เปียกปอน
ก๊อก ก๊อก
ระหว่างที่ฉันเองคิดอะไรไปเพลิน ๆ เสียงเคาะประตูแทบเป็จังหวะคุ้นเคยก็ดังขึ้น
ทอย นั่นเขาอีกแล้ว
ว่าแต่ทำไมวันนี้มาเคาะดึกจัง
“มีอะไรหรือเปล่าทอย”
“เรารบกวนขอใช้ห้องน้ำแก้มอาบน้ำได้ไหมอะ”
“ทำไมอะ”
“ก็ห้องน้ำห้องเราอ่าดิ ห้องชั้นข้างล่างแจ้งนิติบอกว่าน้ำห้องเรารั่วไปห้องเขา เลยต้องงดใช้ไปก่อน แล้วดันมาแจ้งเอาตอนหัวค่ำ เขาบอกว่าเขาเพิ่งเลิกงาน เราจะให้ช่างมาซ่อมตอนนี้ก็ไม่ทัน”
“อ่า”
“เนี่ย แล้วเพิ่งมารู้ตอนเล่นบอลเสร็จแล้ว อยากอาบน้ำมากเลยแต่อาบไม่ได้ เซ็ง”
“เฮ้ย อย่างงั้นก็ได้ ดึกแล้วทอยมาอาบเถอะ”
“เย้ ขอบคุณนะแก้ม งั้นเราไม่เกรงใจแล้วนะ เหนียวตัวไปหมดแล้ว”
“ตามสบายเลย”
ว่าอย่างนั้นฉันก็เปิดห้องให้ทอยเข้ามาอาบน้ำได้อย่างไม่คิดอะไร ขณะที่ทอยก็รีบเดินนำลิ่วไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำด้วยความเร็ว
ผ่านไปสักพักในความเงียบที่ได้ยินแค่เสียงน้ำไหล แต่อยู่ ๆ ใบหน้าฉันก็กลับร้อนผ่าว ปนกับความรู้สึกที่เพิ่งคิดได้ว่าถึงแม้ว่าเราสนิทกัน แต่ทอยเองก็ไม่เคยได้เข้ามาในห้องของฉันได้ขนาดนี้ อย่างน้อยเราก็ยังมีระยะห่างต่อกันอยู่บ้าง และอีกอย่างกับเพื่อนผู้ชายคนไหนฉันก็ไม่เคยเปิดใจเปิดความรู้สึกให้เข้ามาได้ใกล้เท่าทอยมาก่อน
แค่คิดว่าตอนนี้เขากำลังอาบน้ำอยู่ในห้องคอนโดเพียงแค่ไม่กี่ตารางเมตรของตัวเอง ก็รู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก
“แก้ม ๆ เราขอโทษนะ พอจะมีผ้าเช็ดตัวให้เราไหม”
เสียงเรียกชื่อฉันดังออกมาจากหน้าประตูห้องน้ำที่มีทอยโผล่แค่หน้าออกมา ผมเปียก ๆ มันลู่อย่างไม่เป็ทรงบนใบหน้าของเขา กับปากที่ขยับพูดอะไรบางอย่าง ดูเหมือนว่าฉันเองแทบจะหูดับไปแล้ว เมื่อหน้าหล่อ ๆ ของเขาอยู่ในบริบทที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นกับเราอยู่ตอนนี้ ตอนที่เขาเปลือยเปล่าในห้องของฉัน
“ยืมหน่อยได้ไหม”
“หะ!” ฮึก ฉันเผลอกลั้นหายใจ ทำไมนะ
“พอดีว่าเมื่อกี้ดีใจจนรีบ เลยไม่ได้คิดถึงผ้าเช็ดตัว”
“เอ่อ อ๋อ มี ๆ” เมื่อได้สติฉันก็รีบตอบกลับ
“ขอเรายืมหน่อยนะ”
“เอาของเราไปใช้ก่อนละกัน”
“ขอบคุณนะ”
ฉันยื่นผ้าเช็ดตัวของตัวเองให้เขาอย่างไม่กล้าสบตา สายตาตัวเองก็มองไปที่พื้น แกล้งมองไปทางอื่น แล้วหวังให้เขาไม่เห็นใบหน้าร้อน ๆ หรือความเขินอายที่มันออกมาจากตัวฉัน จนผิดสังเกตหรอกนะ
“โทษทีนะแก้ม เดี๋ยวเรารีบกลับไปใส่เสื้อผ้าที่ห้อง ชุดมันเปียกเหงื่อน่ะ”
“...”
