เมื่อยอมรับได้แล้วผมก็รู้สึกมั่นคงขึ้น ความมั่นใจกลับคืนมาพร้อมเป้าหมายใหม่ ตั้งเป้าว่าจะออกเดินทางสำรวจรอบๆ นี้ไปทีละเล็กทีละน้อย รู้สึกได้ว่าการตื่นรู้ของผมจะต้องเพื่ออะไรบางอย่าง อาจจะเป็เพื่อได้พักผ่อนหย่อนใจและได้ออกไปผจญภัยใช้ชีวิตก็เป็ได้
เพื่อไม่ให้ชีวิตที่ได้มาเสียเปล่า เมื่อมีที่อยู่อาศัยมั่นคงและแหล่งอาหารถาวรแล้วผมก็เริ่มออกไปสำรวจรอบๆ เดินผ่านพื้นทรายสีขาวสะอาดตา เหยียบพื้นนุ่มๆ ของเม็ดทรายละเอียดไปข้างหน้า มองดูสัตว์น้ำมากมายว่ายผ่าน
ผมไม่ได้ว่ายออกไปไกลมาก ผืนทรายสีขาวสุดลูกหูลูกตาทำให้ผมเกรงว่าหากเมื่อถึงเวลาที่สัตว์นักล่าที่กินผมเป็อาหารปรากฏตัวขึ้นมาแล้วผมจะหนีไม่พ้นเพราะไร้ที่หลบซ่อน จะผจญภัยอย่างไรก็ต้องคิดคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองเสียก่อน หากยังปกป้องตนเองไม่ได้ก็ยังไม่ควรท้าทายท้องทะเลที่ไม่รู้จัก
ผ่านไปหลายวันระหว่างที่ผมครุ่นคิดหาทางสร้างความปลอดภัยให้ตัวเองก็เจอถ้ำๆ หนึ่งระหว่างทำการสำรวจ มันห่างจากรังของผมพอประมาณ ทว่าก็ไม่ได้ไกลเกินที่ผมจะรู้สึกไม่ปลอดภัย
ถ้ำที่ผมเจอค่อนข้างใหญ่โต ปากทางเข้ากว้างจนเทียบกับตัวผมแล้วผมเหลือตัวนิดเดียว ข้างในปากทางมีปะการัง สาหร่ายทะเล ฟองน้ำทะเล และพืชน้ำอื่นๆ มากมาย ดูโดดเด่นมากเมื่อตัดกับทรายสีขาวหน้าปากทางเข้า พวกมันเหมือนหนีเข้ามาหลบอยู่ข้างในถ้ำ แบ่งแยกชัดเจนจนดูแปลกประหลาด
[...ทากทะเล?]
[!?]
เสียงก้องกังวานจากภายในถ้ำทำให้ผมสะดุ้งเผลอพุ่งตัวไปด้านข้างเพื่อเอาตัวเองออกจากสายตาของสิ่งมีชีวิตด้านใน เมื่อหาที่หลบได้แล้วผมก็ค่อยๆ ยื่นหน้าออกไปมองภายในถ้ำชัดๆ อีกครั้ง
[เ้าตัวน้อย ข้าไม่ทำอะไรเ้าหรอก... เข้ามาข้างในสิ]
เสียงนั้นล่อลวงให้ผมเข้าหาทันทีที่เห็นว่าผมยังไม่ได้ไปไหนและยื่นหน้าเข้าไปเพื่อพยายามจะมองเขา น้ำเสียงนั้นอ่อนแรงอยู่ไม่น้อย ทว่ายังคงหนักแน่นไม่สั่นไหว
ที่น่าตื่นตากว่านั้นคือการที่เขาพูดจากับผมนี่ล่ะ!ผมสามารถฟังเขาเข้าใจเพราะฉะนั้นหากผมพูดตอบโต้กลับไปเขาก็ต้องเข้าใจได้เหมือนกันใช่หรือไม่?!ที่สำคัญเขาเองก็คงจะรู้ว่าผมฟังเข้าใจถึงได้เริ่มต้นพูดคุยด้วย!!
