Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 17 เรื่อง2เรื่อง

      ไม่ต้องมีการเตือนหรือร้องบอกใดๆ ทั้งสองเข้าสู่สภาวะสู้รบในทันที จอมเวทหนุ่มร่ายเวทระดับกลางอย่างรวดเร็ว มิเนอร์วาพุ่งออกไปก่อนที่เชสจะร่ายเวทจบและทันทีที่เธอใช้ทักษะดาบเวทเสริมพลังทั้งสองด็ได้คลุมร่างเธอได้ทันท่วงทีทั้งสองทำหน้าราวกับรู้จักกันมาแรมปี ปลายดาบแหลมแทงทะลุผ่านหนังและขนหนาที่มือของมนุษย์หิมะตอนแรกอย่างง่ายดายไม่เสียชื่อประธานนักเรียนแห่งสถาบันออโรเรียว่ากันตามจริงเยติเป็นมอนสเตอร์ระดับเดียวกับโอเกอร์ทว่าในระดับนั้นกลางเยติเป็นมอนสเตอร์ที่อยู่ในช่วงล่างระดับกลางเท่านั้นเท่านั้นแขนที่ยกขึ้นมาป้องกันถูกแทงทะลุเข้าไป มันร้องคำรามลั่นจนอยากยกนิ้วมาอุดหูเยติตัวที่สองเข้ามาสมทบ กำปั้นขนาดใหญ่อัดตรงไปหวังจะทุบสาวผมดำแต่ต้องผิดหวัง เขาอัดได้แต่ความว่างเปล่านั่นเพราะมิเนอร์วาพลิกร่างใช้เท้าดีดตัวเว้นระยะโดยใช้แบนเยติเป็นฐานเมื่อมองดีๆจะเห็นว่าบนท่อนแขนใหญ่โตนั่นเต็มไปด้วยรูขนาดเล็ก ไม่ต้องสงสัยว่ามันคือผลงานจากทักษะดาบก่อนหน้า“ถ่วงเวลาตัวที่สอง ระหว่างที่ฉันจัดการตัวแรก”“ถ่วงเวลาหรอ ดูถูกกันเกินไปรึเปล่า”ทั้งสองเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งมิเนอร์วาโถมร่างเข้าใส่เยติตัวแรกในขณะที่เชสเข้าขวางหน้าเยติอีกตัว ปลดปล่อยเวทมนตร์ที่เริ่มร่ายตั้งแต่ร่ายสองบทแรกเสร็จ“Combine Stream”“มนตราดัดแปลง : ศาสตราอัสนี”เชสปลดปล่อยเวทมนตร์สายน้ำ วินาทีนั้นพลังปรากฏหยดน้ำต่างจุดต่างๆบนร่างกายเยติทำให้ขนของมันเริ่มชุ่มน้ำ ตามด้วยเชสเริ่มตั้งท่าต่อสู้ด้วยมือเปล่า หากลีโอเนสอยู่ที่นี่คงไม่พ้นตกตะลึงเป็นแน่เพราะการตั้งท่าแบบนี้เป็นสิ่งที่เธอได้รับสืบทอดจากพ่อแท้ๆ และตอนนี้มีเพียงเธอคนเดียวที่รู้จักมัน“จำการตั้งท่านี้ให้ดีและมองการเคลื่อนไหวของศัตรู วิชานี้จะยืมความแข็งแกร่งของศัตรูมาใช้เล่นงานพวกมันเอง แม้แต่จอมเวทที่อ่อนแออย่างนายก็ยังใชได้”“อย่าพูดว่าอ่อนแอสิครับ เจ็บยังไงไม่รู้”บทสนทนาเมื่อครั้งอดีตที่เชสเพิ่งอายุเพียง20กลางๆย้อนกลับเข้ามา ใบหน้าในขณะนี้ยกยิ้มอย่างไม่รู้ตัวในขณะที่เยติชิงเคลื่อนไหวก่อน“มนตราดัดแปลง : ศาสตราอัสนี : ฝ่ามือ”เวทมนตร์ที่สองสำแดงผลพลังเวทบางๆส่งไปยังฝ่ามือทั้งสองข้างที่ตั้งท่ารอศัตรูอยู่ เวทสองบทในครั้งนี้ไม่กินพลังเขามากเช่นเวทบทอื่นเวทเรียกเป็นเพียงเวทที่ใช้เพื่อควบรวมไอน้ำเท่านั้นส่วนมนดราดัดแปลงนี้ เขาปรับใช้มาจากเวทที่ใช้นวดคลายจุด แต่เพิ่มความแรงเข้าไป...