หลังจากที่เหล่าเ้าหน้าที่ฝึกหัดได้เริ่มงานกันไปไม่นาน ก็ถูกเรียกรวมตัวกันที่สำนักงานใหญ่ของหน่วยบริการประชาชนรัฐฟิฟตี้ เมื่อถึงเวลานัดหมายแล้วเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนก็ได้พาเหล่าเ้าหน้าที่ฝึกหัด เดินเข้าไปในอาคารของสำนักงานใหญ่ที่มีอุปกรณ์ต่างๆ ถูกจัดโชว์ไว้ในตู้กระจก
ภายในห้องแรกที่เหล่าหน่วยบริการประชาชนหน้าใหม่ถูกพาเข้ามานั้น มีปืนยาวทรงสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินและอุปกรณ์ขนาดเล็กรูปทรงสามเหรียญขนาดพอดีฝ่ามือถูกจัดวางโชว์ไว้ซึ่งแต่ละตู้นั้นก็จะถูกจัดแสดงอุปกรณ์ในรูปแบบ ที่ต่างกันออกไป
เมื่อเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนเห็นเหล่าหน่วยบริการประชาชนหน้าใหม่ทุกคนเดินเข้ามาภายในอาคารแล้วเขาก็ได้กดรีโมตในมือของตัวเอง เพื่อแสดงภาพหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นที่ฝาผนังด้านหลังของเขา
“เอาล่ะครับเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนทุกคน อุปกรณ์ที่คุณเห็นในตู้กระจกนั้นคือปืนและอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษ”
เมื่อเ้าที่บริการประชาชนเริ่มพูดขึ้นหน้าจอด้านหลังเขาก็แสดงปืนและอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษที่เขาพูดถึงขึ้นมา และเริ่มบรรยายต่อ
“ที่ทุกคนเห็นอยู่นี้เรียกว่าปืน ซึ่งทุกคนคงเคยเห็นมันกันแล้ว การทำงานของมันนั้น จะยิงวิเศษที่เราได้บรรจุไว้ในแม็กกาซีนโดยพลังงานวิเศษที่เราใส่ในแม็กกาซีนนั่นทำให้เราสามารถสร้างความเสียหายให้กับพวกที่มีพลังวิเศษที่อยู่ต่ำกว่าระดับcได้โดยไม่สร้างความเสียหายถึงชีวิต เพราะการยิงวิเศษของปืนนั้นจะเป็การยิงวิเศษที่เก็บไว้ออกไปแบบกระจายจนเป็ก้อนวิเศษขนาดใหญ่ ไม่ใช่การบีบอัดวิเศษจนเป็พลังงานเข้มข้นเลยไม่ได้อันตรายอะไร แต่จะสร้างแรงกระแทกขึ้นแทน”
เมื่อเ้าหน้าที่บรรยายจบเขาก็เดินไปหยิบหนึ่งในปืนยาวที่โชว์อยู่และเล็งมันไปที่ป้ายทางเดินที่ติดอยู่บนเพดานก่อนจะเหนี่ยวไกปืนและยิงมันออกไปจนเกิดแรงลมกระจายออกมา เมื่อก้อนวิเศษถูกปล่อยออกไปจนพุ่งใส่ป้ายบนเพดานนั้น ก็ทำให้ป้ายนั้นตกลงมาโดยที่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับเพดานเลย
“ก็อย่างที่ทุกคนเห็นว่ามันไม่ได้อันตรายอะไร แต่ถ้ายิงใส่คนด้วยกันแรงกระแทกที่เกิดขึ้นก็จะทำให้ผู้ที่โดนยิงนั้นไม่สามารถทรงตัวยืนอยู่ได้ เหมือนเราวิ่งไปะโถีบเขานั่นแหละ แต่ถ้าเรามีวิเศษมากพอก็สามารถใช้อุปกรณ์บนฝามือต่อเขากับปืนเพื่อยิงต่อได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนแมกาซีน”
