นางหลับไปแล้ว...
หลี่จางเหว่ยปัดผมที่ปรกหน้าบุตรสาวตนออกอย่างเบามือเขายื่นมือขอนางจากภรรยาและอุ้มนางอย่างทะนุถนอมออกไปจากห้องลับนี้โดยหลี่ซูฮวาที่ตามหลังมาคอยช่วยจัดเก็บของและปิดห้องลับ
หลี่จางเหว่ยอุ้มหลี่เหลียนฮวาไปวางบนเตียงในเรือนของนางอย่างทะนุถนอมเขาลูบหัวนางและห่มผ้าให้นางอย่างเรียบร้อยก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตนที่หลี่ซูฮวานั่งรออยู่
ทันทีที่เขานั่งลงบนเก้าอี้โทสะที่กักเก็บไว้ในใจก็ะเิออกมา
“นังพี่สาวบ้านั่น!” เขากัดฟันกรอดๆอย่างเจ็บแค้น“ทั้งที่ตนเป็พวกนอกคอกในตระกูลหลี่ที่แต่งงานโดยไร้รักแท้ๆแทนที่จะดูแลหลานสาวตอนไปพึ่งพาให้ดีสมกับที่เป็คนตระกูลหลี่ แต่กลับทำเื่บ้าๆโดยไม่สนใจความรู้สึกนางแม้แต่น้อย!”
เขาทุบโต๊ะจนขนมกุ้ยฮวาลอยขึ้นตระกูลหลี่ ถือเป็ตระกูลที่หาได้ยากในแผ่นดินต้าเกาแห่งนี้เป็ตระกูลที่ชายหญิงเท่าเทียม พี่น้องรักใคร่กลมเกลียวไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งทั้งยังยอมรับลูกเขยลูกสะใภ้จากทุกชนชั้นโดยให้ลูกหลานในตระกูลเลือกผู้ที่ตนจะแต่งงานได้เองทำให้ไม่มีฮูหยินรองหรืออี๋เหนียงเลยแม้แต่นางเดียวและหากพี่น้องคนใดมีปัญหาหรือหย่าร้างกลับมาทางตระกูลก็ยินดีที่จะยอมรับและดูแลเช่นเดิมโดยที่ไม่มีการต่อว่าใดๆเป็ตระกูลที่คนในตระกูลล้วนรักใคร่กลมเกลียวกันอย่างหาได้ยาก
แต่ทั้งที่ไม่มีการแต่งงานโดยไร้รักคนในตระกูลต่างก็มีความสามารถโดยไม่ต้องพึ่งอำนาจของตระกูลตนหรือตระกูลอื่นและยังเป็ทั้งหมอฝีมือดีแม่ทัพ เสนาบดี พ่อค้า ครู หรือขุนนาง คอยผลิตบุคคลากรอันมีสามารถ มีคุณธรรมเป็ที่รักของประชาชน เป็ที่เชื่อมั่นของฮ่องเต้ทุกสมัยและเป็ตระกูลที่หลายตระกูลทั้งอิจฉาและอยากเกี่ยวดองด้วย
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้นตระกูลหลี่ก็ยังมีพวกที่นอกคอกอยู่บ้าง...
