Chapter 14
ความรักของเขา
มอสพาผมมานั่งกินข้าวที่ชั้นสามของบ้านซึ่งตกแต่งเหมือนร้านเหล้าจริงๆ อย่างที่อัญญาว่า เป็พื้นที่กึ่งเอาท์ดอร์แต่ก็มีหลังคาและประตูกระจกสไลด์เลื่อนปิดเป็ผนังได้เมื่อ้าความเป็ส่วนตัว
ซึ่งวันนี้เขาสั่งให้เมียปิดมัน... และเปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ
“่นี้อากาศอบอ้าว ผมกลัวว่าจะทำให้คุณกายหงุดหงิด”
และนี่คือเหตุผลของเขา
“ต้องเอาใจขนาดนี้เชียว?”
“แน่นอนสิครับ แขกคนสำคัญขนาดนี้...” เขาตอบผมด้วยสายตากรุ้มกริ้ม
อัญญาจัดโต๊ะอาหารเสร็จแล้วจึงทำท่าจะเดินออกไป แต่ผมรีบร้องทักเอาไว้ก่อน
“ไม่กินด้วยกันเหรออัญญา?”
คนถูกถามส่ายหน้า “หนูกินเรียบร้อยแล้วพี่ พี่กินกับมอสเถอะ” เธอตอบแค่นั้นแล้วจึงเดินลงบันไดจากไป
แต่คำตอบของเธอกลับทำให้ผมเสียววูบในช่องท้อง
ผมหันไปมองหน้าคนเป็สามีเหรอหราเชิงตั้งคำถาม แต่เขาทำได้เพียงยักไหล่ตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ
“ทะเลาะกันเหรอ?”
“ใครเหรอครับ?”
“ก็พวกนายสองคน”
“เปล่านี่” มอสทำหน้างงงวยตอบผม “อะไรทำให้คุณกายคิดอย่างนั้น?”
“ก็... ปกติไม่ได้นั่งกินข้าวด้วยกันรึไง?”
“กินบ้างไม่กินบ้าง บางครั้งก็ต่างคนต่างกิน โตแล้ว ดูแลตัวเองได้”
คำตอบของเขายิ่งทำให้ผมประหลาดใจเข้าไปใหญ่
“ไม่ได้รักกันเหรอ?” ผมถามต่ออย่างสงสัย
“แหม... ก็แต่งงานกันมาตั้งสิบสองปีแล้ว”
“หา นี่นายแต่งงานั้แ่อายุ...” ผมยกนิ้วคำนวณเทียบจากอายุที่พวกเขาเคยบอก “สิบเจ็ดเหรอ?”
มอสพยักหน้าตอบจนผมเองก็พยักหน้าตามด้วยความทึ่ง
“ดีนะ ขนาดว่าเริ่มชีวิตคู่ั้แ่อายุน้อย ๆแต่ก็ยังมั่นคงในความสัมพันธ์กันอยู่”
“คิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ?” มอสเลิกคิ้วจ้องตาผม
นั่นทำให้ผมรู้สึกตัวแล้วจู่ ๆก็ชาวาบไปทั้งร่าง
จริงสินะ...
“ตอนนั้นผมเมาน่ะ...” แล้วเขาก็เกริ่นขึ้นมา “เมื่อก่อนผมขายเสื้อผ้านำเข้าอยู่ที่ชั้นใต้ดินของห้างแอล ตรงข้ามกันก็เป็ร้านขายดอกไม้ของป้าอัญญา เธอมาช่วยป้าเฝ้าร้านทุกวัน”
“พอเจอกันทุกวันก็เลยสปาร์คกันงั้นสิ”
“ยัง...” คนเล่าส่ายหน้า “ที่จริงอัญญาชอบเพื่อนที่เป็หุ้นส่วนของผม”
“แล้วนายล่ะ?”
“ผมก็... ชอบนะ ตอนนั้นอัญญาน่ารักดี”
“แสดงว่าตอนนี้ไม่น่ารักแล้ว?”
มอสยิ้มน้อย ๆ โดยที่ไม่ตอบคำถามผม “จนกระทั่งพวกเรานัดไปกินหมูกระทะด้วยกันตอนปีใหม่ จากนั้นก็ตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนที่มีผมกับอัญญานอนร่างกายเปลือยเปล่าอยู่ข้างกัน”
“หืม อย่างกับซีรีส์จีน!”
