บทที่ 27 นายแอบคิดอะไรกับฉันหรือเปล่าเนี่ย!
หลังจากหลิวเหมียวเหมี่ยวตักซุปเข้าปากเล็กๆ หนึ่งคำ เธอก็วิ่งไปที่อ่างล้างหน้าไม่ไกลราวกับจรวดแล้วอาเจียนออกมา
ในใจเธอสบถด่าผู้หญิงเ็าคนนี้ว่าใสพริกไปเท่าไหร่ถึงทำให้ปากเล็กๆ ของเธอเผ็ดร้อนราวกับไฟเผา
เมื่อครู่ฟันของหลิวเหมียวเหมี่ยวยังคลอนเพราะถูกกระแทก ตอนนี้คอของเธอก็แสบร้อนราวกับถูกไฟเผาเพราะความเผ็ด แม้แต่ตาก็ยังแสบจนแทบลืมแทบไม่ขึ้น ดูท่าทางน่าสงสารสุด ๆ
หลิวเหมียวเหมี่ยวโกรธจัดและ้าต่อว่าอีกฝ่ายว่าจงใจทำอาหารแบบนี้เพื่อแกล้งเธอ แต่เมื่อเห็นซ่างกวนเหยียนกินอาหารไม่กี่อย่างที่เธอทำอย่างใจเย็น คำพูดที่เกือบจะหลุดออกมาก็กลืนกลับลงไป
เธอแอบคิดว่าลิ้นของผู้หญิงเ็าคนนี้ต้องไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถกินอาหารที่ทั้งเค็ม แข็ง และเผ็ดร้อนแบบนี้ลงไปได้
“ในเมื่อเธอกินแล้วไม่ถูกปาก เดี๋ยวฉันจะไปทำอะไรมาให้กินนะ” เฉินเซิงมองหลิวเหมียวเหมี่ยวด้วยความเห็นใจแล้วพูดขึ้น
ถึงแม้บางครั้งเขาจะทนนิสัยเอาแต่ใจของเด็กสาวคนนี้ไม่ค่อยได้ แต่พอนึกถึงว่าอีกฝ่ายเป็น้องสาวแท้ ๆ ของหลิวซือซือเขาก็ไม่อยากให้เด็กสาวคนนี้ต้องลำบากใจเวลาอยู่ที่นี่มากนัก
เฉินเซิงเข้าไปในครัว สักพักก็ยกอาหารสี่จานที่ดูน่ากินมาวาง
หลิวเหมียวเหมี่ยวคีบรากบัวขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วก็ค่อย ๆ กินคำเล็ก ๆ อย่างระวัง เธออดหลังน้ำตาออกมาไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าเฉินเซิงที่ดูเป็ผู้ชายหยาบกร้านจะทำอาหารที่อร่อยขนาดนี้ได้
‘นอกจากหน้าตาหล่อแล้ว ยังขับรถหรู อยู่บ้านหรู แถมยังทำอาหารเก่งอีกต่างหาก จะไปหาผู้ชายดี ๆ แบบนี้ที่ไหนอีก ฉันต้องช่วยพี่สาวคว้าตัวเขาให้ได้’ หลิวเหมียวเหมี่ยวมองเฉินเซิงด้วยดวงตาสวยเป็ประกายอย่างหวานซึ้ง
ซ่างกวนเหยียนลองชิมอาหารที่เฉินเซิงทำ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้พูดอะไร แต่ในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นกลับเผยความชื่นชมออกมาอย่างชัดเจน สำหรับซ่างกวนเหยียนที่ไม่ค่อยพูดอะไร การที่เธอแสดงสีหน้าแบบนี้ออกมาก็ถือว่าเป็การยอมรับอีกฝ่ายอย่างมากแล้ว
หลังกินข้าวเย็นเสร็จซ่างกวนเหยียน ก็ใส่เสื้อกล้ามเซ็กซี่กับกระโปรงสั้นเหนือเข่ากลับไปออกกำลังกายที่ห้องต่อ เพื่อให้ร่างกายของเธออยู่ในสภาพที่ดีที่สุดตลอดเวลา
ตอนที่เธอเดินจากไป เธอยังทิ้งบั้นท้ายที่สวยงามน่าค้นหาเอาไว้ให้เฉินเซิงได้มองตาม
“พี่เขย ฉันนอนคนเดียวไม่ได้ฉันกลัวมากเลย คืนนี้ให้ฉันนอนกับพี่ได้มั้ยคะ?”หลิวเหมียวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นอ้อนวอนด้วยสีหน้าคาดหวัง
“เธอก็โตแล้ว ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ฉันเป็ผู้ชายนอนกับเธอมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เฉินเซิงปฏิเสธ
