สาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 37 ยุ่งเหยิงเป็นพัลวัน

            นี่คือสิ่งที่บุตรสาวคนรองชอบเอ่ยถึงบ่อยๆ ช่วงนี้เห็นบอกว่าสะใภ้ในหมู่บ้านชอบใช้มุกนี้เวลาเกิดเหตุเอะอะโวยวายขึ้นมาก็ฆ่าตัวตาย

            จู่ๆ จางกุ้ยฮัวก็ตระหนักได้ การที่หลิวฉีซื่อชอบกดขี่ก็เพราะว่าตนเองนั้นเป็นคนว่าง่าย นิสัยอ่อนแอ?

            หากว่านางสามารถข่มขู่หลิวฉีซื่อได้ วันข้างหน้าอาจจะสงบสุขมากกว่านี้

            เมื่อครู่นางถูกหลิวฉีซื่อบีบจนหมดหนทาง นางจึงพ่นคำพูดเหล่านั้นออกไปโดยไม่ได้คิดด้วยซ้ำ

            สองแม่ลูกเห็นทีจะตกใจจริงๆ หากว่าใส่ยาฆ่าแมลงจริง พวกนางจะกล้ากินได้อย่างไร?

            หลิวเสี่ยวหลันรู้สึกตื่นตกใจ รีบกระตุกแขนเสื้อของหลิวฉีซื่อแล้วเอ่ยเสียงค่อย “แม่ พี่สะใภ้สามคงไม่ได้โดนของหรอกนะ หรือว่าควรรีบไล่นางออกไป”

            เดิมทีหลิวเต้าเซียงที่แอบฟังอยู่ด้านนอก เมื่อเห็นหลิวฉีซื่อเอาชามขว้างใส่จางกุ้ยฮัวจึงรีบเข้ามาในห้องครัวพอได้ยินแม่ของตนตวาดออกมาแบบนั้นด้วยความโมโห ก็อึ้งไปเช่นเดียวกัน

            “ฮือ แม่ตายไม่ได้นะ!”

            หลิวเต้าเซียงมีไหวพริบ รีบตะโกนเสียงดังร้องไห้ออกมา

            ขณะที่ร้องไห้ก็วิ่งออกไปด้านนอกแล้วตะโกนเสียงดัง “ใครก็ได้มาเร็ว ช่วยด้วย ย่าข้าจะบังคับให้แม่ข้ากินยาฆ่าแมลงรีบมาช่วยหน่อย!”

            เสียงของนางทั้งแหลมและใส ขณะเดียวก็ดุจดั่งกริชที่แหลมคมพุ่งออกไป

            ชั่วขณะนั้นก็ทำลายความเงียบในหมู่บ้าน ควันที่โชยขึ้นมาราวกับว่าหวั่นเกรงเช่นเดียวกันกระทั่งหมอกนั้นก็มีความสั่นไหวไม่เป็นรูป

            “เสียงนี้ฟังดูคุ้นๆ นะ เด็กบ้านไหนกัน?”

            “ไม่ใช่หรอกมั้ง แม่สามีบ้านไหนกันช่างโหดเหี้ยมเสียจริง?”

            “สวรรค์ ข้าไม่ได้ฟังผิดใช่หรือไม่ ยังรีรออะไรกัน? รีบไปช่วยคนเร็ว”

            ตระกูลหลิวอยู่ไม่ไกลจากปากทางหมู่บ้านนักหลิวเต้าเซียจึงเปล่งเสียงดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยเหตุนี้แม่บ้านหลายคนที่กำลังจับกุ้งปลาอยู่ในลำธารเมื่อตั้งใจฟังก็พบว่าเสียงดังมาจากบ้านตระกูลหลิว

            “อ๊าก พ่อจ๋า ช่วยด้วย ใครก็ได้ ย่าข้าโดนของแล้ว”

            เดิมทีหลิวฉีซื่อกังวลว่าคุณชายน้อยที่พักอยู่ทางห้องทิศตะวันตกจะได้ยินไม่อยากให้เขาได้เห็นเรื่องราวสกปรกโสมมของบ้านนี้แต่หลิวเต้าเซียงที่เกิดมาเพื่อเป็นศัตรูกับนาง ยิ่งนางไม่ต้องการให้เป็นเช่นไรหลิวเต้าเซียงยิ่งต้องทำให้เป็นเช่นนั้น

