คุณยายยิ้มพร้อมกับกล่าว“ใครจะไปทำเป็ มันไม่ได้ทำได้ง่ายๆ”
“คุณยายคะในหนังสือมีวิธีทำเขียนบอกเอาไว้ ไว้ว่างๆ หนูค่อยลองทำดู”
คุณตาใช้มือเขกที่ศีรษะเธอไม่แรงนัก“โม่โม่ หลานเป็เด็ก อย่ามัวแต่คิดทำเต้าหู้เลย การบดถั่วมันลำบากหลานทำเื่ย้ายทะเบียนบ้านเสร็จแล้วหรือยัง”
เธอนึกถึงร่างกายของตัวเองที่อ่อนแอไม่ค่อยมีแรงเช่นนั้นคงต้องพักเื่ทำเต้าหู้เอาไว้ก่อน
“เรียบร้อยแล้วค่ะเดี๋ยวเอาหนังสือรับรองไปให้ผู้ใหญ่บ้านแค่นี้ทะเบียนบ้านของหนูกับน้องก็ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้แล้ว”
“เอามาให้ตาพรุ่งนี้ตาจะเอาไปให้ผู้ใหญ่บ้านเอง”
“ค่ะ”เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ความจริงแล้วคือล้วงมือเข้าไปในโกดังสินค้าเพื่อหยิบหนังสือรับรองออกมา ก่อนจะส่งให้คุณตา
“คุณยายคะวันนี้กินยาหรือยังคะ”
“กินแล้วยาได้ผลดีจริงๆ หายใจได้โล่งขึ้นเยอะ”
“งั้นก็กินติดต่อกันนะคะ”
“ไม่ต้องหรอกยายดีขึ้นแล้ว”
“คุณยายคะโรคหัวใจของยายจำเป็ต้องกินยาติดต่อกัน คุณยายอดทนกินต่ออีกหน่อยเถอะค่ะ”
คุณยายทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่คุณตากลับพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจขึ้นมาเสียก่อนว่า “หลานมันอุตส่าห์ซื้อยามาให้แกก็อดทนกินไปหน่อยเถอะ”
“ก็ได้ฉันเชื่อแกกับหลาน”
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเซี่ยโม่เก็บโต๊ะ นำจานชามไปล้างอย่างขยันขันแข็ง
เช้าวันต่อมาฟ้าเพิ่งจะเริ่มมีแสงสว่าง เซี่ยโม่ตื่นนอนลุกลงจากเตียง แล้วออกไปวิ่งรอบหมู่บ้าน
ครบหนึ่งรอบเวลาก็ผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมง
พอเหงื่อออกเต็มตัวเธอก็กลับมาที่บ้านพบว่าคุณตาคุณยายตื่นนอนแล้ว
คุณยายกำลังทำอาหารเช้าส่วนคุณตากำลังเก็บจัดระเบียบข้าวของภายในบ้าน
เธอเข้าไปในห้องครัว“คุณยายคะ เดี๋ยวหนูทำอาหารเช้าเอง เช้านี้จะทำอะไรกินคะ”
คุณยายตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ก็กินของเมื่อวานนั่นแหละ โจ๊กข้าวฟ่างที่ทำไว้เมื่อวานยังเหลืออยู่ไม่น้อยเอามาอุ่นก็กินได้แล้ว ยายอุ่นเอาไว้แล้ว ว่าแต่หลานเถอะ ออกไปไหนมาแต่เช้าเหงื่อออกเต็มตัวเชียว”
เธอตอบอย่างกระตือรือร้น“หนูไปออกกำลังกายตอนเช้ามาค่ะ วิ่งรอบหมู่บ้านมาหนึ่งรอบวิ่งเสร็จแล้วรู้สึกดีมาก ต่อไปหนูจะออกไปวิ่งทุกเช้าเลย ร่างกายจะได้แข็งแรง”
“ดีๆ”
“คุณตาคะกองการผลิตของหมู่บ้านมีงานเก็บหญ้าแห้วหมูใช่ไหมคะเมื่อก่อนหนูจะไปเก็บหญ้าแห้วหมูหนึ่งกระบุงทุกเช้า ได้แต้มการทำงานตั้งสามแต้ม”
“มีสิกระบุงหนึ่งได้สามแต้มเหมือนกันแต่ก่อนนี้หลานบอกว่าจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรไม่ใช่เหรอ”
“เื่นี้ยังไม่รีบค่ะหนูจะไปเก็บหญ้าแห้วหมูก่อน ได้แต้มการทำงานแล้วค่อยขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร”
“โม่โม่ตอนขึ้นเขาก็อย่าเข้าไปในป่าลึก อยู่แต่รอบนอกก็พอ แล้วก็รีบกลับมารู้ไหม”คุณตากำชับอย่างเป็ห่วง
เธอพยักหน้า“ค่ะ”
