F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    31.เจอดีผีเด็ก

    ทั้งสองเดินออกมาจากตำหนักอาจารย์ดำ ผ่านมาตามถนนที่เป็นซุ้มของระยางของต้นไทร แพรวเดินตามหลังเขามาติดๆ เธอรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย ตั้งแต่เข้ามาที่นี้เธอรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ามีใครบางคนกำลังจับตามองเธออยู่จากที่ไหนซักที่ มือน้อยๆของเธอจับชายเสื้อของวิทย์เอาไว้แน่น ราวกับเด็กที่กลัวจะพลัดหลงกับพ่อแม่เวลาออกไปเดินตลาด สายตาของเธอจับจ้องสอดส่องไปทั่วทุกที่แต่ก็ไม่เห็นอะไร จนกระทั้งเธอหันกลับไปมองที่ตำหนักของอาจารย์ดำ “เชี่ย!..”เธออุทานเบาๆ ภาพที่เธอเห็นมันทำให้เธอต้องขนลุกเกรียวก้มหน้างุดมองพื้นดินแล้วจ้ำเท้าเดินแซงวิทย์ไปอย่างรวดเร็ว ภาพเด็กหญิงคนนั้นนั่งอยู่ตรงหัวบันไดตำหนัก มีเด็กชายอีกคนยืนอยู่ด้านหลังของเด็กหญิง ทั้งสองฉีกยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงรูหู โบกไม้โบกมือให้กับแพรวมีเลือดไหลออกมาจากหู ตา จมูกและปากของพวกเขา เด็กชายคนนั้นลูกตาหลุดออกมาจากเบ้าตาของเขาห้อยต่องแต่งอยู่ระหว่างใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเลือดสีดำที่ไหลออกมาจากเบ้าตา มือเขาพยายามจะยัดลูกตาของตัวเองกลับเข้าไปคืนแต่มันก็ตกลงมาที่เดิมอีกครั้ง ปากเด็กชายยังคงยิ้มกว้างพลางยกมืออีกข้างมาโบกให้กับเธอ “เจอดีเข้าแล้ว...”เธอคิดวิทย์เองก็ไม่ได้ใสใจอะไรนักเขาแทบไม่รู้เลยว่าแพรวเดินนำหน้าเขาไปแล้ว ในใจของเขายังคงคิดทบทวนเรื่องราวที่พึ่งจะผ่านมาสดๆร้อนๆ เขากำลังเรียบเรียงข้อมูลทุกอย่างที่มีอัดแน่นอยู่เต็มหัวของเขาในตอนนี้ ความรู้ความเข้าใจหลายอย่างที่เขาได้รับมาจากตำราไสยเวทย์ทั้ง 3 บทจากตำหนักของอาจารดำวันนี้เป็นความรู้ใหม่สำหรับเขาอาจจะกล่าวได้ว่ามันเป็นการเปิดโลกอีกโลกหนึ่งของเขาเลยก็ได้ เขาเดินใจลอยจนมาถึงร้านตาโก รู้สึกตัวอีกครั้งก็เมื่อมีมือเย็นๆของใครบางคนจับแขนของเขา ใช่แล้วแพรว ตอนนี้เธอหน้าซีด ขนทั้งตัวของเธอลุกจนมองเห็นเป็นผดตุ่มเล็กๆขึ้นมาตามแขนของเธอ เธอจ้องหน้าของวิทย์ น้ำตาคลอเหมือนกับจะร้องไห้ วิทย์มองดูเธอสายตาของเขาดูฉงน “เกิดอะไรขึ้น?เป็นอะไรหรือ ไม่สบายหรือเปล่า” วิทย์ถามพร้อมกับเอามือมาอังที่หน้าฝากของเธอ แพรวอึ้ง “นี้พี่วิทย์ไม่เห็นอะไรเลยหรือที่ตำหนักอาจารย์ดำนะ” แพรวกัดริมฝึกปากน้อยๆของเธอถามออกมาละล่ำละลัก คล้ายกับจะร้องไห้ได้ทุกขณะ “มีอะไรเหรอ?”