หญิงสาวในรูปถ่ายไม่ได้อมยิ้ม เธอใช้ผ้าลายจุดเล็กๆ คาดผมดัดลอน คิ้วทั้งสองข้างกันเป็ทรงโก่งบางราวกับใบหลิว ดวงตาเรียวยาว ทว่าเป็ประกายมีชีวิตชีวา แลเห็นไฝเม็ดหนึ่งอยู่ใต้หางตาได้รางๆ
หัวใจของไห่เยวียนบีบเกร็ง เขายกมือลูบไฝใต้หางตาขวาของตัวเอง ทันใดนั้น ไอเย็นเยือกพลันแล่นกรูเกรียวจากปลายเท้าขึ้นไปถึงกระหม่อม จนสมองชาดิก
“ผู้หญิงบ้านเรามีแต่สวยๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเมียฉันหรือลูกสะใภ้” อาฉาเอ่ยโดยที่น้ำตาไม่ยอมหยุดไหลเลยแม้แต่อึดใจเดียว “แต่ก่อนฉันตั้งใจไว้ว่าจะรีบหาเมียให้เจ๋อฟาง เมียเจ๋อฟางก็ต้องสวยเหมือนกัน ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะเกิดเื่อย่างนั้น”
ไห่เยวียนเห็นคนพูดร้องไห้เสียจนอกเสื้อเปียก ก็กวาดตามองไปรอบๆ ห้อง แต่ไม่เห็นกล่องกระดาษเช็ดหน้า เลยเดินเข้าห้องน้ำไปขยุ้มกระดาษชำระแบบแผ่นปึกใหญ่มายื่นให้
“ขอบใจ!” อาฉารับกระดาษชำระ แล้วเหมือนจะนึกอะไรได้ เลยเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย
“มองอะไร” ไห่เยวียนถูกจ้องจนอึดอัด
“ที่เจ๋อฟางโดดตึกฆ่าตัวตายก็เป็เพราะนายน่ะแหละ รู้มั่งรึเปล่าว่าเกิดเป็คนจะทำตัวยังงี้ไม่ได้” เขาไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวโทษเด็กหนุ่ม แค่อยากเตือนสติว่าคนเราเมื่ออยู่ร่วมกันในสังคม สิ่งต่างๆ ที่ทำไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะตัวเอง ที่น่ากลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดคือยังสามารถทำร้ายคนอื่นทางอ้อมได้ด้วย
“ต่อให้เป็อย่างนั้นจริง ฉันก็ไม่ได้บังคับให้เขาไปโดดตึกนี่” ไห่เยวียนเถียง
“แต่เจ๋อฟางของฉันชอบนายมาก เขาอยากให้นายชอบเขา เลยร่ำร้องว่าจะไปเป็ผู้หญิง บอกว่าจะตัดตรงนั้นคว้านตรงนี้เพื่อมาเป็เมียนาย แล้วยังจะคลอดลูกให้นายด้วย!” อาฉาชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปตามร่างกาย ให้คู่สนทนาเข้าใจความหมายที่้าสื่อ “ถ้านายยอมดีกับเจ๋อฟางของฉันสักนิด ไม่ทะเลาะกับเขา ไม่บอกเขาว่านายมีคนที่ชอบแล้ว...”
เขานิ่งคิด รู้สึกว่าพูดแบบนี้ออกจะทะแม่งๆ อย่างไรชอบกล เลยรีบปรับเปลี่ยนคำพูดเสียใหม่ “ต่อให้บอกเขาว่ามีคนที่ชอบแล้ว ก็ควรพูดจาดีๆ ให้นุ่มนวลเข้าไว้สิ ถ้าจะให้ดีระหว่างพูดต้อง ‘โอ๋’ เขาไปด้วย เขาจะได้ไม่ร้องไห้ฟูมฟาย เสียอกเสียใจเหมือนโลกจะถล่ม แล้ววิ่งไปโดดตึกฆ่าตัวตาย ทิ้งแม้แต่ฉันที่เป็อากง”
“ฉันไม่ได้บอกเขาซะหน่อยว่ามีคนที่ชอบแล้ว” ไห่เยวียนแสดงออกชัดเจนว่าี้เีอธิบาย เื่นี้ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับเขาเลย เขาจึงไม่อยากสนใจมากนัก
“ก็เขาบอกฉันนี่ว่านายพูดว่ามีคนที่ชอบแล้ว!” อาฉาเบิกตากว้างมองอีกฝ่าย หลานชายไม่มีวันหลอกเขาแน่ เช่นนั้นก็แสดงว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าโกหกอย่างนั้นหรือ
“น่ารำคาญชะมัด ฉันไม่ได้มีหน้าที่ต้องรายงานนายทุกเื่นะ!” ไห่เยวียนเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด แล้วหมุนตัวทำท่าจะเดินออกไป
“อย่าแขบไป!” (อย่าเพิ่งไป) อาฉาะโ “อยู่คุยกันให้รู้เื่ก่อน! นายชอบเขา แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่น เลยทิ้งขว้างเขา จนเขาเสียใจขนาดนั้นใช่รึเปล่า ที่ตายไปน่ะคนทั้งคนนะ ไม่ใช่หมาใช่แมว! ต่อให้เป็หมาเป็แมวจริง นายก็ต้องอธิบายให้ฉันที่เป็อากงฟังให้รู้เื่ คนหนุ่มๆ จะไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ได้ไง!”