หลิวเหมียวเหมี่ยวอายุเพียงสิบหกปี แต่ร่างกายของเธอกลับพัฒนาอย่างเต็มที่ จะหน้าอกก็มี จะสะโพกก็มี เรียกได้ว่าเป็โลลิต้าชั้นยอดหนึ่งในหมื่น
ตอนกลางวันเฉินเซิงยังพอจะควบคุมความ้าของตัวเองได้ แต่ถ้าทั้งสองคนนอนด้วยกันในตอนกลางคืน ชายหญิงอยู่ด้วยกันในห้อง เขาอาจจะทำอะไรเธอเข้าก็ได้
ไม่ว่าตัวเองจะล่วงละเมิดอีกฝ่ายด้วยเหตุผลใดก็ตาม ก็เป็การไม่ซื่อสัตย์ต่อหลิวซือซือพี่สาวของเด็กสาวคนนี้ เฉินเซิงจึงยืนกรานคัดค้านไม่ให้หลิวเหมียวเหมี่ยวนอนกับเขา แล้วก็ยังถือว่าไม่ให้โอกาสตัวเองทำผิดพลาด
“คุณเป็พี่เขยของฉัน ไม่ใช่คนอื่นเสียหน่อย หรือว่าคุณจะทำอะไรฉันได้ล่ะ ฉันเป็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังไม่กลัวเลย คุณกลัวอะไรกันแน่ หรือว่าตอนกลางคืนฉันจะกินคุณหรือไง ตกลงเอาแบบนี้แหละ คืนนี้ฉันจะนอนบนเตียงของคุณ” หลิวเหมียวเหมี่ยวจูงมือเฉินเซิงแล้วพูดอ้อนวอนด้วยเสียงอ่อนหวาน
เมื่อเห็นเฉินเซิงไม่ได้แสดงท่าทีคัดค้าน หลิวเหมียวเหมี่ยวก็ะโโลดเต้นเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานก็มีเสียงน้ำไหลดังออกมาจากข้างใน
เฉินเซิงเงยหน้าขึ้นมอง บนกระจกฝ้าแบบโปร่งแสงปรากฏร่างกายส่วนบนที่งดงามของหญิงสาว ไม่เพียงแต่หน้าอกที่ยื่นออกมาของหญิงสาวจะเห็นได้ชัดเจน แม้แต่เงาสะท้อนของสองยอดบนกระจกก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน
‘ไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะอายุยังน้อย แต่กลับมีของดีขนาดนี้แล้ว’ เฉินเซิงพึมพำในใจ
เมื่อนึกถึงตอนที่อีกฝ่ายจับมือเขาแล้วเรียกเขาว่าพี่เขยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแบบเด็กสาว เฉินเซิงก็เผลอยิ้มออกมาอย่างเคลิบเคลิ้ม
ตอนที่หลิวเหมียวเหมี่ยวออกมา เธอสวมชุดนอนแบบเต็มตัวหลวมๆ ชุดนอนเนื้อนุ่มเน้นให้เห็นรูปร่างที่งดงามของเธออย่างชัดเจน
ชุดนอนของหลิวเหมี่ยวเหมี่ยวเป็แบบคอต่ำที่ผู้หญิงวัยทำงานชอบใส่กันมาก ไหล่กลมกลึงและผิวขาวเนียนบริเวณหน้าอกเผยให้เห็นเป็บริเวณกว้าง ชายกระโปรงยาวเลยเข่าเผยให้เห็นขาเรียวยาวเนียนละเอียดคู่งาม ปลายเท้าทาเล็บสีแดงและเท้าเล็กสวยงาม เหมือนผลงานศิลปะที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถันอย่างน่าหลงใหล
เดิมทีหลิวเหมียวเหมี่ยวก็เป็เด็กสาวที่น่ารักอยู่แล้ว แถมยังแต่งตัวยั่วยวนแบบนี้ ทำเอาเฉินเซิงที่มองดูอยู่ถึงกับใจสั่น
เมื่อนึกถึงว่าอีกฝ่ายเป็น้องสาวของอาจารย์ตัวเอง เฉินเซิงก็ใช้ความอดทนอย่างมากในการละสายตาจากไหล่ขาวเนียนกับเนินอกสวยที่เผยออกมาเป็บริเวณกว้าง แล้วถามว่า “ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ รีบไปเปลี่ยนชุดที่มิดชิดกว่านี้มาเดี๋ยวนี้”
“ฮิฮิ พี่เขย โดนความสวยของฉันสะกดจนตะลึง กลัวว่าจะอดใจไม่ไหวเลยให้ฉันไปเปลี่ยนชุดนอนใช่มั้ยล่ะ” หลิวเหมียวเหมี่ยวถามด้วยสีหน้าซุกซน
