“หือ?” หานอี้เซินขานรับในลำคอเขาทำเพียงเอียงใบหน้าเล็กน้อยเท่านั้นไม่ได้ถอยออกไปอย่างที่ควรจะเป็
“อยากชิมขนมที่ข้าซื้อมาหรือไม่เ้าคะ!?” มู่ถงเหยาคิดอะไรได้ก็พูดออกไปแบบนั้นคล้ายว่าสติถูกเขาทำให้กระเจิงหมดแล้ว
“ได้สิ”หานอี้เซินตอบรับอย่างว่าง่ายแล้วก็เอื้อมมือไปหยิบจานขนมมาวางไว้ตรงหน้าขนมสี่ห้าชิ้นที่ถูกจัดไว้บนจานดูหน้าตาน่ากินทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ อีกด้วยหานอี้เซินหยิบขึ้นมาหนึ่งชิ้นกัดไปคำเล็กๆ เคี้ยวอยู่สองสามครั้งค่อยกลืนสีหน้าของเขาไม่ได้บ่งบอกว่ามันอร่อยหรือไม่อร่อยจนมู่ถงเหยาต้องเอ่ยถาม
“อร่อยไหมเ้าคะ?”
“ก็… อร่อยดี อยากชิมดูหรือไม่?” หานอี้เซินจับขนมชิ้นที่อยู่ในมือตนเองไปแนบชิดริมฝีปากของมู่ถงเหยาทั้งยังเป็ด้านที่เขาเพิ่งกัดไปด้วย
“ไม่ ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าหยิบกินเองได้”มู่ถงเหยารู้สึกทำตัวไม่ถูกอย่างถึงที่สุดวันนี้หานอี้เซินเป็อะไรหรือกำลังทดสอบความอดทนของนางอยู่อย่างนั้นหรือ
“มือเ้าสกปรกดำแบบนี้แล้วจะหยิบขนมได้อย่างไร”หานอี้เซินปรายตามองไปที่มือบางครั้นมู่ถงเหยายกขึ้นมาดูก็พบว่ามันเลอะหมึกจนดูสกปรกอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆ
“อ้าปากสิ”
มู่ถงเหยามองคนตรงหน้าอย่างชั่งใจแล้วก็ค่อยอ้าปากกัดขนมในมือเขาไปหนึ่งคำขนมก็อร่อยดีอยู่หรอกแต่รู้สึกว่ามันจะฝืดติดคออยู่นิดหน่อย… อยากดื่มน้ำจัง
“ไม่อร่อยหรือ เหตุใดจึงทำหน้าแบบนั้น”หานอี้เซินราวกับจับจ้องมู่ถงเหยาไม่ให้คลาดสายตาเพียงแค่นางขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาก็รู้ได้แล้ว
“ก็อร่อยดีเ้าค่ะ… แต่มันฝืดคอไปหน่อย” มู่ถงเหยารู้สึกผิดหวังนิดหน่อยนางอุตส่าห์คิดว่าขนมที่ซื้อมาเป็ของอร่อยเพราะหลงเชื่อคำโอ้อวดของคนขายถึงรสชาติจะไม่ได้แย่ขนาดนั้นแต่มันก็ไม่ได้อร่อยอย่างที่คิดอีกทั้งยังบอกว่าซื้อมาฝากเขาแล้วเขาจะไม่คิดว่านางเลือกซื้อของแบบส่งๆมาให้หรอกหรือ
ไม่ได้! ของที่ไม่อร่อยเช่นนี้จะให้เขากินไม่ได้เด็ดขาดนางจะต้องกินเองให้หมด
“หากไม่อร่อยก็ไม่ต้องกินแล้ว”หานอี้เซินที่กำลังจะวางขนมชิ้นนั้นลงไปที่เดิมก็ต้องหยุดชะงักเมื่อขนมในมือของเขาถูกมู่ถงเหยาอ้าปากงับไปจนหมดชิ้นในคำเดียว
“อ้าอะอิน (ข้าจะกิน)” มู่ถงเหยาที่มีขนมอยู่เต็มปากก็ส่งเสียงอู้อี้ไม่ชัดเจนนางพยายามเคี้ยวๆ ให้หมดแล้วกลืนลงคอด้วยความยากลำบากนี่มันขนมบ้าอะไรเนี่ยทำมาเพื่อฆ่าคนหรืออย่างไร
