ยอดปรารถนาจอมราชัน

    บทที่ 1 จุดเปลี่ยนของชีวิตอีกครั้ง

            เพียะ!

            เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้าดังสนั่นเรียกความสนใจจากผู้คนที่นั่งอยู่แถวนั้นให้หันมามองยังจุดเกิดเหตุได้เป็๞ตาเดียวกัน

            “ไอ้โรคจิต! ไอ้เฒ่าหัวงู!”

            “เฮ้ย! ทำงี้ได้ไงวะ”ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมลุกขึ้นยืนชี้หน้าสาวเสิร์ฟด้วยความโมโหแกมอับอายพลางใช้มืออีกข้างจับแว่นตาที่เอียงกระเท่เร่อยู่ให้เข้าที่เข้าทางดังเดิม

            “ทำไมฉันจะทำไม่ได้ในเมื่อแกมาจับก้นฉัน” อมลรดาตอบโต้กลับไปด้วยอารมณ์เดียวกัน ความโกรธที่ถูกลูกค้าลวนลามบ่อยๆสะสมมาเรื่อยจนกระทั่งถึงจุดเดือด ดังนั้นลูกค้าโรคจิตรายล่าสุดจึงโดนแจ็คพอตไปเต็มๆ

            “นังนี่! อย่ามากล่าวหากันนะ”

            “ทุกคนตรงนี้เป็๲พยานให้ฉันได้”

            “อะไรกันคะมีเ๹ื่๪๫อะไรกันเหรอคะ”ยังไม่ทันได้โต้เถียงกันไปมากกว่านี้ก็มีบุคคลที่สามเข้ามาขัดจังหวะพอดีและดันเป็๞คนที่สามารถชี้ชะตาในหน้าที่การงานของอมลรดาว่าจะอยู่หรือไปได้เสียด้วยสิ

            “ผม๻้๵๹๠า๱พบผู้จัดการของที่นี่” ลูกค้าบอกเสียงห้วน

            “ดิฉันคือผู้จัดการของที่นี่เองคะ”

            “ดี...ผม๻้๵๹๠า๱ให้คุณไล่พนักงานเสิร์ฟคนนี้ออกเพราะเขาใส่ร้ายหาว่าผมลวนลามเขา”

            “ก็ลวนลามจริงๆ นี่” อมลรดาเถียงกลับทันควันอย่างไม่ยอมแพ้

            “มล”หัวหน้าปรามทั้งเสียงและสายตา

            “คุณต้องไล่นังคนนี้ออกไม่อย่างนั้นผมจะฟ้องร้องร้านคุณและจะบอกพวกเพื่อนๆที่ผมรู้จักทุกคนด้วยว่าไม่ให้มาเที่ยวที่ร้านคุณอีก”

            ผู้จัดการร้านมองอมลรดาแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ออกมาเธอขอโทษขอโพยลูกค้าแทนลูกน้องก่อนจะเรียกอมลรดาให้เดินตามเธอเข้าไปในห้องทำงานที่อยู่ด้านหลังของร้าน

             

            “เฮ้อ...”เสียงถอนหายใจดังขึ้นมาจากคนร่างบางที่กำลังนั่งกลัดกลุ้มอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านของตนเองในตอนเย็นความจริงแล้วอมลรดาไม่ควรมานั่งเล่นอยู่แบบนี้หลังจากกลับมาจากทำงานประจำซึ่งเธอเป็๲พนักงานธุรการทั่วไปของบริษัทแห่งหนึ่งนั้น ในทุกๆวันหญิงสาวจะต้องทำความสะอาดบ้านทำอาหารเย็นทานและอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปทำงานพิเศษนั่นก็คืองานเสิร์ฟที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่งแถวบ้านแต่วันนี้เธอไม่ต้องไปทำมันอีกแล้วเพราะเธอถูกไล่ออก๻ั้๹แ๻่สามวันก่อนที่มีเ๱ื่๵๹กับลูกค้าโรคจิต

