ย้อนเวลากลับไปก่อนหน้าซักเล็กน้อย ณ.บริษัทGMW
ภายในห้องของประธานใหญ่บริษัท GMW ประตูห้องถูกเปิดออกมาช้าๆ
"ท่านประธานเรียกผมเหรอครับ?"
ชายหนุ่มที่เอ่ยขึ้นชื่อนนท์ หรือรองหัวหน้าฝ่ายGMของเกมการกำเนิดของผู้กล้า ที่เพิ่งถูกเลื่อนขั้นขึ้นมา
"อืม..ที่ผมเรียกคุณมาก็เพราะวันนี้.. เรามีนัดกับหัวหน้าสมาคมนะ" คุณวิทย์หรือประธานGMWเอ่ยขึ้น
"ท่านประธาน ทำไมเราต้องคอยตามก้นเ้าเด็กนั้นด้วยละครับ?" รองหัวหน้าGMเอ่ยขึ้นอย่างงๆโดยไม่เข้าใจความคิดของคุณวิทย์เลยว่า
อันที่จริงคุณวิทย์ถึงแม้จะเป็เ้าของเกมเสมือนจริงเกมนี้แต่เขา... ก็ยังไม่เคยได้ลองเล่นเกมเสมือนจริงจริงๆจังๆมาก่อนเหมือนกัน ดังนั้นคุณวิทย์จึงคิดว่าน่าจะลองเข้าไปเล่นดูซักครั้ง แล้วตอนที่เขากำลังจะเล่นสมาคมนักฆ่าก็กำลังโด่งดังอยู่พอดี คุณวิทย์จึงตัดสินใจเล่นนักฆ่าเพื่อที่จะเข้าร่วมสมาคมนั่นเอง
"ผมว่าคนที่ชื่อกันต์นี้มีอะไรแปลกๆ มันแปลกกว่าผู้เล่นทั่วๆไป เขาเหมือนจะรู้อะไรหลายสิ่งหลายอย่าง บางเื่แม้แต่คุณที่เป็ถึงรองหัวหน้าแผนกGMก็ยังไม่รู้คุณคิดว่ายังไง?"
นนท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็เงียบเพราะมันเหมือนที่ท่านประธานเขาว่ามาจริงๆ ยิ่งพวกเขาติดตามกันต์มากเท่าไหร่ ก็มีแต่จะเพิ่มความอยากรู้อยากเห็น และดูเหมือนคุณวิทย์ก็จะคาดหวังในตัวของกันต์ไว้มากเช่นกัน
"หรือว่าท่านประธานจะมอบ.....ให้เขาเหรอครับ?" ชายที่ชื่อนนท์ถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยความใ แต่..เขากลับไม่ได้รับคำตอบใดๆกลับมาในตอนนี้....
กลับมาที่สถาณการณ์ปัจจุบันอีกครั้ง...
ในขณะที่ทั้งสามกำลังเดินออกจากสมาคมนักฆ่าอยู่นั้น จู่ๆกันต์ที่เดินนำหน้าพวกเขาอยู่ๆก็พลันหายตัวไป แล้วมาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังของพวกเขาทั้งสองคนพร้อมกับ.. ฝ่ามือที่ตบลงไปยังบริเวณกลางหัวพวกอย่างแรง
ป๊าบบบ!!!
"โอ็ยย!!!"
ป๊าบบบ!!!
"อูยๆๆๆ...ทำอะไรของแกไอ้เด็......" นนท์รู้สึกโกรธมากๆเมื่อเห็นประธานของตัวเองถูกเด็กน้อยนี้ตบหัวไปด้วย
"หยุดเลยนนท์ผมไม่เป็อะไร" คุณวิทย์หรือเมฆรีบห้ามนนท์ทันที ส่วนกันต์ที่เห็นแบบนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาบ้างว่า
"รีบๆเดินหน่อย หากจบงานแล้วจะจีบกันเท่าไหร่ก็ได้ผมจะไม่ห้าม แต่ตอนนี้รีบๆเดิน...."
"มะมันไม่...เห้อ.."