หลังจากรับประทานมื้อเช้าคุณตาคุณยายก็ออกไปทำงาน
เธอกำชับน้องชายหลายประโยคจากนั้นจึงออกจากบ้าน ไปเก็บหญ้าแห้วหมูก่อนเป็อย่างแรก
เรียบร้อยแล้วเซี่ยโม่จึงไปหาคนจดแต้มการทำงานแจ้งชื่อของเธอและชื่อคุณตารอจนอีกฝ่ายบันทึกเสร็จถึงค่อยเดินขึ้นเขาไปอย่างอารมณ์ดี
ก่อนหน้านี้เธอมักขึ้นเขาไปเก็บไม้มาทำเป็ฟืนฟืนที่ใช้ในบ้านล้วนเป็เธอแบกลงมาจากเขาทั้งสิ้น
วันนี้ในที่สุดเธอก็ได้ขึ้นเขาเพราะเป้าหมายอื่นเดินมาได้สักพัก แววตาเธอพลันเป็ประกาย
ต้องขุดดอกผูกงอิงตรงนั้นแล้วก็ผักกาดน้ำตรงโน้นด้วย
ว้าวผลฟู่เผินจื่อ[1]ที่ขึ้นตรงพุ่มไม้นั้นสุกแล้ว ถ้าเด็ดกลับไปคุณยายกับน้องชายต้องชอบมากแน่
ระหว่างที่เธอเก็บผลฟู่เผินจื่อเธอก็ได้ค้นพบของดีอีกหนึ่งอย่าง
นั่นคืออู่เว่ยจื่อ[2]ไม่ใช่เหรอนั่น
ผลไม้ชนิดนี้มีสรรพคุณในการรักษาโรคหัวใจหากนำไปแปรรูป สามารถนำไปต้มเป็น้ำให้คุณยายดื่มได้ตลอดทั้งปีเธอเลยจะเก็บมันกลับไปด้วย
ทันใดนั้นเองเซี่ยโม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากพุ่มไม้ข้างหน้าซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน
เธอระแวดระวังตัวขึ้นมาในทันทีหันไปมองรอบๆ ตัว พบว่าตัวเองเดินขึ้นเข้าป่ามาลึกพอสมควรโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด
เซี่ยโม่ยังคงจับจ้องบริเวณที่มีเสียงความเคลื่อนไหวพอเพ่งมองให้ดีถึงได้เห็นว่าต้นตอของเสียงคือไก่ป่าตัวหนึ่ง
เธอวางตะกร้าที่สะพายหลังลงบนพื้นอย่างระมัดระวังก่อนจะพุ่งไปหาไก่ป่าตัวนั้นประหนึ่งเสือที่กำลังตะครุบเหยื่อ
จังหวะที่เธอจับไก่ป่าตัวนั้นเอาไว้หูได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแตกเบาๆ
เธอก้มมองที่แท้ไก่ป่าตัวนี้กำลังนั่งกกไข่อยู่นั่นเอง
เธอตะครุบไก่ป่าตัวนี้แรงไปหน่อยไข่เลยแตกไปสองฟอง มันคงเพิ่งนั่งกกไข่ได้ไม่นาน แล้วก็ถูกเธอจับตัวได้
ในโกดังสินค้าใช่ว่าไม่มีพวกของสดแต่เธอไม่รู้จะอ้างเหตุผลอะไรเพื่อนำมันออกมา
เธอค้นพบว่าเวลาในโกดังสินค้าหยุดนิ่งต่อให้ผ่านไปสองวันอาหารที่อยู่ในนั้นก็ยังคงสดใหม่
ไก่ป่าที่จับมาสามารถเอากลับไปทำซุปไก่ให้คุณยายรับประทานได้ใส่ผลไม้ห้ารสลงไปด้วย ดีต่อโรคหัวใจของคุณยายอย่างยิ่ง
เธอมัดขาและปากของไก่ป่าไม้ที่จะนำกลับไปทำฟืนก็ใช้เชือกซึ่งทำจากหญ้ามัดเอาไว้หลวมๆให้เหลือที่ตรงกลางสำหรับใส่ไก่ป่า
เธอเก็บไข่ที่ยังไม่แตกของมันใส่ตะกร้ากลับไปด้วย
ยุคนี้สัตว์บนเขามักจะอยู่รวมกันเป็กลุ่มพวกชาวบ้านมักแอบขึ้นเขามาล่าสัตว์เพื่อนำกลับไปเป็อาหาร
วันนี้เธอได้ของดีกลับไปไม่น้อยเธอสะพายตะกร้า ถือไม้กองหนึ่งลงจากเขา
เมื่อเซี่ยโม่กลับถึงบ้านคุณยายที่ไปให้อาหารหมูก็กลับมาบ้านพอดี
“คุณยาย…”
“โม่โม่เป็ยังไงบ้าง”
เธอยิ้ม“คุณยาย หนูมีของดีจะให้ด้วยค่ะ”
เฉินเฟิงที่ได้ยินเสียงวิ่งออกมาจากในห้อง “พี่ครับ เก็บของอร่อยอะไรกลับมาเหรอครับ”
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระหยิ่มยิ้มย่อง“เฉินเฟิง พี่เก็บผลไม้ป่ามาฝากเราด้วย”
เด็กชายตาโตน้ำลายเริ่มสอ “กิน ผมอยากกิน!”
