรื่องเกี่ยวกับ ชนเผ่าลั่วซื่อ หรือไม่ขอรับ?”

              “ชนเผ่าลั่วซื่อหรือ?” หลี่ลั่วประหลาดใจอยู่บ้าง “ลั่วของหลี่ลั่วน่ะหรือ?”

              หลี่จงหมิงพยักหน้า “มีเรื่องบางเรื่องช่างบังเอิญยิ่งนัก ชื่อเดิมของคุณชายคือหลี่ลั่ว ลั่วตัวเดียวกันกับ ลั่วเหอ แม่น้ำลั่ว (洛河) เป็นชื่อที่ฮูหยินตั้งเองขอรับ แต่ทว่าหลังจากถูกรับไปเลี้ยงดูโดยครอบครัวของหลี่ซื่อหลางได้เปลี่ยนชื่อเป็น หลี่ลั่ว (李落) คาดไม่ถึงว่าเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวง ฝ่าบาททรงพระปรีชาสามารถ ได้เปลี่ยนชื่อของคุณชายกลับมาอีกครั้งหนึ่ง”

              หลี่ลั่วตกตะลึงในใจ ในโลกนี้มีเรื่องบังเอิญเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ “หรือว่ามารดาผู้ให้กำเนิดข้านั้นมาจากสกุลลั่ว ชนเผ่าลั่วซื่อหรือ?”

              “ใช่แล้วขอรับ เป็นสกุลโบราณสกุลหนึ่ง ชนเผ่าลั่วซื่อเป็นชนเผ่าที่มาจากแม่น้ำกู่ลั่วเหอ ในตำนานเล่าขานว่าชนเผ่าแห่งกู่ลั่วเหอซึ่งตั้งรากฐานอาศัยอยู่ที่แม่น้ำกู่ลั่วเหอนั้นเป็นลูกหลานของโฮ่วอี้และลั่วเสิน” หลี่จงหมิงกล่าว “และเป็นชนเผ่าของเทพในตำนานขอรับ”

              “น่าสนใจ” หลี่ลั่วรู้สึกสนใจยิ่ง “จากนั้นเล่า?”

              “ประชาชนของชนเผ่าลั่วซื่อนั้นสามารถให้กำเนิดบุตรได้ทั้งชายและหญิงขอรับ” หลี่จงหมิงไม่กล้าเงยหน้าขึ้น “มารดาผู้ให้กำเนิดของคุณชาย เป็นผู้ชายขอรับ”

              ตุบ...สร้อยประคำพระยูไลในมือของหลี่ลั่วตกลงมาบนโต๊ะ

              “คุณชายขอรับ?” หลี่จงหมิงรีบเงยหน้าขึ้น กลับพบว่าดวงตาของหลี่ลั่วนั้นไม่ได้มีความรังเกียจหรือเหยียดหยามใดๆ เขาวางใจแล้ว เขาเกรงว่าคุณชายจะดูถูกมารดาผู้ให้กำเนิดของตนเอง (บิดาผู้ให้กำเนิด)

              “ดังนั้น ท่านต้องการจะบอกข้าว่า ข้าเองก็สามารถให้กำเนิดบุตรได้เช่นกันใช่หรือไม่” ให้ตายสิบิดาข้า จริงๆ แล้วหลี่ลั่วตื่นเต้นอย่างยิ่ง นี่กลายเป็นว่าต่อไปหลังจากที่ พ่าบ พ่าบ พ่าบ แล้ว ยังต้องดื่มน้ำแกงห้ามครรภ์หรือนี่

              “ข้าจะเล่านิทานให้คุณชายฟังเรื่องหนึ่ง” หลี่จงหมิงเลือกที่นั่งและนั่งลง “ครั้งนั้นชายแดนซีเป่ยอยู่ในการดูแลของเหล่าโหวเหฺย สงบสุขยิ่งนัก ชาวบ้านที่ซีเป่ยนั้นอยู่กันสันติ ทว่าอาหารการกินของซีเป่ยนั้นไม่ดียิ่ง ดังนั้นพวกเราจึงออกไปล่าสัตว์กันอยู่เสมอ วันหนึ่งข้าและเหล่าโหวเหฺยไปล่าสัตว์จนมืดค่ำ จึงหาบ้านของชาวบ้านที่อยู่กลางป่าเพื่อพักค้างแรม ครอบครัวชาวบ้านหลังนั้นมีคุณชายในวัยหนุ่มน้อยอาศัยอยู่เพียงคนเดียว คุณชายผู้นั้นมีรูปโฉมงดงามดุจภาพวาด หล่อเหลาจริงๆ ขอรับ” ที่ยากจะลืมก็คือรังสีที่แผ่กระจายออกมาจากตัวเขา ราวกับเป็นเทพเซียนบนภูเขาอย่างไรอย่างนั้น