            ในขณะนี้ เสียงร้องที่คมชัดและตื่นตระหนกของนางมาถึงห้องตะวันตกแล้ว

            ใบหน้าของหลิวฉีซื่อไม่สามารถใช้คำพูดใดบรรยายได้อีก สายตาของนางเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นตอนนี้นางชิงชังกับคำพูดของเด็กสาวที่ทำให้ตนเองขายหน้า

            ไฟโมโหของหลิวฉีซื่อปะทุขึ้นอีกครั้งเพราะหลิวเต้าเซียงตอนนี้กำลังโหมกระหน่ำลุกโชน

            เมื่อเห็นว่าหลิวเต้าเซียงวิ่งเข้าไปในลานบ้านและตะโกนนางเหลือบมองไปที่ห้องตะวันตก กัดฟันคว้าคีมคีบไฟที่วางอยู่ข้างกองฟืนแล้ววิ่งตามไป

            “นางตัวดีไม่มีหัวจิตหัวใจ ข้าเป็นถึงย่าเจ้าทำผิดแล้วสั่งสอนก็เป็นเรื่องสมควร ลำพังต่อว่าเจ้าไม่กี่คำเจ้ากลับมาอาละวาดอยู่เช่นนี้ คนที่ไม่รู้คงนึกว่าที่ข้าทำนั้นไม่ดีต่อเจ้า”

            หลิวเต้าเซียงไม่กลัวนาง เมื่อเห็นว่าหลิวฉีซื่อถือคีมคีบไฟวิ่งตามออกมาก็วิ่งออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเถียงนางกลับ “ย่าหากข้าไม่มีหัวจิตหัวใจ แล้วย่าล่ะคืออะไร? ย่าเป็นคนให้กำเนิดพ่ออีกอย่าง ย่ายังมีหน้ามาบอกว่าเลี้ยงดูข้าอย่างดี ย่าดูสิ่งที่ย่ากับอาเล็กสวมใส่ก่อนแล้วค่อยพูดจาเช่นนี้ออกมา ใครกันแน่ที่ไม่มีหัวจิตหัวใจ”

            “นางลูกหมาพันธุ์ทาง ไสหัวกลับมาเดี๋ยวนี้ ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ยังกล้าเถียงผู้ใหญ่ฉอดๆ”

            หลิวฉีซื่อชอบใช้วิธี ‘อ่อนโยน’ ในการควบคุมคนทั้งหมดในบ้าน ใครจะรู้ว่าเมื่อหลิวเต้าเซียงก่อกวนเช่นนี้หากนางจะแสร้งทำเป็นโศกเศร้าแล้วคิดฆ่าตัวตายเกรงว่าคงกลายเป็นเรื่องราวตลกขบขันของคนทั้งหมู่บ้าน

            เรื่องเช่นนี้นางมิอาจทำได้เพียงแต่คำพูดของหลิวเต้าเซียงนั้นร้ายแรงยิ่งนัก แต่ละคำช่างทิ่มแทงใจของนาง

            “ข้าไม่ได้โง่นี่นาถึงจะเข้าไปใกล้ แล้วให้ย่าตีข้าเหมือนที่ตีแม่ใครจะทำร้ายตนเองเช่นนั้น สมองข้าไม่ได้ถูกกระทบกระเทือนเสียหน่อย” หลิวเต้าเซียงตอบนางขณะที่วิ่งหนี

            ไม่มียอมอ่อนข้อให้หรอก หญิงชราบ้าคลั่ง

            “นางเด็กเหลือขอหน้าไม่อาย หยุดเดี๋ยวนี้”

            เมื่อเห็นหลิวเต้าเซียงวิ่งออกประตูไป หลิวฉีซื่อก็ยกคีมคีบไฟขึ้นมาแล้วฟาดไปที่ประตูลานบ้าน

            ประตูไม้ที่อยู่ในสภาพทรุดโทรมอยู่แล้ว เมื่อถูกกระแทกก็โยกไปมา

            หลิวเต้าเซียงที่วิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็วได้ยินเสียงคีมคีบไฟดังขึ้น จึงยืนอยู่หน้าประตูถนนในหมู่บ้านจากนั้นจ้องมองหญิงชราที่อยู่ในสภาพ ‘บ้าคลั่ง’ แล้วเอ่ย “ข้าคือเด็กเหลือขอ แล้วย่าคืออะไรกันนะ? ข้าขอคิดดูหน่อย ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นคนแก่เหลือขอสินะ?”