“รวมซีรีส์เอเชียเลยล่ะ เพราะเตียงนั้นดันเป็เตียงของอัญญาแล้วป้าเข้ามาเห็นพอดี ป้าอัญญาเป็ครูสอนคณิตศาสตร์เก่าแล้วก็มีลุงเป็มาเฟียชื่อดังด้วย ดุโคตร ๆ” มอสทำหน้าแขยง “เรียกค่าสินสอดมหาโหดจนแม่ผมปาดเหงื่อ ต้องเอาเงินเก็บกับของมีค่าออกมาขาย แถมฝ่ายนั้นยังให้ผมสาบานที่ศาลเ้าปึงเถ่ากง[1]ว่าจะดูแลอัญญาไปตลอดหรือไม่ก็จนกว่าอัญญาจะเบื่อผม... และถ้าไม่ยอมทำจะให้ลุงเอาปืนมาจ่อหัว”
ผมเผลอเบ้ปากด้วยความทึ่งตอนฟังจบ “เอาเื่อยู่นะ”
“เล่าซะเพลิน กับข้าวเย็นชืดหมดแล้ว” เ้าของบ้านร้องบอกราวกับ้าตัดบทพร้อมกับตักเส้นจับแชมาใส่จานผม “กินเยอะ ๆ เลยนะครับ อัญญาเขาทำกับข้าวอร่อย เธอน่าจะดีใจถ้าคุณกายชอบฝีมือเธอ”
แต่กลับเป็ผมที่ดันนั่งเหม่อมองอาหารหน้าตาน่ากินตรงหน้าพร้อมกับคำถามในหัว
“แล้วเราล่ะ...”
“ครับ?”
“คิดว่าเื่ระหว่างเราคืออะไร?” แล้วผมก็โพล่งถามออกไป
ก่อนจะรู้ตัวว่าดันทำให้บรรยากาศมันน่าอึดอัดขึ้นมา
มอสมองซ้ายแลขวาแล้วจู่ ๆเขาก็ลุกออกจากโต๊ะไปดึงม่านลงรอบทิศทางจนมิดชิดราวกับกลัวแสงจากภายนอกจะเล็ดลอดเข้ามา
ผมมองตามสิ่งที่เขาทำอย่างไม่เข้าใจนักจนกระทั่งร่างสูงตรงเข้ามาเลื่อนเก้าอี้ด้านข้างออกแล้วสอดตัวลงนั่งโดยที่หันหัวเข่ามาทางผมด้วยท่าทางที่ราวกับ้าสนทนาเื่จริงจัง
“อยากได้คำตอบแบบไหนเหรอครับ?”
ผมหมุนตัวหันหัวเข่าไปทางเขาเช่นเดียวกัน “นายอยากตอบแบบไหนล่ะ?”
ใบหน้าคมเผยรอยยิ้มมีเลศนัยก่อนโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ โดยไม่มีคำตอบใด ๆ ออกมาแล้วประกบริมฝีปากนุ่มลงบนผิวััเดียวกันบนใบหน้าผม เรียวลิ้นอุ่นเบียดแทรกเข้ามากวักไกว่ภายในแต่ไม่ได้เป็อย่างรุ่มร้อนรุนแรงเหมือนอย่างทุกครั้ง เนิ่นนานเกือบสองนาทีก่อนเขาจะถอดถอนมันออกพร้อมจ้องสบดวงตาผมอย่างจริงจัง
“แบบนี้ไง” เขาตอบ
“ยังไม่ค่อยเข้าใจ”
“บางทีถ้าพูดไป... มันอาจจะทำร้ายเราทั้งคู่ในภายหลัง”
ผมนิ่งและคิดทบทวนตามสิ่งที่อีกฝ่ายอธิบาย
“คุณกายคิดว่าแบบนี้มันดีมั้ยล่ะ?”
ผมผงกศีรษะตอบช้า ๆขณะจ้องสบดวงตาคมกับคนถาม
“ผมเองก็รู้สึกดีนะ... ดีมาก ๆ”
รอยยิ้มของเขาสะกดผมให้ตกอยู่ในภวังค์
ราวกับความห่อเหี่ยวและเป็กังวลเมื่อครู่ถูกปลอบประโลมด้วยความอบอุ่นอีกครั้ง
แต่สิ่งที่ปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาสู่ความเป็จริงคือเสียงดังจากภายนอกก่อนประตูกระจกจะถูกเลื่อนเปิดออกพร้อมม่านที่ถูกแหวกเข้ามาโดยไม่มีสัญญาณเคาะบอก
มอสรีบผละออกจากรัศมีรอบตัวผมแล้วลุกขึ้นยืนอย่างตื่นตระหนกเมื่ออัญญาเดินเข้ามา
ผู้มาใหม่มองผมกับสามีตัวเองสลับกันไปมาด้วยสีหน้าเจื่อนๆ “ปิดห้องซะมิดชิดเชียว” เธอเอ่ยทักขณะที่สายตายังคงคลางแคลง
“แดดมันส่องน่ะ”
ผมรู้ดีว่าเขาตอบส่งเดช เพราะแดดยามบ่ายแก่ ๆคงไม่ส่องทะลวงเข้ามารอบทิศทางอย่างที่เขาอ้าง
“ปะป๊า!”
แล้วเสียงเจื้อยแจ้วก็ดังเร้าความสนใจผมให้รีบหันไปมองจึงได้พบเด็กชายน่ารักผิวขาวอวบอ้วนในชุดนักเรียนอนุบาลวิ่งโผเข้าไปกอดขาเรียวยาวของผู้เป็... พ่อ...