นี่มันอัศจรรย์!ผมสามารถมีเพื่อนที่พูดคุยกันได้!เขาจะเป็สิ่งมีชีวิตที่ตื่นรู้แบบผมหรือเปล่า? จะเป็สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวกับผมไหม? แน่นอนว่ามันควรจะเป็เช่นนั้น หากไม่ใช่สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวกันกับผมแล้วเขาจะเริ่มต้นสื่อสารกับผมทำไม เพราะมีแต่สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวกันเท่านั้นแหละที่จะเอ่ยปากพูดคุยกันรู้เื่!
กระนั้นก็จะลดการระวังตัวไปไม่ได้ พวกเดียวกันไม่ได้หมายความว่าจะเป็มิตรเสียหน่อย มีสิ่งมีชีวิตตั้งหลายสายพันธุ์ที่กินพวกเดียวกันเองเพื่อความอยู่รอด น้ำเสียงอ่อนแรงแบบนั้นแสดงว่าต้องหิวอยู่แน่ๆ!
อีกอย่าง... เขาเป็สายพันธุ์เดียวกับผมจริงๆ น่ะเหรอ? ผมยังจำคำแรกที่เขาเรียกผมได้… มันดูไม่เหมือนคำที่ใช้เรียกเผ่าพันธุ์เดียวกันเอาซะเลย
ผมเพ่งมองเข้าไปในถ้ำ ภายในนั้นส่วนใหญ่ถูกบดบังสายตาด้วยพืชน้ำต่างๆ จนผมมองไม่เห็นเ้าของเสียงที่เอ่ยเรียก
ชั่งน้ำหนักดูแล้วก็อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย ความอยากรู้อยากเห็นอาจเป็ความผิดพลาดเป็จุดจบของผมในภพนี้ก็เป็ได้ถ้าตามเสียงนั่นเข้าไป กระนั้นผมก็มั่นใจอยู่นะว่าสามารถหนีเอาตัวรอดได้ถ้าเกิดอะไรขึ้น กับสิ่งมีชีวิตที่น่าจะอ่อนแรงด้านในจะอย่างไรก็ไม่น่าจะไล่ตามผมที่พุ่งตัวหนีสุดชีวิตได้ทัน
เพราะแบบนั้นผมถึงตัดสินใจขยับตัวอย่างเชื่องช้าเข้าไปด้านใน ท่าทางระมัดระวังตัวเป็อย่างยิ่ง แสร้งเสแสร้งว่าการเคลื่อนที่แบบเต่าคลานเป็การเคลื่อนไหวปรกติ สายตาก็กวาดสังเกตพื้นที่ทุกตารางเิเ มองหาสิ่งมีชีวิตตนนั้นที่อยู่ลึกด้านใน
[ตรงเข้ามาทางซ้ายอีก] เสียงนั้นบอกเส้นทาง
[ใช่ นั่นแหละตรงเข้ามา]
[....ข้าอยู่ตรงนี้]
[ไม่ต้องกลัว… เข้ามาหาข้า เ้าตัวน้อยน่ารัก…]
ทุกๆ ย่างก้าวที่ผมเข้าไปด้านใน เสียงของเขาจะดังต่อเนื่องเป็ระยะเสมือนเครื่องนำทาง น้ำเสียงก้องกังวานน่าหลงใหล ราวกับมีพลังล่อลวงชี้นำให้ผมทำตามถ้อยคำที่เขาเอ่ย
นั่นทำให้ผมเพิ่มระดับระแวงสิ่งมีชีวิตด้านในมากขึ้น
เสียงที่ดังชัดขึ้นเรื่อยๆ เป็เครื่องบ่งบอกว่าผมเข้าใกล้เขามากขึ้นแล้ว ผลลัพธ์เลวร้ายที่คิดวนซ้ำๆ อยู่ในหัวระหว่างที่ก้าวเข้าไปด้านในหยุดชะงักเมื่อมองเห็นตัวตนของสิ่งมีชีวิตที่นำทางผมเข้ามา
ปลายครีบหางสีเงินเป็สิ่งแรกที่เข้ามาในสายตา หลังจากนั้นจึงเป็ท่อนหางเรียวยาวซึ่งเป็ลำตัวส่วนล่างที่ปกคลุมด้วยเกล็ดปลาสีเขียวน้ำเงินส่องแสงเงาวิบวับราวก้อนเพชรที่โผล่ออกมาจากช่องหิน ลำตัวส่วนบนรวมทั้งศีรษะเป็ร่างมนุษย์ไร้ซึ่งเกล็ดเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสมส่วน เส้นผมยาวบนศีรษะเป็สีฟ้าอ่อนๆ ใบหน้าคมคายงดงามหมดจรดตามประสาเงือกที่ใช้ล่อลวงเหยื่อที่ไม่รู้ความ ดวงตาโค้งชี้ปลายขึ้นอย่างมีเสน่ห์ ั์ตาสีเขียวจับจ้องมองมาที่ร่างเล็กของทากทะเลตัวน้อยอย่างผมไม่วางตา
ที่แท้ก็เป็เงือกตนหนึ่ง...
