ตอนที่22 เจอหน้าอดีตสามี
เมื่อถึงวิชาอิสระซึ่งเป็คาบสุดท้ายก่อนกลับบ้าน
กงเจียหลิงเอ่ยชวนเสิ่นลี่อิงและเพื่อนนักเรียนหลายคนออกไปพักผ่อนพลางถือโอกาสฉลองเนื่องในโอกาสเพื่อนสนิทสามารถล้มแชมป์เก่าของโรงเรียนได้ว่า
“อิงเอ๋อร์ พวกเราออกไปกินขนมนอกโรงเรียนไหม?”
เสิ่นลี่อิงเงยหน้ามองเพื่อนสนิทและเพื่อนชายหญิงอีกเกือบหกคนด้วยความรู้สึกละล้าละลังสุดท้ายเธอตัดสินใจไปกินขนมกับเพื่อนเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจที่เพื่อนสนิทอุตส่าห์ชวนว่า
“ไปก็ได้.....แต่ไปไม่นานนะพอดีฉันมีธุระต้องรีบกลับบ้านน่ะ”
“โอเค”กงเจียหลิงตอบแทนเพื่อนทุกคน
จากนั้นกลุ่มนักเรียนห้องห้าทั้งแปดคนซึ่งรวมเสิ่นลี่อิงด้วยต่างพากันไปกินขนมร้านคุ้นเคยข้างโรงเรียน
สาเหตุที่เสิ่นลี่อิงอยากกลับบ้านเร็วล้วนเกิดจากความ้าอยากเอาชนะตัวเองและใช้พรที่ได้รับมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดเธอ้าสร้างโอกาสเพื่อให้ตนเองและครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นจึง้าคว้าเงินรางวัลชนะเลิศในรายการ
แข่งขันของนักเรียนมัธยมปลายให้ได้
อย่างไรก็ตามเสิ่นลี่อิงกลับคาดไม่ถึงว่าการออกมากินขนมกับเพื่อนนักเรียนในห้องคราวนี้จะทำให้เธอต้องพบกับใครบางคนก่อนเวลาอันสมควร
ระหว่างที่เสิ่นลี่อิงนั่งกินขนมอยู่กับเพื่อนในห้องห้าอยู่นั้นเธอนั่งหันหลังให้กับถนนหน้าร้านขายขนมและเครื่องดื่ม เป็ร้านคาเฟเล็ก ๆที่เปิดให้บริการกับนักเรียนในราคาย่อมเยา ชื่อร้าน “พริตตี้”
ทันใดนั้นเพื่อนนักเรียนที่นั่งหันหน้าออกไปทางถนนพลันตาค้างตกตะลึงพลางสะกิดเรียกเพื่อนนั่งข้างด้วยท่าทางตื่นเต้นยินดี
เสิ่นลี่อิงเงยหน้ามองเพื่อนด้วยความแปลกใจทว่าเธอไม่ทันได้ถามเพื่อนในสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
พลันมีเสียงทุ้มนุ่มนวลของชายหนุ่มเอ่ยถามกลุ่มเธอด้วยความสุภาพว่า
“ขอโทษนะครับน้องๆ พอดีว่าโทรศัพท์ผมแบตหมด จีพีเอสที่รถก็ดันพังพอดี น้อง ๆพอจะรู้เส้นทางไปบริษัทแอดวานซ์ที่รับซื้อมันฝรั่งของเมืองนี้ไหมครับ?”
เสิ่นลี่อิงตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึงเธอหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อปรับอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งเธอจดจำน้ำเสียงนุ่มนวลของชายหนุ่มได้เป็อย่างดี
ระหว่างนั้นเพื่อนนักเรียนหญิงหลายคนแย่งกันตอบคำถามของหลินอี้เฟิงอย่างกระตือรือร้นว่า
“อ๋อ! บริษัทใหญ่ที่สุดของเมืองนี้นี่เองพ่อฉันก็ไปขายมันฝรั่งที่นั่นด้วยค่ะ ไปตามทางนี้นะคะ........”