            “เจ้า?” หลิวฉีซื่อถูกปั่นจนแทบเป็นลม

            “ข้า ข้าเป็นอย่างไร? ฮึย่าเป็นย่าข้าจริงหรือไม่? ลงมือได้เหี้ยมโหดเช่นนี้ย่าหาว่าข้าเป็นตัวล้างผลาญ ข้ายอมรับแต่เหตุใดอาเล็กที่เป็นตัวล้างผลาญเหมือนกันถึงได้กินดีอยู่ดี? นี่ยังไม่เท่าไหร่ย่าบอกว่าสิ่งของเงินทองเหล่านั้นที่จะออกเรือนเป็นของย่าแต่พวกเราที่เป็นหลานสาวไม่ได้แซ่หลิวหรอกหรือ? พ่อข้าไม่ใช่แซ่หลิวหรืออย่างไร?”

            หลิวเต้าเซียงไม่ได้เกรงกลัวหญิงชรา หางตากวาดมองไป เห็นคนในหมู่บ้านกำลังล้อมกันเข้ามาปากเล็กๆ ก็เริ่มเอ่ยปากพูดอีก “ย่าลำเอียงข้าเป็นผู้น้อยจะพูดอะไรมากความก็ไม่ได้เงินที่ข้าเก็บมาได้สองเหรียญมอบให้แม่ข้าแล้วอย่างไรข้าเป็นห่วงแม่ข้าที่เพิ่งออกเดือนนั้นผิดด้วยหรือ? ข้าไม่ควรใช้เงินสองเหรียญนี้และสมควรให้เด็กน้อยเจ็ดขวบเช่นข้าต้องเอาเงินสองเหรียญไปเลี้ยงครอบครัวหรืออย่างไร? ย่า นอกจากพ่อข้า ย่าไม่ได้คลอดลูกชายคนอื่นด้วยหรอกหรือ?”

            หลิวเต้าเซียงไม่ใช่คนที่จะต่อกรด้วยง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นในโลกปัจจุบันยังเป็นคุณหนูลูกคนเดียวในบ้านอยากได้อะไรก็ต้องได้ ระยะเวลาสั้นๆในชาตินี้ไม่เคยต้องเป็นที่รองรับอารมณ์ของผู้ใด

            ความไม่สมเหตุสมผลของหลิวฉีซื่อ ทำให้นางที่เป็นคนนอกยากที่จะปรับตัวเองให้เข้ากับยุคโบราณนี้แม้แต่ความแตกต่างทางด้านความคิด นางก็มิอาจทนรับความกร่างของหลิวฉีซื่อได้

            “เอ๋ เกิดอะไรขึ้น? ข้าว่าป้าหลิวเจ้าก็ช่างลงมือไปได้ ใช้คีมคีบไฟตีเด็กเจ็ดขวบ เกิดบาดเจ็บขึ้นมา ไม่แน่ว่าเจ้าต้องเลี้ยงดูนางไปตลอดชีวิตเชียวนา”

            “ที่ไหนล่ะ เจ้าไม่ได้ยินลูกสาวคนรองของซานกุ้ยบอกหรือเพียงเพื่อเงินสองอีแปะนะ”

            “พอพูดเช่นนี้ข้าก็นึกได้แล้วว่าเมื่อวานพวกนางสองแม่ลูกนั่งรถเข็นวัวกลับมาได้ยินว่าเด็กน้อยสงสารแม่ตนเอง จึงยอมอดทนไม่เอาเงินสองอีแปะที่เก็บได้ไปซื้อขนมแต่เอาเป็นค่ารถเข็นวัว หากเปลี่ยนเป็นเจ้าตัวดีในบ้านข้าล่ะก็คงแอบเอาไปซื้อต่าไป๋ถังกินที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ไหนเลยจะนึกถึงว่าต้องกตัญญูพ่อแม่”

            “ใช่ เด็กคนนี้กตัญญูยิ่งนัก”

            “นี่สะใภ้บ้านหลิว บ้านเจ้าร่ำรวยไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงหวังให้เด็กน้อยเจ็ดขวบมาเลี้ยงครอบครัวเล่า?” หญิงชราผู้หนึ่งส่งเสียงแหลมพึมพำ คำพูดคำจาเสียดสีทำให้คนในหมู่บ้านที่ล้อมรอบถึงกับหัวเราะขบขัน

            “หลิวต้าฟู่ ภรรยาเจ้าให้หลานสาวเจ็ดขวบมาหาเลี้ยงครอบครัวแน่ะ”ชายหนุ่มในหมู่บ้านไม่ได้อ้อมค้อมเช่นเดียวกับเหล่าเพื่อนบ้านจึงหันมาหัวเราะเยาะหลิวต้าฟู่ ที่เป็น ‘ประมุขของบ้าน’