หลังจากที่เ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนอธิบายเื่ของปืนเสร็จเขาก็เก็บปืนนั้นเขาที่เดิมก่อนจะหันรีโมทกดไปที่ผนังด้านหลังตัวเอง
เพื่อย่อ รูปของปืนที่โชว์อยู่และขยาย อุปกรณ์รูปทรงสามเหลี่ยมขนาดเล็กขึ้นมาแทน
“เ้าสิ่งนี้เรียกว่าอุปกรณ์ปลดปล่อยพิเศษ ทุกคนในที่นี้คงรู้กันอยู่แล้วว่าเมื่อพลังวิเศษในร่างกายคนเราหมดลงจะทำให้ร่างกายของเรานั้นรู้สึกอ่อนเพลียอย่างมาก เมื่อติดเ้าอุปกรณ์นี้เข้ากับิัของมนุษย์มันจะดูดวิเศษที่อยู่ในร่างกายออกมา และปล่อยออกไปที่อากาศ
ซึ่งมันจำเป็มากสำหรับการจับผู้ร้าย เราคงไม่ปล่อยให้เ้าหน้าที่ต้องเสี่ยงอันตรายกับผู้ร้ายที่ยังมีวิเศษหลงเหลืออยู่และอาจจะก่อเหตุอันตรายเพิ่มเติมได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราทำการจับตัวผู้ร้ายเราจะใช้สิ่งนี้ติดไว้ที่ิัของเขาและดูดวิเศษออกมาให้หมดก่อน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังได้”
เมื่อสิ้นสุดการบรรยายใน่นี้ เ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนก็ได้กดปิดภาพด้านล่างของตัวเองลงก่อนที่จะชี้นี้วของตัวเองไปยังลีออนที่ยืนอยู่ ด้วยความสูงที่โดดเด่นของเขานั้นทำให้มั่นใจได้เลยว่าเ้าหน้าที่หน่วยบริการการประชาชนนั้นไม่ได้ชี้ผิดคนอย่างแน่นอน
“ลีออนเธอช่วยขึ้นมานี่หน่อย เราจะทำการสาธิตการทำงานของอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษกัน...ผมขออาสาสมัครอีกคนหนึ่งด้วยนะ”
หลังจากที่เ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนชี้ไปที่ลีออนเขาก็ประกาศจุดประสงค์ของเขาออกมาพร้อมกับขออาสาสมัครเพิ่มอีกหนึ่งคนจากเหล่าเ้าหน้าที่ฝึกหัด
เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้นั้นเป็อุปกรณ์ที่ มีใช้เฉพาะเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนทำให้ เ้าหน้าที่ฝึกหัดที่เพิ่งเห็นมันเป็ครั้งแรกนั้นต่างชูมือขออาสากันด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่ เ้าหน้าที่จะสุ่มเลือกผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา และให้ลีออนและเ้าหน้าที่ฝึกหัดคนนั้นมายืนอยู่ข้างๆ ของตนเอง
เมื่อเ้าหน้าที่เห็นว่าลีออนและหญิงสาวที่ตนเลือกมายื่นอยู่ข้างตัวเองแล้วเขาก็หยิบอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษออกมาจากกระเป๋าของตัวเองพร้อมกับชูมันขึ้นมาให้ทุกคนเห็น