นิดหน่อยโฮกร่างใหญ่กว่าเชสหลายเท่ากระโจนเข้าใกล้ กำปั้นแรกเหวี่ยงหมายจะซัดเด็กหนุ่มให้ปลิวอัดกับกำแพง ทว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด จิตใจบัดนี้สงบนิ่งสายตาจ้องมองกล้ามเนื้อศัตรู เมื่อเห็นทิศทางการเคลื่อนไหวของแขน เขาพลันก้าวไปข้างหน้าช้าๆฝ่ามือซ้ายสามารถเข้าถึงข้อพับมันได้อย่างง่ายดาย ขณะที่ฝ่ามือขวาแตะเบาๆที่อกของมัน“ขอดูหน่อยว่าจะมีฝีมืออย่างที่โม้ไว้รึเปล่า”มิเนอร์วาพลิกตัวกลางอากาศหลบการโจมตีของเยติได้ง่ายราวกับเป็นการเคลื่อนไหวธรรมดา สายตาลอบมองเชสเป็นระยะๆและก็ต้องตกใจ“แกจะหนาสักแค่ไหนกันนะ”เชสเปรยเบาๆสายฟ้าที่มือสองข้างได้รับคำสั่งพลันวิ่งไหลเข้าครอบคลุมร่างเยติจะมันแข็งค้างและร้องลั่นหลายวินาทีจนเชสชักมือกลับและถอยเว้นระยะเยติตัวเขื่องทรุดลงหอบกับพื้นแม้แต่มันเองก็ยังงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น มันสบัดไล่ความงุนงงออกแขน4ข้างช่วยมันเคลื่อนไหววิ่งไปด้านหน้าเหมือนลิง เชสไม่หยี่ระกับการโจมตีแต่อย่างใด รอจังหวะที่มันวิ่งเข้ามาก็กระโดดพุ่งใส่พลันกระโดดสูงสองฝ่ามือแตะกลางหลังชุ่มน้ำและส่งกระแสไฟฟ้าเข้าร่างมันโดยตรงไม่ทันจะหายชา ร่างกายเสียการควบคุมจนหัวพุ่งเข้าใส่ผนังถ้ำสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาล มิเนอร์วาหรี่ตามองหลังจากเพิ่งสร้างบาดแผลทั่วตัวเยติ“งี้เองหรอ ทำให้มันเปียกน้ำก่อนและค่อยส่งกระแสไฟฟ้าเข้าไป ถึงเนื้อหนังจะหนาหรือตัวใหญ่ขนาดนี้ น้ำนั่นจะช่วยขยายประสิทธิภาพการโจมตีให้ เหมาะกับการใช้กับพวกศัตรูที่ไม่มีสติปัญญาสินะ เลือกได้ดี”“ไหวรึเปล่าไอ้ตัวใหญ่ จะเริ่มเอาจริงล่ะนะ สายฟ้ากระตุ้น”มีน่าที่กำลังจะโจมตีถึงกับชะงักและแทบจะสบัดทั้งหัวไปมองเชส จะไม่ให้มองได้ยังไงล่ะก็เวทมนตร์ที่เขาใช้มันเป็นแค่เวทมนตร์ที่เอาไว้นวดกล้ามเนื้อเท่านั้นแววตาแฝงความเศร้าจนปิดเอาไว้ไม่มิด ความทรงจำจากชาติที่แล้วทำให้เขาจดจำเรื่องหนึ่งได้สายฟ้ากระตุ้นเวทมนตร์ที่เขาเคยใช้เพื่อรับจ้างนวดให้คนอื่นเพื่อเศษเงินและเอาใจอาจาย์เพื่อคะแนนไม่กี่คะแนน จนค้นพบความลับบางอย่างที่ซ่อนภายในเวทมนตร์นี้ นั่นคือหากใช้ความแรงที่เหมาะสมจะสามารถกระตุ้นกล้ามเนื้อให้มีพละกำลังมากขึ้นได้ชั่วขณะและเมื่อรวมกับกระบวนท่าที่ได้รับการฝึกสอนนี้...