ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    ฝึกซ้อม

    ฝึกซ้อม

               เมื่อได้รับเทียบเชิญมาแล้ว ครอบครัวเจี้ยนเฉิงก็เร่งปรึกษากันในวันนั้นอีกไม่กี่วันต่อมาพวกเขาก็หาอาจารย์มาสอนให้แก่ลี่ถิงได้แล้วทั้งเรื่องมารยาทและคำสอนหญิงสาวหนึ่งคน เรื่องศิลปะศาสตร์ทั้งสี่ด้านโดยจ้างมาด้านละหนึ่งคนสอนร่ายรำอีกหนึ่งคน วิชายุทธ์อีกหนึ่งคน สรุปแล้วจะต้องจ้างอาจารย์มาสอนถึง 7คนด้วยกัน โดยวันหนึ่งๆ จะต้องเรียนกับอาจารย์ถึงสองคนซึ่งเรื่องแบบนี้มิใช่เล่นๆ เลย มันช่างหนักหนาสำหรับเด็กสาวอย่างลี่ถิงนัก

    “ข้าแพ้อีกแล้ววว”ชิงเถาร้องขึ้นเมื่อวันนี้ลี่ถิงต้องเรียนการเล่นหมากล้อม เมื่อมีอาจารย์มาสอนพวกเขาจะพลาดโอกาสได้เช่นไรจะให้ลี่ถิงนั่งเรียนคนเดียวก็กลัวเหงาพวกนางที่เหลืออีกห้าคนก็มาเรียนร่วมด้วยถือว่าใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็แล้วกัน

    “คุณหนูสำรวมด้วยขอรับธรรมเนียมปฏิบัติและมารยาทในการเล่นข้าสอนไปแล้ว ช่วยปฏิบัติตามด้วย”ชายวัยยี่สิบปลายผู้ซึ่งเป็นผู้สอนการเล่นหมากล้อมเอ่ยเตือนชิงเถาออกมาอย่างเข้มงวดเขาเตือนนางไปหลายครั้งแล้วแต่นางก็ร้องขึ้นอย่างนี้ทุกรอบการแข่งเดินหมาก

    “ขออภัยเจ้าค่ะ”ชิงเถารีบกล่าวกับอาจารย์ผู้นี้ออกมาทันทีนางเรียนกับเขาเขาคงเสียใจมากที่มีลูกศิษย์ไม่เอาไหนบอกไม่ฟังเช่นนี้

    “ขอบคุณเจ้าค่ะ”  “ขอบคุณขอรับ”แล้วนางก็หันมาขอบคุณคู่แข่งอีกฝ่ายของนางทันทีนางเล่นกันเยว่สือมาสามตาแล้วก็ต้องแพ้ทั้งสามตาการเล่นแบบนี้ไม่ใช่ทางของนางจริงๆ

    “เจ้าแพ้ข้าอีกแล้วอย่าลืมที่ตกลงที่ซ้อมธนูของข้า” เยว่สือเอ่ยออกมา เขาตกลงกับชิงเถาไว้ถ้าเขาชนะนางจะต้องไปขออนุญาตจิ้นสิงให้สร้างที่ฝึกซ้อมธนูเล็กๆให้เขา

    “รู้หรอกน่าข้าก็อยากฝึกเหมือนกันแหล่ะ” ชิงเถาตอบเขาออกมา วันก่อนพวกเขาเรียนวิชายุทธ์เบื้องต้นมีการกล่าวถึงการยิ่งธนูด้วยพวกเขาจึงสนในอยากจะเรียน

    “เช่นนั้นก็ดีข้าไม่อยากรู้สึกผิดที่ต้องขอร้องอยากได้นั่นได้นี่มากไป”เยว่สือตอบนางออกมาอย่างไม่รู้สึกผิด แต่ในใจนั้นเตรียมโดนพี่สาวบ่นเขาแล้ว