“ผมจะสาธิตการทำงานของมัน โดยที่จะติดเ้าอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษนี้ไปที่ิัของหญิงสาวข้างๆ ผมนะครับ”
เมื่อเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนประกาศออกไปและเห็นการพยักหน้ายอมรับของหญิงสาวข้างๆ เขา เขาก็ได้ใช้อุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษนั้นติดไปที่แขนของเธอ ก่อนที่ไม่นานหลังจากนั้นมันก็เริ่มทำงานขึ้นและปล่อยละอองวิเศษออกมาจากรูตรงกลางของอุปกรณ์สามเหลี่ยมนั้น และการทำงานของมันนั้นใช้เวลาแค่เพียงแปปเดียวมันก็หยุดปล่อยละอองวิเศษ ออกมาพร้อมกับหญิงสาวที่ทรุดตัวลงด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย
เมื่อเ้าหน้าที่หน่วยประชาชน เห็นอย่างงั้นก็ได้ดึงอุปกรณ์ปล่อยวิเศษออกจากแขนของเธอ พร้อมกับหยิบหลอดบางอย่างออกมาก่อนที่จะแทงไปที่แขนของเธอ และปล่อยให้ของเหลวในหลอดไหลเขาไปในตัวของเธอ
การกระทำของเ้าหน้าที่บริการประชาชนเป็ไปด้วยความรวดเร็วไม่ทันที่จะทำให้เ้าหน้าที่ฝึกหัด คนอื่นที่กำลังมองอยู่รู้สึกตื่นตระหนกกับอาการหมดแรงของหญิงสาว หญิงสาวที่หมดแรงไปแล้วนั้นก็มีสีหน้าสดชื่นขึ้นมาทันทีพร้อมกันเรี่ยวแรงที่เริ่มกลับมาเหมือนเดิม
“ทุกคนเห็นแล้วใช่มั้ยครับ ว่าการทำงานของอุปกรณ์ปลดปล่อยนั้น สามารถใช้งานมันได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพมาก ส่วนของเหลวที่ผมฉีดเข้าไปในร่างกาย นั่นก็คือวิเศษที่ถูกบรรจุไว้ในหลอดเพื่อใช้เติม พลังวิเศษให้ร่างกายในเวลาฉุกเฉินซึ่งทุกคนจะได้พกมันอยู่แล้ว”
“ต่อไปก็”
การอธิบายของเ้าหน้าที่พนักงานนั้นเป็ไปด้วยความรวดเร็วเขาได้ใช้อุปกรณ์วิเศษที่ดึงออกมาจากแขนหญิงสาวเมื่อสักครู่ติดไปที่แขนของลีออน และรอให้อุปกรณ์วิเศษเริ่มทำงาน และเมื่อมันทำงานแล้วมันก็ได้ปล่อยวิเศษของลีออนออกมาเหมือนที่ทำกับหญิงสาวก่อนหน้า แต่ที่ต่างออกไปนั้น การทำงานของมันเป็ไปอย่างยาวนานและยังไม่มีท่าทีจะหยุดลงเลย
“ในกรณีที่เราเจอบุคคลที่มีระดับวิเศษที่ค่อนข้างสูงเ้าตัวปลดปล่อยวิเศษนี้จะใช้เวลานานมากในการปลดปล่อยวิเศษออกมาได้หมด ซึ่งด้วยความที่มันใช้งานง่ายนั้น ผู้ร้ายที่รอทำการเข้าจับกุม ก็อาจจะมีเวลา เพียงพอในการที่จะดึงมันออก”
ในขณะที่เ้าหน้าที่กำลังบรรยายอยู่นั้นเขาก็ได้ส่งสายตา มาให้ทางลีออนเพื่อบอกให้เขาลองดึงอุปกรณ์วิเศษนั้นออก ลีออนที่เห็นอย่างงั้นก็ได้ใช้นิ้วแงะอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษที่ติดอยู่ที่แขนตัวเองออกมาโชว์ให้กับทุกคนเห็น พร้อมกับติดมันเข้าไปที่แขนตัวอีกครั้งหนึ่ง