หนึ่งในนั้นคือหลี่ซูซ่าน พี่สาวของหลี่จางเหว่ย แม้นางจะฉลาดทันเล่ห์กลทว่านางไม่เคยเชื่อมั่นในตระกูลของตนเลยแม้แต่ครั้งเดียว นางจึงเลือกที่จะแต่งงานเพื่ออำนาจให้ตนไปอยู่ในจุดสูงสุดของสตรีทั้งหลาย ยอมฟาดฟันกับสตรีหลายพันแย่งชิงความโปรดปรานจนได้เป็ฮองเฮาและได้เป็ไทเฮาในรัชสมัยของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
หลี่ซูฮวาไม่ห้ามสามีที่มีโทสะนางยกชาขึ้นมาจิบ ั์ตาของนางดำมืดและกล่าวอย่างเย็นเยียบ “ข้าเองก็เห็นทีว่าคงต้องทำความสะอาดเรือนไม่ให้พวกมดปลวกมันมากัดกินบ้านของเรามากไปกว่านี้สินะคะท่านพี่”
“ข้าเชื่อในฝีมือของเ้านะฮูหยินการจัดการคนในบ้านนั้นไม่ยาก เพียงแค่เราสองคนเล่นละครเสียหน่อยแต่ทว่าจะจัดการคนที่อาจเป็สายให้ซูซ่านและจะจัดการนางอย่างไรถึงจะไม่เป็ที่สงสัยและสะใจที่สุดคือปัญหา” เขาครุ่นคิด มีวิธีการมากมายที่จะหยุดแผนการและเลิกสนับสนุนนางเพราะยิ่งแต่งเพราะอำนาจก็ยิ่ง้าความช่วยเหลือของตระกูลตนและผู้นำคนก่อนเองก็สนับสนุนเพราะเห็นนางเป็คนในตระกูลแต่จะทำอย่างไรให้แเีที่สุดคือปัญหา
“ไล่ออกและส่งจดหมายไปให้ตระกูลอื่นคงไม่เพียงพอส่งผู้หญิงไปหอนางโลมชั้นต่ำและผู้ชายไปอยู่ในเมืองที่มีแต่คนไร้การศึกษาถูกตีตราทาสตลอดชีวิตคงพอได้กระมั้งคะท่านพี่”
“นั่นสินะฮูหยินเอาตามที่เ้าว่าเลยขุดหลักฐานและสิ่งเลวร้ายของของมันออกมาให้หมดแม้แต่สิ่งเล็กๆก็ไม่ให้ผ่านไปนำโทษมาสะสมให้มากที่สุดให้มันและพวกนอกคอกที่สนใจแต่อำนาจไม่สนใจญาติพี่น้องตนเองให้รู้ให้หมดว่าถ้ามาทำแก้วตาดวงใจของเราแล้วจะเป็อย่างไร”
แม้ตนจะอยากรู้ว่าทำไมญาติคนอื่นๆที่รักและถือหลี่เหลียนฮวาเป็แก้วตาดวงใจของตระกูลเช่นเดียวกับพวกเขาถึงไม่ช่วยหลี่เหลียนฮวายามที่พวกตนเสียชีวิตแต่พวกตนไม่อาจสืบเสาะกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นได้คงทำได้เพียงแจ้งพวกเขาให้ระวังพวกนอกคอกและหลี่ซูซ่านให้ดี
“ท่านพี่น้องว่าเราเพิ่มให้ฮวาเอ๋อร์ลองไปเจอสังคมข้างนอกบ้างดีหรือไม่เ้าคะ”
“ข้าเองก็คิดแบบนั้นน้องหญิงฮวาเอ๋อร์ของเราแม้จะฉลาดเฉลียว แก้ปัญหาได้แต่บางครั้งบางคราก็หัวดื้อและจริงจังเกินไป ทั้งยังไม่ทันคนอีกด้วย” เขาดูได้จากที่เขาเลี้ยงนางมาจนโตและจากนางเชื่อใจคนมากจนถูกวางยาหรือฆ่าตัวตายทันทีที่ต้องแต่งงานกับฮ่องเต้ นางเป็คนละเอียดอ่อนทั้งยังสุดเกินไปทั้งที่มีทางเลือกอีกมากให้เลือกในตอนแรกที่เขาตามใจและปกป้องนางราวกับไข่ในหินเพราะไม่อยากให้นางเจอความลำบากทั้งแต่อายุเพียงเท่านี้แต่เขาคงชะล่าใจเกินไปถ้าไม่รีบสร้างภูมิคุ้มกันให้นางั้แ่ตอนนี้ที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ จะไปสร้างให้นางตอนไหนเขาไม่อยากให้นางถูกคนในสังคมหลอกลวงจนต้องจบชีวิตอีกล้ว
“ข้าจะถามสิ่งที่ฮวาเอ๋อร์้าและเตรียมหาสถานที่และครูที่เหมาะสมให้นางค่ะ ข้าจะรีบทำเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” หลี่ซูฮวามุ่งมั่น
“งานจะหนักเกินไปหรือไม่ฮูหยิน”หลี่จางเหว่ยถามอย่างเป็ห่วง“เดี๋ยวเื่สืบเสาะหาประวัติข้ารับใช้และคนทรยศฮูหยินจัดการไปเดี๋ยวข้าดูแลเื่การศึกษาของฮวาเอ๋อร์เองตระกูลหลี่ยังมีเส้นสายอีกมากมายจากบรรดาพี่น้องทั้งหลายที่ไว้ใจได้แต่เดี๋ยวเรามาช่วยกันตรวจสอบญาติๆอีกทีเพื่อความแน่ใจและข้าจะติดต่อไปให้ส่วนเื่ซูซ่านในเมื่อตอนนี้นางยังไม่มีวี่แววจะทำอะไรเราคงต้องปล่อยนางไปก่อน”
“ค่ะท่านพี่เราจะปล่อยนางไปก่อน แต่เมื่อใดที่นางขยับตัวและ้าสิ่งใดเราจะขัดขวางนางอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้นางได้สิ่งที่้าไปค่ะ”หลี่ซูฮวายิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม
พวกเขาคุยเตรียมการกันอีกสักพักก่อนจะตกลงทุ่มเทให้เื่การศึกษาของหลี่เหลียนฮวา แม้การแก้แค้นจะสำคัญแต่ทว่าความสุขในอนาคตของแก้วตาดวงใจของพวกเขาสำคัญกว่าพวกเขาจะต้องให้หลี่เหลียนฮวาทันเล่ห์กลคนและรู้จักใช้อำนาจของตนให้มากกว่านี้เพื่อไม่ให้ใครก็ตามมาทำร้ายนางได้ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม
“ฮื้อออออ”
หลี่เหลียนฮวาลืมตาตื่นขึ้นมาในยามอู่* นางนึกถึงสิ่งที่ทำลงไป ยกมือกุมหน้าและหมุนตัวไปมาบนเตียงแม้จะเป็ต่อหน้าท่านพ่อท่านแม่ก็เถอะแต่เหตุใดนางถึงร้องไห้ราวกับเด็กเล็กๆเช่นนั้นนะน่าอายจริงๆ
หลังจากกลิ้งไปมาจนพอใจแล้วนางก็ลุกขึ้นนั่งเดินตรงไปหยิบแผ่นกระดาษในลิ้นชักที่เธอเคยเขียนแผนการและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้หยิบส่วนที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนใจท่านพ่อท่านแม่ออก ถือมันอย่างตัดสินใจและเรียกเข่อชิงและเจียอีมาช่วยนางแต่งตัวใหม่
เข่อชิงและเจียอีงอแงใส่คุณหนูของตนเล็กน้อยที่ผมเผ้าหลุดลุ่ยจนต้องแก้และทำทรงใหม่ทำให้หลี่เหลียนฮวายิ้มน้อยๆใส่อย่างอ่อนใจกับสาวใช้คนสนิทของตนที่งอแงราวกับเด็กน้อยทั้งที่อายุมากกว่านางตั้งสองปีแต่ถึงกระนั้นสาวใช้ทั้งสองก็ทำผมให้นางอย่างตั้งใจจนเสื้อผ้าหน้าผมกลับมาสมบูรณ์แบบดังเดิม
เมื่อนางเช็คการแต่งตัวจนพอใจแล้วนางก็เดินไปถามหาท่านแม่จากสาวใช้ในบ้านและเดินไปหาทันที
