ทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวแสบในยุค 80

    บทที่ 33 เก็บไข่เป็ดป่าได้อีกแล้ว

            ฉินเจิงติดตามพ่อของเขามาพร้อมกับเหยาเฉิง ส่วนหานซานซานติดตามซ่งหย่วนหางมาเพื่อทำพอเป็นพิธี ประจวบเหมาะกับที่อดีตยุวปัญญาชนสองคนได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแรงงาน กสิกรรม และทหาร จึงมีการจัดสรรให้หานซานซานและซ่งหย่วนหางมาประจำอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลโจว

     

            เหยาเฉิงเดินกลับเข้ามาในห้อง "พี่เจิง พี่จะไปเข้าห้องน้ำไหมครับ?"

     

            เขาเพียงเกรงว่าฉินเจิงอยากจะปลดทุกข์จึงเดินกลับมา และบังเอิญไปเจอหานซานซานกำลังก่อเรื่องพอดี เหยาเฉิงรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมาทันควันว่า ถ้าเกิดเขาไม่ได้กลับมาทันเวลา แล้วหานซานซานเกิดคิดแผนชั่ว ๆ ออกมาจะทำยังไง?

     

            ฉินเจิงมองสายตากังวลของเหยาเฉิง "นายวางใจเถอะ เธออยากจะไต่เต้าขึ้นไปให้สูง คงไม่กล้าทำให้ฉันเสียชื่อหรอก"

     

            เหยาเฉิงพยักหน้า เห็นด้วยว่านั่นเป็นเรื่องจริง เพราะมีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะทำแบบนั้น เนื่องจากการทำลายชื่อเสียงคนอื่นก็เท่ากับทำลายตัวเอง หานซานซานไม่มีทางโง่เขลาขนาดนั้น

     

            …

     

            โจวเซี่ยกินข้าวเสร็จก็นอนพักครู่หนึ่ง พอตื่นขึ้นมาก็สะพายถุงข้าวฟ่างจำนวนหนึ่งออกจากบ้าน เธอบอกคุณย่าว่าจะไปเอาหัวใจหมูกับขาหมู เพราะตอนเย็นต้องเลี้ยงแขก

     

            เมื่อออกจากทางเข้าหมู่บ้าน เธอก็เดินเลาะตามเนินเขาทางทิศเหนือขึ้นไปบนภูเขาและเก็บสมุนไพรได้อีกไม่น้อย พอเห็นว่ารอบ ๆ ไม่มีคน เธอก็เก็บข้าวฟ่างและสมุนไพรเข้าไปในมิติ พร้อมกับเทข้าวฟ่างลงในจานให้พวกลูกเจี๊ยบ

     

            เธอพบว่าเจ้าตัวเล็กเหล่านี้เริ่มมีขนปีกงอกออกมาแล้ว สามารถกินปลาตัวเล็ก กุ้งตัวเล็ก และซังข้าวโพดได้แล้ว เรียกได้ว่าโตเร็วมากจริง ๆ ตอนนี้ตัวใหญ่กว่ากำปั้นเสียด้วยซ้ำ แถมแต่ละตัวยังกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริง ดูแข็งแรงมาก

     

            หญิงสาวปลูกสมุนไพรจีนเหล่านั้นไว้ข้างน้ำพุวิเศษ สิ่งที่ปลูกไว้ก่อนหน้านี้เติบโตได้ดีมาก โสมเริ่มออกดอกแล้ว และเห็ดหลินจือก็โตขึ้นอีก เธอจึงย้ายเห็ดหลินจือมาไว้ริมน้ำพุ

     

            ที่นี่มีความชื้นและได้รับความชุ่มชื้นจากน้ำพุวิเศษทุกวัน จะทำให้เห็ดหลินจือเติบโตได้ดียิ่งขึ้น เมื่อมองไปที่ต้นไม้ผล ก็เห็นว่าดอกไม้ร่วงโรยไปหมดแล้วและเริ่มติดผลเล็ก ๆ จำนวนมาก