“ทุกคนอาจจะเห็นแล้วว่าต่อให้เป็ ผู้ที่กำลังถูกอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษนี้ติดอยู่ก็สามารถแกะมันออกเองได้อย่างง่ายดายซึ่งโดยปกติแล้วผู้ที่มีระดับพลังวิเศษมากกว่าระดับcขึ้นไป เราจะใช้อุปกรณ์ ปลดปล่อยวิเศษในระดับที่สูงขึ้นไปอีก ซึ่งการใช้งานของมันก็จะอันตรายกว่าปกติเพราะถ้าเอาไปใช้กับ ผู้ที่มีระดับวิเศษน้อยก็อาจทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ พวกเธอจึงยังไม่มีโอกาสที่จะได้ฝึกใช้มันหรอก ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั่นก็คือ การติดเ้านี้ไปอีกตัวหนึ่ง”
เมื่อเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่กำลังบรรยายอยู่พูดจบเขาก็หยิบอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษอีกตัวหนึ่งออกมาและติดไปที่แขนของลีออนซ้ำอีกครั้ง
ภาพในตอนนี้ที่คุณเห็นนั่นก็คืออุปกรณ์วิเศษ สองชิ้นที่ติดอยู่ที่แขนของลีออนและกำลังปลดปล่อยวิเศษออกมา พร้อมกันที่แขนของเขา เมื่อเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนเห็นว่า การสาธิตนั้น ผ่านไปด้วยดีแล้วก็ได้หยิบอุปกรณ์วิเศษที่ติดอยู่ที่แขนของลีออนทั้งสองชิ้นออก โดยไม่ได้รอให้มันดูดวิเศษของลีออนออกมาจะหมดก่อน พร้อมกับฉีดวิเศษที่อยู่ในหลอดแก้วเข้าไปที่แขนของลีออนเหมือนกับที่ทำกับหญิงสาว
“ตลอดระยะเวลาที่สถานะของพวกเธอยังเป็เ้าหน้าที่ฝึกหัดที่ใส่ปลอกแขนสีเขียวอยู่ เราจะคอยสอนการใช้งานอุปกรณ์พวกนี้ให้กับพวกเธอเรื่อยๆ ส่วนอุปกรณ์ที่ระดับสูงกว่านี้นั้น..”
เมื่อเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนพูดถึงอุปกรณ์ในระดับที่สูงกว่านี้ออกมาเขาก็ได้ เดินไปกดสวิตช์สีแดง ที่อยู่มุมห้อง ภายในตัวอาคารนั้นก็เกิดเสียงบางอย่างขึ้นมาพร้อมกับผนังที่เคยมีหน้าจอที่แสดงการบรรยายของเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนอยู่ ค่อยๆ แยกออกจากกัน และแสดงให้เห็นยานเหาะขนาดใหญ่ ที่ติดอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงปืนขนาดใหญ่ พร้อมกับอุปกรณ์ ขนาดใหญ่มากมายที่ถูกแสดงโชว์อยู่
เมื่อเหล่าหน่วยบริการประชาชนหน้าใหม่เห็นภาพตรงหน้าของตัวเองก็รีบเดินเข้าไปชมอุปกรณ์ต่างๆ ทันที โดยที่ไม่มีการต่อว่าอะไรออกมาจากเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่คอยบรรยายให้พวกเขาฟังเลย ผู้บรรยายค่อยๆ เดินไปเตรียม การบรรยายของตัวเองโดยปล่อยให้หน่วยบริการประชาชนได้ชื่นชมกับอุปกรณ์ต่างๆ ไปก่อน