ทั้งสามเดินออกมาแค่ไม่กี่ก้าวก็กลายเป็บริเวณกลางเมืองหลวงของอาณาจักรเบลซแล้ว ทั่วทั้งเหมืองหลวงถนนหนทางล้วนถูกปูหรือสร้างขึ้นมาจากก้อนอิฐสีขาวสวยงามมองดูสะอาดสะอ้าน สองข้างทางของถนนสายหลักที่พวกกันต์กำลังเดินอยู่ก็ล้วยแต่เต็มไปด้วยต้นไม้ต้นใหญ่สีเขียวขจีตัดกับพื้นสีขาว ทำให้มันดูร่มรื่นและสบายตาเป็อย่างมาก
ส่วนตามใต้ต้นไม้ใหญ่เ่าั้ ก็มีผู้เล่นกำลังจับกลุ่มคุยกัน บ้างก็ตั้งร้านขายของ หรือบางกลุ่มก็ใช้นั่งพักผ่อนหลังจากผ่านการเก็บเลเวลที่แสนจะยากลำบาก ภาพเหล่านี้มีให้เห็นได้ตลอดทางทั่วทั้งเมืองหลวงเบลซแห่งนี้
"หาปาร์ตี้ล่าบอสครับ ขอปาร์ตี้ที่มีเงินวาร์ประยะไกลนะครับ"
"ขายน้ำยาเพิ่มเืขวดใหญ่ครับ น้ำยาเพิ่มพลังเวทย์ก็มี....."
"ขายอาวุธระดับB จ้า ลองมาเลือกดูก่อนได้เลย มีมากมายจ้า"
"มีใครรับชื้อ ชุดเกราะระดับC บ้างไหมครับ?"
เสียงผู้เล่นที่นั่งอยู่ตามถนนสองฝากฝั่ง มีให้ได้ยินตลอดเส้นทาง ั้แ่เดินออกมาจากสมาคมนักฆ่า กันต์ก็ลองสำรวจถึงความเปลี่ยนแปลงของเมืองไปด้วย ซึ่งมันมีหลายสิ่งหลายอย่างมากที่เปลี่ยนไปเช่น...
ใจกลางเมือง.. ที่ๆมีผู้เล่นมากมายกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ใกล้ๆแท่นน้ำพุขนาดใหญ่ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้น น้ำพุขนาดใหญ่ที่พุ่งสูงเสียดฟ้ากลายเป็ละอองน้ำเล็กๆ กระจายเข้าใส่ร่างของผู้เล่นที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ให้ได้สดชื่นไปตามๆกัน นี้จังนับเป็อีกสถานที่ๆผ่อนคลาย สำหรับผู้คนในเมืองหลวงเบลซแห่งนี้
และนอกจากน้ำพุมันยังมีอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆอีกมากมายที่เปลี่ยนไป ทั้งแบบตะวันออกหรือแบบผสมตะวันตกตัวอาคารที่ถูกออกแบบอย่างงดงามเหล่านี้ นับว่าหาดูได้ยากมากแล้วในโลกความเป็จริง
อาคารกว่าครึ่งของเมืองล้วนถูกเปลี่ยนให้เป็อาคารสีขาวสวยงามทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกสบายตา มันจึงทำให้ตอนนี้เมืองหลวงของอาณาจักรเบลซ กลายเป็เมืองในฝันของใครหลายๆคน ที่มาจากเกาะเริ่มต้นเลยทีเดียว
.....
ส่วนอาคารสมาคมต่างๆนั้นก็มีให้เห็นจนกลายเป็เื่ปกติไปแล้วเช่นกัน เพราะตอนนี้ในโลกของเกมการกำเนิดของผู้กล้า ได้ให้กำเนิดสมาคมที่หลากหลายจนจะครบสายอาชีพแล้ว เหมือนสมาคมนักฆ่าที่ตอนนี้ก็มีถึง7แห่งด้วยกัน โดยแต่ละแห่งก็ตั้งอยู่ในอาณาจักรที่แตกต่างกันออกไป
ดังนั้นจึงทำให้สมาชิกของสมาคมนักฆ่าของกันต์.. ที่เหลือน้อยอยู่แล้วยิ่งลดลงไปเรื่อยๆอีก เพราะในตอนนี้ผู้เล่นที่มีเลเวลสูงๆ ก็เริ่มจะเข้าไปสำรวจภายในดินแดนต้องห้ามแล้ว ดังนั้นมันจึงเป็การเสียเวลา และเสียเงินที่จะวาร์ประยะไกลเพื่อมารับ-ส่งภารกิจ ที่สมาคมนักฆ่าประจำเมืองเบลซ
ดังนั้นพวกเขาเ่าั้ จึงหันไปเข้าร่วมกับสมาคมนักฆ่าที่อยู่ใกล้ดินแดนต้องห้ามแทน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางรับ-ส่งภารกิจ และนี้จึงเป็เหตุผลที่ว่าทำไมสมาชิกภายในสมาคมของกันต์จึงลดลงเหลือเพียงน้อยนิด
30นาผีผ่านไป...