“ขออนุญาตค่ะท่านแม่”นางเปิดประตูเข้าไปเห็นมารดาที่กำลังเขียนอะไรสักอย่างลงบนกระดาษอย่างขะมักเขม้นแต่เมื่อได้ยินเสียงนางท่านก็วางพู่กันลงทันที
“พอดีเลยฮวาเอ๋อร์ แม่มีเื่จะพูดคุยกับเ้าพอดี”หลี่ซูฮวาลุกขึ้นเดินนำหลี่เหลียนฮวาไปนั่งที่โต๊ะน้ำชาที่อยู่กลางห้อง
หลี่เหลียนฮวาเดินกุมมือเข้าไปอย่างเรียบร้อยแย่งกาน้ำชาที่หลี่ซูฮวากำลังจะหยิบขึ้นมาเทให้ตนเองและมารดา
ทั้สองจิบชาที่มีกลิ่นดอกเหมยอย่างมีผ่อนคลายก่อนที่หลี่ซูฮวาจะเริ่มเปิดปาก“แม่กับพ่อของเ้ากำลังพูดคุยเื่การศึกษาของลูกอยู่ฮวาเอ๋อร์ลูกมีสิ่งใดที่สนใจอยู่หรือเปล่า”
หลี่เหลียนฮวายื่นกระดาษที่ตนเตรียมมาซึ่งเป็แผนการในอนาคตที่นางวางไว้ยื่นให้กับหลี่ซูฮวาหลี่ซูฮวาใช้เวลาไม่นานในการอ่านทำความเข้าใจสิ่งที่อยู่ในกระดาษและยกยิ้มอย่างพอใจ
“เ้าสนใจที่จะทำการค้าและเปิดสำนักศึกษาสินะมีเหตุผลอันใดหรือไม่ฮวาเอ๋อร์” หลี่ซูฮวาถาม
หลี่เหลียนฮวานางกุมมือที่ตักและถูไปมาด้วยความประหม่า“ข้าอยากลองผลักดันหญิงสาวในแผ่นดินนี้ดูค่ะ”
“...”
“ข้าอยากแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ตระกูลเราเท่านั้นแต่หญิงสาวทุกคนสามารถที่จะยืนด้วยลำแข้งของตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพิงอำนาจของสามีเท่านั้นอย่างที่เห็นว่าแผ่นดินต้าเกาแห่งนี้ไม่ได้ห้ามเหล่าหญิงสาวที่ทำงานทว่าหลายคนยังติดอยู่ในชุดนิยมเก่าๆทั้งๆที่หญิงสาวหลายคนก็มีความสามารถไม่แพ้ใครแต่กลับแสดงออกไม่ได้เพราะค่านิยมเหล่านี้มีเพียงส่วนน้อยมากๆที่จะสำเร็จและส่วนใหญ่ก็เป็ลูกขุนนางทั้งนั้นข้าจึงอยากจะเปิดสำนักศึกษาสอนให้สามัญชนผู้หญิงหรือแม้แต่ลูกขุนนางหญิงสามารถเรียนได้ทุกหลักสูตรแม้แต่หลักสูตรที่ผู้ชายเท่านั้นที่จะเรียนได้โดยไม่แบ่งแยกทั้งเพศและฐานันดรจะมีทั้งทั้งการแพทย์ การค้า การนำทัพออกรบ แม้ว่าเริ่มแรกจะลำบากและรายรับไม่คงที่ แต่ข้าเชื่อว่าด้วยความสามารถและความช่วยเหลือของท่านพ่อท่านแม่ข้าจะทำมันได้สำเร็จเ้าค่ะ
ตัวการค้านี้เองก็เป็ส่วนหนึ่งของการศึกษาโดยข้าจะให้นักศึกษาปีสูงไปทดลองฝึกงานในสาขาต่างๆโดยที่จะมีอาจารย์คอยกำกับก่อนที่จบหลักสูตรเพื่อดูว่าสามารถนำสิ่งที่เรียนไปใช้ได้จริงๆหรือเปล่าค่ะ”
หลังหลี่เหลียนฮวาพูดจบบรรยากาศที่เคยสบายๆก็เงียบงันและกดดันจนนางต้องบีบมือที่กุมเอาไว้แรงขึ้นหลี่ซูฮวายกชาดอกเหมยขึ้นมาจิบเล็กน้อยและกล่าวในสิ่งที่นางคาดไม่ถึง
“พวกเรากำลังจะให้ลูกได้ไปลองใช้ชีวิตในสังคมนอกปีกของเราดูแน่นอนว่าเราจะไม่ยื่นมือช่วยลูกเว้นแต่ยามยากลำบากหรือจำเป็จริงๆเท่านั้นลูกมีความเห็นว่าอย่างไร”
*ยามอู่ 11.00– 13.00