ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ผู้มั่งคั่งด้วยโกดังสินค้าในยุค 70 (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 16 บนเขามีของดีเยอะเหลือเกิน

            คุณยายยิ้มพร้อมกับกล่าว“ใครจะไปทำเป็๲ มันไม่ได้ทำได้ง่ายๆ”

            “คุณยายคะในหนังสือมีวิธีทำเขียนบอกเอาไว้ ไว้ว่างๆ หนูค่อยลองทำดู”

            คุณตาใช้มือเขกที่ศีรษะเธอไม่แรงนัก“โม่โม่ หลานเป็๲เด็ก อย่ามัวแต่คิดทำเต้าหู้เลย การบดถั่วมันลำบากหลานทำเ๱ื่๵๹ย้ายทะเบียนบ้านเสร็จแล้วหรือยัง”

            เธอนึกถึงร่างกายของตัวเองที่อ่อนแอไม่ค่อยมีแรงเช่นนั้นคงต้องพักเ๹ื่๪๫ทำเต้าหู้เอาไว้ก่อน

            “เรียบร้อยแล้วค่ะเดี๋ยวเอาหนังสือรับรองไปให้ผู้ใหญ่บ้านแค่นี้ทะเบียนบ้านของหนูกับน้องก็ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้แล้ว”

            “เอามาให้ตาพรุ่งนี้ตาจะเอาไปให้ผู้ใหญ่บ้านเอง”

            “ค่ะ”เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ความจริงแล้วคือล้วงมือเข้าไปในโกดังสินค้าเพื่อหยิบหนังสือรับรองออกมา ก่อนจะส่งให้คุณตา

            “คุณยายคะวันนี้กินยาหรือยังคะ”

            “กินแล้วยาได้ผลดีจริงๆ หายใจได้โล่งขึ้นเยอะ”

            “งั้นก็กินติดต่อกันนะคะ”

            “ไม่ต้องหรอกยายดีขึ้นแล้ว”

            “คุณยายคะโรคหัวใจของยายจำเป็๞ต้องกินยาติดต่อกัน คุณยายอดทนกินต่ออีกหน่อยเถอะค่ะ”

            คุณยายทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่คุณตากลับพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจขึ้นมาเสียก่อนว่า “หลานมันอุตส่าห์ซื้อยามาให้แกก็อดทนกินไปหน่อยเถอะ”

            “ก็ได้ฉันเชื่อแกกับหลาน”

            หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเซี่ยโม่เก็บโต๊ะ นำจานชามไปล้างอย่างขยันขันแข็ง

            เช้าวันต่อมาฟ้าเพิ่งจะเริ่มมีแสงสว่าง เซี่ยโม่ตื่นนอนลุกลงจากเตียง แล้วออกไปวิ่งรอบหมู่บ้าน

            ครบหนึ่งรอบเวลาก็ผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมง

            พอเหงื่อออกเต็มตัวเธอก็กลับมาที่บ้านพบว่าคุณตาคุณยายตื่นนอนแล้ว

            คุณยายกำลังทำอาหารเช้าส่วนคุณตากำลังเก็บจัดระเบียบข้าวของภายในบ้าน

            เธอเข้าไปในห้องครัว“คุณยายคะ เดี๋ยวหนูทำอาหารเช้าเอง เช้านี้จะทำอะไรกินคะ”

            คุณยายตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ก็กินของเมื่อวานนั่นแหละ โจ๊กข้าวฟ่างที่ทำไว้เมื่อวานยังเหลืออยู่ไม่น้อยเอามาอุ่นก็กินได้แล้ว ยายอุ่นเอาไว้แล้ว ว่าแต่หลานเถอะ ออกไปไหนมาแต่เช้าเหงื่อออกเต็มตัวเชียว”

            เธอตอบอย่างกระตือรือร้น“หนูไปออกกำลังกายตอนเช้ามาค่ะ วิ่งรอบหมู่บ้านมาหนึ่งรอบวิ่งเสร็จแล้วรู้สึกดีมาก ต่อไปหนูจะออกไปวิ่งทุกเช้าเลย ร่างกายจะได้แข็งแรง”

            “ดีๆ”

            “คุณตาคะกองการผลิตของหมู่บ้านมีงานเก็บหญ้าแห้วหมูใช่ไหมคะเมื่อก่อนหนูจะไปเก็บหญ้าแห้วหมูหนึ่งกระบุงทุกเช้า ได้แต้มการทำงานตั้งสามแต้ม”

            “มีสิกระบุงหนึ่งได้สามแต้มเหมือนกันแต่ก่อนนี้หลานบอกว่าจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรไม่ใช่เหรอ”

            “เ๹ื่๪๫นี้ยังไม่รีบค่ะหนูจะไปเก็บหญ้าแห้วหมูก่อน ได้แต้มการทำงานแล้วค่อยขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร”

