ครอบครัวของข้า นอกจากข้า ล้วนข้ามมิติมาทั้งครอบครัว [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 75 วันธรรมดา

     สวี่เกาหมกตัวอยู่ในจวนของฮูหยินผู้เฒ่าแล้วพูดคุยกันอยู่นาน ตอนที่ออกมาฮูหยินผู้เฒ่าได้ให้ถุงเงินใบเก่าหนึ่งใบกับสวี่เกา ให้นางกลับไปแล้วค่อยดู รอจนสวี่เกาถือถุงเงินกลับมาที่เรือนของตนเอง แล้วเก็บตัวอยู่ในเรือนแล้ว เปิดถุงเงินออกก็หยิบตั๋วเงินหนักๆ ออกมา นับแล้วก็มีหนึ่งหมื่นตำลึงเต็มๆ ในใจก็รู้สึกพูดยากจริงๆ

            หนิงซื่อซื้อสินเดิมให้กับสวี่เกายังไม่ถึงสองหมื่นตำลึง ทั้งยังให้เรือนเล็กๆ ด้านนอกเขตสองหลัง ร้านค้าอีกหลายร้านในเมือง เงินก้นหีบก็แปดพันตำลึง ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่ากลับให้อีกหนึ่งหมื่นตำลึง สวี่เกาอยากจะไปขอบคุณฮูหยินผู้เฒ่า แต่ก็คิดได้ว่ามันดูจงใจเกินไป จึงไม่ได้ไปอีก

            หลังจากที่สวี่เกาเอาเรื่องตั๋วเงินไปพูดกับหนิงซื่อ คนเป็นแม่ก็ไปที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่าโดยเฉพาะ แล้วขอโทษฮูหยินผู้เฒ่าอย่างจริงใจ วันเวลาก่อนที่สวี่เกาแต่งงาน แม้แต่จางจ้าวฉือก็ยังรู้สึกว่าหนิงซื่อสดใสมากเป็นพิเศษ เดิมยังคิดเพราะว่าลูกสาวในจวนจะแต่งงาน จนกระทั่งฮูหยินผู้เฒ่าแอบบอกกับนางเรื่องตั๋วเงินของสวี่เกา จางจ้าวฉือถึงได้เข้าใจ

            จางจ้าวฉือยิ้มแล้วพูดกับฮูหยินผู้เฒ่า “ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ มีข้าอยู่นะเจ้าคะ ท่านอยากจะให้ตั๋วเงินใครเท่าไหร่ท่านก็ให้ตามใจเลยเจ้าค่ะ สวนหลายที่ของท่านพวกนั้น สวี่ตี้ได้วางแผนให้ท่านใหม่แล้ว หนึ่งถึงสองปีนี้ยังไม่เห็นรายได้ ผ่านไปอีกปีสองปี ท่านรอเถิด รับรองว่าทั้งเมืองหลวงนี้คนที่หาเงินได้เยอะที่สุดก็คือฮูหยินผู้เฒ่า”

            ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มแล้วเอ่ย “ข้าอายุมากขนาดนี้แล้ว มีปีนี้ไม่มีปีหน้า หาเงินมามากมายมีความหมายอะไร? ทั้งยังไม่สามารถเอาไปได้ ข้าน่ะก็แค่อยากจะให้เหล่าลูกหลานสามารถฮึดสู้ ต่อไปจะได้ใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น”

            ฮูหยินผู้เฒ่ามีสวนอยู่สองที่ที่ชานเมือง ปกติแล้วจะปลูกธัญพืช คนในสวนเดิมทีก็ต่างออกมาจากจวนหย่งอี้โหว การจัดการเรื่องราวก็เป็นคนฝีมือดี ฝีมือการต่อสู้ก็ไม่เลว พอถึงเรื่องการปลูกธัญพืชในดิน ก็มักจะแย่กว่าคนของสวนอื่นๆ นิดหน่อย