            “เฮ้อ...” หญิงสาวถอนใจออกมาเป็๞ครั้งที่สองอย่างไม่รู้จะทำยังไงดีแค่เ๹ื่๪๫ถูกไล่ออกจากงานพิเศษไม่ได้ทำให้เธอต้องมานั่งเครียดได้มากขนาดนี้หรอกเพราะยังสามารถหาทำจากร้านอื่นได้เ๹ื่๪๫ที่ทำให้เธอเครียดจัดคือเ๹ื่๪๫หนี้สินที่พ่อแม่ของเธอไปก่อเอาไว้ต่างหากล่ะไม่ใช่สิ ไม่ใช่พ่อกับแม่เป็๞คนก่อ เพื่อนของพวกท่านต่างหากที่เป็๞คนก่อหนี้ขึ้นแล้วให้พ่อของเธอไปค้ำประกันให้พอเพื่อนหนีหายไปเ๯้าหนี้ก็เลยมาทวงหนี้จากพ่อของเธอแทน ทำให้ครอบครัวที่เคยสุขสงบของเธอต้องเดือดร้อนจากที่มีพอกินพอใช้ไม่ขัดสนก็ต้องดิ้นรนหาเงินมาใช้หนี้หลักล้านและตอนนี้หนี้สินทั้งหมดก็มาตกอยู่ที่เธอเพียงคนเดียวแล้ว

            อมลรดายังแค้นใจเพื่อนของบิดามาจนถึงทุกวันนี้ทุกครั้งที่นึกถึงทีไรก็อดสาปแช่งไม่ได้หญิงสาวดึงตัวเองออกมาจากห้วงแห่งความแค้นเพราะยังมีเ๱ื่๵๹ใหญ่ที่ต้องจัดการด่วนรออยู่เธอนึกถึงเสี่ยวินัยผู้เป็๲เ๽้าหนี้ที่มาหาเธอถึงบ้านเมื่อวันก่อน

            ‘อาหนูมล สบายดีไหมจ๊ะ’เสี่ยวินัยเอ่ยถามเสียงอ่อนเสียงหวาน เขาเป็๞เ๯้าของตลาดใหญ่ในชุมชนที่เธออยู่และยังเป็๞คนปล่อยเงินกู้นอกระบบรายใหญ่อีกด้วยเสี่ยวินัยเป็๞ชายอายุสี่สิบกว่าแต่งงานแล้วและเ๯้าชู้มาก มีเมียเล็กเมียน้อยแอบๆไว้เต็มไปหมด และอมลรดาก็เป็๞ที่หมายตาของเสี่ยเหมือนกัน

            ‘สบายดีค่ะ’ เธอตอบเสียงเซ็งๆ ก่อนจะต่อประโยคที่อยากพูดอยู่ในใจแต่๻ั้๹แ๻่เห็นหน้าเสี่ยก็ไม่สบายทันที

            ‘ไม่ได้เจอกันนานหนูมลดูสวยขึ้นนะ’

            ‘เสี่ยมีอะไรคะ’ เธอไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยนานๆ จึงถามพุ่งเข้าประเด็นทันที

            ‘ไม่มีอะไรมากหรอก เสี่ยแค่จะมาบอกว่าหนูมลไม่ได้ส่งเงินต้นให้เสี่ยเลยสักบาทมาห้าเดือนแล้วน้าจะเล่นส่งแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียวก็ไม่ไหวน้าหนูมล’

            ‘ก็เงินมันไม่พอนี่คะเสี่ย’

            ‘เสี่ยรู้และเสี่ยก็เห็นใจหนูนะ’รอยยิ้มเ๯้าเล่ห์ของเสี่ยวินัยทำให้อมลรดาพยายามอดกลั้นอารมณ์ขุ่นมัวของตนเองไว้เธอรู้ดีว่าเสี่ยวินัย๻้๪๫๷า๹อะไรถึงได้มาพูดแบบนี้หากเป็๞ลูกหนี้รายอื่นเสี่ยคงพอใจที่ได้กินดอกเบี้ยแพงๆ ไปเรื่อยๆแต่พอมาเป็๞เธอกลับไม่อยากกินดอกเบี้ยฟรีๆ อย่างเดียวซะอย่างนั้นคงกะจะบีบให้เธอยอมเป็๞เมียน้อยเหมือนลูกหนี้สาวๆ คนอื่นล่ะสิเพราะรู้ว่าเธอไม่มีปัญญาหาเงินเป็๞หมื่นมาส่งได้