     

            เธอตักน้ำจากน้ำพุวิเศษหนึ่งถังเทลงในสระน้ำ จากนั้นก็ตักน้ำในสระมารดน้ำผัก ผลไม้ และสมุนไพรทั้งหมดหนึ่งรอบ แล้วเด็ดมะเขือเทศกับแตงกวาไม่กี่ลูกเข้าไปล้างให้สะอาดในบ้าน

     

            โจวเซี่ยใช้กล่องเก็บของแบบเก่าบรรจุไว้เพื่อเอาไว้กินระหว่างทาง เมื่อออกจากมิติ เธอก็เดินต่อไปจนถึงยอดเขา แล้วลงทางเนินเขาทางทิศใต้ เมื่อมาถึงริมแม่น้ำก็พบไข่ไก่ป่าและไข่เป็ดป่าอีกไม่น้อย

     

            แม้จะไม่มากเท่าครั้งก่อน แต่ก็ถือว่าเยอะ เธอกินมะเขือเทศสองลูกแล้วรู้สึกสดชื่นไปทั้งตัว จึงรีบก้มลงเก็บ ใช้เวลาเก็บประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ได้เกือบเต็มตะกร้า แล้วนำทั้งหมดเข้าไปเก็บในมิติส่วนตัว

     

            ไข่เป็ดครั้งนี้ห่างจากครั้งก่อนไม่นาน ไม่รู้ว่าจะฟักออกมาได้ไหม ถ้าฟักไม่ได้เธอก็จะเอาไปขายทั้งหมด ซึ่งน่าจะเป็นรายได้ที่ไม่น้อยเลย

     

            เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วเธอจึงรีบเดินกลับ พอถึงทางเข้าหมู่บ้านก็เกือบสี่โมงเย็น เธอหยิบเนื้อหมู หัวใจหมู และขาหมูออกมาจากมิติใส่ลงในตะกร้า แล้วเตรียมตัวกลับบ้าน

     

            ขณะที่กำลังจะเดินออกมาจากหลังต้นไม้ ก็ได้ยินเสียงพูดคุยดังแว่วมาแต่ไกล ฟังเพียงไม่กี่ประโยคเธอก็รู้ว่าเป็นใคร จึงหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ไม่ยอมออกไป ซ่งหย่วนหางและหานซานซานกำลังเดินฉุดกระชากลากถูมาทางนี้

     

            ซ่งหย่วนหางรู้อยู่แล้วว่าหานซานซานบาดเจ็บ ตอนแรกเพราะความโกรธจึงไม่สนใจและเดินจากไป ต่อมาเห็นว่าหานซานซานไม่ได้ไปทำงานตลอดทั้งบ่ายก็ยิ่งโกรธจัด คิดว่าหานซานซานเกิดเรื่องอะไรกับเจ้าขยะนั่นหรือเปล่า

     

            ยิ่งคิดก็ยิ่งหึงหวง แม้เขาจะไม่รักหานซานซาน แต่ในชนบทที่ไม่มีใครเป็นคนรู้ใจแบบนี้ หานซานซานก็ยังใช้งานได้สะดวกดี เขาจึงยังไม่อยากทิ้งเธอ อย่างน้อยเธอก็ช่วยระบายความใคร่ให้เขาได้

     

            พอถึงบ่ายสามโมง เขาก็ทนไม่ไหวจริง ๆ จึงขอลาหัวหน้ากองผลิตแล้ววิ่งกลับมาที่บ้านพักรวม มาถึงก็เห็นว่าฉินเจิงไม่อยู่แล้ว มีเพียงหานซานซานที่หลับอยู่ในห้องคนเดียว

     

            แต่ใบหน้านั้นดูไม่ได้เลย มันเต็มไปด้วยเลือดผสมกับเถ้าถ่านสกปรกจนน่าสะอิดสะเอียน ดูอัปลักษณ์ยิ่งกว่าผีเสียอีก เพื่อให้ตัวเองสามารถลงมือได้ เขาจึงตักน้ำหนึ่งกะละมังมาวางไว้ข้างเตียง

