เพื่อเตรียมมอบเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ เฉินเซี่ยงจึงนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นพร้อมกับจดจ่ออยู่กับเส้นชีพจริญญาของเขา
มือที่ละเอียดอ่อนของเป่ยยู่ยู่และซูเหม่ยเหยากดลงไปที่ท้องของ เฉินเซี่ยง จากนั้นมือที่เรียวงามของพวกนางกลายเป็สีขาวและสีดำพุ่งออกมาสีดำคือ ‘สุดยอดเส้นชีพจรหยินศักดิ์สิทธิ์’ ของเป่ยยู่ยู่ขณะที่ สีขาวคือ ‘สุดยอดเส้นชีพจรหยางศักดิ์สิทธิ์’ ของซูเหม่ยเหยาทั้งสองสิ่งนั้นปรากฏออกมาอย่างลึกลับ
ภายในร่างกายของ เฉินเซี่ยง ปรากฏหมอกสีขาวและสีดำกระจายผ่านไปยัง กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็นของเขา หมุนวนรอบแล้วรอบเล่า ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างช้าๆท้ายที่สุดปราณขาวและดำได้รวมตัวกันอยู่ในจุดตันเถียน ก่อเกิดเป็สัญลักษณ์ ‘หยินหยาง’ ซึ่งนั้นก็คือ‘สุดยอดเส้นชีพจรหยินหยางศักดิ์สิทธิ์’
ขณะที่ ซูเหม่ยเหยา และ เป่ยยู่ยู่ มองดูสุดยอดเส้นชีพจรหยินหยางศักดิ์สิทธิ์ผสานเข้ากับเฉินเซี่ยง จนกระทั่งเสร็จสิ้น พวกนางอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น แต่เดิมพวกนางคิดว่าการผสานสุดยอดเส้นชีพจรหยินหยางศักดิ์สิทธิ์เป็เื่ที่ยากเย็นแสนเข็ญซึ่งในครั้งนี้ของพวกนาง...มันคือการทดลอง ดังนั้นพวกนางจึงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแน่นอนว่าพวกนางเองก็ไม่คาดหวังว่ามันจะสำเร็จ
ซูเหม่ยเหยาและเป่ยยู่ยู่ถอนมือของนางออกมาช้าๆและมองดูพลังชี่สีขาวและดำที่เริ่มลอยขึ้นจากร่างกายเฉินเซี่ยง ความซับซ้อนและความประหลาดใจแสดงออกบนใบหน้าของพวกนางโดยความรู้ของศิษย์น้องของนาง ไม่เคยมีบุคคลที่ทั้งเส้นชีพจรหยินและหยางศักดิ์สิทธิ์ควบคู่กันในเวลานี้พวกนางคาดเดาว่า ‘เ้าหนู’ นี่ตราบใดที่เขาฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งวันหนึ่งเขาจะกลายเป็ยอดฝีมือที่มิอาจหาใครเทียบได้
เฉินเซี่ยง ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาไม่เคยรู้สึกถึงความสบายสดชื่นและแข็งแกร่งเช่นนี้ในชีวิตของเขามาก่อน
“เช่นนั้น นี่คือ..เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ อ่า...รู้สึกดีจริงๆ!หลังจากนี้ ข้าก็สามารถเข้าสู่ขอบเขตนักสู้ได้แล้วจริงๆ สินะ?!” เฉินเซี่ยงรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากรอยยิ้มแปลกๆ ราวปีศาจพาดผ่านใบหน้าของเขา มันช่างดูน่ารังเกียจเมื่อเทียบกับเขาก่อนหน้านี้ที่ดูธรรมดาและซื่อตรงนี่ทำให้หัวใจของสาวงามทั้ง 2 เต็มไปด้วยความกังวล