“เอาล่ะครับทุกคน หันมาให้ความสนใจกับผมหน่อยก่อนอื่นเลยผมต้องบอกก่อนว่า ในหมู่ประชาชนธรรมดาที่เราต้องดูแลนั้น ก็จะมีผู้ที่มีวิเศษในระดับที่สูงและให้ความสนใจในด้านการต่อสู้ หรือมีความชำนาญในด้านนั้นอยู่ โดยที่ไม่ได้ทำงานในสายงานของหน่วยบริการประชาชนด้วย ซึ่งหนึ่งในพวกคุณนั้นก็คงมีผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้อยู่แล้ว ซึ่งปืนที่เราแนะนำไปก่อนหน้านั้นๆ โดยส่วนมากแล้วจะไม่สามารถกำราบผู้คนเหล่านี้ไว้ได้ และต้องมีอุปกรณ์นะดับที่สูงขึ้นมาเช่น กำไรที่คุณเห็นอยู่ทางด้านนั้น ก็คืออุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษในระดับที่สูงกว่าเดิม
ซึ่งการติดตั้งมันนั้น ค่อนข้างยุ่งยากว่าอุปกรณ์ปลดปล่อยวิเศษที่เห็นไปก่อนหน้านี้ แต่ประสิทธิภาพของมันนั้นสามารถปลดปล่อยวิเศษออกมาด้วยความเร็วที่มากกว่าถึงยี่สิบเท่า
ซึ่งมันมักจะใช้ร่วมกับ เ้าเลเซอร์แสงจับกุมตัวนี้”
เมื่อผู้บรรยายพูดถึงเลเซอร์เขาก็ชี้ไปที่ไฟฉายขนาดใหญ่ ที่อยู่ข้างอุปกรณ์วิเศษที่กล่าวถึงก่อนหน้านั้น ที่มีภาพประกอบเป็ คนกำลังห้ามมันไว้ที่บ่าอยู่
“อุปกรณ์ชนิดนี้ เมื่อเปิดการทำงานของมันก็จะส่องแสงจับกุมออกไปที่ด้านหน้าปากกระบอกที่เป็กระจกนั้น เมื่อแสงที่ปล่อยออกมานั้นถูกส่องไปที่ มนุษย์มันก็จะปล่อยคลื่นรบกวนวิเศษ ออกมาด้วยความถี่สูงซึ่งจะไปรบกวนการทำงานของวิเศษที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายและระงับการขยับของกล้ามเนื้อไปด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้ที่ถูกส่องอยู่ไม่สามารถขยับตัวขัดขืนได้ เมื่อเห็นว่าผู้ที่ถูกส่องแสงจับกุมนั้นไม่สามารถตอบโต้อะไรได้แล้ว เราก็จะใช้เ้าอุปกรณ์วิเศษที่เหมือนกำไรนี้เข้าไปติดตั้ง ที่ผู้ร้ายทันที และในกรณีที่ผู้ร้ายมีระดับพลังวิเศษสูงขึ้นไปอีก เราก็ยังมีเ้าตัวนี้”
เมื่อผู้บรรยายพูดขึ้นนั้นเขาก็ชี้มือไปที่ด้านหลังของตัวเอง ซึ่งเป็ยานเหาะขนาดใหญ่ พร้อมกับแสดงให้เห็นถึง อุปกรณ์ส่องแสงจับกุมที่เขาเพิ่งอธิบายไปก่อนหน้า แต่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึงสิบเท่าถูกติดตั้งเสมือนปืนใหญ่อยู่บนยานเหาะลำนั้น”
“เมื่อผู้ก่อเหตุนั้นมีระดับ พลังวิเศษในระดับSเราก็จะใช้ยานเหาะฟรีต้าลำนี้ในการจับกุม”
เมื่อพูดถึงยานเหาะฟรีต้า เ้าหน้าที่ประชาชนก็ชี้ไปที่ยานเหาะลำเล็กที่อยู่ข้างหลังตน
“ยานเหาะฟรีต้าจะมีความไวค่อนข้างมากสามารถขนหน่วยบริการประชาชนได้สูงสุด20คน ภายนอกจะติดตั้งอุปกรณ์จับกุมต่างๆ ไว้