ลูกเหรอ?
“โปรด... สวัสดีลุงกายก่อนสิลูก”
“เดี๋ยวนะ” ผมรีบร้องเมื่ออัญญาใช้สรรพนามอันน่าหวาดกลัวแทนตัวผม “เรียกพี่นั่นแหละ ‘พี่กาย’ เท่านั้น” ผมย้ำ
อัญญาผงกหัวหงึกทำท่าเหมือนจะไม่เข้าใจ แต่ก็รีบสอนลูกชายของตัวเองใหม่ “นั่นพี่กาย เพื่อนแม่กับป๊า”
“หวัดดีฮับ” เ้าเด็กอ้วนยกมือป้อม ๆ ไหว้ผมอย่างน่ารัก
ผมรีบลุกไปลูบเส้นผมนุ่มสีน้ำตาลอ่อนเหยียดตรงตัดเป็รองทรงด้วยความเอ็นดู
“ไปเรียนมาเหนื่อยมั้ยครับ? ฮื้อ?”
“ไม่เหนื่อย” ‘โปรด’ สั่นหัวตอบผมพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างเด็กอารมณ์ดี “คุณครูให้กินข้าวเยอะ ๆแล้วก็กล้วยกับส้มด้วย”
ผู้ใหญ่สามคนที่รายล้อมหัวเราะร่วนพร้อมกัน
“น่าเอ็นดู ถูกชะตาซะแล้วสิ จ้ำม่ำน่ามันเขี้ยวจริง ๆ” ผมว่าแล้วยื่นมือไปขยำพุงกลมน้อย ๆจนเ้าตัวป่องหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างจั๊กจี้
มองแล้วก็หน้าเหมือนมอส โตมาก็คงหล่อได้พ่อ
ผมยืนขึ้นพร้อมกับตระหนักได้ว่าเป็เวลาของ‘ครอบครัว’ แล้ว ใช่... เวลาของพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูก
“เดี๋ยวฉันกลับก่อนนะ เริ่มเย็นแล้วไม่อยากกลับมืดน่ะ มีธุระต้องไปทำอีกนิดหน่อยด้วย” ผมบอกแล้วรีบบึ่งออกจากประตูโดยไม่รอให้ใครทัดทานทั้งที่มีใครบางคนพยายามจะทำอย่างนั้น
ผมเดินลงบันไดออกจากรั้วบ้านแล้วไปยังรถที่จอดอยู่โดยได้ยินเสียงเท้าหนักๆ ของร่างสูงเดินตามหลังมา
“ถ้าขอให้อยู่ต่ออีกก็คงจะไม่ยอมแล้วใช่มั้ย?”
“อือ” ผมตอบกลับไปแค่นั้นแล้วะโขึ้นไปนั่งยังหลังพวงมาลัยก่อนจะลดกระจกข้างตัวเองลงซึ่งมีมอสยืนละล้าละลังอยู่ “ไปกินข้าวพร้อมหน้ากับเมียและลูกนายเถอะ”
“โกรธเหรอ?”
“เปล่านี่”
“อย่าพูดประชดผมนักสิ”
“ปกติ ประชดตรงไหน?” ผมย้อนตอบแล้วก็รู้สึกอย่างที่พูดจริง ๆ
แต่ก็ยอมรับว่ามีอะไรบางอย่างที่กำลังอึ้งค้างอยู่ในใจ
“ไปนะ ไว้เจอกัน” ผมตัดบทอีกฝ่ายแล้วก็กดเลื่อนปิดกระจกก่อนจะเข้าเกียร์ D แล้วเคลื่อนล้อจากบ้านหลังนั้นมา
แอบเห็นมอสยืนโบกมือให้ผมผ่านกระจกมองหลังแล้วก็ทันเห็นเด็กอ้วนโปรดวิ่งตามมาคว้ามือพ่อตัวเองมาจูงไว้
นั่นล่ะ ผมกำลังอึ้งที่เขามีลูกกันแล้ว
ไม่สิ ผมแค่รู้สึกโกรธตัวเองที่โง่จนไม่รู้ว่าความสัมพันธ์เนิ่นนานขนาดนั้นก็ควรจะมีทายาทเป็ของตัวเอง เด็กโปรดนี่อาจจะเป็เพียงลูกคนเล็กของเขาเท่านั้น
เรียกได้ว่าพวกเขามีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบแล้วจริงๆ
แล้วผมล่ะ?
ผมเป็ใครระหว่างพวกเขากัน...
[1] ปึงเถ่ากง หรือปุนเถ่ากง หรือเปิ่นโถวกง ซึ่งหมายความว่าผู้เป็ใหญ่หรือผู้นำในเขตนั้น ๆ โดยเฉพาะในเขตที่ชาวจีนได้เข้ามาตั้งหลักแหล่งเพื่อทำการค้าขายมักจะสร้างศาลอยู่กลางชุมชนหรือตลาดใหญ่ประจำเมือง