ในโลกของนักสู้ ‘ขอบเขตนักสู้’ แบ่งออกเป็10 ขั้น ได้แก่ ‘สกัดกลั่นปราณ’ ‘กายาดับสูญ’ ‘กายาศึก’ ’ ‘เปิดเส้นชีพจร’ ‘ปราณแท้จริง’ ‘ััศักดิ์สิทธิ์’ ‘รัศมีแท้จริง’ ‘อำนาจศักดิ์สิทธิ์’ ‘รูปแบบแท้จริง’ และสุดท้าย‘บรรลุสรรพสิ่ง’
เหนือกว่า ‘ขอบเขตนักสู้’ ก็คือ‘ขอบเขตนักสู้แท้จริง’ มันเป็ความฝันของนักสู้จำนวนมากที่้าบรรลุไปถึงหลังจากบรรลุไปถึงขั้นนั้นแล้ว บุคคลนั้นจะเต็มไปด้วยพลังมหาศาล และอายุขัยของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นไปจนถึง1,000 ปี
เฉินเซี่ยง ในตอนนี้อยู่ในระดับ 3 ของขอบเขตนักสู้ซึ่งก็คือ ระดับกายาศึก ที่ติดค้างมานานมากแล้ว และไม่ว่ายังไง เฉินเซี่ยง ไม่สามารถบรรลุระดับ4 ขอบเขตนักสู้ ซึ่งก็คือ ระดับเปิดเส้นชีพจร ได้เสียที
“ขอบเขตนักสู้แท้จริง? นั่นจะนำความเสื่อมเสียมาสู่เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์” เป่ยยู่ยู่กล่าวอย่างดูแคลน
ซูเหม่ยเหยา มอง เฉินเซี่ยง ด้วยความวิตก“เ้ามีเส้นชีพจรหยินหยางศักดิ์สิทธิ์ทัศนะมุมมองของเ้าต้องเปิดกว้างยิ่งขึ้น! ภายใต้โลกหล้า พลังไม่เคยหยุดก้าวหน้าอย่างสมบูรณ์อีกทั้งมีโลกที่แตกต่างอยู่มากมาย ตอนนี้เ้าอยู่ที่เฉินหวู่แผ่นดินใหญ่ และนี่ก็เป็เพียงส่วนเล็กๆของโลกมนุษย์”
“เ้าต้องจำสัญญาให้ได้! เ้าต้องช่วยพวกเราฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับมา!ซึ่งนี่ไม่ใช่เื่ง่าย!”
เฉินเซี่ยง พยักหน้าซ้ำๆ พร้อมกล่าว “ตราบที่ข้ายังมีลมหายใจข้าจะเติมเต็มสัญญาและฟื้นฟูความแข็งแกร่งให้พวกท่านทั้ง 2 อย่างแน่นอน!”
เป่ยยู่ยู่ พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “วิธีที่เร็วที่สุดในการฟื้นฟูความแข็งแกร่งให้พวกเราคือต้องใช้ยาและต้องเป็ยาระดับที่สูงมากๆ หลังจากความแข็งแกร่งของพวกเราฟื้นฟูสำเร็จ สัญญาก็เป็อันเสร็จสิ้นและพอถึงเวลานั้นพวกเราก็จะสามารถแก้แค้นได้”
เฉินเซี่ยง รู้สึกว่าตนนั้นสูญเสียเล็กน้อยหากทั้งสองสาวรั้งอยู่ข้างกายเขา มันต้องเป็อะไรที่สุขล้นอย่างมากแน่นอน ซูเหม่ยเหยาถอดแหวนออกจากผมที่งดงามของนางและโยนไปให้เฉินเซี่ยงพร้อมกับกล่าวว่า“หยดเืลงบนสิ่งนี้มันจะยอมรับเ้าเป็นายของมัน การใช้งานของแหวนนี้ก็เหมือนกับการใช้ถุงจักรวาล ดังนั้นนำศิษย์พี่และตัวข้าเข้าไปในนั้นจากนั้นเ้าจงฝืนปีนกลับขึ้นไป เ้าไม่ควรอยู่ที่นี่นานเกินไป สถานที่แห่งนี้เป็สถานที่ที่สัตว์อสูรเพ่นพ่านไปมาบ่อยๆ”
หยดเืลงไปที่แหวน...เฉินเซี่ยงได้ทำพันธสัญญากับแหวนเรียบร้อยแล้วพื้นที่ภายในแหวนค่อนข้างเล็กเป็อย่างมาก ยังไม่หมดเท่านั้น จากความรู้ของเฉินเซี่ยงพื้นที่เก็บของของแหวนระดับตำนานนั้นควรจะมีพื้นพื้นที่กว้างขวางราวกับมหาสมุทร