และนี้เป็สาเหตุ ที่ว่าทำไมเราถึงกล้าเรียกตัวเองว่าเป็ประเทศแห่งความเท่าเทียมเพราะเรามีเทคโนโลยีที่แม้แต่พวกเธอก็สามารถใช้มันได้อย่างชำนาญและสามารถจับกุมระดับSที่กระทำความผิดได้อย่าง…ไม่ง่ายนัก แต่ก็ช่วยกันจับได้แหละ ส่วนปืนขนาดต่างๆ รวมถึงปืนใหญ่ ที่ถูกแสดงอยู่อีกฝั่งนั้น เป็อาวุธที่เราไว้ใช้เมื่อเกิดา”
เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ที่อยู่อีกฝั่ง เ้าหน้าที่ผู้บรรยายก็ได้ไปหยิบปืนที่มีขนาดเล็กที่สุดมาไว้ในมือพร้อมกับเริ่มอธิบายออกมา
“พวกปืนพวกนี้การทำงานของมันจะทำงานรวมกับอุปกรณ์ที่ฝ่ามือของเราและทำการบีบอัดวิเศษของเราจนเป็ะุขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อยิงออกไปจะมีความอันตรายกว่าปืนก่อนหน้านี้มาก เพราอะไรอย่างนั้นหรอ”
“ปัง”
ทันทีที่เ้าหน้าที่ผู้บรรยายเหนี่ยวไกปืน ก็เกิดเสียงดังลั่นจากแรงลมที่บีบอัดอยู่ในกระบอกปืนพร้อมกับวิเศษที่พุ่งออกไปใส่เศษชิ้นส่วนของยานเหาะที่ถูกกองไว้จนเป็รู
“อุปกรณ์พวกนี้นั้นมีความอันตรายมาก จะอนุญาตให้ใช้ก็ต่อเมื่อมีการร้องขอไปที่สำนักงานใหญ่ประจำรัฐ และเมื่อได้รับการอนุญาตแล้วเขาถึงจะให้ยานเหาะมาส่งให้ ณ ที่เกิดเหตุ เพราะถ้ามันหลุดไปอยู่ในมือของคนธรรมดาจะอันตรายเกินไป ถึงแม้ว่ามันจะใช้วิเศษของผู้ใช้งานจำนวนมากก็เถอะ ซึ่งในอนาคต พวกเธอก็จะได้ฝึกใช้อุปกรณ์พวกนี้เช่นเดียวกัน…แต่ก่อนอื่นเลยพวกเรานั่นคือหน่วยบริการประชาชนเราก็ควรจะฝึกใช้อุปกรณ์ในการช่วยเหลือประชาชนกันจริงมั้ย ซึ่งในปีแรกนี้พวกเธอก็จะถูกฝึกให้ใช้ อุปกรณ์ช่วยเหลือคนต่างๆนั่นแหละ
ส่วนเ้าพวกนี้อีกสองถึงสามปีพวกเธอถึงจะได้ฝึกใช้งานกันผมแค่พาพวกคุณมาดูให้ตื่นเต้นกันเฉยๆ ฮาๆๆๆ”
เสียงหัวเราะที่ออกมาจากเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชน เมื่อเห็นสีหน้าที่ชื่นชมอุปกรณ์สุดเท่ที่ถูกจัดโชว์อยู่ของเหล่าหน้าใหม่ ที่เปลี่ยนเป็ผิดหวังทันทีเมื่อรู้ว่าอีกนานกว่าจะได้ััมันนั้นก็สร้างความขบขันให้กับเขาอย่างมาก
พร้อมกับเดินนำไปที่ห้อง อีกห้องหนึ่งทันที ที่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ แสดงโชว์อยู่ แต่เมื่อเขาเห็นว่าเหล่าเ้าหน้าที่ฝึกหัดยังไม่ยอมขยับตัวนั้นก็ได้ กวักมือให้พวกเขาตามเข้าไป แต่สิ่งที่ได้รับนั้นกลับเป็เสียงโห่ด้วยความไม่พอใจเสียมากกว่า เพราะพวกเขานั้น ต่างคิดว่าจะได้ฝึกใช้งานอุปกรณ์ที่ถูกแสดงอยู่
“จะโห่อะไรกัน ฉันรู้ว่าพวกเธอผิดหวัง แต่ฉันก็ไม่ว่าพวกเธอหรอกนะ
เพราะมันคือจุดประสงค์ของฉันนี้น่า ฮาๆๆๆ”