    “พวกข้าก็อยากฝึกยิ่งธนูเช่นกันขอรับ”สองแฝดที่นั่งดูพวกเขาแข่งเดินหมากพูดออกมา

    “เช่นนั้นก็ดีต่อไปเรามาแข่งกันเถอะ” เยว่สือกล่าวกับน้องๆ ออกมาอีก

    “เจ้าบ้าแม้แต่เด็กเจ้าก็จะแข่งด้วย” ชิงเถาว่าเขาออกมาทันทีเจ้านี่พอได้ลองแข่งทำนั่นนี่กับนาง ก็จะลามไปถึงคนอื่นๆ แล้ว

    “พวกเจ้าเงียบๆเสียงกันหน่อย” อาจารย์หนุ่มเอ่ยขัดพวกเขาออกมา เมื่อเสียงของพวกเขาไปรบกวนการประลองเดินหมากระหว่างลี่ถิงกับเยว่ซิน

    “ขอรับ/เจ้าค่ะ” พวกเขาจึงต้องเอ่ยเสียงตอบรับออกไปเสียงแผ่วอย่างรู้สึกผิด

    “อ่ะพี่เยว่ซินชนะแล้ว ขอบคุณมากเจ้าค่ะ” ลี่ถิงเอ่ยออกมาเมื่อเยว่ซินวางหมากสุดท้ายลงไปแล้วรู้ผลแพ้ชนะ

    “ขอบคุณเจ้าเช่นกัน”เยว่ซินก็กล่าวออกมาเมื่อเล่นเสร็จ

    “พวกเจ้าเก่งมากเยว่ซินมีสมาธิดีมาก นิ่งสงบ กล้ารุกและตั้งรับส่วนลี่ถิงก็ถือว่าเล่นได้ดีเช่นกันเจ้าถือว่ามีความรอบครอบมากขอเพียงใจกล้ามากกว่านี้หน่อยถือว่าไม่ด้อยกว่าเยว่ซินแน่”อาจารย์หนุ่มเอ่ยชมเชยศิษย์เอกทั้งสองของเขาในที่นี่ออกมา

    “ขอบคุณเจ้าค่ะศิษย์จะตั้งใจ” ทั้งสองค่อมหัวเอ่ยออกมาอย่างดีใจ

    “เช่นนั้นวันนี้ก็พอแค่นี้เถอะอีกสามวันเจอกัน” อาจารย์หนุ่มเอ่ยลาพวกเขาแล้วเก็บข้าวของกลับทันทีโดยมีพวกเขาเดินออกไปส่งหน้าจวน

     

    “เด็กๆมาดูนี่เร็ว แม่ซื้อผ้ามาหลายผืนเชียว” นางลี่จูเอ่ยออกมา เมื่อกลับมาถึงจวนตอนนี้มีเพียงนางกับสามีแล้วที่ออกไปข้างนอกเพราะลูกๆ ก็อยู่จวนร่ำเรียนกันหมดซึ่งเรื่องนี้ก็ดีมากแล้ว พวกเขาเป็นพ่อแม่ก็ควรทำงานแล้วให้ลูกๆได้ทำหน้าที่ของเด็กๆ ไป

    “ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทั้งหกตอบรับจากในห้องรับแขกที่ใช้เป็นที่เรียนรีบเดินออกมาข้างนอกหานางตอนนี้พวกเขาเลิกเรียนแล้วแต่ยังนั่งพูดคุยกันอยู่ไม่ได้แยกย้ายไปไหน

    “มาๆ มาเลือกผ้าช่วยกันเร็วเราต้องเร่งตัดชุดให้ลี่ถิงและเยว่ซือแล้ว” นางลี่จูเอ่ยอย่างยิ้มๆเรียกพวกเขาอีกรอบ ตอนนี้นางเรียกทั้งสองพี่น้องว่าลูกแล้วส่วนทั้งสองพี่น้องก็เรียกนางว่าแม่แม้บางครั้งพวกเขาจะลืมไปบ้างแต่ก็ถือว่านางคือแม่แล้ว 