หลังจากที่พวกกันต์เดินมาถึงจุดวาร์ประยะไกล ซึ่งตั้งอยู่ภายในเมืองหลวงของอาณาจักรเบลซ ทั้งสามจึงใช้เวลาต่ออีกเพียงเล็กน้อยในการใช้งานเครื่องวาร์ป และเพียงไม่นานในที่สุดทั้งสามก็มาเดินทางมาถึงอีกสถานที่ หรือที่ๆเรียกว่าเมืองหลวงดีอ้อนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"ผมไม่ชอบไอ้เครื่องนี้เลยครับหัวหน้า มันทำให้ผมอยากจะอ๊วกแหวะ"
นนท์อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา เพราะเขาไม่ค่อยชอบเครื่องวาร์ประยะไกลนี้ซักเท่าไหร่นัก แต่กันต์กลับไม่ได้สนและเหมือนจะตั้งใจซ้ำเติมมากกว่าเดิม เขาเน้นพานนท์และเมฆเดินทางผ่านเครื่องวาร์ปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งวาร์ประยะไกลวารป์ประยะไกล ยิ่งทำให้นนท์แทบจะอ๊วกพุ่งออกมาให้รู้แล้วรู้รอด จนผลสุดท้ายพวกกันต์ก็วาร์ปออกมาจากเมืองหลวงของอาณาจักรดีอ้อน จนกระทั่งมาถึงขอบสุดของอาณาจักรดีอ้อนได้สำเร็จ..
และทั้งสามคนตอนนี้.. ก็กำลังยื่นอยู่ด้านหน้าของดินแดนต้องห้ามที่เพิ่งจะเปิด ดินแดนสีดำที่ไม่มีแผนที่หรือข้อมูลใดๆดินแดนที่เทียบเท่าหรืออาจจะใหญ่โตยิ่งกว่าอาณาจักรทั้ง7รวมกันซะอีก ดังนั้นมันจึงเป็สถานที่ๆน่าท้าทายสำหรับใครหลายๆคนเป็อย่างมาก
"เอ่อ....หัวหน้าครับ เราจะไม่หาคนเพิ่มอีกหน่อยเหรอครับ?"
รอบนี้คุณวิทย์กล่าวออกมาบ้าง เพราะถ้าเขาจะกลัวก็คงไม่ใช่เื่แปลกอะไร เนื่องจากตรงหน้าพวกเขาตอนนี้มีแต่ต้นไม้สูงใหญ่ ต้นเล็กสุดที่เห็นคงประมาณ3คนโอบทุกต้นล้วนเป็สีดำ แม้แต่พื้นก็ยังเป็สีดำ และยังมีหมอกสีดำสนิทที่กำลังลอยบดบังแสงอาทิตย์ จึงทำให้ป่าแห่งนี้ดูน่ากลัวเป็อย่างมาก
โดยเฉพาะกันต์ที่น่าจะกลัวมากที่สุดเมื่อมองเห็นต้นไม้สีดำเ่าั้ แต่เขาก็ยังคงแกล้งทำเป็เยือกเย็นต้อหน้าลูกน้องโดยการก้าวขาที่กำลังสั่นเทาเล็กๆ เข้าไปในดินแดนต้องห้ามเป็คนแรก ซึ่งทันทีที่ทั้งสามก้าวเข้ามาในดินแดนต้องห้ามอากาศรอบๆตัวที่เย็นะเืก็เข้ามาโจมตีพวกเขาทันที
"ว๊ากกกกกกกกกกกก!!!!!!"
"เฮือก!!!!"
"อะไร!!!???"