เ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนนั้นพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มของเขาพร้อมกับสีหน้าสะใจขณะที่หัวเราะไปด้วย ก่อนที่จะมีหน่วยบริการประชาชนคนหนึ่งยกมือขึ้น และถามคำถามเขาขึ้นมา
“ขออนุญาตครับ ถึงอีกนานกว่าจะพวกเราจะได้ฝึกใช้อุปกรณ์พวกนี้ แต่ผมสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีอุปกรณ์ที่ ไว้ใช้ต่อกรกับระดับวีรบุรุษเลยละครับ”
เมื่อสิ้นเสียงคำถามของชายหนุ่มเ้าหน้าที่ฝึกหัดก็ต่างพยักหน้าเห็นด้วย และหันมามองไปที่เ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชน เพื่อคาดหวังคำตอบจากเขา
“เด็กสมัยใหม่ไม่ได้ มีความรู้เกี่ยวกับพวกระดับวีรบุรุษเลยอย่างงั้นหรอ”
เมื่อเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนเห็นสายตาของเ้าหน้าที่ฝึกหัดที่มองมาด้วยความคาดหวังก็เอ่ยออกมา
“เอาเถอะวันนี้จะรับบทเป็อาจารย์อธิบายเื่นี้ให้เอง ก่อนอื่นเลยคำตอบง่ายๆ ก็คือเราไม่มีเทคโนโลยี ที่จะสามารถต่อกรกับพวกเขาได้ไงละเพราะฉะนั้นระดับวีรบุรุษที่เรากำลังพูดถึงนี้ไม่ได้เจาะจงไปที่ความเก่งของพวกเขาและไม่ได้หมายความว่าเหล่าระดับวีรบุรุษแต่ละคนนั้นจะมีความสามารถที่ใกล้เคียงกัน แต่ระดับวีรบุรุษที่เราตั้งจากเกณฑ์วัดระดับของประเทศเรานั้นหมายถึงว่า เป็ระดับที่เรายังไม่มีเทคโนโลยีที่จะต่อกรกับพวกเขาได้ ถ้าในอนาคตเรามีเทคโนโลยีที่ดีกว่านี้ เราก็อาจจะเริ่มจัดระดับพวกเขาก็ได้ แต่ในขณะนี้นั้น สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการทำให้พวกเขาเป็พวก โดยที่รัฐบาลนั้นจะมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับพวกเขารวมถึงเงินเดือนที่มหาศาลเพื่อชักจูงให้เขาทำงานให้กับ รัฐบาลและไม่เป็ศัตรูกับเรา……..ก็ประมาณนี้แหละพวกเธอเข้าใจกันไหม”
เมื่อสิ้นสุดคำอธิบายเขาก็ได้ทำย้ำไปที่เหล่าเ้าหน้าที่ฝึกหัดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะเห็นภาพที่พวกเขาพยักหน้าด้วยความเข้าใจ ก่อนที่หนุ่มคนเดิมนั้นจะยกมือ ขอถามขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
“แล้วระดับวีรบุรุษที่พูดในมอเดนมีประมาณกี่คนหรอครับ”
เมื่อเหล่าหน่วยบริการประชาชนคนอื่นที่ได้ยินคำถามนั้นก็ต่างมีสีหน้าฉุกคิดขึ้นมาอีกรอบก่อนที่จะหันไปหาเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนที่เพิ่งอธิบายเข้าฝั่งไปก่อนหน้านี้