    “สีนี้สวยดีเจ้าค่ะเหมาะกับพี่ใหญ่” ชิงเถาจับผ้าเนื้อดีสีชมพูอ่อนออกมาแล้วเอ่ยขึ้นผ้าสีชมพูอ่อนแต่ไม่ได้ซีดถึงจะสีอ่อนแต่ก็สดใสนัก

    “แม่ก็ว่าดีส่วนสีนี้เข้ากับเยว่ซินนะแม่ว่า” นางลี่จูจับผ้าไปเทียบกับเยว่ซินอีกคนใช่แล้วตอนนี้พวกเขาจะส่งเยว่ซินเข้าประกวดอีกคนนี่ไม่ใช่ความคิดพวกเขาในตอนแรกหรอก แต่ได้รับคำชมและเสนอจากอาจารย์หลายๆคนที่มาสอนพวกเขาว่าเยว่ซินก็ถือว่าเป็นสตรีที่มีความสามารถคนหนึ่งส่งเข้าไปประกวดต้องไม่ขายหน้าแน่นอนซึ่งตอนแรกเยว่ซินก็ไม่ได้อยากเข้าร่วมหรอกแต่ถูกลี่ถิงเอ่ยชวนหลายรอบเข้าจึงตอบตกลงเข้าร่วมไป

    “ใช่เข้าค่ะสีม่วงงามมากตรงเสื้อด้านบนเป็นม่วงอ่อนส่วนกระโปรงเป็นม่วงเข้มก็น่าจะสวยดีนะเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยเสนอออกมา จริงๆเรื่องชุดคนอื่นอาจจะสั่งร้านชั้นหนึ่งของเมืองตัดให้ไปแล้วแต่เมื่อเป็นการประกวดเรื่องของหญิงสาวถ้าพวกนางเป็นผู้ตักเย็บชุดเองก็คงจะดีกว่าแต่ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่เสร็จหรอกยังมีพวกนางช่วยด้วยอีกแรงไม่เหนื่อยเกินไปแน่นอน

    “เช่นนั้นก็ดีจะได้รีบลงมือเลย แม่ก็นะไปหาซื้อร้านที่ดีที่สุดเลยนะ ผ้าเนื้อดีพึ่งมาใหม่ผู้คนก็เลยแน่นร้านแม่ก็กลัวว่าจะไม่ได้ผ้าดีๆเสียแล้ว ส่วนที่เหลือนี่ก็น่าจะได้ชุดดีๆอีกหลายชุดแม่ไม่รู้ว่างานประกวดต้องใช้กี่ชุดเราก็เตรียมไว้เท่าที่จะเตรียมทันก็แล้วกัน”นางลี่จูเอ่ยออกมาอย่างพอใจดีที่นางออกจากบ้านแต่เช้าแล้วตรงไปร้านผ้าเลยมิเช่นนั้นผ้าดีๆ คงจะหมดไปแล้วคงไม่เหลือมาให้นางหลายพับหลายสีขนาดนี้

    “เจ้าค่ะ เช่นนั้นวันนี้จะเริ่มเลยใช่ไหมเจ้าคะ”ชิงเถาถามออกมานางลี่จูไม่ตอบแต่เริ่มสั่งให้หยิบข้าวของบนใหญ่ในห้องโถงออกเริ่มวาดแบบตัดผ้ากันเลย

    “ถ้าเช่นนั้นข้าไปเตรียมข้าวเย็นนะเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาเมื่อเห็นสาวสาวช่วยกันอย่างขะมักเขม่น นางเลยอาสาเข้าครัวเองโดยมีเยว่สือเป็นลูกมือส่วนสองแฝดนั้นวิ่งออกไปช่วยบิดารดน้ำพืชผักข้างนอกตั้งแต่บิดาเขากลับมาแล้ว

    “ได้”เยว่สือที่มองเห็นทั้งสามดูตั้งใจมากเลยตอบตกลงแล้วรีบเดินนำออกไปทันที

     

    “ว้าวววสวยมากเลยขอรับ”สองแฝดที่เห็นพี่สาวทั้งสองลองใส่ชุดที่ตัดเย็บเสร็จแล้วเดินออกมาให้ทุกคนดูเขาก็ร้องอ้าปากค้างไปเลย