แต่มันจะสามารถเก็บสิ่งมีชีวิตลงในพื้นที่เก็บของได้หรือ? นี่ทำให้เฉินเซี่ยงประหลาดใจถุงจักรวาลเก็บของทั่วๆ ไปเป็สิ่งหาได้ยาก พวกมันจะถูกแจกจ่ายโดย นิกายในหุบเขานิรันดร์เท่านั้น ขนาดพวกมันเป็สิ่งล้ำค่าหายาก ก็มิอาจบรรจุเก็บสิ่งมีชีวิตไว้ภายในนั้น
ตามที่ ซูเหม่ยเหยา ได้กล่าวมา เฉินเซี่ยงจึงทำการเก็บ2 สาวลงในแหวนพร้อมกับสวมแหวนไว้ที่นิ้วมือในทันที ทันใดนั้น ยามที่แหวนถูกสวมลง มันจะทำการล่องหนด้วยตนเองและ อีกทั้งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นี่ทำให้เฉินเซี่ยง ชื่นชมเลื่อมใสมันมากขึ้นไปอีก
เขากินเม็ดยาโอสถที่พ่อเขามอบไว้ให้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งหลังจากนั้นเขาจึงเริ่มปีนหน้าผาออกไป เฉินเซี่ยง กำลังออกมาจากปราณแห่งความตายที่อยู่เบื้องล่างของเขานี่คือความท้าทายที่ยากลำบาก การไต่หน้าผาทำให้ เฉินเซี่ยง พบความลำบากเป็อย่างยิ่งเนื่องจากไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้ ปราณแห่งความตาย สีดำทมิฬที่พรั่งพรูมันได้บดบังทัศนวิสัยรอบๆบริเวณจนหมดสิ้น
หลังจากการปีนหน้าผาอย่างยากลำบากเป็เวลา1 วันเต็มๆ ท้ายที่สุด เฉินเซี่ยง ก็ได้บรรลุถึงยอดผา ตอนนี้การปีนได้สิ้นสุดลงแล้วเขาตระหนักว่าจริงๆ แล้วมันไม่ได้ยากมากมายนัก เนื่องเพราะมีเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์เป็ตัวช่วยขณะที่เขาปีนขึ้นมาเรื่อยๆ เขาก็ดูดซับปราณิญญาจำนวนมากเข้าสู่ร่างกายเพื่อขจัดความเมื่อยล้านั่นทำให้เขากระปรี้กระเปร่ายิ่งเสียกว่าัและยิ่งกว่าพยัคฆ์จนตลอดทั้งการปีน
หลังจากเฉินเซี่ยงรู้ตำแหน่งว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ใดแล้วเขาจึงเริ่มมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองโวหู
แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็น เป่ยยู่ยู่ และ ซูเหม่ยเหยาข้างในแหวน แต่เขาก็ยังรู้สึกถึงพวกนางได้
“พี่สาว...ท่านจะสอนข้าเกี่ยวกับทักษะศักดิ์สิทธิ์และปีศาจได้เมื่อใด?” เฉินเซี่ยงถามอย่ามุทะลุในขณะที่เขาอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับทักษะศักดิ์และปีศาจอย่างมาก
“ตอนนี้ร่างกายของเ้าอ่อนแอเกินไป เ้าไม่สามารถทนทานต่อทักษะปีศาจได้” เป่ยยู่ยู่ส่งเสียงเ็ามา
ซูเหม่ยเหยากล่าวว่า “เ้าสามารถฝึกทักษะศักดิ์สิทธิ์ได้ทุกเมื่อแต่ตอนนี้เ้าควรกลับบ้านก่อน และเมื่อถึงเวลาข้าก็จะทำการสอนการปรุงยาให้แก่เ้าอีก”
ภายในใจของ เฉินเซี่ยง รู้สึกปีติยินดีเป็อย่างยิ่ง
ในตอนใต้ของ ‘จักรวรรดิแห่งนักสู้ตอนใต้‘เมืองโวหูมีประชากรอยู่ที่1 ล้านคน เป็เมืองที่ค่อนข้างใหญ่และรุ่งเรือง มันยังเป็ที่ตั้งของตระกูลที่มีชื่อเสียงในด้านทักษะการต่อสู้ของจักรวรรดิแห่งนักสู้ตอนใต้อย่างตระกูลเฉิน
ตระกูลเฉินมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปีและแม้แต่ตอนนี้ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ยังค่อนข้างน่ากลัว ด้วยความที่อุดมไปด้วยมรดกตกทอดพวกเขาสามารถรอดชีวิตได้หลายพันปี ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพวกเขา
ตระกูลเฉินยังร่ำรวยเป็อย่างมาก ภายในเมืองโวหูพวกเขาเป็ขุมอำนาจทางเศรษฐกิจที่ทรงอำนาจมากที่สุด คฤหาสน์ตระกูลเฉินพื้นที่หลายพันไร่เต็มไปด้วยสนามหญ้านับไม่ถ้วนพร้อมกับอุทยานมากมาย มันถูกล้อมรอบไปด้วยูเาและแม่น้ำราวกับว่าถ้าใครก็ตามที่้าแอบลอบเข้ามา พวกเขาย่อมต้องพ่ายแพ้กลับไป
ณ อุทยานเทียนหู่ เพียงแค่ชื่อ ทุกคนก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่าที่นี่เป็คฤหาสน์ของเฉินเทียนหู่และการที่เป็สมาชิกตระกูลเฉินที่มีตำแหน่งสูงส่ง การเป็เ้าของบ้านหลังใหญ่ย่อมเป็เื่ธรรมดา
“ท่านพ่อ! ข้ากลับมาแล้ว!” เฉินเซี่ยงกลับมาถึงพร้อมกับรีบมุ่งหน้าไปที่ห้องหนังสือเขารู้ว่าบิดาของตนอยู่ที่นี่เสมอ
เฉินเทียนหู่หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “เ้าเด็กเหลือขอตัวเหม็น!ในที่สุดเ้าก็กลับมา เ้ารู้หรือไม่ว่ามีสาวน้อยคนหนึ่งกำลังรอเ้าอยู่ที่นี่? เ้ายังจำสาวน้อย‘ตระกูลซู่’ ได้หรือไม่? ภรรยาตัวน้อยของเ้าหน่ะ?”
เฉินเซี่ยงขมวดคิ้ว ในความคิดของเขา มีสาวน้อยทรงเสน่ห์คนหนึ่งผิวพรรณขาวราวกับหยก ที่เขาเคยเล่นด้วยเมื่อตอนอายุ 6 - 7 ปี
“ท่านพ่อ….ท่านหมายถึงซู่ เซี่ยนเซี่ยน?” เฉินเซี่ยงถามเนื่องจากความทรงจำเกี่ยวกับหญิงสาวแห่งตระกูลซู่ นางเคยมาเยือนตระกูลเฉินเมื่อตอนที่นางยังเป็เด็กในตอนนั้นนางและเฉินเซี่ยงเล่นด้วยกันทั้งวัน ทั้งสองต่างมี่เวลาที่ดี และทั้ง2 ตระกูลก็ได้จัดให้พวกเขาทั้ง 2 คนหมั้นหมายกัน
เฉินเทียนหู่ พยักหน้า “ถูกต้องสาวน้อยคนนั้นอยู่ในคฤหาสน์ ขณะที่เ้าออกไปหาสมุนไพร นางมาที่นี่เพื่ออ้อนวอนข้าเพื่อขอพบเ้า”
เฉินเทียนหู่ ยิ้มพร้อมมองออกไปนอกหน้าต่างขณะนั้น เฉินเซี่ยง ก็หันหลังกลับไปมอง จนได้พบกับหญิงสาวผู้หนึ่งที่มีผิวขาวราวกับหยกนางกำลังเดินอยู่ในลานกว้างด้านนอก
หญิงสาวผมยาว เสื้อคลุมสีขาวทั้งชุด ประดับไปด้วยเครื่องประดับสีทองเรืองรองเมื่อเห็นกายแต่งกายของหญิงสาวซึ่งมีรอยยิ้มราวกับนางฟ้า เฉินเซี่ยงช่วยไม่ได้ที่จะพร่ามัวไปกับความงดงามของนางหญิงสาวผู้นี้มีอายุเพียง 14 - 15 ปีเท่านั้น ผิวของนางขาวราวกับหิมะ ความงามของนางที่ปรากฏออกมาทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาเบือนไปจากนางได้
เมื่อหญิงสาวมองเห็นเฉินเซี่ยงผ่านทางหน้าต่างใบหน้าที่งดงามของนางเต็มไปด้วยความสุข นางะโอย่างสดใส “พี่เสี่ยวเซี่ยง”