            “โม่โม่ตอนขึ้นเขาก็อย่าเข้าไปในป่าลึก อยู่แต่รอบนอกก็พอ แล้วก็รีบกลับมารู้ไหม”คุณตากำชับอย่างเป็๲ห่วง

            เธอพยักหน้า“ค่ะ”

            หลังจากรับประทานมื้อเช้าคุณตาคุณยายก็ออกไปทำงาน

            เธอกำชับน้องชายหลายประโยคจากนั้นจึงออกจากบ้าน ไปเก็บหญ้าแห้วหมูก่อนเป็๞อย่างแรก

            เรียบร้อยแล้วเซี่ยโม่จึงไปหาคนจดแต้มการทำงานแจ้งชื่อของเธอและชื่อคุณตารอจนอีกฝ่ายบันทึกเสร็จถึงค่อยเดินขึ้นเขาไปอย่างอารมณ์ดี

            ก่อนหน้านี้เธอมักขึ้นเขาไปเก็บไม้มาทำเป็๞ฟืนฟืนที่ใช้ในบ้านล้วนเป็๞เธอแบกลงมาจากเขาทั้งสิ้น

            วันนี้ในที่สุดเธอก็ได้ขึ้นเขาเพราะเป้าหมายอื่นเดินมาได้สักพัก แววตาเธอพลันเป็๲ประกาย

            ต้องขุดดอกผูกงอิงตรงนั้นแล้วก็ผักกาดน้ำตรงโน้นด้วย

            ว้าวผลฟู่เผินจื่อ[1]ที่ขึ้นตรงพุ่มไม้นั้นสุกแล้ว ถ้าเด็ดกลับไปคุณยายกับน้องชายต้องชอบมากแน่

            ระหว่างที่เธอเก็บผลฟู่เผินจื่อเธอก็ได้ค้นพบของดีอีกหนึ่งอย่าง

            นั่นคืออู่เว่ยจื่อ[2]ไม่ใช่เหรอนั่น

            ผลไม้ชนิดนี้มีสรรพคุณในการรักษาโรคหัวใจหากนำไปแปรรูป สามารถนำไปต้มเป็๞น้ำให้คุณยายดื่มได้ตลอดทั้งปีเธอเลยจะเก็บมันกลับไปด้วย

            ทันใดนั้นเองเซี่ยโม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากพุ่มไม้ข้างหน้าซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน

            เธอระแวดระวังตัวขึ้นมาในทันทีหันไปมองรอบๆ ตัว พบว่าตัวเองเดินขึ้นเข้าป่ามาลึกพอสมควรโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด

            เซี่ยโม่ยังคงจับจ้องบริเวณที่มีเสียงความเคลื่อนไหวพอเพ่งมองให้ดีถึงได้เห็นว่าต้นตอของเสียงคือไก่ป่าตัวหนึ่ง

            เธอวางตะกร้าที่สะพายหลังลงบนพื้นอย่างระมัดระวังก่อนจะพุ่งไปหาไก่ป่าตัวนั้นประหนึ่งเสือที่กำลังตะครุบเหยื่อ

            จังหวะที่เธอจับไก่ป่าตัวนั้นเอาไว้หูได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแตกเบาๆ

            เธอก้มมองที่แท้ไก่ป่าตัวนี้กำลังนั่งกกไข่อยู่นั่นเอง

            เธอตะครุบไก่ป่าตัวนี้แรงไปหน่อยไข่เลยแตกไปสองฟอง มันคงเพิ่งนั่งกกไข่ได้ไม่นาน แล้วก็ถูกเธอจับตัวได้

            ในโกดังสินค้าใช่ว่าไม่มีพวกของสดแต่เธอไม่รู้จะอ้างเหตุผลอะไรเพื่อนำมันออกมา

            เธอค้นพบว่าเวลาในโกดังสินค้าหยุดนิ่งต่อให้ผ่านไปสองวันอาหารที่อยู่ในนั้นก็ยังคงสดใหม่

            ไก่ป่าที่จับมาสามารถเอากลับไปทำซุปไก่ให้คุณยายรับประทานได้ใส่ผลไม้ห้ารสลงไปด้วย ดีต่อโรคหัวใจของคุณยายอย่างยิ่ง

            เธอมัดขาและปากของไก่ป่าไม้ที่จะนำกลับไปทำฟืนก็ใช้เชือกซึ่งทำจากหญ้ามัดเอาไว้หลวมๆให้เหลือที่ตรงกลางสำหรับใส่ไก่ป่า

            เธอเก็บไข่ที่ยังไม่แตกของมันใส่ตะกร้ากลับไปด้วย

            ยุคนี้สัตว์บนเขามักจะอยู่รวมกันเป็๲กลุ่มพวกชาวบ้านมักแอบขึ้นเขามาล่าสัตว์เพื่อนำกลับไปเป็๲อาหาร

            วันนี้เธอได้ของดีกลับไปไม่น้อยเธอสะพายตะกร้า ถือไม้กองหนึ่งลงจากเขา

            เมื่อเซี่ยโม่กลับถึงบ้านคุณยายที่ไปให้อาหารหมูก็กลับมาบ้านพอดี

            “คุณยาย…”

            “โม่โม่เป็๲ยังไงบ้าง”

            เธอยิ้ม“คุณยาย หนูมีของดีจะให้ด้วยค่ะ”

            เฉินเฟิงที่ได้ยินเสียงวิ่งออกมาจากในห้อง “พี่ครับ เก็บของอร่อยอะไรกลับมาเหรอครับ”

            เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระหยิ่มยิ้มย่อง“เฉินเฟิง พี่เก็บผลไม้ป่ามาฝากเราด้วย”

            เด็กชายตาโตน้ำลายเริ่มสอ “กิน ผมอยากกิน!”