เมื่อทั้งสามก้าวเท้าเข้ามาในดินแดนสีดำ.. นนท์ก็ะโแหกปากดังลั่นเป็คนแรก ตามมาด้วยเสียงหายใจดังเฮือกของกันต์ที่พร้อมจะหนีได้ทุกเมื่อหากว่ามีผีสาวปรากฏตัวออกมา และเสียงสุดท้ายก็คือเสียงของคุณวิทย์ที่ใจนแทบจะสิ้นสติด้วยกลัวว่าความดันจะกำเริบ
"ะโทำบ้าอะไรของนาย เ้าบ้านี้.." กันต์อดไม่ได้ที่จะต่อว่าลูกน้องของเขาคนนี้ เพราะมันเกือบจะทำให้ฟรอม์หัวหน้าสมาคมผู้แสนเ็าของตนต้องหลุดออกมาแล้ว แต่ก่อนที่กันต์จะบ่นออกมามากกว่านี้เสียงของระบบก็พลันดังขึ้นมาในหัวของพวกเขาทั้งสามคน
ติ๊ง!!!ผู้เล่นพบสัตว์อสูรเมดูซ่าระดับาาเลเวล240 หากผู้เล่นถูกเมดูซ่าสังหาร จะสูญเสียเลเวล10เลเวล รอเกิด10ชั่วโมง
แทบทันทีที่ทั้งสามคนเข้ามาในดินแดนต้องห้าม ก็ดูเหมือนว่าจะมีมอสเตอร์มาคอยต้อนรับทันที รูปร่างของมอสเตอร์ตัวนี้ครึ่งล่างเป็เหมือนงูมีเกล็ดสีเขียวเข้ม ส่วนท่อนบนนั้นเป็เหมือนหญิงสาวทั่วๆไป แต่มันไม่ได้งดงามนักโดยเฉพาะเส้นผมเ่าั้
ฟ่อ!!!!!
นนท์ที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบชักกริชสั้นของเขาออกมาตามสัญชาตญาณ ก่อนจะสับไปยังเส้นผมของมอนสเตอร์ตรงหน้าดังฉับ!!!! การโจมตีครั้งนี้ส่งผลทำให้เืสีเขียวๆพุ่งกระเด็นใส่ตาของนนท์เต็มๆ ส่วนเส้นผมที่เป็เหมือนงูบางส่วนของเมดูซ่าก็ถูกตัดขาดออกทันที
"อ๊ากกกกกกกกก...ตาผมๆๆ"
"อย่ามองตามัน ระวังติดสถานะ"
กันต์เอ่ยเตือนขึ้น เมฆจึงใช้ทักษะเคลื่อนที่ในพริบตาไปโผล่ที่ด้านหน้าของเมดูซ่า พร้อมกับชักมีดสั้นออกมาสองเล่มแล้วขว้างมีดสั้นทั้งสองใส่ตรงดวงตาของมันทันที
ฉึกๆ!!!!!
แต่ดูเหมือนเมดูซ่าจะรู้ทัน.. มันรีบยกแขนขึ้นมาป้องกันเอาไว้ จึงทำให้มีดสั้นที่สมควรเสียบปักอยู่ที่ดวงตาของมันกลับกลายปักลงที่ท่อนแขนของมันแทน มันสะบัดหางขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเกล็ดของมันไปที่ลำตัวของเมฆ
ตูม!!!! ทำให้เมฆปลิ้วกระเด็นไปไกลหลายเมตรแล้วชนเข้ากับต้นไม้อย่างแรง
"เมฆ นนท์..!!!"เมฆ (ขอเรียกเมฆ นะครับคุณวิทย์ ชื่อยาวไป)
กันต์ะโลั่นด้วยความโกรธ และกลายเป็หมอกพุ่งเข้าไปหาเมดูซ่าที่ตอนนี้ กำลังเลื้อยเข้าไปหาลูกน้องของเขาส่วนเมดูซ่าเมื่อเห็นว่ากันต์เริ่มเคลื่อนไหว มันก็ยกปลายหางขึ้นและแทงเข้าใส่กันต์อย่างแม่นยำ ฟุบ!!!!ร่างของกันต์ที่ถูกโจมตีเข้าอย่างจังก็กลับสลายกลายเป็ควัน หายเข้าไปในความมืดห่อนที่
ฉึก!!!