น้ำเสียงของนางดูอ่อนโยนและมีชีวิตชีวาสามารถทำให้ิญญาของผู้คนหลงเสน่ห์ เฉินเซี่ยงยอมรับในเื่นี้ แม้ว่าหญิงสาวจะเยาว์วัยกว่าแต่นั่นคือนิสัยและลักษณะที่ปรากฏ ความงามนางสามารถเทียบเท่ากับ 2 สาวงามที่อยู่ในแหวนของเฉินเซี่ยงความจริงเพียงสิ่งเดียวคือสาวน้อยนางนี้มิได้เติบโตเต็มวัย
เฉินเซี่ยงกลืนน้ำลายพร้อมกับหัวเราะแห้งๆพลางกล่าว “นี่ราวกับเด็กสาวได้เปลี่ยนไปเป็หญิงสาวที่เติบโตเต็มที่! ข้าไม่คิดเลยว่าสาวน้อยคนนี้จะกลายเป็นางฟ้าเทพธิดาไปเสียแล้ว”
นี่คือบุตรสาวตระกูลซู่อันเป็ที่รักของสรวง์ซู่ เซี่ยนเซี่ยน
“หญิงสาวคนนี้คือคู่หมั้นของข้า?!” เฉินเซี่ยงร้องออกมาภายในใจด้วยความตื่นเต้น
ถ้าเป็ก่อนหน้านี้ เฉินเซี่ยงจะรู้สึกว่าหัวใจของเขากดดันและบีบรัดจนถึงที่สุดเนื่องจากเขาไม่มีเส้นชีพจริญญาใดๆ เลย แต่ตอนนี้เขามี เส้นชีพจรหยินหยางศักดิ์สิทธิ์!ดังนั้นตราบเท่าที่เขามีเวลา การบรรลุจุดสูงสุดของทักษะการต่อสู้ล้วนมิเป็เพียงจินตนาการอีกต่อไป
ซู่เซี่ยนเซี่ยน ยิ้มบางพร้อมปรากฏลักยิ้มน้อยๆบนแก้มของนางและสีสันใบหน้าอันทรงเสน่ห์ซึ่งทำให้จิตใจของ เฉินเซี่ยง ล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้ง
เฉินเทียนหู่ หัวเราะพร้อมกับตบเบาๆ ที่ไหล่ของเฉินเซี่ยง และกล่าวว่า “ไปพบนางเถอะ” เฉินเซี่ยงวิ่งอย่างเร่งรีบออกจากห้องหนังสือพร้อมหัวเราะอย่างมีความสุข
เมื่อเฉินเซี่ยงมาถึงลานกว้าง โดยไม่มีพูดพร่ำทำเพลงใดๆเขายึดกุมมือคู่งามที่อ่อนนุ่มของ ซู่เซี่ยนเซี่ยน แล้วรีบพานางออกห่างจากสายตาของบิดาของเขาราวกับว่าพวกเขากำลังจะเริ่มไปทำเื่ซนๆ เฉกเช่นในวัยเด็ก
เฉินเซี่ยง ได้พานางฟ้าตัวน้อยมายังบ้านของเขาทำให้เด็กๆ ในตระกูลเฉินต่างพากันอิจฉา
“เซี่ยนเซี่ยน นานแค่ไหนแล้วที่เ้าไม่ได้มาเยือนตระกูลเฉิน?” เฉินเซี่ยงถามขณะที่หัวเราะและบีบเคล้นลักยิ้มบนใบหน้าที่น่ารักของเซี่ยนเซี่ยน
ซู่เซี่ยนเซี่ยน ยิ้มพร้อมกับกล่าวอย่างนุ่มนวลว่า“พี่เสี่ยวเซี่ยงข้าและพ่อของข้ามาที่เมืองโวหูเพื่อพูดคุยกับท่าน พวกเราจึงอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่นานนัก”
ในวัยเด็ก ซู่เซี่ยนเซี่ยน เป็โรคแปลกๆและมาที่เมืองโวหูเพื่อรักษา ในตอนนั้นร่างกายของซู่เซี่ยนเซี่ยนอ่อนแอและผ่ายผอมเป็อย่างยิ่งดังนั้นทั้งในตระกูลเฉินและตระกูลซู่ จึงคอยรังแกนางอยู่บ่อยครั้ง มีเพียง เฉินเซี่ยงเท่านั้นที่ดูแลนางและเล่นเป็เพื่อนนาง
ระหว่างเวลานั้น มันทำให้นางมีความสุขเป็อย่างมากเขายังช่วยสนับสนุนนางให้เข้มแข็งและยังให้เม็ดยาล้ำค่ากับนางเล็กน้อย ดังนั้นนางจึงสามารถต่อสู้กับความเจ็บป่วยมาได้
สิ่งเหล่านี้ถูกประทับลงไปในหัวใจของ ซู่เซี่ยนเซี่ยนเมื่อนางทราบว่าเฉินเซี่ยงไม่มีแม้แต่เส้นชีพจริญญา กระทั่งในอนาคตยังไม่อาจฝึกฝนทักษะการต่อสู้ใดๆได้ นางก็ยังตัดสินใจที่จะแต่งงานกับ เฉินเซี่ยง