              “คนผู้นั้นคือบิดาผู้ให้กำเนิดข้าหรือ?” หลี่ลั่วถาม ให้ตายสิ

              “ขอรับ เขาบอกว่าเขาแซ่ลั่ว ลั่วแห่งกู่ลั่วเหอ ดังนั้นข้าและโหวเหฺยจึงเรียกขานเขาว่า คุณชายลั่ว ต่อมาโหวเหฺยและคุณชายลั่วก็ได้เกิดความรักซึ่งกันและกันขึ้น จนกระทั่งเมื่อหกปีที่แล้ว คุณชายลั่วจากไปอย่างกะทันหัน เหล่าโหวเหฺยเองต้องกลับเมืองหลวงอย่างเร่งด่วนด้วยเหตุที่เหล่าองค์ชายก่อกบฏ จึงทำให้เขาพลาดโอกาสที่ดีที่สุดในการตามหาตัวคุณชายลั่ว รอจนเหล่าโหวเหฺยกำราบจนเมืองหลวงสงบสุขอีกครั้ง หลังจากที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์โหวแล้วจึงกลับไปที่ซีเป่ย แต่ก็ไม่มีข่าวคราวของคุณชายลั่วอีกแล้ว” หลี่จงหมิงเอ่ยถึงเรื่องเมื่อครั้งนั้นด้วยสีหน้าย่ำแย่ยิ่ง เพราะช่วงเวลานั้นหลี่ซวี่เป็นทุกข์ทรมานยิ่งนัก

              “ต่อมาเล่า?”

              “ต่อมาก็คือหลังจากนั้นเป็นเวลาสิบเดือน ในกลางดึกคืนหนึ่ง คุณชายก็ถูกส่งมาถึงในห้องของเหล่าโหวเหฺย ในนั้นได้เขียนวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของท่าน รวมถึงชาติกำเนิดของท่าน”

              “ต่อมาท่านพ่อไม่ได้ไปตามหาเขาหรอกหรือไร?” หลี่ลั่วถาม

              “ตามหาแล้วขอรับ แต่บนโลกใบนี้ไม่มีแม่น้ำกู่ลั่วเหอ ตำแหน่งที่ตั้งของแม่น่ำกู่ลั่วเหอตามบันทึกเดิมนั้นน่าจะอยู่ระหว่างซีเป่ยและฝูชิว แต่ทว่าระหว่างซีเป่ยและฝูชิวมีเพียงแต่แนวเทือกเขา ไม่มีแม่น้ำสายน้ำอยู่จริง” หลี่จงหมิงตอบ

              กู่ลั่วเหอ พระยูไล ชนเผ่าลั่วซื่อ

              หลี่ลั่วหลับตาลง ในสมองของเขาสับสนวุ่นวายนัก ไม่รู้ด้วยเหตุใดในใจของเขาจึงกดดันยิ่ง รู้สึกราวกับว่าสิ่งที่ตนต้องรับรู้นั้นมีมากเกินไป และรับรู้ได้ว่าหลังจากที่จ้าวหนิงฮ่องเต้ทรงพระราชทานสมรสให้กับเขาแล้ว การดำเนินชีวิตเดิมของเขาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ราวกับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

              “พูดต่อเถิด”

              “สี่ปีก่อนเมื่อครั้งที่ถูกจู่โจมนั้น สุขภาพของเหล่าโหวเหฺยเริ่มจะไม่ค่อยดีแล้วขอรับ” หลี่จงหมิงกล่าวสืบไป “เหล่าโหวเหฺยนั้นตั้งแต่เล็กก็ถูกเลี้ยงมาไม่ดี อาหารการกินและโภชนาการไม่เพียงพอ ต่อมาเขาแอบหนีไปเข้าร่วมกับกองทัพ เขาในยามนั้นร่างกายเล็บซูบเป็นอย่างยิ่ง คนก็ดำราวกับดินโคลน เขามาเติบโตในกองทัพ แม่ทัพผู้เฒ่าอวี๋ใจกว้างต่อพวกเราเป็นอย่างมาก ข้าวและกับข้าวที่ให้พวกเรานั้นมีเนื้อเพิ่มมาให้หลายชิ้น บางครั้งเนื้อไม่พอกิน ทุกคนพักผ่อนแล้วจึงออกไปล่าสัตว์ สัตว์ป่าบนภูเขานั้นมีมาก ต่อมาได้รู้จักฉีอ๋องในเวลานั้น ซึ่งเป็นฮ่องเต้ในปัจจุบัน ชีวิตของพวกเราจึงเริ่มมั่นคงขึ้น”

