ค่าเงินที่สับสน
เช้ามาม่านฟ้าก็ได้กินข้าวเช้าฝีมือป้าขวัญอย่างสุขใจ จากนั้นเธอก็นั่งรอลุงผินไปส่งมะเฟืองกับมะไฟที่โรงเรียน ลุงผินกลับมารับเธอในเวลาต่อมา เราสองคนก็เข้าไปในตัวเมืองเพื่อไปทำเื่ที่สำนักงานการไฟฟ้า ลุงผินพาเธอไปดำเนินการให้ทั้งหมด หลังจากนั้นก็กลับมาที่บ้านของเธอ พร้อมด้วยพี่ๆเ้าหน้าที่มาติดตั้งและวางสายไฟ
กว่าจะเสร็จก็เที่ยงพอดี ม่านฟ้าทำกับข้าวเลี้ยงทุกคน
เมื่อพวกพี่ๆเ้าหน้าที่ไปแล้วม่านฟ้าก็นั่งแช่ตรงหน้าพัดลมอย่างสบายใจเฉิบ
ลุงผินส่ายหัว “ดูซิ! เห็นพัดลมดีกว่าลุงซะแล้ว”
“ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ หนูยังรักลุงผินเหมือนเดิมนะคะ ฮี่ๆ เดี๋ยวหนูจะไปเอาพวกต้นกล้าลงดินแล้วค่ะ
“ให้ลุงมาช่วยไหมลูก? ลุงมาทำให้ตอนเย็นๆก็ได้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ลุงผินลางานมาช่วยครึ่งวันให้หนูแล้ว หนูเกรงใจ”
“เป็เด็กดีจริงๆ งั้นลุงไปก่อนนะ ดูแลตัวเองดีๆนะหนูม่าน”
“ค่า”
ม่านฟ้านำเหล่าต้นกล้าส้มโอ ชมพู่ แอปเปิ้ล มะนาว และอโวคาโด มาลงดิน
เธอไม่นึกเลยว่าในยุคที่พึ่งมีไฟฟ้าใช้จะมีต้นกล้าอโวคาโดนำเข้ามาแล้ว เจอแบบนี้ก็เสร็จเธอน่ะสิ
ม่านฟ้าขุดดินแล้วนำพวกต้นกล้าลง กว่าจะลงทั้งหมดจนเสร็จ ก็ปาไปสองชั่วโมง
เธอซื้อเยอะเกินไปรึเปล่านะ ทำเอาเมื่อยเอวเมื่อยขาไปหมดแล้ว!
ต่อจากนั้น เธอก็เอาต้นกล้าผลไม้ที่อยู่ในมิติออกมาปลูกเป็เแถวยาวเหมือนเมื่อวาน
เธอดื่มน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในเกม ตอนแรกเธอคิดว่ามันเป็ของตกแต่งในเกมเฉยๆ
พอลองกดเข้าไปดูสรรพคุณแล้ว มันก็ดีเลิศ ดีงามอย่างแท้จริง
น้ำพุนี้ช่วยรักษาโรคแถมยังช่วยฟื้นฟูกำลังอีกด้วย ที่สำคัญผิวเธอดีมากขึ้นตามลำดับ
ในหัวของม่านฟ้ากำลังคิดเื่การรดน้ำต้นไม้ จู่ๆก็มีสัญลักษณ์บัวรดน้ำเกิดขึ้น
เมื่อกดเข้า เธอก็อยู่ในโหมดรดน้ำ เธอจึงสั่งให้มิติรดน้ำทั้งสวน
น้ำจากในมิติก็เทออกมาจากบนฟ้าเหมือนฝนตก
ว้าว! อเมซิ่งมากค่ะ
เอาล่ะ เธอว่างแล้วตอนนี้ เธอไปอาบน้ำสักรอบดีกว่า เหนียวตัวไปหมดแล้ว
เมื่ออาบน้ำเสร็จ เธอก็มาชี้นิ้วให้มิติลงเมล็ดผักจำพวกกะหล่ำและผักกาดขาว ตามด้วยให้มิติรดน้ำให้เช่นเคย
ผักเธอขายระบายออกทุกวันไม่ได้ เธอจึงคิดว่าจะเอาหมูแดดเดียวไปขาย ในมิติมีโรงงานแปรรูปสำหรับหมูมากมาย เธอเลือกเอาหมูแดดเดียวออกมาขาย
ม่านฟ้ารอให้มิติผลิตหมูแดดเดียวซึ่งใช้เวลาสามสิบนาที
ระหว่างรอเธอก็นั่งกินกล้วยไปพร้อมตากพัดลมไปด้วย
ม่านฟ้าบ่นในใจ ชีวิตที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตมันช่างเงียบเหงาเหลือเกิน โดยเฉพาะ่การรอคอย เมื่อครบสามสิบนาที หมูแดดเดียวห้าสิบแพคก็เสร็จเรียบร้อยพอดี
ม่านฟ้ายกตะกร้าไม้ขนาดใหญ่ตั้งบนเบาะซ้อนท้ายของรถจักรยาน เธอเอาเชือกมาผูกให้แน่นๆ ตามด้วยเอาหมูแดดเดียวใส่ลงในตะกร้า จากนั้นเธอก็ปั่นจักรยานไปตลาดในเมือง ระหว่างทางก็มีชาวบ้านทักทายเธอเป็ระยะ
