“ลูกของคณินอย่างนั้นเหรอมิน่าฉันได้ยินอาชว์คุยกับสันต์เรื่องลูกฉันก็นึกว่าสองคนนั้นคุยกันเรื่องลูกของตัวเองที่แท้ลูกของคณิน ตกลงคุณกั้งเป็นเมียของไอ้คณินไปแล้วแถมลูกที่ว่าไม่มีพ่อก็เป็นลูกของคณินงั้นเหรอ”เพื่อนในวงธุรกิจที่ไม่สนิทมากนักของคณินกำลังคุยกัน
เมื่อเห็นหญิงสาวสวยอุ้มลูกเข้ามาเดิมทีเขาเคยจีบกัญญาภัคแต่อีกฝ่ายมีข่าวว่าท้อง เลยไม่ได้จีบต่อ ยิ่งตอนนี้รู้ว่าใครคือพ่อของเด็กพวกเขาก็ไม่กล้ายุ่งด้วยอีกแล้ว
ชายหนุ่มในชุดสูทอย่างดีสามคนกำลังแลกเปลี่ยนบทสนทนาพวกเขาเป็นเพื่อนที่ไม่สนิทมากนัก แต่ทำธุรกิจร่วมกับคณินคือเป็นซัปพลายเออร์ส่งของให้กับเครือเดอะสกายเลยต้องมางานนี้ไม่คิดว่าจะได้รู้ข่าวอันน่าทึ่ง นอกจากมาให้คณินเห็นหน้าว่าพวกเขาให้เกียรติมางานพวกเขายังได้เสพข่าวเรื่องบนเตียงของนายหัวหนุ่มไปด้วย
“คุณกั้งยอมเป็นเมียเก็บคณินหรือวะ”
“ไม่รู้แต่เขาก็คงยอมมั้ง คณินแม่งรวย สาวๆ คนไหนจะปฏิเสธวะ”
“ก็จริงตอนนี้ไม่มีใครกล้าว่าคุณกั้งเรื่องท้องไม่มีพ่อแล้วว่ะใครมางานนี้ก็ต้องรู้แล้วว่าใครเป็นพ่อของเด็ก”
คนฟังทำหน้าขนลุกแกมเสียดายแม่ลูกอ่อนที่ไหนทำไมสวยพริ้งขนาดนี้แต่เจ้าของเขาคงจะหวงมากแม้จะไม่มีข่าวลือหรือการประกาศจากปากคนทั้งสองว่ามีสถานะอะไรก็ตาม
“ใครจะกล้ายุ่งผู้หญิงของไอ้คณิน”ทั้งสองยักไหล่ไม่พูดถึงหัวข้อสนทนานี้อีกแล้วมองหาสาวสวยในงานเพื่อจะไปคั่วต่อ
ขณะที่คนตกเป็นหัวข้อสนทนาไม่ได้สนใจคำวิจารณ์อะไรทั้งนั้นเธอรู้อยู่แล้วว่าต้องเจออะไร และตั้งใจแล้วว่าจะไม่ตอบโต้กับคำพูดพวกนั้นเขาไม่รู้ความจริงทั้งหมดและไม่จำเป็นที่เธอต้องนั่งอธิบาย
คณินโทร.หากัญญาภัคไม่ติดเขากลับมาในงานจึงรู้ว่ากัญญาภัคมาถึงแล้วเพราะความสวยโดดเด่นของเธอที่ยืนอยู่ตรงนั้นทว่าระหว่างที่เขาเดินไปหาเธอก็ได้ยินเสียงซุบซิบตลอดทาง ตัวเขาไม่เท่าไร แต่ลูกกับแม่ของลูกนี่สิ
คนที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องคนอื่นอย่างสนุกปากโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงมีอยู่ในทุกสังคมเขาเคยถูกนินทา แต่เป็นเพราะเขามีเงิน มีอิทธิพลมากกว่าเลยไม่มีใครกล้าพูดต่อหน้าหรือแม้แต่กระทบกระทั่งด้วยแต่เมื่อครู่เขาได้ยินเต็มสองหู มีคนพูดถึงลูกของเขา ซึ่งเป็นเด็กน้อยแสนบริสุทธิ์ในใจเขาเดือดพล่านขึ้นมาทันที
