หลังจากไปบ้านอาสะใภ้ฮัวเพื่อขอถั่วเหลืองกลับมาเฉียวซีก็เริ่มลงมือทดลองว่าจะทำถั่วงอกได้หรือไม่
ตอนอยู่ที่เทียนเฉา แม้ว่านางจะเป็เด็กสาวผู้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด แต่สำหรับคนในครอบครัวผู้มีวิทยายุทธเมื่ออายุครบ 15 ปีก็ต้องออกไปฝึกฝนวิชาหาประสบการณ์และครอบครัวจะไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ แม้นางจะเป็ผู้มีพร์ทางด้านวิทยายุทธของบ้านหยุนแต่ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนกฎที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ได้
เมื่อนางอยู่ที่บ้าน นอกเหนือจากการฝึกวิทยายุทธแล้วสิ่งที่นางชอบที่สุดคือการอ่านหนังสือเมื่อมีเวลาว่างนางชอบมุดเข้าไปอยู่ในกองหนังสือทุกครั้งนางจะอ่านหนังสือทุกเล่มไม่ว่าหนังสือเ่าั้จะมีประโยชน์ต่อนางหรือไม่เพราะถึงอย่างไรก็ย่อมเป็การดีอยู่แล้ว
ทว่าหนังสือส่วนใหญ่เป็หนังสือเกี่ยวกับการแพทย์ เมื่อเอ่ยถึงด้านการแพทย์แท้ที่จริงแล้วนางชอบการใช้พิษมากกระทั่งตอนนี้ยังมีพิษอีกมากมายที่ก่อนนี้นางเคยศึกษาในห้องเก็บของทั้งยังเป็พิษที่ไม่มียาแก้พิษอีกด้วยแต่ในเมืองอันห่างไกลแห่งนี้นางไม่มีโอกาสได้ใช้มันเลย
ยามนี้นาง้าเพียงหาเงินให้เร็วที่สุด และส่งพี่ชายของนางไปเรียนต่อในสำนักศึกษาความปรารถนาของพ่อที่ยังไม่เป็จริง นางหวังว่าพี่ชายของนางจะสามารถสานต่อได้ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้น ยังคงขึ้นอยู่กับความสามารถของพี่ชายใหญ่จะทำได้หรือไม่ถือเป็คนละเื่กัน
นางไม่เคยเพาะถั่วงอกหัวโตจากถั่วเหลืองมาก่อนแต่นางเคยกินและเคยอ่านบทความที่เกี่ยวข้องบนอินเทอร์เน็ตมาก่อนเวลานั้นอ่านเพียงคร่าวๆ เห็นผ่านๆ ตามาบ้างเท่านั้นใครจะไปคิดว่านางต้องมายังยุคที่ล้าหลังเช่นนี้ไม่เช่นนั้นนางจะจำมันจนขึ้นใจแน่นอน ตอนนี้ทำได้เพียงลองตั้งใจด้วยตัวเองดูว่าจะได้หรือไม่
เฉียวซีเอาแต่เดินเข้าเดินออก เฉียวซงเห็นดังนั้นจึงรู้สึกสงสัย ไม่รู้ว่าน้องรองจะทำอะไรอีกเมื่อกี้สิ่งที่อยู่ในมือของนางน่าจะเป็ถั่วเหลืองกระมังไม่รู้หรือว่าของสิ่งนี้เป็อาหารหมู นางเอามาทำอะไรกันนะ
“น้องรอง เ้าเอาถั่วเหลืองมาใช้ทำอะไร” เฉียวซงหยุดคัดลอกหนังสือเขายืนมองเฉียวซีผู้กำลังยุ่งจนหัวหมุนอยู่ข้างหน้าต่าง
“ข้ากำลังลองทำอะไรใหม่ๆ อยู่ แต่ยังไม่รู้จะสำเร็จหรือไม่ ”เฉียวซีกำลังก้มหน้าก้มตาเพาะถั่วงอกจากถั่วเหลืองทันใดนั้นเสียงของพี่ใหญ่ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง นางจึงหันกลับไปพูดกับเขา
“อย่าทำให้ตัวเองต้องเหนื่อยมากนะ ดูแลสุขภาพด้วย”เขาทำได้เพียงเอ่ยเตือนนาง
“ข้าไม่เหนื่อยหรอก” นางไม่เหนื่อยเลยจริงๆ นอกจากนี้นางยังเป็หมอจึงรู้ถึงความสำคัญของสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อนเป็อย่างดี
“น้องสามไม่กลับมาด้วยหรือ”
“เขาเล่นกับโก่วเซิ่งอยู่น่ะ ข้าบอกให้เขากลับมาเร็วๆ แล้ว”
“อืม ข้ารู้แล้ว ประเดี๋ยวข้าจะทำข้าวเย็นเอง ข้างนอกอากาศเย็นนะเ้าเข้ามาทำข้างในบ้านเถอะ” เมื่อเห็นใบหน้าของน้องสาวโดนลมเป่าจนแดงเขาจึงเอ่ยเตือน
“ประเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” เฉียวซีเลือกถั่วเหลืองที่ค่อนข้างเอิบอิ่มสมบูรณ์จำนวนหนึ่งกำมือจากกองถั่วเหลืองโยนลงในกระถางไม้จากนั้นนางก็ไปที่ห้องครัวเพื่อตักน้ำอุ่นมาช้อนหนึ่งแล้วแช่พวกมันไว้การจะให้ถั่วเหลืองงอกเป็ถั่วงอกหัวโตต้องแช่ไว้สิบสองชั่วยามเมื่อแช่ถั่วเหลืองเสร็จแล้ว จึงย้ายกระถางไม้ไปวางไว้ที่ห้องโถงหลักของบ้าน
สามวันต่อมา เฉียวซีก็เพาะถั่วเหลืองสำเร็จเมื่อได้เห็นถั่วงอกหัวโตเต็มกระถางนางก็ดีใจมาก เมื่อเป็เช่นนี้นางก็จะมีรายรับอีกทางหนึ่งแล้วต้องมีเงินอยู่ในมือเท่านั้นจึงจะเป็วิถีทางที่ถูกต้อง
“กับข้าวเสร็จแล้วจ้า” เฉียวซีะโเข้าไปในห้องเฉียวซงและเฉียวไป่สองพี่น้องต่างวางพู่กันในมือแล้วเดินไปยังโถงกลางบ้านบนโต๊ะมีอาหารจัดวางไว้เรียบร้อยแล้ว
พวกเขารู้จักอาหารทุกชนิด แต่มีหนึ่งจานที่ใส่ของสีขาวๆ ยาวๆ อยู่ด้วยซึ่งพวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร
สองพี่น้องพากันจ้องไปที่ถั่วงอก มองซ้ายทีขวาทีแต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่ จึงนั่งรอนิ่งๆ บนเก้าอี้ เพื่อให้น้องสาว (พี่สาว)มาไขข้อสงสัยให้พวกเขา
“พี่ใหญ่ ทำไมพวกท่านไม่กินเล่า” เฉียวซีเดินเข้ามาในห้องโถง เห็นเพียงพี่ชายและน้องชายของนางนั่งตัวตรงบนเก้าอี้โดยไม่ขยับตะเกียบเลยแม้แต่น้อย
“รอเ้ามากินด้วยกัน”
“ข้าเอาข้าวไปให้อาไหลมา พวกท่านไม่ต้องรอข้าหรอก”
“น้องรอง นี่คืออะไร” เฉียวซงหยิบตะเกียบชี้ถั่วงอกในจาน
“พี่ใหญ่ลองทายดูสิ” เฉียวซียิ้มอย่างลึกลับ
เฉียวซงขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากคิดถึงสิ่งที่น้องสาวทำใน่สองวันที่ผ่านมานี้ก็มีแสงสว่างส่องขึ้นมาในหัวของเขาเป็ไปได้ไหมว่านี่คือถั่วเหลืองที่นางปลูกเมื่อสองวันก่อน“เ้านี่ทำมาจากถั่วเหลืองงั้นหรือ”
“พี่ใหญ่ฉลาดมากเลย คิดแค่ครู่เดียวก็คิดออกแล้ว นี่ทำมาจากถั่วเหลืองมาลองชิมดูสักหน่อยเถอะว่าเป็อย่างไร”
“จริงหรือ” เฉียวซงถึงกับต้องอุทานประโยคนี้ออกมาถั่วเหลืองนำมาทำเช่นนี้ได้อย่างไร แล้วทำออกมาได้อย่างไร สมองของน้องรองทำด้วยอะไรกันนี่ไม่น่าแปลกใจเลยที่พ่อมักพูดว่าน้องรองฉลาดถึงเพียงไหน? สิ่งที่พ่อพูดไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด
“ใช่แล้ว พวกท่านลองชิมดูว่ารสชาติเป็อย่างไรบ้าง”ทำออกมาแล้วแต่ตัวนางก็ยังไม่ได้ชิมเลยดูหน้าตาไม่ต่างไปจากที่เคยทำเมื่อภพก่อนเลยแต่ไม่รู้ว่าจะมีรสชาติเหมือนกันหรือไม่
“อืม ประเดี๋ยวจะลองชิมดู”
เฉียวซงพูดจบ เขาก็ยื่นตะเกียบของเขาไปยังถั่วงอกหัวโตในจานแล้วคืบมาใส่ชามของตน
สายตาทั้งคู่ของเฉียวซีและเฉียวไป่จ้องมองไปยังเขา
เฉียวซงคีบถั่วงอกหัวโตจำนวนหนึ่งเข้าปากและเริ่มเคี้ยว อร่อยสดชื่น อ่อนนุ่ม กรุบกรอบความรู้สึกขณะเคี้ยวช่างวิเศษมาก ดูเหมือนว่าจะมีรสหวานอ่อนๆ ด้วยอร่อยอะไรเช่นนี้
“พี่ใหญ่ อร่อยไหม” เฉียวซีไม่มีความมั่นใจสักเท่าไร
“อร่อยๆ พวกเ้าก็ลองชิมดูเร็วเข้า”ขณะที่พูดเขาก็ยื่นตะเกียบไปยังจานอาหารอีกครั้ง
เฉียวซีและเฉียวไป่เห็นดังนั้นจึงทยอยยกตะเกียบและเริ่มลงมือทาน อืมรสชาติอร่อยเหมือนเมื่อชาติที่แล้วเลย น่าจะสัมพันธ์กับพลังวิเศษที่มือถั่วงอกหัวโตสดๆ ทำให้อร่อยมากยิ่งขึ้น ทั้งกรอบ ทั้งหวาน อร่อยมากจริงๆ
อาหารบนโต๊ะถูกทานจนหมดเกลี้ยงใน่เวลาสั้นๆ ด้วยการแย่งกันทานอาหารของสามพี่น้อง
“ว้าว อิ่มจังเลย” เฉียวไป่ลูบท้องของตัวเองอย่างไม่กลัวเสียภาพลักษณ์เนื่องจากเขาอายุน้อยที่สุด ทั้งเวลานี้ยังอยู่ในบ้านอีกด้วย “พี่รอง อร่อยมากจริงๆ” ดูเหมือนว่าการกินเนื้อสัตว์จะไม่มีอะไรพิเศษมากไปกว่านั้นแล้วเขาคิดว่าอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองนี้อร่อยกว่าเนื้อสัตว์เสียอีก
“ยังมีอีกนะ หากจะทำให้เ้ากินทุกวันก็ไม่ใช่ปัญหาเลย”
“คิๆ ขอบคุณพี่รอง”
“น้องรอง สิ่งนี้มีชื่อเรียกไหม”คงจะไม่เรียกว่าผักถั่วเหลืองกระมัง ดูแล้วไม่คล้ายเอาเสียเลย
“ข้าคิดให้แล้ว เรียกว่าถั่วงอกหัวโต ท่านดูส่วนยาวๆ นั่นสิดูคล้ายกับต้นอ่อนที่กำลังงอกออกมาไหม”
เฉียวซงคิดครู่หนึ่ง เหมือนกับที่น้องรองกล่าวจริงๆ ด้วย “เหมือนมากเ้าทำสิ่งนี้เพราะคิดอยากจะนำไปขายให้กับจวี้เซียนโหลวใช่หรือไม่”
“อืม นี่ก็เป็ผักเช่นกัน คนที่ชอบกินต้องไม่น้อยแน่แต่ข้าก็รู้ว่านี่เป็ผักชนิดใหม่ ครั้งหน้ายามพวกเราไปในเมืองจะให้ท่านอาหยางลองชิมดูหากท่านอาหยางรู้สึกว่าใช้ได้ พวกเราก็ได้เงินแล้ว” ในฤดูหนาวพี่ชายใหญ่อยู่บ้านทั้งวัน การขึ้นเขาจึงเป็สิ่งที่ไม่อาจทำได้เลยดังนั้นนางจึงต้องทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวทางที่ดีที่สุดคือสามารถรวบรวมค่าเล่าเรียนปีหน้าของพี่ชายใหญ่ให้ได้ในฤดูหนาวนี้เช่นนี้ก็จะสามารถส่งพี่ใหญ่ไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาต่อได้หากพี่ชายใหญ่ไม่อยู่นางก็จะสามารถขึ้นเขาได้ บนูเามีของดีๆ ให้เก็บมากมายล่าสัตว์ก็ดี เก็บยาสมุนไพรก็ดี ทุกอย่างล้วนสามารถนำมาขายแลกเงินได้ทั้งสิ้น