“อ๋อ! รู้จักสิคะ.....พี่ชายรูปหล่อฟังฉันนะคะ ไปทางนี้ค่ะ........”
“ว้าว! พี่ชายเป็เ้าของบริษัทนั่นหรือคะ?”
เมื่อเสิ่นลี่อิงสะกดกลั้นความรู้สึกอาฆาตแค้นของตนเองได้แล้วเธอหันหน้ากลับมาเผชิญกับอดีตสามีใจร้ายด้วยท่าทางนิ่งสงบแต่ยังหลงเหลือแววตาอาฆาตอยู่ซึ่งเป็ท่าทางที่แตกต่างจากเพื่อนนักเรียนคนอื่นเป็อย่างมาก
หลินอี้เฟิงยิ้มกว้างรับคำกล่าวอธิบายจากนักเรียนหญิงหลายคนด้วยความรู้สึกที่ดีและอบอุ่นใจเขาไม่คาดคิดว่าการเดินทางมาเรียนรู้งานในบริษัทห่างไกลแห่งหนึ่งของครอบครัวจะทำให้ได้รับมิตรภาพจากผู้คนเมืองต้าเสิ้งเป็อย่างดี
ทันใดนั้นเขาเหลือบมองเห็นนักเรียนหญิงคนหนึ่งในกลุ่มเธอเพิ่งจะหันหลังมามองเขาพอดี ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินกลับไปยังรถยนต์ของตนเอง
หลินอี้เฟิงยืนนิ่งตกตะลึงในความสวยน่ารักที่ถูกอกถูกใจเขาเป็อย่างมากทว่าในส่วนลึกจิตใจเขากลับรู้สึกคุ้นเคยกับเธออย่างบอกไม่ถูก
อย่างไรก็ตามเขาพบสายตาอาฆาตแว่บผ่านดวงตาของเด็กสาวสวยคนนั้นสร้างความสงสัยใคร่รู้ให้กับเขาเป็อย่างมากกระนั้นเขาไม่ได้สอบถามออกไปเพราะเด็กสาวคนนั้นเพียงแต่จ้องมองเขาโดยไม่ได้กล่าวคำใดออกมา
ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณกลุ่มนักเรียนทั้งหลายอีกครั้งก่อนที่จะหันหลังเดินกลับรถยนต์ไปพร้อมด้วยความสงสัยในแววตาของเด็กนักเรียนหญิงคนนั้นว่า
“เข้าใจแล้วครับผมไปถึงบริษัทถูกแน่นอน ขอบใจน้อง ๆ ทุกคนมากนะครับ”
กงเจียหลิงเหลือบมองเห็นท่าทางเพื่อนสนิทที่นิ่งเฉยต่อหน้าชายหนุ่มรูปหล่อที่มาจากเมืองหลวงโดยเธอรับรู้ที่มาของเขาจากเพื่อนหลายคนที่ได้สอบถามสาเหตุการหลงทางของเขาด้วยความสนใจ
ถึงอย่างนั้นกงเจียหลิงพบว่าเพื่อนสนิทตนเองดูนิ่งเฉยและคล้ายกับไม่ยินดียินร้ายในการทำหน้าที่เป็เ้าบ้านที่ดีกับแขกต่างถิ่นเท่าไรนักจึงสอบถามด้วยความแปลกใจว่า
“อิงเอ๋อร์เธอเป็อะไรหรือเปล่า?ทำหน้ายังกะโกรธเขามาเป็สิบชาติแน่ะ หรือว่าเธอเคยรู้จักเขามาก่อน?”