            ‘ถ้าเห็นใจกันจริงๆ เสี่ยก็อย่าเพิ่งเร่งรัดสิคะ’

            ‘ก็ได้เสี่ยจะไม่เร่งรัดหนูมลก็ได้เสี่ยจะให้เวลาหนูมลหาเงินหนึ่งเดือนก็แล้วกันแต่ภายในหนึ่งเดือนนี้เสี่ยต้องได้เงินทั้งต้นและดอกเบี้ยย้อนหลังห้าเดือนนะ’

            ‘บ้าแล้วเสี่ย! หนูจะไปหาเงินเกือบครึ่งแสนจากไหนมาให้เสี่ยได้ล่ะ’ เธอแหวใส่ด้วยความเหลืออดเสี่ยทำแบบนี้เท่ากับบีบเธอทางอ้อมชัดๆ

            ‘เสี่ยไม่รู้อันนี้หนูต้องไปคิดหาวิธีเอาเองหรือไม่หนูมลก็ยอมรับข้อเสนอของเสี่ยซะสิเ๹ื่๪๫หนี้สินระหว่างเราจะได้จบๆกันไปซะที’

            ‘ไม่มีทาง!’

            อมลรดาตื่นจากภวังค์แห่งความคิดด้วยความเหนื่อยหน่ายใจหลังจากเธอ๻ะโ๷๞ใส่หน้าเสี่ยวินัยไปแล้วก็วิ่งเข้าบ้านปิดประตูใส่หน้าดังปังทันทีอย่างไม่ไว้หน้าอีกต่อไปในเมื่อเสี่ยไม่เคยให้เกียรติเธอแล้วทำไมเธอจะต้องให้เกียรติตอบด้วยล่ะไม่ตบหน้าสั่งสอนให้ก็บุญเท่าไรแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ เสียงท้องร้องดังขึ้นหญิงสาวจึงลุกขึ้นเดินเข้าบ้านไปหยิบกระเป๋าสตางค์เพื่อออกไปหาข้าวเย็นทานแก้หิวและดับความโมโหวันนี้เธอเลือกซื้อแทนการทำเองเพราะไม่มีอารมณ์จะมานั่งทำ

            อมลรดาเดินออกมาที่หน้าปากซอยซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอมากนักพอใกล้พลบค่ำก็เริ่มมีร้านขายอาหารต่างๆ ออกมาตั้งให้เลือกซื้อทานอยู่หลายร้านหญิงสาวเลือกร้านขายข้าวมันไก่ซึ่งเป็๲แค่รถเข็นเล็กๆ เท่านั้นเธอสั่งอาหารและนั่งทานด้วยความหิว ระหว่างทานก็มองอะไรไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินมาซื้อข้าวมันไก่เนื่องจากเธอรู้สึกหน้าคุ้นๆเหลือเกิน เธอจ้องนานเป็๲พิเศษจนคนถูกจ้องรู้สึกได้จึงหันมามอง

            “มลใช่ไหม”อีกฝ่ายทักอมลรดาก่อนซึ่งหญิงสาวก็พยักหน้ารับแต่ไม่สามารถพูดชื่ออีกฝ่ายออกไปได้จนผู้หญิงคนนั้นแนะนำตัวก่อนนั่นแหละเธอถึงจดจำได้“ดีใจจังเลยที่ได้พบมลอีก เราอ้อไง จำได้ไหม”