ตัวตนของ เฉินเซี่ยง เปรียบได้กับขยะของตระกูลเฉินแต่กระนั้นเขาเองก็ยังชอบพอ ซู่เซี่ยนเซี่ยน เป็อย่างมาก เมื่อตอนทั้งสองเป็เด็กครอบครัวทั้งสองฝ่าทราบว่า เฉินเซี่ยง ไม่มีเส้นชีพจริญญา ทำให้ เฉินเซี่ยง จึงไม่มีสหายแม้แต่คนเดียวดังนั้นทั้งเขา และ ซู่เซี่ยนเซี่ยน จึงเป็เหมือนกับเมล็ดถั่ว 2 เมล็ดในฝักเดียวกัน
“พี่เสี่ยวเซี่ยง ตระกูลของข้าบอกข้าให้ล้มเลิกการแต่งงานแต่ข้าไม่ยินยอมพร้อมใจ ดังนั้นพวกเขาให้ข้าและท่านพ่อไปพบ ตระกูลเหยา และอัจฉริยะแห่งการปรุงยารุ่นเยาว์ของตระกูลเหยา” เมื่อซู่เซี่ยนเซี่ยน เห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของ เฉินเซี่ยง นางกล่าวอย่างสนุกสนานว่า “มั่นใจเลยว่าข้ายอมตายมากกว่าแต่งงานกับพวกตระกูลเหยาสารเลวนั่น อีกอย่างข้ายังได้ยินมาว่าเขายังเป็ตัวตนที่น่ารังเกียจ”
ในจักรวรรดิแห่งนักสู้ตอนใต้ทั้งหมด ซู่เซี่ยนเซี่ยนถือว่าเป็อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ ด้วยความแข็งแกร่งของนางบรรลุถึงระดับ 6 ขอบเขตนักสู้ด้วยวัย 14 ปี ในอีกมุมหนึ่งตระกูลเหยามีอัจฉริยะอายุ 16 ปีที่สามารถสกัดกลั่นเม็ดยาได้ในสายตาของทุกๆ คน ทั้งสองจึงย่อมเป็คู่ที่เหมาะสมยิ่ง
เฉินเซี่ยง ยังคงความสงบเยือกเย็น เขาในตอนนี้มีเส้นชีพจรหยินหยางศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับอาจารย์สาวสวยลึกลับ2 คน ดังนั้นเขามีความมั่นใจว่าในเวลาสั้นๆ เขาจะสามารถไล่ตามนักปรุงยารุ่นเยาว์ของตระกูลเหยาได้ทันอย่างแน่นอน
เฉินเซี่ยงยิ้มพร้อมกับััไปที่แก้มอันงดงามทรงเสน่ห์ของซู่เซี่ยนเซี่ยน แล้วกล่าวว่า “เซี่ยนเซี่ยนเ้าจงไปที่ตระกลูเหยาแล้วบอกพวกเขาว่าเ้ามีคู่หมั้นแล้ว แต่ถ้าพวกเขาปฏิเสธ ให้เ้าบอกพวกเขาว่าให้มาประลองกับข้าที่นี่!”
เมื่อเห็นเฉินเซี่ยงมีความมั่นใจในตนเองนั่นทำให้ ซู่เซี่ยนเซี่ยน รู้สึกดีใจเป็อย่างมาก นางเขย่งเท้าของนางขึ้นพร้อมประทับริมฝีปากของนางกับริมฝีปากของเฉินเซี่ยง นางค้อมหัวลงพร้อมกล่าว “พี่เสี่ยวเซี่ยง ท่านต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ข้ากังวลเกี่ยวกับตระกูลของข้าอย่างยิ่งว่าพวกเขาอาจจะไม่ลังเลที่จะแยกเราทั้งสองออกจากกัน”
ซู่เซี่ยนเซี่ยน เดินไปยังลานกว้างอย่างงดงามการเคลื่อนไหวของนางปราดเปรียวและสง่างาม มันทำให้ เฉินเซี่ยง เหม่อลอยราวกับคนโง่งมในยามนี้ภาพของ ซู่เซี่ยนเซี่ยน ที่กำลังประทับริมฝีปากของเขายังคงปรากฏอยู่ในใจเขา
เฉินเซี่ยงเลียริมฝีปากของเขาพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม“สาวน้อยคนนั้นเติบโตขึ้นมากแล้ว” .......
...............................................