ภายในหอคอย
อาร์คัสยังคงยืนอยู่หน้าเสาหินสีดำ
แสงสีทองบนรอยสลักค่อย ๆ จางลง
ภาพของเครือข่ายประหลาดที่ลอยอยู่เหนือเสาหินหายไปแล้ว
เหลือเพียงความเงียบ
และเสียงหัวใจของเขาเอง
---
“เมื่อกี้มันคืออะไร…”
อาร์คัสพึมพำ
เขายื่นมือออกไปอย่างลังเล
แตะลงบนรอยสลักหนึ่งบนเสาหิน
ทันทีที่ปลายนิ้วัั
แสงทั้งหมดก็ดับลง
---
ห้องโถงมืดลงในพริบตา
อาร์คัสสะดุ้งถอยหลัง
“เดี๋ยวสิ!”
ไม่มีเสียงตอบ
ไม่มีแสง
ไม่มีภาพประหลาด
ทุกอย่างกลับมาเงียบสนิท
เหมือนหอคอยไม่เคยตื่นขึ้นเลย
---
อาร์คัสยืนอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนตัดสินใจถอยออกมา
เขายังไม่เข้าใจอะไรเลย
และยิ่งอยู่ในนั้นนานเท่าไร
ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนสถานที่แห่งนี้กำลังรอให้เขาจำบางอย่างได้
บางอย่างที่เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองอยากจำหรือไม่
---
เมื่อก้าวออกมาจากหอคอย
ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มของยามเย็น
อาร์คัสชะงัก
“…นานขนาดนั้นเลยหรือ”
เขาจำได้ว่าเพิ่งเข้าไปไม่นาน
แต่แสงของวันกลับกำลังจะหมดลงแล้ว
เด็กหนุ่มรีบหันหลังเดินลงจากเนินเขา
โดยไม่รู้เลยว่า
ในวินาทีที่เขาออกจากหอคอย
บางสิ่งในอีกฟากหนึ่งของโลก
เพิ่งลืมตาขึ้น
---
ณ นครออเรเลีย
ศูนย์กลางแห่งโซลาริ (Solari)
นครสีขาวตั้งอยู่เหนือชั้นผาหินสูง
ยอดหอคอยนับร้อยสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็น
ราวกับเมืองทั้งเมืองถูกสร้างขึ้นจากแสง
ภายในหอประชุมทรงกลม
ชายหนุ่มผมสีเงินยืนอยู่เบื้องหน้าผลึกใสขนาดใหญ่
ผลึกนั้นลอยอยู่กลางอากาศ
ภายในมีจุดแสงเล็ก ๆ กะพริบเป็จังหวะ
เหมือนหัวใจที่เพิ่งเริ่มเต้น
---
“ยืนยันแล้วหรือ”
เสียงชายชราดังขึ้นจากที่นั่งสูงสุดของห้องประชุม
ชายหนุ่มผมสีเงินก้มศีรษะเล็กน้อย
“ยืนยันแล้วครับ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
ก่อนกล่าวต่อ
“แองเคอร์ (Anchor) ลำดับที่ 17 ตอบสนองแล้ว”
---
ความเงียบตกลงทันที
คนในห้องประชุมมองหน้ากัน
บางคนขมวดคิ้ว
บางคนลุกขึ้นจากที่นั่ง
บางคนเพียงหลับตา
ราวกับไม่อยากยอมรับสิ่งที่ได้ยิน
---
“แองเคอร์ลำดับที่ 17 เงียบมานานเท่าไรแล้ว”
ชายชราคนหนึ่งถาม
“ตามบันทึกของเรา…”
ชายหนุ่มผมสีเงินตอบ
“อย่างน้อยหกร้อยปี”
เสียงกระซิบดังขึ้นรอบห้อง
---
“มีผู้เชื่อมต่อหรือไม่”
ชายชราบนที่นั่งสูงสุดถามต่อ
ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วครู่
“มีสัญญาณคล้ายผู้เชื่อมต่อครับ”
“คล้าย?”