    “ใช่ไหมล่ะว่าแต่ชุดหรือพี่สาวทั้งสองสวยกว่ากัน” ชิงเถาที่เห็นทั้งสองตะลึงกับพี่ๆจึงลองถามออกมาดู

    “ทั้งสองขอรับ”  “ต้องพี่สาวอยู่แล้ว” สองแฝดตอบออกมาทันที

    “แหมๆๆตอบเร็วเชียวนะ แล้วพี่ล่ะ” ชิงเถาเอ่ยแซวน้องชายออกมา แต่ยังไปเลิกกวนนางยกมือสองข้างขึ้นมาจรดกับใต้คางแล้วยื่นหน้าไปใกล้น้องชายทำตาปริบๆ

    “เอ่อออ”สองแฝดอึ้งไปเลยไม่คิดว่านางจะถามแบบนี้

    “ดูสิน้องเจ้าพูดไม่ออกเลยฮ่าๆๆๆ” เยว่สือพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีดูสิเขาไม่ต้องแกล้งนางนางก็หาเรื่องแกล้งตัวเองแล้ว

    “อาสือเจ้าหัวเราะอะไร” เยว่ซินดุน้องชายออกมาเมื่อเห็นน้องชายหัวเราะชิงเถา

    “เอ่อไม่หัวเราะแล้วขอรับ ข้าๆ ข้าไปดูม้าก่อนดีกว่า ท่านพ่อบอกให้ไปให้หญ้าม้า”เยว่สือรีบเปลี่ยนบทเดินหนีออกไปทันที

    “มาอยู่แรกๆก็เรียบร้อยจนข้าแปลกใจ แต่ตอนนี้ดูสิดื้อซนยิ่งกว่าเดิมเสียอีก”เยว่ซินกล่าวตามหลังน้องชายออกไปปลงๆ

    “เด็กผู้ชายก็อย่างนี้มาๆ เรามาเลือกชุดให้เจ้าดีกว่าอีกไม่กี่วันจะถึงรอบคัดเลือกแล้วเจ้าจะใส่ชุดไหนดี” ลี่ถิงเอ่ยกับหญิงสาวออกมาแล้วพากันเปลี่ยนเรื่องคุยกันไป

     

               ถึงวันประกวดรอบแรกซึ่งเป็นรอบคัดเลือกหญิงสาวหลายพันคนมารวมกันอยู่ที่ลานว่าการเจ้าเมืองเพื่อทำการเข้าร่วมหนึ่งในนั้นก็มีเยว่ซินด้วย วันนี้นางต้องมาคนเดียวแล้ว ส่วนคนอื่นๆถูกกันอยู่รอบๆที่จัดงานที่มีรั้วเตี้ยๆ กันไว้ หญิงสาวประมาณสี่พันคนมาเข้าร่วมการประกวดรอบคัดเลือกโดยเริ่มตั้งแต่ลงทะเบียนตามที่ได้สมัครมาแล้วก่อนหน้านี้พวกนางจะต้องเข้ามายืนเรียงแถวรายเรียงกันในพื้นที่นี้โดยจะเป็นรอบละสามร้อยคนผู้คัดเลือกที่เป็นทั้งคนของเจ้าเมืองและนางกำนันระดับสูงในวังหลวงที่ร่วมคัดเลือกในครั้งนี้ด้วยพวกนางเพียงยืนนิ่งๆ อย่างสงบให้คนมาคัดตัวออกไปวันแรกในรอบคัดเลือกจบสิ้นลงไปด้วยการคัดเพียงการยืนนิ่งๆตากแดดแล้วคัดตามหน้าตาที่พวกกรรมการพอใจส่วนพรุ่งนี้จะเป็นเรื่องมารยาทเบื้องต้นต่างๆซึ่งถ้าผ่านไปได้ก็ถือว่าได้เข้าไปในรอบต่อไปในอีกสองสัปดาห์หน้าแล้วแต่ถือว่าไม่ง่ายเลย เพียงวันแรกที่ยืนกลางแดดก็มีคนเป็นลมล้มไปแล้วหลายคนอีกทั้งผู้ที่ผ่านการคัดเลือกก็มีเพียงหนึ่งพันคนเท่านั้นไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเหลืออีกเท่าไหร่