ส่วนใหญ่มีแต่คนถามว่าเธอเอาอะไรไปขาย พอรู้ว่าเป็หมูแดดเดียว บางคนก็มาขอซื้อไปกินที่บ้าน เธอขายแค่ยี่สิบบาท แม้ตอนแรกชาวบ้านจะบอกว่าแพง เมื่อเห็นเนื้อหมูชิ้นใหญ่หลายชิ้นในแพคเท่านั้นแหละ เปลี่ยนมาเป็ถูกเฉยเลย ค่าเงินที่นี่มันยังไงหว่า
จากนั้นม่านฟ้าก็ขี่ผ่านโรงเรียนและเจอกลุ่มครูที่เคยสอน พวกท่านก็ช่วยเธออุดหนุนเช่นกัน ตอนแรกท่านบอกว่าแพงเพราะยังไม่เห็นหมูที่เธอเอามา
พอเหล่าคุณครูเห็นเท่านั้นแหละ ก็บอกว่าถูกเหมือนป้าๆกลุ่มเมื่อกี้
กลุ่มคุณครูเห็นว่าเธอสับสนเื่ค่าครองชีพในตอนนี้ ท่านจึงอธิบายอย่างง่ายๆว่า
อาชีพครูและข้าราชการส่วนใหญ่เงินเดือนขั้นต่ำก็ตกเดือนละสองร้อยบาท พนักงานเอกชนเงินเดือนขั้นต่ำก็เดือนประมาณสองร้อยห้าสิบบาท ถ้าทำงานกับพวกฝรั่งก็จะได้เงินเยอะหน่อย เพราะคนจำพวกนี้รวยมากๆ ค่าเงินของพวกเขาค่อนข้างสูง
ตัวอย่างเช่นค่าเงินของประเทศอังกฤษ 1 ปอนด์ = 50 บาท
น้าพายค้าขายกับพวกต่างชาติ เธอจึงได้กำไรมามากพอสมควร
ต้องขอบคุณลุงผิน ที่ให้น้าพายมารับซื้อผลผลิตการเกษตรของเธอ
“ผักผลไม้ที่สวนหนูขายให้กับพวกต่างชาติ หนูได้กำไรมากอยู่ค่ะครู”
“ดีแล้วล่ะจ๊ะ พวกครูและเพื่อนๆเป็ห่วงม่านฟ้ากันทุกคนเลยนะจ๊ะ ว่าแต่หนูจะไม่กลับมาเรียนจริงๆหรือจ๊ะ?”
“ไม่ล่ะค่ะ หนูต้องทำงาน แบ่งเวลาไปเรียนคงเรียนได้ไม่เต็มที่ แต่มะเฟืองจะคอยช่วยสอนหนังสือค่ะ ครูเพ็ญไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ”
“ได้ยินแบบนี้ก็ค่อยชื่นใจหน่อย”
“อ๊ะ ม่านฟ้า! มาได้ยังไงเนี่ย!” มะเฟืองะโแหกปากมาแต่ไกล
“เดี๋ยวเถอะมะเฟือง ทำตัวไม่เป็กุลสตรีเลย มารยาทอยู่ไหนจ๊ะ อย่าวิ่งและอย่าะโแบบนี้ มันไม่งาม”
มะเฟืองยิ้มแห้งๆ “ขอโทษค่ะ ครูเพ็ญ”
“เธอมาทำไมน่ะม่าน?”
“ฉันกะจะเอาหมูแดดเดียวไปขายในตลาด ยังไม่ทันไปขายที่ตลาดก็หมดซะแล้ว คิกๆ”
“ของดี ของแพงเลยนะ เธอทำเองเหรอ?”
“ใช่แล้วล่ะ”
“รวยใหญ่แล้วนะ ขายถุงเท่าไหร่อ่ะ?”
“ยี่สิบบาท”
“แพงมากกกก !!”
เสียงของมะเฟืองสูงและยาวมาก จนทำให้ครูเพ็ญต้องจิกตาใส่เธออย่างตักเตือน
“หนูเผลอไปหน่อยค่ะ แต่มันแพงมากนะคะ”
ครูเพ็ญเอาหมูแดดเดียวให้มะเฟืองดู “ไม่แพงหรอก ดูสิได้กินเป็เดือนเลยนะ ชิ้นใหญ่ด้วย ค่อนข้างคุ้มนะ”
“ของเธอก็มีนะ ฉันให้ห้าถุง”
“จะดีเหรอ เอาไปขายเถอะ”
“ดีสิ ลุงผินช่วยฉันมาเยอะนะ เอาไปกินเถอะนะ มันมีห้าถุงสุดท้ายพอดี ฉันอุตส่าห์เก็บไว้ให้”
“ขอบใจนะม่านฟ้า กลับบ้านไปฉันจะให้แม่เอาใส่จานกินวันนี้เลย”
“อืม ยังไงก็บอกด้วยนะว่ามันอร่อยไหม”
“ได้สิ” มะเฟืองบอกอย่างกระตือรือร้น
“มะไฟล่ะ?”
“รายนั้นไปทำความสะอาดห้องเรียนอยู่ เป็เวรของเขาน่ะ”
“อ้อ” ม่านฟ้าตอบรับ
“งั้นฉันไปตลาดก่อนนะ ว่าจะไปเที่ยวหาไรกินสักหน่อย”
“อยากไปด้วยจัง แต่ต้องรอพ่อมาก่อน”
“งั้นวันเสาร์ เราไปด้วยกันดีไหม?”
“ดีๆ”
“งั้นฉันไปก่อนนะมะเฟือง ครูเพ็ญหนูลาค่ะ”
“จ้า ปั่นดีๆนะจ๊ะ”
“ไปก่อนนะมะเฟือง”
“จ้า”