“ข้อมูลไม่สมบูรณ์”
เขามองผลึกใสตรงหน้า
“เหมือนแองเคอร์ตอบสนองต่อใครบางคน แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยตัวตนของคนผู้นั้น”
---
ห้องประชุมเงียบลงอีกครั้ง
เพราะทุกคนในห้องรู้ดีว่า
หอคอยโบราณไม่เคยตอบสนองต่อคนธรรมดา
---
ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยขึ้นอย่างไม่มั่นใจ
“ถ้าเื่นี้รั่วออกไป อีกสี่เผ่าจะต้องเคลื่อนไหวแน่”
คำว่า “เผ่า” ทำให้ชายชราบนที่นั่งสูงสุดเหลือบมองเขา
สายตานั้นนิ่งมาก
แต่มากพอให้ทั้งห้องเงียบลง
---
“เผ่า…”
ชายชราทวนคำเบา ๆ
“นั่นเป็คำที่ชาวบ้านใช้เรียกพวกเรา”
ชายหนุ่มคนนั้นก้มหน้าลงทันที
ชายชราพูดต่อ
“แต่พวกเราไม่ใช่เผ่า”
เขาวางมือลงบนพนักเก้าอี้หิน
“เราคือหนึ่งในห้ามหาวงศ์ของโลก”
---
คำว่า “ห้ามหาวงศ์” ทำให้บรรยากาศในห้องหนักขึ้นทันที
โซลาริ
โนคทารี
เวอร์ดารี
เมคคารี
และแอสทรารี
ห้าวงศ์ใหญ่ที่ถือกำเนิดจากตำนานเดียวกัน
แต่เดินบนเส้นทางคนละเส้น
---
“หากแองเคอร์ลำดับที่ 17 ตื่นจริง”
ชายชรากล่าว
“อีกสี่มหาวงศ์จะรู้ในไม่ช้า”
เขาหันไปหาชายหนุ่มผมสีเงิน
“ส่งคนไปตรวจสอบ”
ชายหนุ่มก้มศีรษะ
“ให้ใช้กำลังหรือไม่ครับ”
ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
“ยังไม่ต้อง”
“เรายังไม่รู้ว่าสิ่งที่ตื่นขึ้นคืออันตราย…”
เขามองจุดแสงในผลึกใส
“หรือคำตอบที่เราตามหามานาน”
---
ขณะเดียวกัน
อาร์คัสเดินกลับถึงหมู่บ้านแล้ว
แสงไฟจากบ้านแต่ละหลังเริ่มสว่างขึ้น
กลิ่นอาหารเย็นลอยมาตามลม
เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังจากลานกลางหมู่บ้าน
ทุกอย่างดูปกติ
ปกติเสียจนเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นบนเนินเขาเป็เพียงความฝัน
---
แต่ลึกลงไปในอก
อาร์คัสรู้ดีว่าไม่ใช่
เพราะเสียงนั้นยังติดอยู่ในความคิดของเขา
“เราพบกันอีกครั้ง”
---
เขาหยุดอยู่หน้าบ้าน
กำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
และเป็ครั้งแรกในชีวิต
อาร์คัสรู้สึกว่า
หมู่บ้านที่เขาเคยคิดว่าเป็โลกทั้งใบ
อาจเป็เพียงจุดเล็ก ๆ
บนเื่ราวที่ใหญ่กว่าที่เขาจะจินตนาการได้
---
คืนนั้น
ห่างออกไปจากหมู่บ้านหลายพันกิโลเมตร
คนกลุ่มหนึ่งเริ่มออกเดินทาง
เพื่อไปยังหอคอยร้างบนเนินเขา
และเพื่อตามหา
ผู้ที่ทำให้แองเคอร์ลำดับที่ 17 ตื่นขึ้น