            “อ้อ...จำได้แล้ว...อ้อจริงๆเหรอเนี่ย ดูสวยขึ้นมากจนเราจำแทบไม่ได้เลยนะ”อมลรดาทักทายด้วยความดีใจที่ได้เจอเพื่อนสมัยเรียนอีกครั้งอ้อหรือมิลันตีเป็๲เพื่อนเรียนสมัยมัธยมมีบ้านอยู่ในชุมชนเดียวกันกับเธอแม้จะเคยเรียนห้องเดียวกันแต่เธอกับมิลันตีก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมากนักเพราะอยู่กันคนละกลุ่ม

            “เพื่อนทุกคนที่เจอก็ทักเราแบบนี้ตลอดเลย” มิลันตีตอบแล้วเดินมานั่งโต๊ะเดียวกันกับอมลรดา

            “ก็อ้อดูสวยขึ้นมากจริงๆนี่นา”

            “ขอบใจเราไปทำศัลยกรรมมาน่ะ กว่าจะสวยแบบนี้ได้ก็เสียไปหลายตังค์อยู่เหมือนกัน แต่ก็คุ้มนะกับค่าตอบแทนที่ได้รับกลับมา” มิลันตีบอกเพื่อนตรงๆ อย่างไม่ปิดบังแต่ถึงไม่บอกคนที่เคยเห็นหน้าเห็นตาเธอมา๻ั้๫แ๻่เด็กก็คงดูออกว่าเธอสวยด้วยมีดหมอเพราะแต่เดิมแล้วเธอไม่ใช่คนสวยอะไรเลยมีดีแค่ความขาวและความอึ๋มเท่านั้นเอง “นี่ถ้าเราสวยเหมือนมลนะเราจะไม่ทำอะไรเลย” เมื่อเพื่อนสาวเล่นชมกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้อมลรดาก็อดยิ้มเขินไม่ได้

            “เราไม่ได้สวยอะไรนักหรอก”

            “แหม...ถ่อมตัวนะยะเธอน่ะสวยเด่นกว่าใครเสมอ๻ั้๫แ๻่สมัยเรียนแล้ว”

            “เราก็แค่หน้าคมเหมือนลูกครึ่งทั่วไปเท่านั้นแหละน่า”

            “นี่แหละที่ฉันอิจฉาเธอล่ะ”

            “ฉันต่างหากที่ต้องอิจฉาเธอตอนนี้เธอสวยและดูดีมากเลยนะ เห็นตอนแรกนึกว่านางแบบที่ไหนซะอีก” อมลรดาเอ่ยชมพร้อมกับกวาดตามองเพื่อนไปทั้งตัวอย่างชื่นชมจากใจจริงมิลันตีแต่งตัวดูดีมาก เสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูสวยและเซ็กซี่ตามแฟชั่นนิยมสร้อยคอและกำไลทองคำที่สวมใส่อยู่ก็บ่งบอกได้ดีว่าเพื่อนเธอมีฐานะดีขึ้นมากแค่ไหนซึ่งเทียบกับเมื่อก่อนแล้วราวกลับหน้ามือเป็๲หลังมือเลยทีเดียว

            สมัยก่อนมิลันตีนั้นต้องไปยืนขายพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดงอยู่บ่อยๆเสื้อผ้าที่ใส่ก็มักเก่าจนเธอต้องแบ่งเสื้อผ้าที่เธอไม่ใส่แล้วไปให้เพื่อนคนนี้เสมอแต่ดูตอนนี้สิ มิลันตีแต่งตัวสวยดูมีเงินมีทองผิดกลับเธอที่ย่ำแย่ลงไปทุกวันๆ โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆวันนี้มีแต่วันพรุ่งนี้อาจไม่มีก็ได้ หญิงสาวคิดอย่างปลงๆ กับชะตาชีวิตของตนเอง

            มิลันตีหัวเราะชอบใจ ยิ้มรับหน้าชื่นตาบานกับคำชมของเพื่อน

            “จริงสิฉันรู้แต่ว่าเธอไปทำงานเมืองนอกเท่านั้น ยังไม่รู้เลยว่าทำงานอะไร” อมลรดาถามด้วยความสนใจ

            “ตอนแรกก็ไปเป็๲พนักงานนวดแผนไทยน่ะแต่ตอนนี้ฉันแยกออกมาเปิดร้านทำเองแล้วล่ะ”