เสิ่นลี่อิงรีบกระพริบตาปรับความรู้สึกก่อนยิ้มน้อยๆ แล้วตอบกลับเพื่อนอย่างกำกวมว่า
“ไม่มีอะไรหรอกก็พวกเธอตอบคำถามเขาไปแล้วไม่ใช่หรือ?ฉันก็แค่หันไปดูเพราะสงสัยเท่านั้นแหละ ไม่ต้องสนใจหรอก อิ่มกันหรือยัง? พวกเรากลับกันเถอะ”
เสิ่นลี่อิงไม่สามารถบอกความจริงที่สำคัญเกี่ยวกับอดีตสามีให้เพื่อนนักเรียนทั้งหลายรับรู้ได้เธอเอ่ยชวนเพื่อนทันทีเมื่อเห็นว่าแต่ละคนกินขนมในถาดจนไม่มีเหลือแล้ว
กงเจียหลิงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจในท่าทางขัดแย้งของเพื่อนสนิททว่าเมื่อเห็นว่าเสิ่นลี่อิงไม่คิดที่จะกล่าวอะไรอีก จึงไม่ได้เซ้าซี้ถามให้มากความพลางบอกกับเพื่อนทั้งหลายว่า
“งั้นพวกเราก็แชร์ค่าขนมกันเถอะจะได้แยกย้ายกลับบ้าน”
“โอเค”เพื่อนชายหญิงต่างขานรับคำกงเจียหลิงอย่างผ่อนคลาย
จากนั้นเพื่อนนักเรียนแชร์ค่าใช้จ่ายในการกินขนมและน้ำหวานร่วมกันก่อนเดินกลับโรงเรียนเพื่อรอรถที่บ้านมารับกลับบ้านต่อไป มีเพียงเพื่อนนักเรียนสองคนที่เดินทางกลับบ้านเองเพราะบ้านอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก
ระหว่างเดินกลับโรงเรียนมีเสียงพูดคุยเกี่ยวกับชายหนุ่มหล่อเหลาที่เข้ามาสอบถามเส้นทางโดยนักเรียนหญิงต่างรู้สึกปลาบปลื้มและเพ้อฝันตามประสาเด็กสาวที่ชอบใบหน้าหล่อเหลานั่น
ยกเว้นเสิ่นลี่อิงที่ไม่ได้ร่วมสนทนาเกี่ยวกับหลินอี้เฟิงกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นเธอรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอเมื่อได้ยินเสียงและเห็นหน้าเขาอีกครั้งพลางให้สัญญาในใจอย่างหมายมั่นว่า
‘ฉันจะใจอ่อนไม่ได้จดจำความชั่วร้ายของเขาไว้ เขายังร่วมมือกับหยวนมี่ฆ่าฉันอีกอิงเอ๋อร์.....เธอจะใจอ่อนไม่ได้นะเขาโหดร้ายมากกว่าใบหน้าหล่อเหลานั่นหลายพันเท่านักฉันจะต้องเอาคืนให้สาสมกับที่เขาทำไว้’
เสิ่นลี่อิงกำหมัดสองข้างแน่นโดยไม่ได้สนใจเพื่อนรอบข้างแต่อย่างใด
กงเจียหลิงขมวดคิ้วเมื่อเหลือบมองเห็นท่าทางเคร่งเครียดของเพื่อนอย่างไม่ตั้งใจจึงคาดเดาว่าเพื่อนสนิทอาจรู้จักกับชายหนุ่มหล่อเหลาหรืออาจรู้สึกไม่ถูกชะตาแต่แรกพบ
..........
ระหว่างที่หลินอี้เฟิงขับรถมุ่งหน้าไปตามเส้นทางซึ่งรับรู้มาจากกลุ่มนักเรียนหญิงเขาพึมพำเป็ระยะด้วยความสนใจและสงสัยในตัวเสิ่นลี่อิงว่า
“เด็กน้อยคนนั้นสวยถูกใจฉันเสียจริงแต่ทำไมจ้องมองฉันเหมือนคนรู้จักกัน?แต่จะว่าไป.....ฉันก็รู้สึกคุ้น ๆ เธอเหมือนกัน.....แปลกจริง”
“ฉันไปทำอะไรให้เด็กน้อยคนนั้นหรือ? จ้องมองยังกะฉันจะไปฆ่าเธองั้นแหละอยากรู้เสียจริงว่าเธอเป็ใคร?”