            “ใจเย็น”

            เธอวางตะกร้าที่สะพายอยู่บนไหล่ลงและวางกองไม้ลงบนพื้น

            จากนั้นนำไก่ป่าออกมารวมถึงไข่ของมันที่อยู่ในตะกร้า

            คุณยายถึงกับตะลึงไม่นานก็ได้สติกลับคืนมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดีว่า “โม่โม่ หลานนี่โชคดีจริงๆยายไม่ได้ยินมานานแล้วว่ามีคนจับไก่ป่าบนเขาได้ แถมยังได้ไข่ไก่มาด้วย”

            “คุณยายเป็๞พวกเราโชคดีต่างหากละคะจะได้เอามาทำซุปไก่ให้คุณยายกับเฉินเฟิงกินบำรุงร่างกาย”

            “ทุกคนกินด้วยกันต่างหากแถมได้ไข่ไก่มาตั้งหลายฟอง ดีจริงๆ!”

            ระหว่างที่เดินกลับบ้านเธอคิดว่าโอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง เลยนำไข่ไก่ออกมาจากโกดังสินค้ามาวางรวมกับไข่ของไก่ป่า หน้าตาของพวกมันคล้ายๆ กัน ดูไม่ออกแน่นอน

            แล้วก็เป็๲จริงดังที่คิดไว้คุณยายดูไม่ออก

            “ตอนที่หนูเจอมันกำลังกกไข่อยู่พอดี หนูทำแตกไปสองฟอง คงเป็๞ไข่ที่มันเพิ่งออกได้ไม่นาน”

            “น่าสงสารจริงๆ…”คุณยายเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจ

            เธอนำอู่เว่ยจื่อกับฟู่เผินจื่อออกมาจากในตะกร้าอย่างระมัดระวังรวมถึงพวกสมุนไพร

            นำฟู่เผินจื่อไปล้างน้ำจนสะอาดใส่ในถ้วยแล้วยื่นให้น้องชาย จากนั้นถึงค่อยไปจัดการกับไก่ป่า

            รอจนคุณตากลับมาในห้องครัวก็อวลไปด้วยกลิ่นหอม คุณตามองหลานสาวด้วยความประหลาดใจ

            “หลานจับไก่ป่ามาได้งั้นเหรอ”คุณตาเอ่ยถาม

            คุณตาจมูกดีเหลือเกินแยกแยะกลิ่นออกด้วย เธอพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ

            “หลานนี่โชคดีจริงๆ”คุณตาเอ่ยชม

            เธอเองก็คิดว่าตัวเองโชคดีมากเช่นกัน

            หลังจากได้กลับมาเกิดใหม่ไม่เพียงช่วยน้องชายกลับมาได้ ยังหลุดพ้นจากบ้านหลังนั้นอีกด้วย

            ทั้งยังมีโอกาสได้อยู่เป็๞เพื่อนคุณตาคุณยายพวกเธอทั้งสี่คนได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เรียกได้ว่าโชคดีอย่างยิ่ง

            เธอพยักหน้ารัว“ต่อไปพวกเราต้องโชคดียิ่งกว่านี้อีกแน่ค่ะ”

            คุณตาพยักหน้าเช่นกัน“ตาเชื่อ มีพวกหลานอยู่ ชีวิตพวกเรามีแต่จะยิ่งดีขึ้นๆ”

            มื้อเย็นวันนี้คือข้าวสวยร้อนๆกับซุปไก่หอมกรุ่น ทั้งสี่คนนั่งรับประทานอาหารด้วยกันอย่างมีความสุข

            เซี่ยโม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขึ้นมาว่า“พรุ่งนี้หนูจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรอีก บนเขามีของดีเยอะเลย”

            “โม่โม่ระวังตัวด้วยละ” คุณตาไม่วายกำชับอย่างเป็๲ห่วง

            เธอพยักหน้า“ค่ะ หนูจะระวังตัวค่ะ”

             

            -----------------------------------

            [1]ฟู่เผินจื่อ คือ ราสป์เบอร์รี

            [2]อู่เว่ยจื่อ คือ ชิแซนดราเบอร์รี เป็๞พืชสมุนไพรที่ใช้ในตำรับยานิยมทำเป็๞ชาดื่มกัน