“ใจเย็น”
เธอวางตะกร้าที่สะพายอยู่บนไหล่ลงและวางกองไม้ลงบนพื้น
จากนั้นนำไก่ป่าออกมารวมถึงไข่ของมันที่อยู่ในตะกร้า
คุณยายถึงกับตะลึงไม่นานก็ได้สติกลับคืนมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดีว่า “โม่โม่ หลานนี่โชคดีจริงๆยายไม่ได้ยินมานานแล้วว่ามีคนจับไก่ป่าบนเขาได้ แถมยังได้ไข่ไก่มาด้วย”
“คุณยายเป็พวกเราโชคดีต่างหากละคะจะได้เอามาทำซุปไก่ให้คุณยายกับเฉินเฟิงกินบำรุงร่างกาย”
“ทุกคนกินด้วยกันต่างหากแถมได้ไข่ไก่มาตั้งหลายฟอง ดีจริงๆ!”
ระหว่างที่เดินกลับบ้านเธอคิดว่าโอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง เลยนำไข่ไก่ออกมาจากโกดังสินค้ามาวางรวมกับไข่ของไก่ป่า หน้าตาของพวกมันคล้ายๆ กัน ดูไม่ออกแน่นอน
แล้วก็เป็จริงดังที่คิดไว้คุณยายดูไม่ออก
“ตอนที่หนูเจอมันกำลังกกไข่อยู่พอดี หนูทำแตกไปสองฟอง คงเป็ไข่ที่มันเพิ่งออกได้ไม่นาน”
“น่าสงสารจริงๆ…”คุณยายเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจ
เธอนำอู่เว่ยจื่อกับฟู่เผินจื่อออกมาจากในตะกร้าอย่างระมัดระวังรวมถึงพวกสมุนไพร
นำฟู่เผินจื่อไปล้างน้ำจนสะอาดใส่ในถ้วยแล้วยื่นให้น้องชาย จากนั้นถึงค่อยไปจัดการกับไก่ป่า
รอจนคุณตากลับมาในห้องครัวก็อวลไปด้วยกลิ่นหอม คุณตามองหลานสาวด้วยความประหลาดใจ
“หลานจับไก่ป่ามาได้งั้นเหรอ”คุณตาเอ่ยถาม
คุณตาจมูกดีเหลือเกินแยกแยะกลิ่นออกด้วย เธอพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ
“หลานนี่โชคดีจริงๆ”คุณตาเอ่ยชม
เธอเองก็คิดว่าตัวเองโชคดีมากเช่นกัน
หลังจากได้กลับมาเกิดใหม่ไม่เพียงช่วยน้องชายกลับมาได้ ยังหลุดพ้นจากบ้านหลังนั้นอีกด้วย
ทั้งยังมีโอกาสได้อยู่เป็เพื่อนคุณตาคุณยายพวกเธอทั้งสี่คนได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เรียกได้ว่าโชคดีอย่างยิ่ง
เธอพยักหน้ารัว“ต่อไปพวกเราต้องโชคดียิ่งกว่านี้อีกแน่ค่ะ”
คุณตาพยักหน้าเช่นกัน“ตาเชื่อ มีพวกหลานอยู่ ชีวิตพวกเรามีแต่จะยิ่งดีขึ้นๆ”
มื้อเย็นวันนี้คือข้าวสวยร้อนๆกับซุปไก่หอมกรุ่น ทั้งสี่คนนั่งรับประทานอาหารด้วยกันอย่างมีความสุข
เซี่ยโม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขึ้นมาว่า“พรุ่งนี้หนูจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรอีก บนเขามีของดีเยอะเลย”
“โม่โม่ระวังตัวด้วยละ” คุณตาไม่วายกำชับอย่างเป็ห่วง
เธอพยักหน้า“ค่ะ หนูจะระวังตัวค่ะ”
-----------------------------------
[1]ฟู่เผินจื่อ คือ ราสป์เบอร์รี
[2]อู่เว่ยจื่อ คือ ชิแซนดราเบอร์รี เป็พืชสมุนไพรที่ใช้ในตำรับยานิยมทำเป็ชาดื่มกัน