ลูกไม่มีพ่อ
พวกนี้มีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์
ร่างสูงองอาจแต่หน้าตาไม่รับแขกอีกต่อไปเดินอาดๆ ไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางคนในงานเธอเหมือนดาวดวงน้อยที่พยายามเจิดจรัสสู้แสง แม้หลายคนจะมองเธอด้วยสายตาหยามหยันบางคนที่รู้เรื่องวงในแต่ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด เป็นเพียงเรื่องเล่าต่อก็หันไปซุบซิบคุยกันสนุกปาก
สิ่งที่หญิงสาวเผชิญในวันนี้ คณินเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเมื่อเห็นกับตาว่าปากคนสามารถทำร้ายคนด้วยกันเองได้อย่างไร แต่กัญญาภัคยังมาทั้งที่รู้ เขามีคำตอบในใจหลายข้อว่าทำไมเธอถึงตอบรับคำเชิญเขา แต่ไม่ว่าจะเป็นคำตอบข้อไหนเขาก็รู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงอย่างที่ไม่เกิดขึ้นกับใครเขาไม่กลัวคำคน พร้อมชนและเผชิญหน้าอาจเป็นเพราะเขาแกร่งพอที่จะตอบโต้ พอๆกับกัญญาภัคที่เป็นเหมือนแรงอัดที่ส่งผลถึงหัวใจเขาอย่างรุนแรง
เธอมีดีมากกว่าคำว่าสวย เธอแกร่งและกล้า และวันนี้เขาจะพิสูจน์ให้เห็นเองว่าเขาสามารถปกป้องเธอกับลูกได้
“น้ำใสไม่ยิ้มเลยล่ะลูกไม่ชอบคนเยอะหรือคะ” กัญญาภัคคุยกับลูกสาว ไม่สนใจสายตาคนที่มองมา บางคนเธอรู้จักแต่ไม่มีใครยอมเข้ามาคุยหรือทักทายด้วยเลยคงไม่อยากสุงสิงกับคนที่มีข่าวฉาวแบบเธอ
เรื่องงานแต่งงานที่เปลี่ยนตัวเจ้าสาวเป็นข่าวฉาวไปทั่วกระบี่แม้ไม่ใช่ข่าวใหญ่โตเพราะเธอไม่ใช่ดาราดัง แต่นายหัวอาชว์คือคนดังเลยทำให้คนพูดถึงกันเยอะแล้วยังไงมันเป็นอดีตเธอรู้ว่าผิดแล้วก็สำนึกได้ว่าไม่ควรหนีปัญหาอีก วันนี้เธอจึงมาที่นี่
“น้ำใสเดี๋ยวเจอคุณพ่อแล้วแม่จะพากลับบ้านนะคะ”กัญญาภัคคุยกับลูกสาว แต่ก็มีคนอยากคุยด้วยเสริมเข้ามา
“ใครกันค้าคุณพ่อของน้ำใส” เสียงล้อๆแกมขำของหญิงสาวคนหนึ่งในงานเอ่ยขึ้น กัญญาภัคหันไปจึงเห็นว่าเป็นญาติของบิดา
“สวัสดีค่ะน้องอรมางานนี้ด้วยเหรอคะ” พิมอรยิ้มเย้ยหยันใครๆก็รู้ว่ากัญญาภัคถังแตก พ่อหาสามีรวยๆ ให้แต่ไม่เอา หนีไปพลาดท้องกับใครมาก็ไม่รู้