            หลังจากที่หลิวต้าฟู่แต่งงานกับฉีหรุ่ยเอ๋อร์ คนในชุมชนต่างก็อิจฉาตาร้อนที่ฉีหรุ่ยเอ๋อร์มีสินเจ้าสาวออกเรือนมามากมายและต่างก็ซุบซิบกันว่าหลิวต้าฟู่นั้นกลายเป็นเจ้าบ่าวสีชมพูของฉีหรุ่ยเอ๋อร์

            เจ้าบ่าวสีชมพูคืออะไร? ก็คือแมงดา เด็กเลี้ยงที่อาศัยเกาะชายผ้าผู้หญิงในยุคปัจจุบันนี่เอง

            เป็นบุคคลประเภทที่คนในหมู่บ้านนั้นค่อนข้างเมินเฉย

            “หลิวต้าฟู่ เจ้าเองก็เหลือเกินจริงเชียว ลำพังตนเองเกาะเมียกินไม่พอตอนนี้ยังต้องลามมาถึงลูกหลาน น่าสงสารเด็กจริงเหตุใดจึงไม่ไปเกิดที่ครอบครัวดีกว่านี้”

            เมื่อได้ยินการเยาะเย้ยของชาวบ้าน ใบหน้าของหลิวต้าฟู่ก็ดำคร่ำเครียดยิ่งกว่าก้นหม้อเพียงแต่ว่าเขาทำงานหนักเป็นแรมปี ทำให้ใบหน้าตากแดดจนคล้ำอยู่แล้วจึงดูไม่ออกว่าสีหน้าของเขานั้นดูแย่เพียงใด

            ในขณะนั้นก็มีผู้หญิงผมเผ้ายุ่งเหยิงวิ่งออกมาจากประตู หลิวเต้าเซียงมองไปแล้วเห็นเสื้อผ้าคุ้นตาเหลือเกิน?

            เอ้ นี่แม่เราไม่ใช่หรือ?

            “แม่ เต้าเซียงก็เป็นหลานแท้ๆ ของแม่ เหตุใดจึงลงมือได้โหดร้ายเช่นนี้โชคดีที่นางหลบได้เร็ว มิเช่นนั้น คีมคีบไฟที่ฟาดลงไป นางจะยังมีชีวิตได้อีกหรือ? ฮือๆ ลูกน้อยที่น่าสงสาร แม่ไม่ควรคลอดพวกเจ้าออกมาเลย”

            ชื่อเสียงของจางกุ้ยฮัวในหมู่บ้านนับว่าดีมาโดยตลอด ทุกคนที่อยู่ร่วมกันล้วนรู้จักกันมานานย่อมรู้ว่านางคือลูกสะใภ้ที่กตัญญูและซื่อตรง

            ในเวลานี้เมื่อเห็นนางร้องไห้อย่างโศกเศร้าแทบเป็นแทบตาย ทุกคนต่างเคยเห็นภาพที่หญิงชราจำนวนไม่น้อยต้องเป็นที่รองรับอารมณ์ของแม่สามีเมื่อเห็นภาพนี้ก็หวนนึกถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากของตนเอง ในใจเกิดอารมณ์ด้านมืดขึ้นมาจู่โจมด้วยคำพูดที่ไม่น่าฟังมากขึ้น

            “ข้าว่าต้าฟู่ เมียเจ้าเองก็ใจดำอำมหิตเกินไปก็แค่มีเงินมากกว่าเราไม่ใช่หรือ? แต่ความคิดที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ช่างดูไม่ออกเสียจริง ตอนนั้นช่วงที่พ่อกับแม่เจ้ายังอยู่ กำชับเจ้านักหนาว่าต้องดูแลซานเอ๋อร์ให้ดี”

            หลิวต้าฟู่เงยหน้ามองดู เป็นคุณยายที่เห็นเขาเติบโตมาตั้งแต่วัยเยาว์มีเพียงผู้อาวุโสในหมู่บ้านที่ทนดูไม่ได้จึงออกมาพูดบ้างยามปกติแล้วไม่มีคนรอบตัวคนไหนกล้ามีเรื่องกับฉีหรุ่ยเอ๋อร์ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าบ้านเจ้านายของนางนั้นเป็นขุนนางใหญ่

            อนิจจา เขาเองก็ถอนหายใจด้วยความระอา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฉีหรุ่ยเอ๋อร์เขาเองก็ยืดอกสามศอกไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะสินเดิมที่แต่งเข้ามาของฉีหรุ่ยเอ๋อร์บ้านเขาตอนนี้คงยังอยู่ในฐานะผู้เช่านาที่ต้องใช้ชีวิตแบบรัดเข็มขัดอยู่

            เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ หลิวต้าฟู่ได้แต่เค้นรอยยิ้มออกมาแล้วเอ่ย “นิสัยของนางก็เป็นเช่นนี้ แต่ไม่ได้เป็นคนจิตใจเลวร้ายเพียงแต่ว่าเก็บอารมณ์ไม่ค่อยเป็น”

            หญิงชราไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ถอนหายใจและพร่ำพรรณาบอกว่าหลิวซานกุ้ยนั้นมีนิสัยคล้ายกับป้าใหญ่หลิว ซึ่งก็คือแม่แท้ๆ ของหลิวต้าฟู่

            ในขณะนี้ จางกุ้ยฮัวพุ่งไปหาหลิวต้าฟู่แล้วคุกเข่าลงกับพื้นร้องไห้พร้อมกับอ้อนวอน “พ่อ สะใภ้ขอคุกเข่าให้พ่อขอให้ซานกุ้ยปลดข้าออกจากการเป็นภรรยาเถิด ให้ข้าพาลูกน้อยทั้งสามคนกลับบ้านแม่ชีวิตเช่นนี้สะใภ้ทนอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ ทุกคนต่างก็เป็นพ่อแม่ลูกเป็นชิ้นเนื้อที่เกิดจากร่างกายเรา ข้ารักและเป็นห่วงไหนเลยจะทนปล่อยให้พวกนางถูกทุบตีได้ หลายปีมานี้เพราะเชื่อฟังคำท่านแม่ ทำให้ลูกๆต้องระทมทุกข์มามากนัก ต่อให้ข้าต้องขึ้นศาล ก็จะขอพาลูกทั้งสามคนไปให้ได้อย่างน้อยพวกนางก็ไม่ต้องทนใช้ชีวิตที่เปรียบเสมือนตายทั้งเป็น”

            ตายทั้งเป็น!

            ราวกับมีค้อนทุบศีรษะอย่างแรง ทันใดนั้นหลิวต้าฟู่ก็เหมือนกับถูกปลุกให้ตื่น

            ไม่มีใครคาดคิดว่าจางกุ้ยฮัวผู้มีเมตตาต่อผู้อื่นเสมอจะกล่าวคำพูดเช่นนี้ออกมากะทันหัน

            “จางกุ้ยฮัว นางหมาพันธุ์ทางหน้าไม่อายข้าก็แค่อยากสั่งสอนนางเด็กที่ไม่เชื่อฟัง” หลิวฉีซื่อนั้นหวงแหนภาพลักษณ์ของตนยิ่งนักไม่มีทางยอมรับว่าตนเองทำไม่ดีต่อครอบครัวของหลิวซานกุ้ย

            “แม่ แม่ทำเช่นนี้กับลูกของข้า ข้าซึ่งเป็นแม่ก็ต้องนึกถึงอนาคตของลูกน้อย วันนี้เกิดเรื่องเช่นนี้ต่อไปหากลูกน้อยของข้ายังใช้ชีวิตที่บ้านหลังนี้ เกรงว่า… เกรงว่า… จะเกิดเหตุการณ์คนผมขาวต้องส่งคนผมดำไปสู่สวรรค์ก่อน”

            เสียงร้องไห้ของนางโศกเศร้าจับใจ เมื่อเห็นท่าทีไร้เยื่อใยของหลิวฉีซื่อหัวใจของนางก็ยิ่งเหมือนถูกคนขุดแหว่งออกไปหนึ่งชิ้น เจ็บปวดจนแขนขาชาแทบอยากจะเอาชีวิตเข้าแลกสักครา นางกัดฟันทนดูบุตรสาวที่เติบโตเป็นสาวขึ้นทุกวัน ยอมทิ้งศักดิ์ศรีไว้แล้วคุกเข่าอยู่ในที่แห่งนั้นและส่งเสียงร้องไห้อย่างเจ็บปวด

            นางยอมทนแบกรับการตีตราว่าเป็นลูกสะใภ้เนรคุณไปตลอดชีวิตก็จะฉีกหน้ากากที่โหดเหี้ยมของหลิวฉีซื่อออกมาให้จงได้

            ขณะที่นางร้องไห้ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ก็มีมือน้อยๆ ข้างกายเข้ามาโอบกอด “แม่!”

            -----

     

    คล้ายกับเรื่องสาวชาวนาผู้ชั่วร้ายกับระบบวิเศษ 【 农门坏丫头 】[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592