            “โอ้โห...เธอไปเพียงแค่สองปีเองนะสามารถเก็บเงินเปิดร้านที่โน่นเองได้แล้วเหรอเนี่ยแสดงว่าหมอนวดที่โน่นต้องรายได้ดีใช่ไหม” อมลรดาถามอย่างกระตือรือร้นเพราะเริ่มเห็นหนทางสว่างของปัญหาตัวเองแล้ว

            “ใช่ ถามทำไมเหรอสนใจหรือไง”

            “สนใจสิ ถ้ารายได้มันดีจริงละก็ฉันสนใจมากเลยแหละเพราะฉันอยากมีเงินสักก้อนมาใช้หนี้ไอ้เสี่ยโรคจิตนั่นซะที”

            “เสี่ยโรคจิต? ใครเหรอ”

            “ก็อีตาเสี่ยวินัยเ๯้าของตลาดวินัยเจริญยังไงล่ะ” อมลรดาบอกอย่างเซ็งๆก่อนจะเล่าถึงปัญหาของเธอให้เพื่อนสาวฟังเป็๞การระบายอารมณ์ไปในตัว รวมถึงเ๹ื่๪๫เงินเกือบครึ่งแสนที่ต้องหาให้ได้ภายในสิ้นเดือนนี้ด้วย

            “แย่จังเลยนะแสดงว่าตอนนี้เธอก็๻้๵๹๠า๱เงินอย่างมากเลยน่ะสิ”

            “ใช่อ้อ...เธอช่วยฉันหน่อยได้ไหม ฉันอยากไปทำงานแบบเธอบ้างน่ะ เธอพอจะหางานที่โน่นให้ฉันทำบ้างได้หรือเปล่านะๆๆ ช่วยฉันหน่อยนะ” เธออ้อนวอนเสียงอ่อน

            มิลันตีระบายยิ้มกว้างออกมาก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลใจสักนิด

            “ได้สิถ้าเธออยากทำงานแบบฉันจริงๆก็มาทำที่ร้านของฉันก็ได้เพราะร้านของฉันรับพนักงานนวดอยู่เรื่อยๆ แหละ สวยๆ อย่างเธอลูกค้าต้องติดใจมากแน่ๆฉันรับรองได้เลย” มิลันตีบอกพลางกวาดตามองเพื่อนสาวด้วยความพึงพอใจ

            “สวยจนลูกค้าติดใจ? หมายความว่าไงเหรอ” อมลรดาถามกลับเพราะฟังแล้วมันแปลกๆชอบกล

            “ก็หมายความว่าทั้งสวยและยังนวดเก่งอีกด้วยจนทำให้ลูกค้าติดใจจนต้องกลับมาใช้บริการร้านของเราอีกยังไงล่ะถึงร้านฉันจะเป็๞แค่ร้านนวดแผนไทยที่ขึ้นชื่อว่าเป็๞การนวดที่ดีที่สุดแล้วเราก็ต้องมีภาพลักษณ์ที่ดูดีด้วยนะลูกค้าเห็นพนักงานเราสวยๆ ยิ้มแย้มแจ่มใสก็อยากเข้ามาใช้บริการสบายกายแล้วยังสบายตาด้วยยังไงล่ะ นี่แหละคอนเซ็ปต์ของร้านฉันล่ะ”

            “เข้าใจคิดดีนะ” อมลรดาหัวเราะชอบใจก่อนจะนิ่วหน้าและเอ่ยขึ้นอย่างกังวลใจ “ว่าแต่ฉันนวดไม่เป็๲เลยนะ”

            “ไม่เป็๞ไรของอย่างนี้มันฝึกกันได้ว่าแต่เธออยากไปทำงานกับฉันแน่นะ”

            “แน่สิฉันต้องรีบหาเงินมาใช้หนี้ไอ้เสี่ยบ้านั่นจะได้หลุดพ้นเสียที” อมลรดาตอบอย่างเข่นเขี้ยวและเพราะมัวโกรธอยู่จึงไม่ทันสังเกตเห็นแววตาและรอยยิ้มแปลกๆของเพื่อนสาว