ไม่แน่ใจว่าเป็เงือกตัวเดียวกับที่ผมเห็นหรือเปล่า ทว่าก็เป็ไปได้สูงที่จะเป็เงือกตัวเดียวกัน
พอเห็นว่าเป็เงือกผมก็ตั้งคำถามกับตัวเองขึ้นมาทันที นึกสงสัยว่าตัวผมที่เป็แค่ทากทะเลจะคุยกับเขารู้เื่เหรอ? จะเป็แบบคุยเข้าใจฝั่งเดียวหรือเปล่า? เพราะถึงจะฟังเข้าใจก็ใช่ว่าจะคุยตอบโต้แล้วออกมาเป็ภาษาเดียวกันที่เขาจะฟังรู้เื่นี่นา
อีกอย่างทากทะเลปรกติก็อาจจะพูดไม่ได้ก็ได้ ถ้าผมเอ่ยอะไรออกไปแล้วเขาฟังรู้เื่ขึ้นมาจนจับพิรุธได้ นั่นไม่อันตรายหรอกเหรอ? เงือกตรงหน้าเองก็ดูจะเคยชินกับการพูดอยู่ฝ่ายเดียวอยู่ไม่น้อย ราวกับว่าการที่ผมไม่เอ่ยตอบโต้เป็สิ่งที่ต้องเป็เช่นนี้ถูกต้องอยู่แล้ว
[เ้าตัวน้อยอย่างเ้าคงรู้ที่ทางแถวนี้มากกว่าข้า... หากเ้าเคยเห็นสิ่งนี้ ช่วยเอามันมาให้ข้าหน่อย] เงือกหนุ่มยื่นซากสาหร่ายหน้าตาแปลกตามากมาให้ผม มันขาดกระจุยแทบไม่เหลือเค้าเดิม สภาพเหมือนโดนฝูงปลารุมซัดจนแทบจะเหลือแต่แกนกลางสีแดงแข็งๆ
ผมเอียงศีรษะน้อยๆ ทำท่าทางจนปัญญาไม่เข้าใจให้เขา เขาคิดว่าของสภาพแบบนี้จะทำให้ผมที่ไม่เคยเห็นมันมาก่อนสามารถไปหามันมาให้ได้หรือไง
---------
เอาล่ะ น้องได้เจอนายเงือกจังๆ แล้ว
พี่แกเจอหน้าก็สั่งงานให้น้องไปหาของเลย
ไม่มีของขวัญต้อนรับให้น้องสักชิ้นยังจะกล้ามาสั่งงานน้องอีก
-----------------
เื้ัการถ่ายทำ
-----------------
น้องทากทะเล : แดกสาหร่ายไปซะ!! (เอาสาหร่ายยัดปากเงือก)
นายเงือก : จิตใจทำด้วยอะไร คนเขาแค่วานขอให้ช่วยนิดเดียวเอง
น้องทากทะเล : จิตใจทำด้วยอะไร ใช้แรงงานทากทะเลตัวนิดเดียว
นายเงือก : เป็เพื่อนร่วมทะเลกันเสียเปล่า ไม่มีน้ำใจ!
น้องทากทะเล : ไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง! ผมจะเรียกกรมคุมครองแรงงาน!!