“ชุดนอนของเธอจะเซ็กซี่แค่ไหน ก็สู้ซ่างกวนเหยียนที่ใส่เสื้อสายเดี่ยวไม่ได้หรอก ฉันแค่กลัวว่าพี่สาวเธอจะรู้เข้าว่าเธอแต่งตัวแบบนี้ที่นี่แล้วจะโกรธ เลยให้เธอไปเปลี่ยนชุดนอน”
เมื่อได้ยินเฉินเซิงพูดถึงซ่างกวนเหยียน หลิวเหมียวเหมี่ยวที่มั่นใจในตัวเองก็ดูหงอยลงเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าขนาดหน้าอกของเธอจะใหญ่กว่าเด็กสาววัยเดียวกัน แต่เทียบกับสาวสะพรั่งอย่างซ่างกวนเหยียนแล้ว หน้าอกของเธอก็ยังเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด รูปร่างก็ไม่ได้อวบอั๋นเท่าอีกฝ่าย
“เชอะ อย่าเอาหนูไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงเ็าคนนั้นสิ โตขนาดนั้นแล้วยังใส่เสื้อสายเดี่ยวกับกระโปรงสั้นอีก ทำตัวเหมือนไม่ได้ใส่อะไร หนูไม่ไร้รสนิยมเหมือนหล่อนหรอก” หลิวเหมียวเหมี่ยวพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับเบะปากเล็กๆ
เฉินเซิงรู้ดีว่าในฐานะนักฆ่ามืออาชีพ ซ่างกวนเหยียนมีความรู้สึกไวต่อสิ่งรอบข้างมากกว่าคนทั่วไป คำพูดของหลิวเหมียวเหมี่ยวอาจจะถูกอีกฝ่ายได้ยินเข้าแล้วก็ได้ ถ้าผู้หญิงคนนั้นโกรธขึ้นมาแล้วเอาคัตเตอร์มากรีดหน้าหลิวเหมียวเหมี่ยวขึ้นมาจะทำยังไง
“เด็กคนนี้นี่ยังกล้าพูดจาไม่ดีอีก ถ้าเหยียนเหยียนได้ยินเธอพูดลับหลัง เธออาจจะต้องกินอาหารที่เธอทำทุกวันก็ได้นะ” เฉินเซิงขู่
เมื่อนึกถึงอาหารรสชาติแย่ๆ ที่เธอกินเข้าไปในตอนแรก หลิวเหมียวเหมี่ยวก็อดกลัวไม่ได้ ไม่กล้าพูดจาดูถูกซ่างกวนเหยียนอีก
หลังจากที่ทั้งสองคนขึ้นเตียง เฉินเซิงก็รีบปิดไฟนอนทันที แล้วยังตั้งใจหันหลังให้อีกฝ่าย
ไม่ว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวคนนี้จะสวยงามชวนหลงใหลแค่ไหน ตราบใดที่เขามองไม่เห็น เขาก็จะไม่หวั่นไหว วิธีนี้ยังสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดระหว่างคนทั้งสองได้อีกด้วย
หลิวเหมียวเหมี่ยวไม่พอใจกับท่าทีของเฉินเซิงนัก เธอจึงเปิดโคมไฟสีสันสวยงามข้างเตียงโดยอ้างว่ากลัว
แม้เฉินเซิง จะอยากนอนเร็วๆ แต่หลิวเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถามเขาอย่างไม่ลดละเกี่ยวกับเื่ต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยใน่ไม่กี่ปีนี้ และยังถามอีกว่าเขาแอบชอบพี่สาวของเธอหรือเปล่า
เฉินเซิงแทบไม่กล้ามองหลิวเหมียวเหมี่ยวที่นอนอยู่บนเตียงที่เผยให้เห็นสัดส่วนที่ยั่วยวน เพราะกลัวว่าตัวเองจะอดใจไม่ไหวแล้วเผลอกลายเป็สัตว์ร้ายเข้า เมื่อเผชิญกับคำถามมากมายของอีกฝ่าย เขาก็ได้แต่ตอบแบบขอไปที
หลังจากที่หลิวเหมียวเหมี่ยวนอนหลับ เฉินเซิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขางอตัวนอนบนเตียงเพียงแค่หนึ่งในสามส่วน มือและเท้าไม่กล้าล้ำเส้นแม้แต่น้อย เพราะกลัวว่าจะเผลอไปโดนร่างกายของอีกฝ่ายเข้า
พอถึงตีสองตีสาม ขณะที่เฉินเซิงกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น เขาก็รู้สึกได้ว่ามีร่างกายอุ่นๆ มาซุกอยู่ในอ้อมกอด
เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก็พบว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวกลิ้งเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เดิมทีเฉินเซิงอยากจะขยับหนี แต่เขากลับอยู่ริมสุดของเตียงจนขยับไปไหนไม่ได้แล้ว เขาอยากจะผลักร่างของหลิวเหมียวเหมี่ยวไปไว้กลางเตียง แต่ก็กลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายตื่น
หลิวเหมียวเหมี่ยวในยามหลับไหลขยับกายไปมาอย่างไม่รู้ตัว ทำให้บริเวณต้องห้ามของทั้งสองคนัักันอยู่ตลอดเวลา เฉินเซิงเริ่มหายใจหนักขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อหน้าอกอิ่มฟูของหลิวเหมียวเหมี่ยวัักับอกของเขา เขาก็แทบจะััได้ถึงความยืดหยุ่นน่าอัศจรรย์ที่ส่งผ่านมาจากผิวเนียนนุ่มบนหน้าอกของอีกฝ่าย ยิ่งไปกว่านั้น สองยอดบนเรือนร่างของหลิวเหมียวเหมี่ยวยังเสียดสีกับหน้าอกของเขาเป็ครั้งคราว ทำเอาเฉินเซิงแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่
เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้ใส่อะไรอยู่ข้างในชุดนอนตัวโคร่งแบบนั้น เฉินเซิงก็ได้แต่บ่นในใจว่าเด็กคนนี้จงใจยั่วยวนเขา
แต่เมื่อนึกถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความไว้ใจของหลิวซือซือ เฉินเซิงก็ได้แต่ต้องอดทนต่อไป การที่เด็กสาววัยแรกรุ่นที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวามานอนซุกอยู่ในอ้อมกอด ร่างกายของคนทั้งสองัักันแต่กลับไม่สามารถลิ้มลองได้อย่างเต็มที่ คืนนี้จึงเป็ความทรงจำที่แสนทรมานสำหรับเฉินเซิงอย่างแท้จริง
พอตอนเช้า หลิวเหมียวเหมี่ยวก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ทันทีที่เงยหน้าขึ้น เธอก็เห็นมือผู้ชายวางอยู่บนเนินอกอิ่มฟูมๆ ของตัวเอง ยอดอกสวยๆ ของเธอยังถูกมือของอีกฝ่ายบีบจนเสียรูปทรง
ที่ทำให้เธออกจะรู้สึกอับอายยิ่งกว่านั้นก็คือ มีแท่งเหล็กแข็งๆ กดทับอยู่ตรงกลางสะโพกกลมกลึงของเธอ ทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่
“กรี๊ดดดดด” พอรู้ตัว หลิวเหมียวเหมี่ยวก็กรีดร้องออกมาทันที
เฉินเซิงที่เพิ่งหลับไปได้ไม่นานก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้อง เขารีบลุกขึ้นนั่งทันที เมื่อเห็นว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็ลำบากใจอย่างมาก ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่เขาเผลอหลับไป จะทำท่าทางล่อแหลมแบบนี้กับอีกฝ่ายได้
“ไอ้หื่นนี่ กล้าดียังไงมารังแกฉัน ทั้งๆ ที่ฉันเชื่อใจนายขนาดนั้น ยังเรียกนายว่าลุง นายดันมาลวนลามฉันตอนที่ฉันหลับอยู่ แล้วยังเอาของข้างล่างมาชนก้นฉันอีก นายพูดสิว่าในใจนายคิดจะทำอะไรฉันกันแน่ ถึงได้แข็งขนาดนี้…”
เมื่อนึกถึงความบริสุทธิ์ของหน้าอกที่หายไป หลิวเหมียวเหมี่ยวก็รู้สึกน้อยใจจนน้ำตาคลอเบ้า
เมื่อคิดว่าตัวเองถูกอีกฝ่ายเอาเปรียบ เธอก็ะโใส่เฉินเซิงไม่หยุด