     

    “เป็นเช่นไรบ้างพี่เยว่ซินเหนื่อยไหม นี่น้ำเจ้าค่ะ” ชิงเถาถามออกมาเมื่อจบงานวันแรกเยว่ซินก็เดินออกมาหาพวกนางที่ยืนรอทันทียังดีที่นางได้เข้าเป็นรอบแรกจึงไม่ต้องคอยนานเมื่อได้รับคัดเลือกแล้ว เพียงลงชื่ออีกนิดหน่อยก็สามารถกลับก่อนได้เลยไม่ต้องยืนรอต่อ ถ้าจะเหนื่อยก็คงเป็นรอบต่อๆไปนั่นแหล่ะเพียงค่อยถึงรอบคัดเลือกของตนเองก็เหนื่อยแล้ว

    “ไม่หรอกขอบใจมากนะ” เยว่ซินรับน้ำจากชิงเถามาดื่มแก้กระหายทันที

    “เช่นนั้นเรากลับร้านกันเถอะท่านพ่อท่านแม่รอฟังข่าวอยู่” ลี่ถิงบอกออกมาแล้วชวนทุกคนกลับร้าน

     

               วันต่อมาเยว่ซินกับคนอื่นๆก็มาที่ลานประกวดกันแต่เช้า ดีที่เมื่อวานนางเสร็จเร็วจึงได้กลับไปพักผ่อนนอนหลับกันเต็มอิ่ม

    “ผู้เข้าแข่งขันชุดแรกเริ่มคัดเลือกได้” เสียงชายสูงวัยเอ่ยออกมาเป็นสัญญาณให้ผู้เข้าแข่งขันได้เริ่มการทดสอบได้รอบนี้เป็นการดูมารยาทของหญิงสาวทั้งการเดินการคารวะต่างๆ รอบละร้อยคนแต่ละรอบใช้เวลาประมาณสองเค่อ เยว่ซินได้เป็นรอบที่สองนางไม่ได้ลำบากอะไรกับเรื่องนี้ เมื่อถึงรอบของนางตัวนางก็ผ่านไปได้ด้วยดีได้ผ่านเข้าไปรอบต่อไปเป็นหนึ่งในอีกสองร้อยกว่าคน

     

    “ยินดีด้วยพี่เยว่ซิน”เมื่อเยว่ซินเดินออกจากลานมาพวกลี่ถิงก็เข้ามาแสดงความยินดีทันที

    “ต่อไปก็ได้เข้าไปแข่งกันสองคนแล้วนะเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างยินดีกับเยว่ซิน

    “พี่ใหญ่ดีใจด้วยขอรับ”เยว่สือก็บอกกับพี่สาวออกมาเช่นกัน

    “ขอบใจพวกเจ้ามากนะตอนนี้ก็เสร็จแล้วเรากลับกันเถอะ” เยว่ซินบอกแก่ทุกคนแล้วชวนพวกเขากลับ ยืนอยู่กลางแจ้งนานๆไม่ใช่เรื่องดีนัก

    “กลับไปฉลองกันเจ้าค่ะข้าจองโต๊ะที่ร้านไว้แล้ว วันนี้ข้าเลี้ยงทุกคนเอง”ชิงเถาเอยออกมาก่อนจะเดินนำออกไปอย่างอารมณ์ดี

    “ถึงเจ้าไม่เลี้ยงพวกข้าก็ได้กินอยู่แล้วไม่ต้องมาพูดเลย” เยว่สือเอ่ยขัดนางออกมา ทำมาเป็นพูดว่าเลี้ยงพวกเขา ปกติก็กินอาหารที่ร้านเป็นประจำอยู่แล้ว

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน