เมื่อปราศจากนายเงือกให้คอยเฝ้าระวังแล้ว ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ปรกติ อ้างว้างและเงียบเหงา…
พอมีคนให้เฝ้าจับตามองครั้งหนึ่ง พอคนจากไปผมก็เลยรู้สึกเบื่อเพราะขาดอะไรทำ อย่างน้อยๆ ตอนที่เ้าเงือกยังอยู่ผมก็พอจะยุ่งวุ่นวายกับการแกล้งทำเป็ทากทะเลปรกติพร้อมๆ กับหามุมเหมาะๆ คอยสอดส่องเขาได้ คอยคิดวิธีที่จะได้เข้าไปมองใกล้ๆ เงือกตนนั้นมากขึ้นอีกสักนิด ขยับเข้าไปใกล้อีกสักหน่อย
ถ้าไม่ติดว่ากลัวเขารู้ตัวว่าผมไม่ใช่ทากทะเลปรกติ ผมก็เกือบจะทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ ยื่นขาเข้าไปแตะผิวแตะหางเขาสักนิด
ก็แหม… มันใช่ว่าจะมีเงือกตัวเป็ๆ โผล่มาให้เห็นใกล้ๆ แบบนี้บ่อยๆ เสียที่ไหน ผมก็แค่อยากจะรู้นิดๆ หน่อยๆ เอง ว่าผิวััที่หางของเขาจะเหมือนกับเกล็ดปลาชนิดไหน อยากจะขอลองกัดสักคำหนึ่งให้รู้ว่าเงือกรสชาติเป็อย่างไร
น่าเศร้าที่โอกาสจะได้แตะตัวเงือกตัวนั้นคงไม่มีแล้ว ทว่าก็เป็เื่น่าดีใจที่ไม่ต้องแสร้งทำตัวเป็ปลิงทะเลปรกติอีก ท้องผมเต็มไปด้วยอาหารที่ไม่ได้ให้คุณค่าเท่าเ้าต้นไม้ของผมเลยแม้สักเสี้ยว เพราะต้องแสร้งทำเป็กินอาหารไปเรื่อยเปื่อยเพื่อสอดแนมเงือกหนุ่มที่นั่งรักษาตัว
ผมน่ะคิดถึงความรู้สึกตอนที่พลังบางอย่างภายในเ้าต้นไม้ถูกย่อยสลายแล้วไหลแทรกซึมเข้ามาในร่างกายของผมจนเต็มล้นจะแย่
พอไม่มีเงือกแล้ว เ้าต้นไม้ก็ถูกผมกัดกินอย่างหน้ามืดตามัวด้วยท่าทีหิวโหย เติมเต็มท้องของผมด้วยพลังงานอัดแน่น เพียงไม่นานร่างกายเล็กๆ ของผมก็กลับมารู้สึกเต็มเปี่ยมด้วยพลังอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
อ่า… พอกลับมามีพลังเต็มเปี่ยมแบบนี้แล้วรู้สึกสบายใจกว่าจริงๆ
ผมเกลือกกลิ้งไปมาอยู่บนกองใบไม้ที่เ้าตัวไม้รุ่นปักชำงอกขึ้นซ้อนๆ กัน ส่วนใหญ่แล้วเ้าต้นพวกนี้ผมจะไม่กินแต่เลือกปล่อยให้โตมากกว่า
ผมรู้สึกว่าพลังงานที่ต้นไม้รุ่นปักชำให้มามันไม่ได้เท่ากับต้นไม้ต้นแม่ที่ปลุกให้ผมตื่นรู้ แถมเร็วๆ นี้ผมก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าพวกสัตว์สิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่ปรับตัวกล้าว่ายไปว่ายมาผ่านต้นไม้เหล่านี้นั้น แท้จริงแล้วก็ยังก็ไม่ว่ายเข้าไปเฉียดใกล้ต้นไม้ต้นแม่
บางทีอาจเป็ที่อายุ? หรือไม่ก็เพราะเติบโตมาด้วยการปักชำไม่ใช่จากเมล็ดพันธุ์?
แรกเริ่มเดิมทีความพิเศษของเ้าต้นไม้ก็ทำให้ผมเครียดหนักทุกวันๆ ด้วยกลัวว่าจะโดนแย่งชิงไป พอยิ่งรู้ว่าต้นไม้ของผมต้นนี้มันต้องมีอะไรมากกว่านี้ซ่อนอยู่อีก ก็ยิ่งทำให้เครียดหนักจนแทบจะโดนสัญชาตญาณบังคับให้กินมันให้หมดในคราเดียวจบๆ ไป
ทว่าเมื่อดูความเร็วในการกินของตัวเองแล้ว เกรงว่าจะเป็ร่างเล็กๆ นี่เสียก่อนที่จะท้องแตกตายอนาถ
คลื่น...!!
กระแสคลื่นขนาดั์พัดเข้ามากะทันหันจนผมตัวลอยม้วนไปหลายตลบ ขาเล็กๆ เกี่ยวใบไม้เข้ามาเกาะได้ใบหนึ่งก่อนที่จะโดนคลื่นทะเลพัดไปไกล
ความแรงของคลื่นบ่งบอกชัดเจนถึงระยะประชิดของอะไรก็ตามที่สร้างกระแสน้ำขนาดใหญ่ปั่นป่วนท้องทะเล
อะไร…! อะไรน่ะ?! เกิดอะไรขึ้น!?! ะเิอีกลูกเหรอ?!! ใกล้ขนาดนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว!!!
ร่างเล็กๆ ที่เกาะเกี่ยวใบไม้อย่างเหนียวแน่นตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก อันที่จริงต้องบอกว่าถึงจะมีสติก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่า กระแสน้ำมันแรงเกินไปจนทากทะเลตัวน้อยไม่สามารถทำอะไรอย่างอื่นได้ ใบหูทั้งสี่ลู่ไปตามกระแสน้ำอย่างแรงจนแทบจะหลุดออกไปตามแรงดึงของน้ำ ลำตัว่ล่างลอยวืดขึ้นลงน่าหวาดเสียวว่าจะเกาะต่อไปไม่อยู่ แค่พยายามไม่ให้โดนพัดปลิวหายไปในท้องทะเลเต็มกลืนแล้ว
ทันใดนั้นเงาขนาดใหญ่บางอย่างก็เคลื่อนตัวเข้ามาบดบังร่างเล็กๆ และบริเวณโดยรอบจนมิด พื้นที่ขนาดใหญ่ตกอยู่ในความมืดรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ติด พร้อมๆ กับกระแสน้ำที่กลับมาไหลเอื่อยเฉื่อย
ดวงตาเล็กๆ ของทากทะเลตัวน้อยที่ขยับหลุกหลิกไปมา ฉับพลันท่ามกลางความมืดที่มาโดยไม่ทันตั้งตัว ผมมองเห็นแสงสะท้อนสีเหลืองสดสว่างจ้า มันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้น สาดความสว่างไสวให้เห็นเป็ตัวชัดๆ
ต… เต่าั์?!
มันเป็ดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวของเต่าทะเลั์ที่น่าจะมีขนาดตัวใหญ่มโหฬาร ส่วนหัวของเต่านั้นมีขนาดที่ใหญ่มาก แค่ดวงตาก็มีขนาดใหญ่กว่าผมไปไม่รู้ตั้งกี่เท่า ใหญ่กว่าพื้นที่ที่เ้าต้นไม้ของผมอยู่เสียอีก
พอเห็นว่าเป็สิ่งมีชีวิตอะไรที่โผล่มา ร่างกายเล็กๆ ของผมที่เกาะติดอยู่บนใบไม้ก็อดไม่ได้ที่จะสั่นกลัว
นี่ไม่ใช่ศัตรูตามธรรมชาติของทากทะเลหรอกหรือ!? อาหารของเต่าทะเลมันมีทากทะเลรวมอยู่ด้วยนี่! ตัวผมที่เป็ทากทะเลน่ะ เป็อาหารโปรดของเขาเลยนี่นา!