              ดังนั้นสำหรับหลี่ซวี่แล้วจ้าวหนิงฮ่องเต้จึงเป็นผู้มีพระคุณ บุญคุณนี้ต่อให้หลี่ซวี่ต้องยกชีวิตให้เขาก็ไม่เสียใจ

              และด้วยเหตุนี้ ก่อนที่หลี่ซวี่จะตาย เขาจึงได้ฝากฝังบุตรชายสุดที่รักกับจ้าวหนิงฮ่องเต้

              “ร่างกายที่เจริญเติบโตมาไม่ดีพอ มาเป็นทหารมีอันตรายมากมาย เมื่อศัตรูเข้าจู่โจมจึงได้ใช้กำลังทั้งชีวิตเข้าไปต่อสู้ ชีวิตของพวกเราได้ใช้ไปเกินกำลังแล้ว ทุกคนต่างเข้าใจว่าเหล่าโหวเหฺยกล้าหาญไร้ซึ่งศัตรู กระดูกแกร่งกล้าราวกับเหล็ก แต่เกียรติยศชื่อเสียงที่ได้มานั้นต้องแลกด้วยชีวิต” ดวงตาทั้งคู่ของหลี่จงหมิงแดงก่ำ “สุขภาพของเขา ค่อยๆ ย่ำแย่ลงนานแล้วขอรับ”

              ไม่รู้ด้วยเหตุใดน้ำตาของหลี่ลั่วจึงไหลออกมาจากเบ้าตา ทั้งๆ ที่เป็นบิดาผู้เอาเปรียบเขา แต่ตลอดมานั้น สำหรับหลี่ซวี่แล้วเขาให้ความเคารพนับถือเขาจากจิตวิญญาณของตน

              “การเป็นอยู่ที่ซีเป่ยแย่มากใช่หรือไม่?” หลี่ลั่วถาม

              “แย่มาโดยตลอดขอรับ” หลี่จงหมิงพูดถึงตรงนี้ก็เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “ซีเป่ยเป็นพื้นที่ของแม่ทัพผู้เฒ่าอวี๋ และบุตรีของแม่ทัพผู้เฒ่าอวี๋คือพระชายาเอกขององค์รัชทายาท ฮองเฮาในยามนั้นได้สวรรคตเมื่อให้กำเนิดฝ่าบาท องค์ชายรัชทายาทจึงต้องคอยปกป้องคุ้มครองฝ่าบาทที่ยังเป็นเด็กเล็ก ทั้งยังต้องทำศึกแบบลับๆ กับองค์ชายทั้งหลาย สำหรับองค์ชายรัชทายาทแล้วนั้น สกุลอวี๋เป็นกำลังที่สำคัญที่สุด ขาดไปไม่ได้ ดังนั้นในเวลานั้นแขนขาของเหล่าองค์ชายทั้งหลายจึงไปลงมือกับเสบียงของกองทัพซีเป่ย คิดบัญชีกับสกุลอวี๋อย่างลับๆ”

              “สกุลอวี๋ ครอบครัวฝ่ายมารดาของกู้จวิ้นเฉิน ข้าจำได้ ท่านเคยพูดแล้ว” หลี่ลั่วกล่าว

              “ถูกต้องแล้วขอรับ” พูดถึงตรงนี้หลี่จงหมิงก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆ “คุณชายยังเล็กนัก จึงไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทในครั้งนั้นมีนิสัยเป็นเช่นใด คนผู้นั้นเป็นเสมือนบุคคลที่เป็นเทพเซียน และฉีอ๋องในวันนี้คล้ายคลึงองค์รัชทายาทถึงสิบส่วน มีคนเคยกล่าวไว้ว่า การวางแผนขององค์รัชทายาท ในใต้หล้าไม่มีคนที่สอง ช่างเป็นบุคคลที่เยี่ยมยอด”

              “ร้ายกาจเช่นนี้ ไม่ทำให้ฮ่องเต้องค์ก่อนเกิดความระแวงหรือไร?” หลี่ลั่วถาม

              คำพูดประโยคเดียวทำให้หลี่จงหมิงตกใจจนได้สติคืนมา “คุณชายพูดถูกต้องแล้วขอรับ ฮ่องเต้องค์ก่อนรักและเอ็นดูองค์รัชทายาทอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็กลับป้องกันอย่างยิ่งเช่นกัน สกุลอวี๋มีความดีความชอบมากมาย แม้จะเป็นกำลังสำคัญขององค์รัชทายาท แต่ฮ่องเต้องค์ก่อนก็ยังคงมีความคิดที่จะกำจัดสกุลอวี๋อย่างลับๆ เช่นกัน ที่องค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ในวัยฉกรรจ์ ไม่เพียงเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการกบฏของเหล่าองค์ชายเท่านั้น การที่พระองค์ทรงตรากตรำเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกันขอรับ”