“หากรู้ว่าโทรศัพท์จะแบตหมดแล้วจีพีเอสรถมาพังแบบนี้ ฉันคงให้ลุงหวางเป็คนขับมาให้แล้ว ไม่น่าเลยจริง ๆสายชาร์จก็ดันชาร์จไฟไม่เข้าอีก อะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนได้ขนาดนี้”
สุดท้ายหลินอี้เฟิงบ่นให้กับตัวเองที่ประมาทในการเดินทางมาทำภารกิจสำคัญเป็การตรวจสอบและเรียนรู้กิจการหนึ่งในบริษัทของครอบครัวเนื่องจากเขาต้องเข้ามาบริหารงานในบริษัททั้งหลายช่วยครอบครัวอย่างเต็มตัวเสียทีหลังจากที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งด้านบริหารธุรกิจมาแล้ว
อย่างไรก็ตามด้วยคะแนนสอบจบที่สูงของหลินอี้เฟิงในคณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยปักกิ่งทำให้เขาได้รับเชิญเป็อาจารย์สอนพิเศษสำหรับนักศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีเป็ระยะ
นั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่เสิ่นลี่อิงเคยพบกับหลินอี้เฟิงเมื่อเข้าไปเรียนกับเพื่อนสนิทในชาติก่อนที่ชื่อหยวนมี่ นอกเหนือจากอีกหนึ่งเหตุผลที่เด็กสาวเคยไปติดต่อค้าขายมันฝรั่งและมีการกู้ยืมเงินลงทุนของพ่อบุญธรรม
..........
จากสาเหตุการพบหน้าอดีตสามีโดยไม่ตั้งใจทำให้เสิ่นลี่อิงอ่านหนังสืออย่างบ้าคลั่งเพื่อคว้าชัยชนะในการแข่งขันทักษะกับนักเรียนมัธยมปลายทั่วโลกให้ได้
จนกระทั่งเข้าสู่วันที่หนึ่งเดือนมีนาคม ปีคริสต์ศักราชสองพันสิบเจ็ด
โชคดีที่การแข่งขันนัดแรกในรายการเดอะเวิลด์เบสต์ไฮสคูลสติวเดนต์เป็เวลายี่สิบนาฬิกาของวันที่หนึ่งเดือนมีนาคม ซึ่งเป็เวลาที่ไม่ตรงกับห้วงการเรียนปกติ
เสิ่นลี่อิงมีความพร้อมเป็อย่างมากโดยเธอเชื่อมั่นว่าการอ่านหนังสือเรียนและหนังสือความรู้รอบตัวทั้งหลายที่ควรเรียนรู้นั้นช่วยให้เธอมีความมั่นใจในการตอบคำถามเป็อย่างยิ่ง
อีกทั้งเธอยังฝึกฝนความรู้จากตำราเล่มหนาของหลีอี้เฉินจนสามารถแฮ็กเข้าระบบของหน่วยงานความมั่นคงต่างประเทศได้
เธอจึงทดสอบทักษะที่เพิ่งเรียนรู้ด้วยการแฮ็กเข้าระบบของรายการเดอะเวิลด์เบสต์ไฮสคูลสติวเดนต์เพื่อตรวจสอบว่ามีนักเรียนจากจีนเข้าร่วมแข่งขันมากน้อยเพียงใด
“อยากรู้เสียจริงว่าจีนจะมีนักเรียนแข่งกี่คน? หวังว่าฉันจะเจอคนรู้จักบ้างนะ”
.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.
ไรต์จะเริ่มติดเหรียญบางตอนั้แ่ตอนที่ 23 เป็ต้นไป อัปวันละสามตอน(ยกเว้นวันศุกร์)
ขอบคุณรี้ดที่น่ารักทุกคนซึ่งได้ให้กำลังใจและสนับสนุนไรต์คนนี้จ้า