กริชสั้นลอยละลิ่วออกมาจากความมืดโดยไม่มีซุ่มเสียง ก่อนจะปักคาไปที่หน้าผากเมดูซ่าอย่างแม่นยำ เสียงกรีดร้องที่ก้องกังวาน ของมันทำให้นนท์และเมฆต้องรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปกปิดใบหูเอาไว้ ด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยว
ส่วนกันต์ที่เห็นว่าศัตรูเริ่มลดการป้องกันลง จึงรีบวิ่งเข้าไปหาเมดูซ่าใหม่อีกครั้ง กันต์ปล่อยออร่าสีดำออกมาจากร่างกายมันเป็ทักษะของเผ่าพันธุ์Iเพื่อเพิ่มพลังในการโจมตีครั้งนี้ กันต์ตะวัดมือลงเบาๆเพื่อเปลี่ยนอาวุธสวมใส่ ก่อนที่ดาบเล่มยาวสีดำของนักฆ่าเล่มใหม่ที่กันต์เพิ่งประมูล จะปรากฏออกมาแทนที่กริชสั้นในมือ
ซึ่งดาบเล่มนี้ทั่วทั้งด้ามจับและใบดาบล้วนเป็สีดำทั้งหมดไม่มีลวดลายอะไรเลย แต่ทว่าความยาวของมันกลับโดดเด่นกันต์กระชับด้ามจับให้แน่นแล้วตวัดดาบที่มีความยาวเกือบ2เมครเข้าใส่บริเวณเอวของมัน ฉับ!!! ทันทีที่ใบดาบสีดำได้ััเข้ากับิัที่เต็มไปด้วยเกล็ดหนาๆดั่งชุดเกราะระดับสูง เสียงกรีดร้องที่คลุ้มคลั้งของมันก็ได้หยุดลง พร้อมลำตัวท่อนบนและล่าง ที่ค่อนๆแยกออกจากกัน
"ทำไมมันเก่งแบบนี้ครับหัวหน้า เลเวลมันน้อยกว่ามอสเตอร์บางตัว ที่ด้านนอกอีก?"
นนท์และเมฆที่ตอนนี้กำลังเดินมาสมทบกันต์พูดขึ้นด้วยความสงสัย
"ผมก็ไม่รู้.. แต่เรารีบไปก่อนที่พวกมันจะมาเพิ่มดีกว่า ดูเหมือนการร้องเมื่อกี้จะเป็การส่งสัญญาณบางอย่าง"
"หา!!! งั้นไปต่อเถอะครับหัวหน้าป่ะ" นนท์และเมฆออกวิ่งนำหน้ากันต์ไปอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าจะมีกองทัพเมดูซ่ามาถึงในอีกไม่ช้า ทั้งสามคนรีบมุ่งหน้าเข้าไปในป่าที่ลึกขึ้นๆ ซึ่งยิ่งเข้าไปลึกเท่าไหร่ก็จะมีมอสเตอร์ที่เลเวลสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
"ใกล้จะถึงละ.. หวังว่าตัวนี้คงจะดรอปของดีๆให้เราได้นะ?" กันต์เอ่ยขึ้นขณะที่เริ่มกลับมาวิ่งนำหน้าคนทั้งสอง
"หัวหน้าทำไมคุณถึงรู้ละเอียดจังครับ ทั้งๆที่ดินแดนต้องห้ามเพิ่งจะเปิดเอง?"
เมฆลองถามขึ้นเผื่อจะได้คำตอบ ที่พอจะทำให้เขาหายสงสัยบ้าง
"นายไม่จำเป็ต้องรู้ แล้วอีกอย่างไม่ต้องตามหลังผมใกล้ขนาดนี้ก็ได้นะ..." กันต์เริ่มเร่งความเร็วเพื่อทิ้งห่างอีกครั้ง
"เอ่อคือว่าหัวหน้า... พวกผมไม่ได้เป็แบบนั้นครับ.."
"ไม่เป็ไรเหรอก.. คนเรามีความชอบไม่เหมือนกัน และผมก็ไม่ชอบก้าวก่ายความคิดของคนอื่นด้วย"
"ครับ.....?"
โป้กก!!!
"โอ้ยยย!! ทำอะไรครับคะคุณ... เมฆ"
"แล้วแกจะตอบรับหัวหน้าทำไมเล่าเห้อ.."
"...."
ผ่านมา20นาทีในที่สุดทั้งสามคนก็มาถึงจุดหมายปลายทาง มันเป็ปราสาทหลังใหญ่ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่ขึ้นรอบๆตัวปราสาททำให้ตัวปราสาทมองเห็นได้ไม่ชัด และนอกจากต้นไม้ที่บดบังยังมีหมอกสีดำลอยปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ ยิ่งทำให้ตัวปราสาทเก่ามากและเหมือนมันจะพังลงมาได้ทุกเมื่อยิ่งดูลึกลับและอยากต่อการเสาะหาขึ้นไปอีก
ส่วนข้างๆปราสาทมีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน เสียงน้ำไหลและเสียงสัตว์อสูรร้องดังขึ้นมาให้ได้ยินเป็ระยะๆ ทำให้ภาพของปราสาทดูน่ากลัวเป็อย่างมาก ส่วนบริเวณประตูทางเข้าของปราสาทมีหลุมสีดำ คล้ายหลุมมิติที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างให้หายไปข้างในนั้น
"นนท์ นายเข้าไปก่อน" กันต์เอ่ยขึ้นทันทีที่มาถึง
"หา!!!ทะทะทำไม..... ต้องเป็ผมด้วยครับหัวหน้า?"