              “ดังนั้น ด้วยความหวาดระแวงของฮ่องเต้องค์ก่อน กองทัพซีเป่ยจึงต้องอยู่กันอย่างยากลำบาก” หลี่ลั่วกระจ่างแจ้งแล้ว

              “ถูกต้องขอรับ ต่อมาฝ่าบาทขึ้นครองราชย์ จำเป็นต้องทำให้ราชสำนักสงบและมั่นคง ต้องการให้อำนาจต่างๆ มั่นคง เสนาบดีกรมกลาโหมเป็นบิดาของฉินกุ้ยเฟย ความต้องการของกองทัพซีเป่ยส่งเรื่องมาให้กรมกลาโหม ทางกรมกลาโหมจึงส่งเรื่องให้กรมคลังอีกครั้งหนึ่ง แต่กรมกลาโหมนั้นปฏิบัติต่อกองทัพซีเป่ยโหดร้ายทารุณยิ่งนัก ไข่มุกหีบที่เหล่าโหวเหฺยเก็บเอาไว้นั้นไม่ได้ส่งไปในบัญชี หลังจากได้มาจากทหารของกองทัพศัตรู จึงตั้งใจจะนำไปแลกเป็นเงินแล้วส่งไปให้กองทัพซีเป่ย แต่ต่อมาเกิดเรื่องขึ้นมากมาย ทำให้เสียเวลา ความจริงแล้วในสองปีนี้สถานการณ์ของกองทัพซีเป่ยดีขึ้นมาก เพราะทุกคนต่างอยากจะดึงฉีอ๋องมาเป็นพวก” ดึงฉีอ๋องได้ก็เท่ากับดึงกองทัพซีเป่ยที่อยู่เบื้องหลังเขาเข้ามาด้วย

              “ข้าดูแล้วฝ่าบาทไม่เหมือนไม่มีเงินนี่นา ครั้งก่อนข้าถามเรื่องเงินกับเขา เขายังให้ข้าตั้งสี่หมื่นตำลึง แม้ว่าจะแบ่งเป็นระยะเวลาห้าปี ข้ารักษาโรคให้ฉีอ๋อง ฉีอ๋องก็ให้ข้าอีกสองหมื่นตำลึง” หลี่ลั่วกล่าว

             “เงินจำนวนไม่กี่หมื่นตำลึงไม่พอให้กองทัพซีเป่ยใช้เพียงเดือนเดียวขอรับ ทหารกองทัพซีเป่ยหนึ่งแสนนาย ต่อให้คิดว่าทหารนายหนึ่งเดือนละห้าร้อยอีแปะ รวมแล้วเดือนหนึ่งก็ต้องมีห้าหมื่นตำลึง”

              “มากขนาดนั้นเชียวหรือ?”

              “ดังนั้นทหารในกองทัพซีเป่ยส่วนใหญ่จะแต่งภรรยาที่ชายแดนซีเป่ย เมื่ออยู่ร่วมกับหญิงสาวซีเป่ยแล้วทำให้ลดค่าใช้จ่ายประจำวันลงได้ขอรับ”

              “ฮ่าๆๆ...” หลี่ลั่วอดไม่ไหวหัวเราะออกมา “เอาละ นำไข่มุกหีบที่ท่านพ่อทิ้งเอาไว้ไปเปลี่ยนเป็นเงินเถิด”

              “ท่านจะให้กองทัพซีเป่ยหรือ?” หลี่จงหมิงตกตะลึง

              “หากข้าส่งเงินให้กองทัพซีเป่ย ฝ่าบาทจะคิดว่าข้ามีเงินมากเกินไป” หลี่ลั่วเหลือกตาขาวมองเขา นี่โง่งมเสียจน...ไม่มียารักษาแล้ว “นำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินเสียก่อน มีไข่มุกเป็นหีบวางไว้ในคลังเช่นนี้ ทำราวกับว่าข้านั้นเป็นเจ้าของที่ดินอย่างไรอย่างนั้นละ” หลี่ลั่วพูดแล้วพลันคิดถึงเรื่องหนึ่ง “เรื่องยามรักษาการณ์เป็นเช่นใดบ้างแล้ว?”

              “ยามรักษาการณ์ยี่สิบคน กลุ่มละห้าคน ทุกกลุ่มมีหัวหน้ากลุ่มคนหนึ่ง ทั้งหมดได้จัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ รอให้คุณชายไปดูก็สามารถใช้ได้แล้วขอรับ”

              “ไม่ต้องยุ่งยากเช่นนี้ ท่านอาหลี่ ท่านตัดสินใจก็พอ” หลี่ลั่วโบกมือ “ท่านไปจัดการ ให้ผิงอันเข้ามาเถิด”

              “ขอรับ”

     


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730