สถานการณ์เงียบกริบมากกว่าเดิม เมื่อทอยเดินออาบมาจากห้องน้ำด้วย เอ่อ… ด้วยสภาพผ้าเช็ดตัวพันมันอยู่หลวม ๆ ตรงเอวแค่ผืนเดียว กับปลายผมที่มีน้ำหยดลงมายังพื้นจนเปียกไปหมด
“เราขอผ้าเช็ดผมด้วยได้ไหม”
“อะ อื้อ…ได้สิ”
“ขอบใจนะ ใช้เสร็จแล้วเดี๋ยวเราซักคืน ทั้งสองอันเลย”
“มะเปน…เอ่อ เดี๋ยวเราซักเองดีกว่า ทอยเอาไปเราก็ไม่มีใช้สิ”
“นั่นสิเนอะ”
ผ้าเช็ดผมอันจิ๋วถูกยื่นให้เขา ก่อนที่เ้าตัวจะรับมันไปซับมันที่ผมเปียก ๆ ของตัวเอง และไม่วายหันมาขอบคุณฉันอีกรอบ
“ขอบคุณนะแก้ม เดี๋ยวเรากลับห้องก่อน แล้วจะเอามาคืนนะ”
“อื้อ”
รีบกลับไปเถอะ ก่อนที่ฉันเองจะหัวใจวาย
ก๊อก ก๊อก
“แก้ม เราเอาผ้ามาคืน”
ไม่ถึงสิบนาทีที่ทอยหายไปใส่เสื้อผ้าและรีบเอาสิ่งที่หยิบยืมไปมาคืน แล้วนี่… คือชุดนอนของทอยหรือไงฟระ เสื้อกล้ามตัวบางกับกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเล็กแนบไปกับหุ่น คงเป็คนขี้ร้อนละมั้ง
“ไว้เดี๋ยวพาไปกินบัวลอยเป็การตอบแทนละกัน”
“บ้า ไม่ได้เป็คนเห็นแก่กินซะหน่อย”
“งั้นแปลว่าไม่เอา?”
“เอาสิ! ใครจะพลาด”
“ฮ่าฮ่า นี่แหละแก้มอ้วนของจริง” เขาแซวพลางหัวเราะร่ากับความชอบกินของฉัน
“เอ่อ ทอย งั้นช่วยอะไรหน่อยได้ไหม” ฉันเอ่ยปากก่อนที่ทอยจะหันหลังกลับ
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
“ช่วยดูหลอดไฟในห้องนอนเราให้หน่อยสิ มันเปิดไม่ค่อยจะติด ไม่รู้ว่าจะต้องเปลี่ยนหรือเปล่า”
“ได้สิ วิศวะอยู่แล้ว แค่นี้จิ๊บๆ”
“ดีเลย งั้นช่วยเปลี่ยนให้หน่อยนะ เราเปลี่ยนเองเหมือนจะไม่ถึง”
“ขอแค่เก้าอี้สักตัวก็สบายมาก”
“คงจะเสียจริง ๆ แหละ” ทอยพูดระหว่างที่มือกดสวิตช์ไฟเปิดปิดไปมา
“เปลี่ยนเลย เราซื้อหลอดใหม่มาแล้ว แต่คิดว่าให้มันดับจริง ๆ ค่อยเปลี่ยน”
“งั้นแก้ม คอยเปิดแฟลชกับยื่นของให้เราตรงนี้นะ เดี๋ยวเราเปลี่ยนให้”
“ได้สิ”
“ฮึบ นี่ไง เรียบร้อย แค่นี้ก็สว่างเหมือนเดิมละ”
“ฮึ่ย ทอยเก่งจัง”
“โม้ไปงั้นแหละ ที่บ้านเราเนี่ยเป็มือเปลี่ยนหลอดไฟ เลยทำเป็น่ะ”
“เราอยากทำเป็บ้างอ่ะ”
“เอาจริงดิ”
“จริงสิ”
“แต่รู้ใช่ป่ะ ว่าเราเปลี่ยนให้แก้มไปตลอดก็ได้”
“เผื่อทอยไม่อยู่ หรือไม่ว่างไง เราจะได้เปลี่ยนเอง”
“เอางั้นเหรอ”
“อย่างนั้นแหละ”
“ก็ได้ งั้นเดี๋ยวเราถอดออกมาใหม่ แล้วแก้มค่อยลองใส่เข้าไปเองนะ”
“อื้อ”
“อ่า ทีนี้แก้มขึ้นไป้า แบบนั้นแหละ”
“...”
“เดี๋ยวเราช่วยประคองนะ”
“เราต้องเขย่งนิดนึงอะ เราตัวเล็ก”
“นั่นแหละ ใส่มันไปตรง ๆ แบบนั้น แล้วก็แค่บิดหมุนจนกว่าจะเข้านิดหน่อย คิดว่าน่าจะทางขวา”
กรึก!
“เย่! ได้แล้วว” เสียงเกลียวของหลอดไฟใส่เข้ามุมได้อย่างพอดี พร้อมกับความดีใจของฉันที่ได้ทำมันด้วยตัวเองเป็ครั้งแรก
“เก่งมาก เห้ย! แก้ม!!”
“โอ๊ย!”