นนท์เป็คนที่ขี้กลัวที่สุดในกลุ่ม ดังนั้นเขาจึงโดนกันต์แกล้งอยู่เสมอๆ เพื่อฝึกความกล้าในตัว
"หรือจะให้ผมเข้าไปก่อน?" เมฆเอ่ยขึ้นมาบ้างนนท์จึงทำได้เพียงเดินคอตกเพื่อนำทางให้คนทั้งสอง
แต่ในขณะที่พวกกันต์กำลังจากเข้าไปในประตูมิติสีดำอยู่นั้น จู่ๆน้ำเสียงเคร่งเครียดของเอ็มม่าก็ดังขึ้นมา
"นายท่าน มี......"
"ผมรู้แล้ว.. ทำตัวเหมือนปกติอย่าให้พวกมันสงสัย ไม่งั้นเราไม่รอดแน่ๆ" ได้ยินแบบนั้นเอ็มม่าจึงเข้าใจว่า กันต์ก็รู้สึกตัวนานแล้วเช่นกัน ดังนั้นเสียงของเอ็มม่าจึงค่อยๆเงียบลงไป
นนท์ที่ถูกบังคับด้วยความจำยอม ค่อยๆเดินนำหน้าเดินเข้าประตูมิติสีดำนั้นไป ส่วนกันต์กับ เมฆ ก็ค่อยๆเดินตามนนท์เข้าไปติดๆ และแล้ร่างของทั้งสามก็หายเข้าไปในประตูมิติจนหมดสิ้น และจางหายไปยอา่งไร้ร่องรอย
5นาทีผ่านไป..
ผ่านไปไม่นานหลังจากที่พวกกันต์เข้าไปปราสาทหลังเก่า ด้านหลังต้นไม้ต้นใหญ่ที่ขึ้นอย่างหนาแน่นข้างๆปราสาทจู่ๆก็ปราฏกร่างของคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมา พวกเขาทั้งกลุ่มล้วนสวมใส่ผ้าคลุมสีแดงเืกระจายกลิ่นอายอันดำมืดออกมาจนทำให้บรรยากาศสีดำรอบๆตัว ดูสว่างจ้าขึ้นมาทันทีเมื่อเทียบกับพวกมัน
"เ้ารีบไปรายงานนายท่านว่าเราพบตัวมันแล้ว"
ชายที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของพวกมันเอ่ยขึ้นสั้นๆ ทำให้หนึ่งในสมุนที่รับคำสั่งพุ่งทะยานเข้าไปในส่วนลึกของดินแดนต้องห้ามทันที ซึ่งในระหว่างทางที่มันผ่านสัตว์อสูรที่ดุร้ายมากมายทั้งหมด..ต่างก็หลบเลี่ยงที่จะเจอกับมัน เหมือนพวกมอนสเตอร์จะรับรู้หรือหวาดกลัวอะไรบางอย่างในตัวของชายหรือสมุนคนนั้น
"พวกเรากลับไปเตรียมตัวได้ ส่วนพวกเ้าสามคนคอยเฝ้าทางออกของพวกมันเอาไว้"
ในขณะที่บุคคลลึกลับกำลังสั่งงานกับลูกสมุนอยู่นั้น สูงขึ้นไปเหนือท้องฟ้าประมาณ300เมตร ได้มีคนในชุดคลุมสีดำ2คนลอยตัวอยู่ เนื่องจากหมอกสีดำที่หนาแน่นทำให้กลุ่มคนข้างล่าง ไม่สามารถที่จะมองเห็นหรือััพวกเขาได้
"ลูเซียโน่ ตามไปสังหารเ้าคนส่งข่าวนั้นซะ"
"ตามบัญชา.. นายหญิงแห่งข้า"
เมื่อได้รับคำสั่งบุคคลผู้มีชื่อว่าลูเซียโน่ ก็พลันหายตัวไปท่ามกลางความมืดมิดตรงไปยังทิศทางเดียวกับคนส่งข่าวก่อนหน้านี้ทันที....