     

            เขาปลุกหานซานซานให้ตื่น ให้เธอล้างหน้า แล้วก็ลากเธอออกมา เพราะอีกสักพักจะมีคนกลับมาที่บ้านพักรวม ที่นั่นทำอะไรไม่ได้เลย มีเพียงถ้ำแห่งนั้นเท่านั้นที่เป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด

     

            "ปล่อยฉันนะ! คุณไม่สนใจฉันแล้วไม่ใช่เหรอ? แถมยังทำให้หัวฉันแตกอีก เลือดออกตั้งเยอะ แต่คุณกลับ... กลับไม่สนใจแล้วเดินหนีไปเฉย ๆ ซ่งหย่วนหาง คุณยังเห็นฉันเป็นคนรักอยู่ไหม ฮือ ๆ ..."

     

            หานซานซานร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง ช่วงบ่ายเธอถูกซ่งหย่วนหางทำให้โกรธ และต่อมาก็ถูกฉินเจิงทำให้โมโหจนแทบคลั่ง เธอทนไม่ไหวอีกต่อไปและไม่สามารถแสร้งทำเป็นกุลสตรีได้อีก จึงระเบิดอารมณ์ออกมาตรง ๆ

     

            ถ้าไม่ใช่เพราะยังต้องใช้งานเธอในอนาคต ซ่งหย่วนหางคงตบหน้าเธอไปหลายฉาดแล้ว ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับคุณชายซ่งอย่างเขาแบบนี้ แต่ตอนนี้หานซานซานยังมีประโยชน์สำหรับเขา ดังนั้นจึงต้องปลอบประโลมไปก่อน

     

            "ซานซาน ตอนนั้นฉันก็แค่หึงไม่ใช่เหรอ? จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังไม่ลืมฉินเจิง ฉันทนไม่ได้จริง ๆ เธอต้องเข้าใจความรู้สึกของฉันในตอนนั้นด้วย ถ้าเป็นฉันที่ไปหลงผู้หญิงคนอื่น เธอจะไม่โกรธเหรอ?"

     

            "ฉันไม่ได้ว่างเหมือนคุณนะ ตอนนี้เขาเป็นแค่ขยะ ฉินเจิงอยู่ในสภาพแบบนั้น ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง แต่คุณกลับหึงเขาเนี่ยนะ??"

     

            "ก็ฉันกลัวว่าเธอจะลืมเขาไม่ได้น่ะสิ"

     

            ซ่งหย่วนหางดึงหานซานซานเข้ามากอดในอ้อมแขน

     

            "เลิกพูดเรื่องไร้สาระเถอะ ฉันมอบสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของผู้หญิงให้คุณไปแล้ว คุณยังสงสัยฉันอีก หัวฉันแตกเลือดไหลโชก แต่คุณไม่สนใจเลย เดินหนีไปเฉย ๆ คุณมันเกินไปจริง ๆ "

     

            "ซานซาน ฉันไม่รู้ว่าเธอหัวแตก ไม่อย่างนั้น ฉันที่รักเธอขนาดนี้ จะไม่สนใจเธอได้ยังไง!"

     

            "ฉันไม่เชื่อคำพูดของคุณหรอก"

     

            หานซานซานถูกซ่งหย่วนหางฉุดจนเจ็บมือ แต่ก็ไม่สามารถสลัดให้หลุดได้ ผู้หญิงอย่างเธอจะไปมีแรงสู้ผู้ชายได้อย่างไร แล้วเธอก็รู้ว่าซ่งหย่วนหางจะลากเธอไปที่ไหน ก็แค่อยากจะทำเรื่องอย่างว่าไม่ใช่เหรอ?