            ตอนที่สวี่ตี้ให้แผนการจัดการสวนกับเว่ยเจวียนพี่สาวคนโตของเว่ยหลาง ก็เอาสวนหนึ่งในนั้นของฮูหยินผู้เฒ่าออกมาใช้ สวนนั้นมีบ่อน้ำอุ่น ตอนที่สวี่ตี้เพิ่งจะมาถึงในฤดูใบไม้ร่วงตอนนั้นก็ได้ไปดูมาแล้วรอบหนึ่ง วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะปลูกข้าวกล้องเอาไว้โดยเฉพาะ ข้าวชนิดนี้มีคุณค่าทางอาหารสูง ราคาไม่แพง หลายครอบครัวใหญ่ชอบซื้อมากิน

            ข้าวกล้องที่ปลูกก็เป็นจางจ้าวจื่อช่วยหามา เพิ่งจะปลูกต้นกล้าออกมา สวี่ตี้ก็จ้างเหล่าอาจารย์ที่ปลูกข้าวชนิดนี้โดยเฉพาะมาจากทางใต้ให้ช่วยปลูกต้นกล้า แล้วค่อยอบรมคนในสวนให้ดี คาดว่ารอผ่านไปสักพักก็สามารถเก็บเกี่ยวข้าวกล้องได้ ถึงตอนนั้นก็สามารถขายของเอาเงินได้

            จางจ้าวฉือหัวเราะแล้วเอ่ย “ดูท่านพูดสิ ในมือของท่านมีเงินแล้ว อยากจะทำอะไรก็ทำ อยากจะให้ใครก็ให้ สบายจะตายเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ ข้าจะพูดกับท่าน คนเราน่ะ มีชีวิตอยู่นั้นคือความสุข ท่านมองในจวนของพวกเรา ตอนนี้ดีขึ้นทุกวันๆ ข้าได้ยินมาว่าพวกฮวาเกอก็ตั้งใจเรียนมาก ต่อไปจะกลายเป็นคนเก่งกาจที่รับหน้าที่สำคัญในแคว้น”

            สกุลสวี่ไม่เพียงแต่จะสอนงานบ้านงานเรือนให้กับเหล่าสตรี ยังสอนหนังสือให้คนในสกุลสวี่ด้วย หย่งหนิงโหวเย่รู้ถึงข้อดีของการอ่านหนังสือ เพียงแต่น่าเสียดายที่ลูกชายหลายคนก็มีแค่สวี่เหราที่เรียนหนังสือได้ เด็กคนอื่นๆ ไม่มีใครได้ ลูกชายสองคนของสวี่ฉีน้องชายตนเองก็ไม่ได้เอาดีในด้านนี้ หลายคนนี้นอกจากสวี่เวยซื่อจื่อ คนอื่นๆ ก็ต่างล้วนบริจาคเงินเข้าไปแทน

            รุ่นลูกชายไม่ได้แล้วรุ่นหลานล่ะ? หย่งหนิงโหวเย่จ้างอาจารย์ที่เก่งกาจมาสอนคนในสกุล ในสกุลมีคนสอบติดซิ่วไฉแล้ว ปีนี้อยากจะไปสอบระดับเซียงซื่อ ดูว่าจะติดตำแหน่งจวี่เหรินหรือไม่

            หลังจากสวี่ตี้กลับไปแล้วก็ไม่ได้ไปเรียนหนังสือกับคนในสกุล แต่กลับมาอ่านหนังสือด้วยตนเองในเรือน ยังไม่พูดถึงเขาที่มีบิดาเป็นจิ้นซื่อ พวกนี้คือประเด็นหลัก ปกติแล้วเรียนอย่างไร ในใจของสวี่ตี้รู้ดีอยู่แล้ว ที่สำคัญที่สุดคือ สวี่ตี้ไม่อยากจะไปเรียนกับเด็กในสกุล เขามีจังหวะการทบทวนหนังสือเป็นของตนเอง เขาอยากจะทำตามจังหวะของตนเองต่อไป

            ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือ “ข้าอายุมากแล้ว รอเหล่าหลานๆ ประสบความสำเร็จมีเกียรติยศ ข้าคาดว่าก็คงจะไม่ได้เห็นแล้ว”