“เอาสิส่งสายตาอย่างนั้นมาเลย ฉันไม่ยอมแพ้หรอก ฉันจะอธิบายให้หมดเลย…ก่อนอื่นเลยความเก่งของพวกเขาอย่างที่บอกไปว่าจะถูกเรียกระดับวีรบุรุษก็ต่อเมื่อ เราไม่มีเทคโนโลยีต่อกรกับเขา ซึ่งคำว่าวีรบุรุษเป็ชื่อเรียกที่เราตั้งไว้เพื่อให้เกียรติแก่พวกเขา โดยแต่ละประเทศก็จะมีเกณฑ์การวัดระดับและชื่อที่แตกต่างกันไป เกณฑ์ของเรานั้นจะใช้ระดับ E D C B A S ระดับที่เหนือระดับS ขึ้นไปก็จะถูกเรียกว่า วีรบุรุษ ระดับวีรบุรุษของประเทศเรามีอยู่ห้าคน และสองในห้านั้นก็อยู่ที่รัฐฟิฟตี้ของเรานี้เอง เป็ใครคงไม่ต้องบอกนะ
ส่วนมาดาก็ปิดอยู่ประเทศอยู่เราเลยไม่รู้เื่ของเขาว่าปัจจุบันแตกต่างจากดีอาดูแอลไปขนาดไหน
ประเทศน๊อบไฮนั้นจะใช้ค่าพลังวิเศษที่วัดได้เป็เกณฑ์ โดยจะแบ่งระดับเป็เลเวล1-100 ถ้าค่าพลังสูงในระดับ10000หรือเลเวล40ขึ้นไปก็จะได้ยศและตำแหน่งขุ่นนาง ส่วนพวกที่เขาเกณฑ์ระดับวีรบุรุษของเราก็ มียี่สิบกว่าคนได้”
เมื่อพูดถึงจำนวนวีรบุรุษในน๊อบไฮนั้นก็ทำให้เหล่าเ้าหน้าที่ฝึกหัดอ้าปากค้างออกมา เมื่อคิดตามไปว่ามีคนอย่างคุณเลออนอยู่ถึงยี่สิบกว่าคน
“ส่วนเกิฟนั้นจะไม่มีการวัดระดับพลังวิเศษ แต่จะใช้ทำเนียบอันดับผู้แข็งแกร่งแทน โดยทุกคนจะมีอันดับของตัวเอง จะเลื่อนลำดับได้ก็ต่อเมื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ที่มีอันดับเหนือกว่าได้ เราเลยไม่รู้ว่าจะเทียบเกณฑ์ยังไง ผมเลยไม่สามารถตอบได้นะว่าเกิฟมีวีรบุรุษกี่คน
มาถึงประเทศดีอาดูเอล เพื่อนบ้านที่แสนดีที่ขู่จะบุกเราอยู่ตลอดดีกว่าพวกเขาใช้เกณฑ์วัดระดับเป็ขั้นต่างๆ เช่น ขุน เซียน และเทพ ซึ่งมีระดับวิเศษเท่าไรถึงจะได้ขั้นไหนนั้นไม่มีการเปิดเผยออกมาเราเลยสรุปไม่ได้ เพราะข้อมูลที่มีก็แค่ข่าวลือซะส่วนใหญ่ ร่วมถึงเื่ที่เขาบอกว่ามีคนที่เทียบกับระดับวีรบุรุษของเราได้ถึง50คนด้วย”
หลังจากที่เ้าหน้าที่ช่วยอธิบายออกมา ก็ไม่มีใครถามต่ออีกพวกเข้าจึงถูกพาไปฝึกใช้อุปกรณ์เบื่องต้นของหน่วยบริการประชาชนต่อ
“นี้คิดอะไรอยู่”
อินที่เห็นว่าฟินน์กำลังเดินเหม่อๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากที่เ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนได้พาเยี่ยมชมอุปกรณ์จนหมด แล้ว ก็ถามเขาออกไป
“วีรบุรุษของดีอาดูเอลมีถึง50คนเลยหรอ”
ฟินน์ที่นึกถึงเื่ที่เ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนบอกก็ยังคิดถึงจำนวนที่ได้ยินมาอยู่ จนลีออนนั้นนึกอะไรออกมาได้บางอย่าง
“อย่าบอกนะว่านายยังคิดจะตามหา คนของดีอาดูเอลที่อยู่เบื่องหลังเหตุการณ์นั้นอยู่นะ”
“อะ…อืม แต่พอฟังจำนวนวีรบุรุษที่เขามีแล้วก็รู้สึกท้อขึ้นมาเลย…เห้อ”