     

            ไม่อย่างนั้นเขาจะมาปลอบเธอทำไม เธอเห็นทะลุปรุโปร่งแล้วว่าซ่งหย่วนหางเห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความใคร่ ทุกครั้งพอเสร็จกิจก็โยนเธอทิ้งไว้ไม่สนใจ พอถึงคราวจะใช้งานค่อยกลับมาปลอบ

     

            แต่เธอจะทำอย่างไรได้? ตระกูลฉินล่มสลาย และฉินเจิงก็อยู่ในสภาพนั้น ไม่อย่างนั้นเธอจะตกต่ำถึงขั้นนี้ได้อย่างไร เธอเชื่อมั่นว่าถ้าเป็นฉินเจิงที่ได้เธอไป เขาต้องรับผิดชอบเธอแน่นอน นิสัยของฉินเจิงนั้นยอดเยี่ยมที่สุด

     

            ทว่าตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปไม่ได้แล้ว ทำได้เพียงพึ่งพาซ่งหย่วนหางคนนี้ แม้ในใจจะเจ็บปวดก็ต้องอดทน นี่คือสิ่งที่เธอต้องการ เพียงหวังว่าซ่งหย่วนหางจะแต่งงานกับเธอ และเมื่อกลับเมืองหลวงในอนาคตจะได้จัดหางานดี ๆ ให้เธอ เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตที่สุขสบาย

     

            ซ่งหย่วนหางสะกดกลั้นความโกรธไว้ ในใจคิดว่าผู้หญิงคนนี้ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอยังมีประโยชน์ เขาไม่มีทางมาปลอบนังแพศยานี่เด็ดขาด! "เอาละ ซานซาน ฉันก็สงสารเธอเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นฉันจะรีบขอลาพักกลับมาอยู่เป็นเพื่อนเธอทำไม!"

     

            หานซานซานรู้ว่าเขาอดทนถึงขีดสุดแล้ว ถ้าไม่ยอมถอยให้ตอนนี้อาจจะทำให้ซ่งหย่วนหางโกรธได้ เธอจึงโอบรอบคอของซ่งหย่วนหาง "พี่หย่วนหาง ฉันเดินไม่ไหวแล้ว พี่แบกฉันหน่อยสิ"

     

            ซ่งหย่วนหางเกือบจะเตะเธอให้กระเด็น "เธอนี่กล้าคิดนะ นี่มันทางขึ้นเขา คิดจะทำให้ฉันเหนื่อยตายหรือไง? เดินไปเถอะ! ไว้ถึงทางราบ ๆ ฉันค่อยแบกเธอ"

     

            พูดจบ เขาก็คว้าแขนหานซานซานแล้วลากเธอเดินหน้าต่อไป

     

            โจวเซี่ยมองตามหลังคนทั้งสองแล้วกลอกตาครั้งใหญ่ ดูเหมือนว่าหลังจากที่ฉินเจิงกลับไปเมื่อบ่ายวันนี้ จะต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับสองคนนี้แน่นอน

     

            จากการพบกันไม่กี่ครั้งนี้ เธอพบว่าสองคนนี้ไม่ใช่คนดีเลย มักจะพูดจาให้ร้ายฉินเจิงลับหลัง เป็นพวกนิสัยแย่จริง ๆ

     

            พอโจวเซี่ยเดินมาถึงหน้าบ้าน ก็เจอซ่งกุ้ยฮวาที่เดินออกมาจากลานบ้านพอดี โจวเซี่ยไม่ได้คิดจะทักทาย เพราะคนคนนี้แม้ปกติจะแสร้งทำเป็นกันเองกับนางเอกของเรื่อง แต่มันก็แค่เปลือกนอก

     

            โจวเซี่ยคิดว่าจะเดินผ่านไปเฉย ๆ แต่ซ่งกุ้ยฮวาไม่ได้คิดแบบนั้น เธอมองโจวเซี่ยแล้วพูดขึ้นมาทันทีว่า "ตายจริง! มิน่าล่ะ อู๋เสี่ยวเหมยถึงบอกว่าเธอเจ้าเล่ห์ พูดไม่ผิดจริง ๆ ด้วย"

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นภรรยาตัวแสบในยุค 80 ที่คุณอ่าน