ทำไมคนคนนี้ถึงได้ ‘เร้าหรือ’ นักนะ ความจริงไห่เยวียนจะเมินเสียก็ได้ แต่หลังจากที่สองจิตสองใจได้สักพัก เท้าที่กำลังก้าวออกไปก็วางลงกับพื้น ไม่รู้วันนี้เขาเป็อะไร เวลาอยู่กับคนคนนี้ถึงได้มีความอดทนและใจเย็นเป็พิเศษ
เด็กหนุ่มสูดหายใจเฮือกเพื่อสะกดนิสัยตัวเอง แล้วบอกว่า
“ฉันไม่เคยพูดเลยนะว่าชอบเขา!”
“ไม่งั้นเขาจะชอบนายได้ไงล่ะ!?” อาฉาย้อน
“ฉันจะไปรู้หรือว่าทำไมหมอนั่นถึงได้ชอบฉัน” คำถามนั้นทำให้ไห่เยวียนเริ่มมีโทสะ เพิ่งตระหนักเอาตอนนี้เองว่าฝ่ายตรงข้ามไม่สนใจฟังคำอธิบายของเขาเลย ยังคงตัดสินเขาจากภาพลักษณ์ที่ตัวเองฝังใจเหมือนเดิม “ต่อให้ฉันไม่ชอบเขา เขาก็ชอบฉันได้นี่ ฉันห้ามได้ซะที่ไหน!”
“เอ๊ะ งั้นเรอะ” อาฉาคิดตาม ที่เด็กหนุ่มพูดมาก็มีเหตุผล “งั้นก็แสดงว่าเจ๋อฟางของฉันอยากโง่ไปรักไอ้คน...” ใจอยากพูดว่า ‘ไอ้คนใจไม้ใจหินแบบนาย’ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดจาแบบนี้กับเด็ก จึงแก้ไขว่า “รักคนที่ไม่ควรรักแบบนาย เขาเลยเสียใจมากๆ จนมาบอกฉันว่าจะตอนทิ้งแล้วเป็ผู้หญิง จากนั้นก็พลัดตกตึกตาย...”
ลองคิดดู แบบนี้ก็เท่ากับว่าเป็ความผิดของหลานชายสุดที่รักเต็มประตูเลยน่ะสิ
ไห่เยวียนพยักหน้าอย่างเ็า
“ไอ้หลานโง่ของฉันไปเฉือนตรงนั้นทิ้ง แล้วแต่งงานเป็เมียนายไปซะก็สิ้นเื่ ทำไมต้องโดดตึก ทำไมต้องฆ่าตัวตายด้วยก็ไม่รู้...รู้อย่างนี้ฉันไม่ทะเลาะด้วยตอนที่เขาเพิ่งกลับเข้าบ้านก็ดีหรอก เขาอยากได้อะไรก็น่าจะตามใจให้หมด แล้วรีบไปคุยเื่แต่งงานกับแม่นายซะ...ดีไม่ดีป่านนี้คงได้หลานสาวพ่วงด้วยหลานเขยอีกคนมาแล้ว...” อาฉารำพันอย่างเ็ป แต่แล้วก็คิดอะไรขึ้นมาได้ จึงเงยหน้าพรวดมองไห่เยวียน
“ไม่สิ เขาบอกว่านายไม่ชอบเขา ทำไมนายถึงไม่ชอบเขาหา” เขาคาดคั้น
“เจ๋อฟางของฉันไม่ดีตรงไหน นายถึงได้รังเกียจเขาน่ะ เขาอุตส่าห์เสียสละยอมเจ็บตัวเพื่อนาย ยังไม่พอใจอีกเรอะ...”
หากเป็เื่ของหลานรัก อาฉาไม่มีความเป็เหตุเป็ผลใดๆ ทั้งสิ้น แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่ตัวเองพูดฟังไม่ขึ้น แต่เขาแค้นความไร้หัวใจของเด็กหนุ่มตรงหน้า แค่จะหลอกเจ๋อฟางให้มีความหวังนิดๆ หน่อยๆ ยังไม่ยอมทำ คนคนนี้เืเย็นเกินไปแล้ว!
“เื่อะไรฉันต้องมานั่งอธิบายอะไรพวกนี้กับเจ๋อฟางของนายด้วย!” ยิ่งฟังไห่เยวียนยิ่งสะกดอารมณ์ไม่อยู่ คำถามของอาฉาเอาแต่ใจไร้เหตุผลขึ้นทุกที เขาไม่จำเป็ต้องตอบว่าทำไมถึงไม่ชอบหลานชายเ้าตัวเสียหน่อย!
“ทำไมถึงต้องทะเลาะกันด้วยนะ มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันดีๆ ไม่ได้รึไง” อาฉาทำตาแดงๆ “นี่คนตายไปทั้งคนนะ นายเล่าให้ฉันฟังไม่ได้เรอะว่าเกิดอะไรขึ้น”
ทั้งคู่รัวเสียงโต้ตอบกันเหมือนจุดประทัด สมัยที่อาฉายังเป็อาฉาแก่ๆ เกิดอาการใจหวิวได้ง่ายๆ เขาไม่กล้าทะเลาะกับคนอื่นถึงขนาดนี้หรอก อีกอย่างรอบตัวก็มีแต่คนแก่ด้วยกัน ทุกคนกลัวกันทั้งนั้นว่าหากใช้อารมณ์รุนแรงเกินไปอาจหลอดเืในสมองแตกจนเป็อัมพาตครึ่งซีก ดังนั้นหากใครทะเลาะกันขึ้นมา จะต้องมีคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ยหย่าศึก เื่จะะเิอารมณ์ใส่กันนั้นหาได้น้อย
แต่ตอนนี้เขาเป็อาฉาหนุ่ม ร่างกายกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว หัวใจแข็งแรง สุขภาพสมบูรณ์ ไม่ว่าจะทะเลาะกับใครก็ไม่ยอมลงให้ง่ายๆ อีกแล้ว!