เชสก้มหลบแขนทั้งสี่ที่พุ่งเข้ามาหมายจะรัดเขาให้ตาย สายฟ้ากระตุ้นสร้างความแข็งแรงให้ลูกเตะนี้ซัดเข้าเต็มข้อพับของเยติจนมันลงมาคุกเข่า ไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือ สองขาดีดตัวเข้าขี่คอมัน สองมือวางไว้บริเวณขมับทั้งสองข้าง...สิ่งใดจะเกิดขึ้นคงไม่ต้องเดาเวทบทที่สามที่ร่ายไว้ปลดปล่อยออกมา ไฟฟ้าแรงสูงตรงผ่านผิวหนังเข้าสมองเยติโดยตรงสายฟ้ามหาศาลย่างสดสมองเยติจนมันสิ้นใจในเวลาไม่นาน“อำมหิตเกินคาดนะ”เสียงเรียกเขาให้หันไปมิเนอร์วาเดินมาพร้อมเรเปียร์สบัดเลือดและเกือบเข้าฝัก เชสขยับตามองเลยไปด้านหลังศพเยติที่มีแผลทั่วร่างนอนแผ่หรากับพื้น ซึ่งแผลที่พรากชีวิตมันคือรอยดาบเจาะทะลุคอนั่น“ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องของมุมมองมากกว่า”เชสปฏิเสธพลางลุกขึ้นจากศพเยติและขำในใจ‘อำมหิตหรอ เธอพูดได้เพราะยังไม่เคยเห็นอนาคตไงล่ะ’“และเราจะเอายังไงกันต่อ”เด็กหนุ่มหันไปถามความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาว นางกวาดสายตาสำรวจสภาพรอบกาย ที่ๆพวกเขาอยู่มีสภาพเป็นอุโมงค์สูง7เมตรกว่า กว้าง5เมตรเห็นได้จะ ทั้งข้างหน้าข้างหลังมีทางไปต่อ พวกเขาไม่รู้เลยว่าฝั่งไหนจะพาไปไหน“ตามจริงในสถานการณ์นี้เราควรออกจากที่นี่เพื่อความปลอดภัย...”“แล้ว?”“ฟราสันเป็นคนถือคริสตัลเคลื่อนย้ายเอาไว้”เชสเอามือตีหน้าผากตัวเอง คริสตัลเคลื่อนย้ายถึงจะบอกว่าคริสตัลเคลื่อนย้ายแต่ใช่ว่ามันจะพาไปที่ไหนก็ได้ มันเพียงแค่พาออกจากดันเจี้ยนที่ถือเป็นอาณาเขตเวทมนตร์อย่างหนึ่งที่ถูกสร้างโดยมอนสเตอร์เท่านั้น“แปลว่าเราต้องตามหาคนอื่นๆสินะ”“ไม่จำเป็นแค่เจอใครสักคนที่มีคริสตัลเคลื่อนย้ายและขอให้พาเราออกไปก็พอ”“พวกนั้นจะยอมหรอ”“แค่เอาเงินฟาดซะ”‘แม่ง พวกมีเงินเอ้ย’ตั้งแต่มาอยู่กับสมาชิกทีมนี้ เขาได้เห็นการใช้งินไม่คิดหน้าคิดหลังตั้งแต่วันแรกยันวันนี้ ทุกวันตอนนอนก็แวะพักที่เมืองและต้องเป็นห้องที่ดีที่สุด ซื้อของกันอย่างกันมาเดินช็อปปิ้ง ก่อนจะมาถึงเมืองล่าสุดแม้แต่ยูรีนสาวผมน้ำเงินที่ดูขรึมๆยังมีแวะซื้อเสื้อผ้าจำนวนมากและจ้างให้คนเอาไปส่งที่สถาบัน“งั้นเลือกมาสักทางแล้วกัน ถ้าเราเดินตรงไปมันจะเป็นทางที่พวกเยติเดินมา อาจเป็นรังมันก็ได้”เชสตัดสินใจลืมเรื่องนั้นไปซะ คิดมากจะพาลเครียดซะเปล่าๆ“งั้นเอาทางนั้นแหละ”มิเนอร์วาไม่รอคำตอบก่อนเริ่มก้าวไปยังทางที่เยติจากมา ทำเชสขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ไม่รอให้เขาถามเธอชิงอธิบายก่อน“มีความเป็นไปได้สูงว่าทางนั้นมีรังของมัน เผลอๆเราอาจจะเจอที่เก็บสมบัติด้วยก็ได้...ทำไม หรือว่าเยติตัวเดียวทำเธอเหนื่อยแล้ว”“บ้าหรอ แค่นี้ยังใช้มานาไปไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ”เชสยิ้มหยอกให้กับคำพูดกระตุ้นของพาร์ทเนอร์สาวและก้าวตามไปข้างหน้า ภายในโถงทางเดินสถาบันออโรเรีย เด็กสาวผมทองในชุดเครื่องแบบสายอัศวินห้องหนึ่งยืนหยุดอยู่หน้าประตูไม้บายหนึ่งก๊อก ก๊อก“เชิญครับ”ผู้มาเยือนเปิดประตูเข้าไปพบกับความวุ่นวาย เสียงเอะอะโวยวายดังออกมาไม่หยุดหย่อน เสียงพูดคุยกันปนกับเสียงปากกาที่กำลังขีดเขียน เด็กหนุ่มผมทองหยิกนั่งหัวหมุน มือที่ขยับอย่างรวดเร็วหยุดชะงัก ศีรษะเงยมองแขก“อ้าว คุณลิเรเรีย ไม่ธุระอะไรหรอครับ”สาวผมทองชะงักกับขอบสีดำใต้ตาเพื่อนร่วมห้อง“ดูวุ่นวายจังนะ”เสียงเนิบไร้อารมณ์ทักขึ้น นิโคลหัวเราะด้วยพลังงานอันน้อยนิดก่อนตอบน้ำเสียงยานคล้ายวิญญาณใกล้ออกจากร่างเต็มที“อ๋อครับ ขอโทษด้วยครับ พอดีผู้อำนวยการเพิ่งอนุมัติงบสร้างสนามประลองใหม่น่ะครับ”“จะสร้างแล้วหรอ”ลิเรเรียขมวดคิ้วสงสัย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ยอมอมัติแท้ๆทำไมจู่ๆ...“ครับ ท่านบอกว่าป่าข้างหอพักชายไม่ได้ใช้ทำอะไรเลยว่าจะสร้างลานกิจกรรมไว้พร้อมกับลานประลองน่ะครับ เห็นว่าจะเอาให้ใหญ่กว่าสนามประลองโซรอสของเมืองหลวงด้วย”ราวกับโดนค้อนทุบเข้าที่หัว อาการมึนงงชั่วขณะแล่นไปทั้งร่าง“ง งั้นหรอ”“ครับ ว่าแต่คุณลิเรเรียมาทำอะไรหรอครับ”“มาแจ้งคนหายน่ะ”เด็กสาวกลับมาได้สติอีกครั้งหนึ่งหลังจากเงียบไปหลายวินาที คราวนี้เป็นนิโคลที่เอียงคอสงสัย ถ้าหากมีคนหายคนที่ควรมาแจ้งไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นสาวคนนี้แต่เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยหรือคนคุณหอพัก ไม่ก็อาจารย์ไม่ใช่รึไง“ใครหรอครับ”สุดท้ายเขาตัดสินใจถาม ไม่คากว่าคำตอบจะเป็นชื่อของคนที่คุ้นเคย“เชส เซอเซส ปี1 ห้อง10”“อ๋อ คุณเชสนี่เอง ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับเขาออกไปทำภารกิจกับประธานนักเรียนน่ะครับ”“ภารกิจ?”“เรื่องนี้ยังไม่ค่อยมีคนรู้หรอกครับ แต่คุณเชสเป็นพาร์ทเนอร์ของประธานนักเรียน”

    ..................................................................................