            จางจ้าวฉือขมวดคิ้วแล้วเอ่ย “ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ วันนี้ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ข้าอยากจะพูดเรื่องน่าดีใจกับท่าน เหตุใดท่านถึงได้ขัดข้าตลอดเลยเจ้าคะ เอาล่ะๆ ข้าเป็นหมอ ทั้งยังเป็นหมอที่มีความสามารถสูงมาก ร่างกายของท่านเป็นอย่างไรเหตุใดข้าจะมองไม่ออก? บำรุงร่างกายดีๆ เวลาปกติอย่าไปคิดมาก รับรองว่าสามารถมีอายุที่ยืนยาวได้เจ้าค่ะ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟังแล้วก็พยักหน้า “ตอนนี้ข้าโชคดีมากเลยนะ ที่ตอนนั้นได้กำหนดเรื่องแต่งงานของเจ้ากับเหราเอ๋อร์กับปู่ของเจ้า”

            จางจ้าวฉือครุ่นคิดก่อนจะเอ่ย “ท่านย่าเจ้าคะ ตอนนั้นเหตุใดท่านถึงได้คิดเรื่องการแต่งงานของข้ากับคุณชายสามหรือเจ้าคะ? ในจวนของพวกเราไม่ได้มีแค่คุณชายสามของพวกเราเพียงคนเดียวเสียหน่อย”

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟังแล้วก็หัวเราะเหอะๆ ออกมา “พวกเจ้าสองคนอายุเท่ากัน อีกอย่างนะ เหราเอ๋อร์เป็นบุตรอนุ พ่อแม่ไม่รัก เจ้าก็เป็นคนดื้ออยู่นิดหน่อย เจ้าดูลูกสะใภ้ทั้งสองคนของข้า มีคนไหนบ้างที่ไม่มีเรื่องให้ปวดหัว? แต่งกับเหราเอ๋อร์ แม้ชื่อตำแหน่งนั้นจะไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่ ความจริงแล้วพวกเจ้าสองคนคบหากันก็สามารถมีชีวิตที่ดีได้”

            จางจ้าวฉือฟังแล้วก็พยักหน้า “ฮูหยินผู้เฒ่า ไม่ใช่ข้าจะพูดไม่ดีนะเจ้าคะ ลูกสะใภ้ของท่านสองคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาเลยจริงๆ”

            อู่ซื่อสะใภ้ใหญ่ ไม่ต้องพูดมากเลย ลูกสะใภ้คนที่สองของอู่ซื่อ เป็นคนที่มีอำนาจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกับลูกสะใภ้ของตนเอง ที่จะค่อนข้างเคร่งครัด ตอนที่เพิ่งจะแต่งงานมาก็ให้ลูกสะใภ้ของตนเองสร้างกฎ จางจ้าวฉือรู้สึกว่าถ้าหากตนเองไปเป็นลูกสะใภ้ของฮูหยินสอง คาดว่าคงจะทะเลาะกัน นางไม่ใช่คนที่จะสามารถอดทนได้

            ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะแล้วเอ่ย “เอาล่ะๆ เจ้าที่เป็นหลานสะใภ้ มาคุยกับข้าเรื่องลูกสะใภ้ของข้า หากคนอื่นเขารู้เข้าจะไม่หัวเราะเยาะพวกเราหรือ? เจ้ามานี่แล้วไป่เกอล่ะ?”

            จางจ้าวฉือเอายามาให้กับฮูหยินผู้เฒ่าแล้วก็วัดชีพจร นางคิดจะเปลี่ยนสูตรยาสักหน่อย พอได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าถามถึงไป่เกอก็ยิ้มแล้วเอ่ย “เขาอยากจะตามจือเอ๋อร์ไปดูห้องเรียนเจ้าค่ะ ตอนที่จือเอ๋อร์จะไปเขาก็กอดขาของพี่สาวตนเองแน่น จะทำอย่างไรก็ไม่ยอมลงมา แม่นมลู่เห็นว่าช่วยไม่ได้ก็เลยพาคนอุ้มเขาตามเหล่าแม่นางน้อยไปที่ห้องเรียนเจ้าค่ะ”

            ในจวนได้เตรียมห้องเรียนเอาไว้อยู่ด้านข้างสวนดอกไม้ในจวน ไม่ว่าจะเรียนดีดฉินวาดภาพ หรือชงชาจัด ดอกไม้ ก็ล้วนเรียนที่นี่

            ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มแล้วเอ่ย “ตอนนี้ข้าไม่ได้เจอไป่เกอวันหนึ่งก็คิดถึงแล้ว ไม่รู้จริงๆ ว่าพอพวกเจ้ากลับไปที่เหอซีแล้ว ข้าคิดถึงเขาจะทำอย่างไร”

            จางจ้าวฉือเอ่ย “คุณชายสามของพวกเราจะยังสามารถอยู่ที่เหอซีได้ตลอดหรือ? ตอนนี้คะแนนสอบของเขาทุกปีล้วนยอดเยี่ยม บวกกับครั้งนี้ร่วมมือกับเว่ยซื่อจื่อได้ดีมาก คาดว่าต่อไปจะสามารถเพิ่มระดับขึ้นไปอีก ถึงตอนนั้นพวกเราก็สามารถกลับมาได้แล้วเจ้าค่ะ”

            จางจ้าวฉือกลับมาพูดกับแม่นมลู่ “ฮูหยินผู้เฒ่าน่ะ เป็นคนที่ต่อหน้าทำแข็งแต่แท้จริงแล้วใจอ่อน ตัวเองทำเรื่องดีก็ยังไม่ให้คนอื่นรับรู้”

            แม่นมลู่ถอนหายใจ “ลูกหลานตั้งมากมาย จะสามารถดูแลครบได้อย่างไรกัน ก็เป็นครอบครัวพวกเจ้าที่สามารถอยู่ในสายตาของนางได้เลยไม่ค่อยจะใส่ใจเท่าไหร่ พวกคุณชายในจวนไม่กี่คน ปกติแล้วก็พึ่งเงินที่แบ่งให้ออกมาใช้ชีวิต เจ้ารู้สึกว่าไม่มีเงินพวกนี้ก็ไม่ได้ใส่ใจมาก แต่คนอื่นก็คงไม่ได้คิดเช่นนี้นะ?”

            จางจ้าวฉือเอ่ย “ต้นไม้ใหญ่แตกกิ่งก้านสาขา คนโตไปแล้วก็แยกครอบครัว ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดครอบครัวชนชั้นสูงถึงได้ชอบใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นสกุลใหญ่ เมื่อแยกครอบครัวออกไป ครอบครัวต่างๆ ก็แบ่งสมบัติมาเป็นของตนเองแล้วดูแลจัดการดีๆ จะมีชีวิตที่ดีหรือไม่ดีก็ต้องพึ่งความสามารถของตนเอง เหตุใดจะต้องให้ทุกคนมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเช่นนี้ด้วย?”

            แม่นมลู่เอ่ย “จวนของพวกเรายังถือว่าดี ฮูหยินผู้เฒ่าออกความคิดแยกลูกอนุของรุ่นที่แล้วออกไป รุ่นเดียวกับฮูหยินผู้เฒ่าก็แยกออกไป ตอนนี้หากเป็นครอบครัวอื่น หลายชั่วรุ่นก็ยังคงอาศัยอยู่ในจวนเดียวกัน”

            จางจ้าวฉือเอ่ย “มากคนก็มากความ เรื่องเยอะแล้วความขัดแย้งก็เยอะตามไปด้วย เช่นนั้นต่อให้มีความผูกพันเพียงใด เมื่อถึงเวลามีปัญหากันจะสามารถไม่คิดเล็กคิดน้อยได้หรือ”

            แม่นมลู่ฟังแล้วก็หัวเราะเหอะๆ แล้วเอ่ย “ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็เพราะว่าคุณท่านใหญ่กับคุณท่านสองในจวนเป็นพี่น้องกัน รอจนฮูหยินผู้เฒ่าอายุถึงหนึ่งร้อยปีแล้ว คุณท่านสองก็คงจะแยกครอบครัวออกไป”

            จางจ้าวฉือเอ่ย “ถึงตอนนั้น พวกเราเองก็จะแยกออกมา อยู่เช่นนี้จะช้าจะเร็วเรือนนี้ก็ไม่ใช่ของครอบครัวพวกเรา ผู้ใดจะรู้ว่าจะถูกไล่ออกไปเมื่อไหร่ อีกทั้งอยากจะทำของที่ตนเองชอบก็ต้องคิดให้ดีๆ ที่นี่ไม่เป็นอิสระเลยสักนิด”