“ค่อยๆ เคี้ยว” หานอี้เซินที่เห็นแก้มสองข้างของนางป่องพองจนกลมก็เกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้นมาเป็ความรู้สึกที่เรียกว่า ‘น่ารัก’ กระมังเขารินชาใส่ถ้วยแล้วยกขึ้นให้นางค่อยๆจิบ
มู่ถงเหยาที่จิบชาไปสองสามอึกก็ค่อยรู้สึกดีขึ้นมองเห็นขนมที่ยังเหลืออยู่ในจานก็รู้สึกทดท้อ คราวหน้าหากได้ไปข้างนอกอีกนางจะไม่ไปเดินเฉียดร้านนั้นอีกแน่
“จะกินอีกหรือ?” หานอี้เซินที่เห็นนางเอาแต่จ้องมองขนมก็คิดว่า้าจะกินอีกทว่าดูจากสีหน้าที่บอกว่าไม่ชอบแต่เ้าตัวก็เอาแต่มองเช่นนี้นี่มันหมายความว่าอย่างไร
“ข้าจะกินเ้าค่ะ” อย่างไรนี่ก็เป็ความรับผิดชอบของนางอีกอย่างนางก็ไม่ชอบกินทิ้งกินขว้างให้เสียดายของ “ท่านพี่ป้อนข้าหน่อยนะเ้าคะ”สายตามุ่งมั่นจ้องมองจานขนมสลับกับใบหน้าของหานอี้เซิน
“ไม่ต้องกินแล้วอีกเดี๋ยวก็กินมื้อเที่ยงเ้าจะอิ่มเกินไป”หานอี้เซินดันจานขนมออกไปเป็เชิงว่าจะไม่หยิบขึ้นมาให้นางกินอีก
“เ้าค่ะ ท่านพี่ว่าอย่างไรข้าก็ว่าตามนั้น”มู่ถงเหยารับคำอย่างว่าง่าย รู้สึกโล่งอกแม้ก่อนหน้านางบอกว่าจะรับผิดชอบเองแต่ถึงอย่างไรก็ไม่อยากท้องแตกตายก่อนที่จะได้กินมื้อเที่ยง
“เ้าไปล้างมือก่อนเถิดจะได้ไปกินมื้อเที่ยงกัน”หานอี้เซินพูดขึ้น มู่ถงเหยาก็ลุกขึ้นเดินออกไปพร้อมกับสาวใช้อย่างว่าง่ายเช่นเคย
“เอาไปทิ้ง”น้ำเสียงนุ่มละมุนของหานอี้เซินเอ่ยขึ้นอีกครั้งบ่าวชายที่ยืนอยู่ด้านข้างก็เข้ามานำจานขนมนั้นออกไปทันทีมือหนาจับแผ่นกระดาษที่มีตัวอักษรหยึกยือขึ้นมาพิจารณาจ้องมองอย่างครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า“ฮึ ไม่เหมือนกันจริงๆ ด้วยสินะ”
มู่ถงเหยาที่กินมื้อเที่ยงกับหานอี้เซินเสร็จก็ได้รับมอบหมายให้มาดูแล‘เสี่ยวซือ’ เสี่ยวซือที่ว่าก็คือเ้าสุนัขสีดำตัวใหญ่ที่หานอี้เซินพามาเมื่อวันก่อนนางเพิ่งจะรู้ว่ามันเป็ตัวเมียตั้งชื่อให้ซะน่ารักเชียวช่างไม่เข้ากับรูปลักษณ์เอาซะเลยนะ
“เสี่ยวซือ~ ข้าเอาอาหารมาให้เ้ากินดูสิมีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย”มู่ถงเหยาเดินเข้าไปก็เห็นเสี่ยวซือนอนอยู่ด้านในกรงถึงจะบอกว่าเป็กรงแต่มันก็ดูใหญ่โตราวกับเป็อีกห้องหนึ่งเลยก็ว่าได้เสี่ยวซือที่ได้ยินการเคลื่อนไหวก็เพียงปลายตาชำเลืองมองดูแขกผู้มาเยือนอย่างไม่ใส่ใจ
“นี่ ไม่กินเหรอ ไม่กินจะหิวเอานะ” มู่ถงเหยาเห็นท่าทางไร้การตอบสนองของอีกฝ่ายก็เดินเข้าไปใกล้อีกนิดแต่ก็ยังเว้นระยะห่างไว้พอสมควรกลัวว่าแม่นางเสี่ยวซือจะโมโหแล้วกระโจนใส่นางเข้า
ยัง ยังไม่ขยับอีก เอาใจยากจริงๆ นะ แม่นางเสี่ยวซือตัวนี้นี่!