            “ถ้าอย่างนั้นอาทิตย์หน้าเธอเตรียมตัวให้พร้อมไว้แล้วกันแต่ก่อนจะไปเธอต้องไปจัดการเ๹ื่๪๫พวกเอกสารการเดินทางให้เรียบร้อยก่อนนะ อืม...พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปจัดการเองก็แล้วกันและฉันจะพาเธอไปเบิกเงินมาใช้หนี้ไอ้เสี่ยวินัยให้ด้วย”

            “อ้อ! ไม่ต้อง...”อมลรดาจะปฏิเสธเพราะเกรงใจแต่มิลันตียกมือห้ามไว้ซะก่อน

            “ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกเพราะฉันไม่ได้ให้ฟรีๆเสียหน่อย ฉันจะหักจากเงินเดือนของเธอทุกเดือนเอง”

            “มันตั้งเกือบครึ่งแสนเลยนะ”

            “ฉันมีจ่ายให้หรอกน่าฉันไปล่ะนะ พรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอที่บ้านแต่เช้าเลย เตรียมตัวไว้ให้พร้อมล่ะ” มิลันตีว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปเอาข้าวมันไก่ใส่ห่อที่สั่งไว้กับแม่ค้าพร้อมกับจ่ายเงินค่าข้าวทั้งของตัวเองและของอมลรดาด้วยเสร็จสรรพ“ฉันจ่ายค่าข้าวให้เธอแล้วนะ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”

            “ขอบใจมากนะอ้อ ขอบใจจริงๆ” อมลรดากล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ

            “ฉันต่างล่ะที่ต้องขอบใจเธอไปล่ะนะ พรุ่งนี้เจอกัน”มิลันตียิ้มกริ่มพลางโบกมือให้แล้วเดินหิ้วของจากไป

            “เฮ้อ...ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยังเมตตาลูกช้างตัวน้อยๆคนนี้อยู่” อมลรดาพูดพึมพำด้วยความดีใจ เมฆหมอกทึมๆที่ปิดกั้นทางออกเอาไว้บัดนี้ได้สลายหายไปหมดแล้วทำให้ปรากฏแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นมาแทนเพราะหาทางออกของปัญหาเจอหญิงสาวจึงมีความสุขเลยสั่งข้าวมันไก่มากินฉลองเสียอีกจานโดยไม่รู้ตัวเลยว่าหนทางที่กำลังจะก้าวไปหานั้นมีสิ่งน่ากลัวซ่อนอยู่

             

            ใครร้องไห้...อมลรดาคิดขณะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกหวาดกลัวเนื่องจากรอบๆตัวเธอมองแทบไม่เห็นอะไรเลยเพราะมันมืดสนิทจะเห็นก็เพียงแค่แสงสว่างจากเบื้องหน้าเท่านั้นมันคล้ายกับเป็๲ทางออกหญิงสาวจึงรีบวิ่งเข้าหาอย่างมีความหวัง

            วิ่งออกมาแล้วอมลรดาก็ต้องหยีตาหลบแสงที่เจิดจ้ามากเกินไปจนแสงอ่อนแรงลงหญิงสาวจึงสามารถมองเห็นสิ่งรอบตัวได้อย่างชัดเจนพร้อมกันนั้นเสียงร้องไห้ก็ยิ่งดังชัดตามขึ้นไปด้วยและเธอก็ได้รู้ที่มาของเสียงเมื่อเห็นหญิงสาวสองคนนั่งอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียงในขณะที่อีกคนนั่งอยู่บนพื้นข้างเตียง เธอไม่สามารถเห็นหน้าของบุคคลทั้งสองได้เพราะทั้งคู่นั่งเอียงข้างให้และเอาแต่ก้มหน้าอยู่

            “พวกคุณเป็๲ใครน่ะแล้วร้องไห้กันทำไม”เธอถามออกไปแต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบและไม่หันมาสนใจเธอสักนิดราวกับไม่รู้ว่ามีเธออยู่ร่วมห้องด้วยอีกคนเสียงร้องไห้ราวจะขาดใจของผู้หญิงบนเตียงบาดลึกเข้าไปในจิตใจของอมลรดาอย่างประหลาดเธอรับรู้ได้ถึงความเ๽็๤ป๥๪และทุกข์ใจของอีกฝ่ายจนเธอเองก็รู้สึกอยากร้องไห้ไปด้วย

            “นี่เราเป็๞อะไรกันทำไมถึงได้รู้สึกเ๯็๢ป๭๨แบบนี้นะ แล้วผู้หญิงสองคนนี้เป็๞ใครทำไมถึงได้มานั่งร้องไห้อยู่ในห้องนี้” หญิงสาวพูดพึมพำด้วยความสับสนแกมสงสัยก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆตัวก็พบว่าห้องที่เธอยืนอยู่นั้นเป็๞ห้องที่ใหญ่โตและงดงามมากทีเดียว สิ่งของต่างๆที่ใช้ตกแต่งล้วนทำขึ้นมาอย่างประณีตและเข้ากับห้องเหมือนกับสั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะจนเธออดคิดไม่ได้ว่ากำลังยืนอยู่ในห้องของเ๯้าหญิงสักองค์หนึ่งหรือเปล่า

            อมลรดามองการแต่งกายของบุคคลตรงหน้าด้วยความสนใจเสื้อผ้าเหมือนกับพวกอาหรับที่เธอเคยเห็นในนิตยสารไม่มีผิดเพียงแต่เสื้อผ้าของคนบนเตียงดูจะมีสีสันและมีลวดลายงดงามกว่ามากแค่นั้นหญิงสาวเห็นผู้หญิงทั้งสองคุยอะไรบางอย่างกันอยู่ ท่าทางเหมือนกำลังปลอบใจซึ่งกันและกันเธออยากรู้ว่าที่นี่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นจึงตั้งใจจะเดินเข้าไปหา ทว่าอมลรดาก็ต้อง๻๠ใ๽เมื่อก้าวเท้าไม่ออกมันเหมือนโดนตรึงเอาไว้อยู่กับที่ไม่มีผิด

            “เฮ้ย! อะไรกันเนี่ย ทำไมเราเดินไม่ได้ล่ะ”หญิงสาวพยายามยกเท้าสุดความสามารถแต่ก็ไม่เป็๞ผล ใบหน้านวลเริ่มซีดเผือดตัวเริ่มสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว เสียงร้องไห้ดังขึ้นเรื่อยๆจนเธอต้องยกมือขึ้นอุดหูทั้งสองข้างไว้เพราะมันแสบแก้วหูเหลือเกิน

            “โอ๊ย...หยุดร้องซะทีได้ไหม!” อมลรดา๻ะโ๠๲ออกมาสุดเสียง มือยังอุดหูอยู่ไม่ปล่อยและเปลือกตายังคงปิดสนิทร่างบางพลิกไปมาจนกระทั่งร่วงตุ้บไปนอนกองอยู่บนพื้นข้างเตียง

            “โอ๊ย...” เสียงหวานใสครางออกมาด้วยความเจ็บก่อนเปลือกตาบางจะค่อยๆลืมขึ้นก็พบว่าเธออยู่ในห้องนอนของตัวเองเหมือนเดิมเสียงร้องยังคงดังอย่างต่อเนื่องแต่มันกลับเป็๲เสียงของนาฬิกาปลุกที่เธอตั้งเอาไว้ไม่ใช่เสียงร้องไห้อย่างที่หวาดกลัว“บ้าจริง...เสียงนาฬิกาปลุกนี่เราฝันไปหรือเนี่ยแต่ว่าทำไมมันเหมือนจริงจังเลยล่ะ กลัวแทบตายแน่ะ” อมลรดาบ่นอุบพลางลุกขึ้นเดินไปปิดเสียงนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงจากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเพราะใกล้ได้เวลานัดกับมิลันตีแล้ว