            แม่นมลู่เอ่ย “ถึงแม้จะไม่เป็นอิสระ แต่ว่าคนมากมายก็ยังชอบที่จะพึ่งพิงคนในสกุล อย่างน้อยคนมากมายอาศัยอยู่ด้วยกัน คนด้านนอกก็จะรู้ถึงชาติกำเนิด และไม่ถูกรังแก”

            จางจ้าวฉือพยักหน้า “เป็นเช่นนั้นจริงๆ ตอนนี้ข้าหวังว่าคุณชายสามของพวกเราจะตั้งใจทำงาน ต่อไปเลื่อนขั้นได้แล้ว คุณชายใหญ่ของพวกเราสามารถสอบได้อย่างราบรื่น ต่อไปเขาก็จะมีอนาคตเหมือนกับพ่อของเขา”

            ตอนเที่ยงสวี่จือกลับมาจากห้องเรียน สวี่ไป่ที่ทำนู่นทำนี่อยู่ที่เรือนหลังก็รีบออกมารับพี่สาวของตนเอง

            หลังหลังจากมาที่จวนโหว เพราะว่ายังเด็ก สวี่ไป่จึงอาศัยอยู่ในเรือนหลังกับจางจ้าวฉือ อยากจะออกไปเที่ยวเล่นนั้นเป็นไปไม่ได้ เรี่ยวแรงทั่วทั้งตัวจึงไม่มีที่ระบาย สวี่ไป่จึงเล่นซนอยู่ในเรือน ดอกไม้ต้นหญ้าในสวนดอกไม้เละเทะ หลังจากถูกจางจ้าวฉือดุหนักๆ ไป สวี่ไป่ก็หาจอบเล็กๆ ไปขุดดินหลังเรือนจนเป็นรูไปหมดกับชิงเหมี่ยว จางจ้าวฉือรู้ว่าเด็กคนนี้อยากจะปลดปล่อยจึงปล่อยให้เขาทำ อย่างไรก็เป็นเรือนของตนเอง จะถูกทำลายก็ทำไป

            สวี่ไป่เห็นสวี่จือกลับมาแล้วก็ร้องเรียกมาแต่ไกลว่า “ท่างปี้” จากนั้นก็พุ่งเข้ามาราวกับจรวดน้อย สวี่จือรีบคุกเข่าลงไป เคลื่อนไหวไปด้านล่าง เมื่อไม่ได้ถูกน้องชายตนเองชนจนล้มไปกับพื้น

            สวี่ไป่ชนเข้าไปในอ้อมกอดของพี่สาว แล้วพูดเสียงหวาน “ท่างปี้ ข้าคิกถึงท่างมาก”

            สวี่จือฟังแล้วก็รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเหงื่อที่หน้าผากให้สวี่ไป่ “พี่เองก็คิดถึงเจ้าตลอดสายเลย พูดกับพี่มาว่าตอนสายทำอะไรมาบ้าง?”

            สวี่ไป่ชี้ไปที่จอบเล็กๆ ที่ถูกตนเองทิ้งไปบนพื้น “ปลูกพืช เหมืองปี้จาย”

            สวี่จือฟังแล้วก็ยิ้มแล้วเอ่ย “น้องชายเก่งจริงๆ ตัวแค่นี้ก็จะปลูกพืชแล้ว มา พวกเราไปล้างมือกันก่อน ตอนเที่ยงจะได้พักผ่อนกัน ตอนบ่ายค่อยมาทำต่อดีหรือไม่?”

            ดวงตากลมโตของสวี่ไป่ยิ้มจนโค้งเหมือนกับพระจันทร์เสี้ยว ก่อนจะพยักหน้า “ขอยับ ข้าเจื้อท่าง”

            สวี่จือจูงสวี่ไป่เข้ามาในเรือน ส่วนจางจ้าวฉือกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารอยู่ในโรงครัวเล็ก

            หลังจากจางจ้าวฉือกลับมา ก็จัดการโรงครัวเล็กที่มีอยู่ในเรือน ของที่ต้องใช้ในโรงครัวนางซื้อเองทั้งหมด ต่อมาหนิงซื่อเห็นว่าเช่นนี้ไม่ดี จึงปรึกษากับจางจ้าวฉือ ว่าทางด้านเรือนสามจะทำอาหารเองทั้งสามมื้อ โดยทุกวันทางโรงครัวใหญ่จะส่งวัตถุดิบอาหารมาให้ ทุกสิบวันจะส่งฟืนมาให้หนึ่งครั้ง ส่วนน้ำมันเกลือ น้ำจิ้มน้ำส้มสายชู จางจ้าวฉือยินทีที่จะซื้อเอง ไม่ยอมซื้อเองก็ไปเอาที่โรงครัวใหญ่ เอาตามที่จางจ้าวฉือต้องการ

            หนิงซื่อรู้ว่าจางจ้าวฉือไม่ขาดแคลนเงิน เดิมทีหนิงซื่อดูถูกชาติกำเนิดของจางจ้าวฉือ รู้ว่าสกุลจางหนีไปทางใต้ จนกระทั่งครอบครัวสวี่เหราย้ายไปอยู่ที่เหอซี หนิงซื่อถึงได้พบว่า ที่แท้น้องสะใภ้ที่ปกติไม่ค่อยจะโดดเด่นเท่าไหร่คนนี้เป็นคนมีเงิน อีกทั้งหนิงซื่อรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าแอบส่งเงินไปให้ แต่ว่านั่นคือเงินของฮูหยินผู้เฒ่าเอง ตอนแรกที่มอบเรือนให้กับหนิงซื่อ ฮูหยินผู้เฒ่าได้พูดเอาไว้ชัดเจนแล้ว ว่าที่มอบให้หนิงซื่อนั้นก็คือของในจวนโหว ของที่นางเก็บเอาไว้ก็คือของของนาง นางอยากจะใช้ทำอันใด คนอื่นๆ ในเรือนก็ไม่สามารถพูดอะไรได้

            ถึงแม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ใช่คนที่จัดการเรื่องเงินได้ดี แต่นางรู้จักใช้คน ร้านค้าของจวนโหวที่อยู่ในมือของนาง หาเงินมาให้จวนไม่น้อย ถึงแม้ต่อมาตอนที่โหวฮูหยินมาดูแลจะทำขาดทุนไปไม่น้อย แต่ว่าหลังจากฮูหยินผู้เฒ่ารับมาก็ทำให้กลายเป็นกำไร พูดกันตามความจริง หนิงซื่อยังรู้สึกนับถือฮูหยินผู้เฒ่ามาก

            จางจ้าวฉือความจริงแล้วก็มีความสุขกับชีวิตในตอนนี้ ทุกวันนอกจากทำอาหารให้ลูก ก็อ่านหนังสือทางการแพทย์ที่ตนเองสนใจ หนังสือทางการแพทย์พวกนั้นล้วนเป็นเหล่าไท่เย่ของสกุลจางเก็บเอาไว้ในตอนนั้น นอกจากหนังสือทางการแพทย์โดยเฉพาะแล้ว ก็เป็นประวัติการแพทย์ของคนรุ่นก่อนๆ ในสกุล จางจ้าวฉือสนใจกับบันทึกประวัติการรักษาพวกนั้นมาก นางมีความคิดหนึ่ง โดยอยากจะเอาหนังสือพวกนี้มาเรียบเรียงใหม่ จากนั้นก็ตีพิมพ์ออกมา

            ความคิดของจางจ้าวฉือแค่คิดกับตนเองเท่านั้น นี่ล้วนเป็นของสกุลจาง นางอยากจะเอาออกมาตีพิมพ์ก็ต้องให้คนในสกุลจางเห็นชอบด้วย อีกทั้งสกุลจางก็ยังมีหลานชายของตนเอง ถ้าหากพวกเขามีพรสวรรค์ในการเรียนแพทย์

            สวี่จือพาสวี่ไป่ไปล้างมือ ก่อนจะไปที่หน้าประตูห้องครัวรอช่วยจางจ้าวฉือยกสำรับข้าว นี่คือนิสัยที่จางจ้าวฉือสอนมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนที่จะกินข้าวจะต้องช่วยถือตะเกียบ กินข้าวแล้วก็จะช่วยเก็บถ้วยชามตะเกียบ ตอนนี้อยู่ในจวนโหวมีคนคอยดูแลมากมาย ไม่ต้องล้างถ้วยชามตะเกียบด้วยตนเอง ที่เหอซี ทุกคนต่างทำงาน สวี่จือยังช่วยล้างจานด้วย

            สวี่จือหยิบตะเกียบออกมา ให้สวี่ไป่ช่วยถือตะเกียบ จางจ้าวฉือกับแม่นมลู่ก็พาสวี่จือกับสวี่ไป่ไปนั่งกินข้าวกันที่ตั่ง

            อาหารของชิงเหมี่ยวชิงซุยล้วนเป็นสกุลจางหาแม่ครัวมาทำให้ เรือนของจางจ้าวฉือห่างจากเรือนหน้ามาก ส่วนโรงครัวใหญ่อยู่ที่เรือนหน้า กว่าจะส่งข้าวมาจากทางนั้นข้าวก็เย็นแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นเหตุผลที่จางจ้าวฉืออยากจะทำอาหารที่เรือนของตนเอง ผู้ใดจะยอมกินข้าวที่เย็นชืดทั้งสามมื้อ กินไปแล้วจะไม่ป่วยหรือ?

            จางจ้าวฉือเองก็ไม่ได้ทำอาหารทุกวัน เพียงแต่วันนี้มีเวลา ทั้งคิดได้ว่าสกุลจางได้ส่งหน่อไม้มาให้หนึ่งตะกร้า หน่อไม้นิ่มๆ มาผัดกับหมูสามชั้น แล้วกินกับข้าวหนึ่งจาน ดื่มน้ำแกงไข่หนึ่งถ้วยร้อนๆ ทำให้ทั้งร่างกายอุ่นสบาย

            ตอนนี้สวี่ไป่สามารถกินข้าวเองได้แล้ว อีกทั้งตอนกินข้าวก็ไม่ทำให้ข้าวหกเลอะเทอะออกมาด้านนอก จางจ้าวฉือทำข้าวให้เขาหนึ่งถ้วย ก่อนจะเรียกทุกคนมารับประทานอาหาร

            ตอนที่พวกจางจ้าวฉือทานอยู่นั้นจะไม่มีกฎห้ามพูดคุยตอนกินข้าว สวี่จือทานไปก็พูดไป “ท่านแม่เจ้าคะ ข้าได้ยินมาว่าพี่จิ่นจะเตรียมตัวหมั้นแล้วเจ้าค่ะ”

            พี่จิ่นที่สวี่จือกล่าวถึงคือลูกสาวคนโตของสวี่ผู ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของสวี่ฉี ตอนนี้นางอายุสิบสามปีแล้ว

            จางจ้าวฉือเอ่ย “นางอายุสิบสามปีแล้วใช่หรือไม่? อายุเท่านี้พูดเรื่องหมั้นก็พอจะพูดกันได้”

            สวี่จือเอ่ย “พี่กุ้ยแอบบอกกับข้า นางบอกว่าท่านป้าสะใภ้สองกับมารดาของฝ่ายชาย ซึ่งเป็นญาติทางฝั่งมารดาตกลงปลงใจกัน แต่ว่าลุงรองไม่เห็นด้วย พี่จิ่นเองก็ไม่ขัดอันใด ท่านแม่ของฝ่ายชายที่ตอนนี้อยู่ต่างเมืองส่งคนมาพบป้าสะใภ้สอง อยากจะปรึกษากับครอบครัวทางฝ่ายมารดาของพี่จิ่นสักหน่อย แล้วค่อยกำหนดเรื่องการแต่งงานเจ้าค่ะ”

            สวี่กุ้ยเป็นลูกสาวคนที่สองของสวี่ผู เฉินซื่อภรรยาของสวี่ผูกำเนิดจากชาติตระกูลที่ไม่ได้สูงมาก ปู่ของเฉินซื่อคือขุนนางที่มีอำนาจสูงมาก น่าเสียดายที่ไม่มีผู้สืบทอด หลังจากปู่ของเฉินซื่อออกจากราชการไป สกุลเฉินก็ตกต่ำอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้คงเป็นเหตุผลที่สวี่ผูไม่ยินยอมให้แต่งงานกับสกุลเฉิน


    คล้ายกับเรื่องครอบครัวของข้า นอกจากข้า ล้วนข้ามมิติมาทั้งครอบครัว [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801