“อรมากับคุณพ่อค่ะว่าแต่เมื่อกี้อรได้ยินว่าน้ำใสจะได้เจอคุณพ่อ ใครกันหรือคะ หรือว่ามาหาในงานกันคะ”ญาติห่างๆ ที่ชื่อพิมอรถามยิ้มๆ กัญญาภัคไม่ได้ใส่ใจกับญาติคนนี้เพราะมีนิสัยดูถูกคนอยู่แล้วเธอเลยตอบเสียงเรียบ
“ก็เจ้าของงานน่ะค่ะคุณพ่อของน้ำใส”
พิมอรหัวเราะออกมาทันที“มุกนี้ดี ขอซื้อนะคะ น้องอรจะเอาไปใช้บ้าง เนี่ยนายหัวคณินก็เป็นแฟนของน้องอรค่ะ เป็นพ่อของลูกอรพี่กั้งคะ ตื่นค่ะ” พิมอรดีดนิ้วดังเปาะใส่หน้าหญิงสาว
“พี่ตื่นนานแล้วค่ะน้องอรนั่นแหละที่ตื่นได้แล้ว คอยดูไว้ให้ดีนะคะ”
“ดูอะไรคะ”
“มาถึงแล้วหรือครับคุณกั้งมากับใครครับ”
“นายหัวอาชว์สวัสดีค่ะ” กัญญาภัคทักทายด้วยการค้อมศีรษะ “น้ำใสสวัสดีคุณอาก่อนค่ะ”กัญญาภัคจับมือเล็กให้ไหว้อาชว์ แม่หนูชอบอาอาชว์เลยยิ้มอย่างถูกใจ
“มาให้อาอุ้มหน่อย”อาชว์ยื่นมือไปรับหลานสาวมาอุ้ม ขณะที่พิมอรยืนหัวโด่แต่เขาไม่ทักเลยเอ่ยขึ้นน้ำเสียงติดกระด้างเล็กน้อย
“นายหัวอาชว์คะ”
“อ้าวน้องอรมาตั้งแต่เมื่อไร”
พิมอรหน้าบึ้งทันทีเธอยืนอยู่ตั้งนานแล้ว แต่เขาไม่เห็นได้ยังไง “อรมาเมื่อสักครู่นี้ค่ะนายหัวอาชว์คะ ระวังข่าวด้วยนะคะ ใครไม่รู้จะไปพูดผิดๆว่านายหัวอาชว์กับพี่กั้งสนิทสนมเกินงาม” พิมอรพูดแล้วก็ลอบแบะปาก
อาชว์หัวเราะรู้นิสัยของญาติเมีย เพราะเคยเจอกับตัวมาแล้ว ตอนงานแต่งเขา พิมอรก็เอาไปพูดผิดๆให้ทุกคนฟังว่าเขารักกัญญาภัคบ้างล่ะแต่เอากานดาวีร์มาแก้ขัด เขาจะเป็นพระยาเทครัวเอาทั้งพี่ทั้งน้อง
“ผมบริสุทธิ์ใจครับใครจะเอาไปพูดอะไรก็ช่างเขา”
“น้องอร พี่ว่าคนที่น่ากลัวที่สุดคือน้องอรแล้วล่ะหวังดีกับพี่หรืออิจฉาพี่กันแน่คะ” กัญญาภัคถามออกไปตรงๆ อย่างไม่เกรงใจในเมื่อกล้าพูดกันขนาดนี้เธอก็ไม่ขอมีมารยาทอีก
“อรจะอิจฉาพี่กั้งทำไมพี่กั้งหนีงานแต่ง แถมท้องไม่มีพ่อกลับมา เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเราไปหมดอีกอย่างเมื่อกี้พี่กั้งก็พูดเองว่าจะพาน้ำใสมาหาคุณพ่อไม่ใช่ว่าหมายถึงนายหัวอาชว์หรือคะ”
“ไม่ใช่แน่นอนครับ”เสียงทุ้มที่ตอบกลับมานั้นไม่ใช่ของอาชว์ เพราะเขายังไม่ทันได้เอ่ยอะไรแต่เป็นเสียงจากใครอีกคนที่เดินผึ่งผายเข้ามาหากแต่หน้าตานิ่งขรึมมาก