แต่ แต่ แต่ผมก็ตัวนิดเดียว เขาคงกินไม่อิ่มหรอก แล้วก็เขาก็คงจะไม่เห็นผมหรอกมั้ง?
…ไม่เห็นก็บ้าแล้ว! ตัวผมสีขาวลายจุดโดดเด่นเสียขนาดนี้ มองไม่เห็นก็ต้องตาบอดแล้วล่ะ! จะหนีไปตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น ร่างเล็กๆ นี่จะไปว่ายน้ำสู้เขาได้ที่ไหน
ทว่าน่าประหลาดที่เต่าั์ที่จู่ๆ ก็โผล่ออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้กลับนอนนิ่งหงายกลับหัว หัวใหญ่ๆ ห้อยโค้งมาด้านล่างจนทำให้ผมที่อยู่มุมด้านล่างสามารถมองเห็นดวงตาที่เหลือข้างเดียวของเขาได้อย่างชัดเจน ส่วนดวงตาอีกข้างที่หายไป ดูจากสภาพเหวอะหวะแล้วอาจจะถูกตัวอะไรควักกรีดออกไปจนกลวงโหว่ พอใช้สายตาสอดส่องไปทั่วทั้งร่างของเ้าเต่าแล้ว ผมก็เห็นว่าขาซ้ายหลังของเขาถูกฉีกหายไปข้างหนึ่ง เืสดๆ ไหลนองกระจายเป็วงกว้างลอยขึ้นไป้าทำให้ท้องทะเลเปลี่ยนสี
เ้าเต่าั์ลอยหงายนิ่งสนิท ไม่รู้ว่าเป็หรือตาย ผมเองก็มองเห็นแค่กระดองเต่าด้านหลังกับสภาพของเขาอย่างคร่าวๆ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหรือหายใจแรงขึ้นสักนิด
ก็ไม่รู้ว่า… ตัวอะไรก็ตามที่ทำร้ายเต่าั์ไซส์ขนาดนี้ได้จะยังอยู่แถวนี้อยู่หรือเปล่า? ถ้าหากล่าเพื่อกินก็น่าจะตามรอยมาติดๆ ที่น้ำทะเลปั่นป่วนเมื่อครู่ก็น่าจะเกิดจากการต่อสู้กันระหว่างเต่าตัวนี้กับผู้ล่าปริศนา
ซึ่งขนาดของผู้ล่าก็คงไม่พ้นตัวใหญ่พอๆ หรือมากกว่าเต่าทะเลตัวนี้แน่...
ทว่ารอแล้วรอเล่าก็ไร้ซึ่งวี่แววของสัตว์นักล่า ร่างของเต่าั์ค่อยๆ ลอยลงมาอย่างช้าๆ ขนาดของกระดองต้านและบังแรงกระแสน้ำทำให้ลอยไม่ไปไหน น้ำหนักของมันทำให้ร่างของเ้าของจมลึกลงมาเรื่อยๆ จนหงายติดพื้น พื้นทรายโดนกระแทกจนลอยฟุ้ง ทว่าไม่กี่ชั่วอึดใจก็กลับมานิ่งสงบราวไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
...แล้ว เ้าสัตว์นักล่าตัวนั้นล่ะ???
ทากทะเลตัวน้อยๆ จ้องมองเ้าเต่าที่บางทีอาจจะตายไปแล้วด้วยความงงงวย นี่ดูจะไม่เป็วิทยาศาสตร์เอาเสียเลย…
--------------------
ถัดจากพี่เงือกก็มาเจอซากเต่า
ตั้งหลายตอนแล้วแต่น้องก็ยังไม่ค่อยจะไปไหน
แล้วแบบนี้จะได้เจอคู่ตัวเองเมื่อไหร่เนี่ยยย
-----------------
เื้ัการถ่ายทำ
-----------------
ซากเต่าั์ : (ลอยตรงมาที่รังน้อง)
น้องทากทะเล : ม่ายยยยยย
ซากเต่าั์ : (ตูม!!!!)
รังของน้อง : (เละ)
คนแต่ง : โทษๆ เล็งพลาดไปหน่อย
น้องทากทะเล : ( ●﹏● )