วิทย์ขมวดคิ้วแล้วถามออกมา นี้มันใช่แล้วแน่ๆ มีแค่เธอเท่านั้นที่เจอดีเข้าให้แล้ว เธอหน้าเสีย ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วมีแค่เธอคนเดียวที่เห็นภาพอะไรที่น่ากลับแบบนั้น ร้างน้อยๆของเธอสั่นสะท้าน ถึงจะเจอผีมาบ้างตอนอยู่ในโลกวิญญาณ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่กลัว ที่โลกวิญญาณอย่างน้อยในเขตแดนเทวา เธอก็อุ่นใจได้เพราะยังไงผีมันก็เข้ามาไม่ได้ ไม่เหมือนเมื่อครู่นี้ ความรู้สึกที่ผ่านมาทำให้เธอกลัว คลายๆกับว่าผีจะโผล่มาตรงไหนเมื่อไร่ก็ได้ เห็นเธอตัวสั่นแบบนั้นวิทย์ก็จูงมือเธอเข้าไปในร้านทันทีก่อนทั้งสองจะนั่งลงที่โต๊ะที่อยู่ใกล้ที่สุด “ตาโกเอานมเย็นและโอเลี้ยง”วิทย์สั่งเครื่องดื่ม “เป็นอะไรนะแพรว..เธอเห็นอะไรมา”วิทย์ถามมาอีกครั้งคราวนี้ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นมา แพรวเป็นอะไรกันแน่ดูท่าแล้วไม่ดีเอาเสียเลย “ผี ที่นั่นมีผี เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชาย”เธอพูดออกมาแผ่วเบาพร้อมกับห่อไหล่ลงด้วยความกลัว คราวนี้เขาเข้าใจทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น เธอโดนเข้าให้แล้ว วิญญาณกุมารทองหรือลักยม มักจะซุกซน และชอบแกล้งคนที่มีจิตอ่อน หรือขวัญอ่อน เห็นอาการของแพรวเป็นแบบนี้เขาก็เข้าใจได้ทันที เขาก้อมลงหยิบดินขึ้นมาหนึ่งหยิบ ท่องคาถา “สังขาตังโลกวิธู ขอพระแม่ธรณีคุ้มครอง...”ก่อนจะโปรยดินลงบนหัวของแพรว แพรวไม่รู้ว่าเพราะอะไรเมื่อเสียงคาถาลอยเข้าหูเธอในระยะเวลาสั้นๆ อาการกลัวของเธอค่อยๆลดลง เศษดินตกลงที่หัวเธอมันทำให้มีความรู้สึกอุ่นใจขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ “พี่”แพรวแค่เรียกออกมาแต่เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร แต่ตอนนี้เธอดีขึ้นแล้วเพราะคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอทำอะไรบางอย่าง “นี้น้องจิตอ่อนกลัวผีขนาดนี้เลยเหรอ”วิทย์ถามยิ้มๆ เห็นเธอตัวสั่นขนาดนี้ทั้งๆที่เคยเจอมามากกว่าผีเด็กแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะแซว “หึ ไม่เจอบ้างไม่รู้หรอก อืยยย”เธอถลึงตาโมโหแต่ก็ไม่วายขนลุก เธอกลัวจริงๆ “เอาๆไม่แซวแล้ว เอาขนหน้าแค่พี่ไปกันผีซักเส้นสองเส้นไหม”วิทย์พูดว่าไม่แซวเธอแต่ก้อยังล้อเธออยู่ “หึ ไม่คุยกับพี่แล้ว”เธองอลหันหลังควับให้กับวิทย์ วิทย์ก็ไม่ได้ตอแยเธออีก แน่หละเขารู้ดีว่าผีน้อยสองตนของอาจารย์ดำเพียงแค่จะหยอกเธอเล่นเท่านั้น หากมันเอาจริง น้องสาวตัวน้อยของเขาไม่ได้มานั่งสั่นอยู่แบบนี้หรอก คงนอนจับไข้หัวโกรนไปแล้ว รอเพียงไม่นาน โอเลี้ยงก็มาส่งถึงโต๊ะ วิทย์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ใกล้จะถึงเวลาที่พวกเขานัดกันเอาไว้แล้ว เขามีนัดกับแพร และแพรว ที่นี้ เพื่อปรึกษากันเรื่องคืนนี้จะเอายังไงกันดี แน่หละตอนนี้พวกเขาสามารถเข้าไปกางเต็นท์ที่เสาหลักบ้านได้แล้ว และแผนที่จะไปฟาร์มที่หมู่บ้านอื่นของเขาก็ต้องตกไป อีกหนึ่งชั่งโมงจะถึงเวลานัด วิทย์กินโอเลี้ยงไปหนึ่งอึก มือของเขาพลางเขี่ยมือถือดูข่าวไปพลาง และเป็นไปตามคาดการ คนที่ใช้ App RGRD มากมายถูกควบคุมตัว“เป็นคนนี้แหละน่ากลัวกว่าผีซะอีก..โดยเฉพาะคนโง่ที่มีอำนาจ”วิทย์ถอนหายใจออกมาก่อนจะละสายตาจาก เฟสบุ๊ก และเก็บมือถือลง เราหยิบอีกเครื่องขึ้นมา กดเข้าRGRD เขาเข้าไปที่ห้อ’ Chat ของ App ก่อนจะพิมพ์คำถามลงไป หนึ่งประโยค “คืนนี้จะทำอย่างไรดี มีคำแนะนำหรือไม่...” เขาแอบหวังนิดๆว่าจะได้รับคำตอบอะไรดีๆกลับมา ในใจของเขาก็คิดเอาไว้แล้วถึงวิธีที่จะเป็นไปได้ที่สุด การกางเต็นท์นอนให้อยู่ใกล้เขตแดนเทวามากที่สุดแล้วรีบเข้ามาอยู่ภายในวงแสงทันทีที่ ถูก Jump ถึงมันจะอันตรายไปบ้างแต่มันก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่คิดได้ตอนนี้ วิทย์เลื่อนดูของใน Shop เผื่อจะมีอะไรดีๆที่พอที่จะช่วยพวกเขาได้ แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง เมื่อตรวจสอบดูทุกอย่างแล้ว เขาก็เก็บมือถือลงในกระเป๋ากางเกงอีกครั้ง“เฮ่อ!”เสียงถอนหายใจดังออกมาจากปากของวิทย์ ตอนนี้มันตันนิดหน่อย มืดแปดด้านจริงๆ ถึงจะมีแผนเอาไว้แล้วแต่มันก็เสียงจริงๆ หากโชคไม่ดี ผีเปรตตนนั้นอยู่ใกล้ได้ตายกันแน่ๆ อย่าว่าแต่ผีเปรตเลยวิญญาณผีปอก กระสือ ห่า พวกนี้ก็ดุเอาเรื่อง “แพรวเช็คดูสิว่ายากได้อาวุธอะไร พี่จะซื้อให้”คงต้องเตรียมพร้อมรับมือให้มากที่สุด แพรวสะดุ้งตัวนิดหน่อย เสียงของวิทย์ทำให้เธอได้สิตขึ้นมาจากอาการใจลอย “อืม..งบ สี่หมื่นเหรอ”เธอตอบและถามเรื่องงบ วิทย์เพียงแต่พยักหน้า เขานั่งเหม่ออยู่อย่างนั้น ส่วนแพรวก็เลือกดูของใน Shop เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนดวงอาทิตย์ขึ้นตรงหัว “จริงสิ เรามีตำราเล่มสีทองที่ยังไม่ได้อ่านนี้น่า”วิทย์คิด ตำราใบลานเล่มนี้เขาได้มาจากพระภิกษุเมื่อวานนี้ ยังไม่ได้อ่านอะไรจริงจังท่าไร วิทย์ล้วงเอาตำราใบลานเล็กๆออกมาจกอกเสื้อของเขา มันมีสีทองสลักตัวอักษรเล็กๆสีดำ แต่ละหน้ามีกรอบสี่เหลี่ยมสีดำครอบชุดตัวอักษรเอาไว้ มันดูเก่าแก่และลึกลับ หน้าปกแรกไม่มีอักษรอะไร วิทย์เปิดไปที่แผ่นที่ 2 ***ทสกสิน*** ใช่แล้วมันคือวิธีฝึกจิตรของสายพุทธ เรียกอีกอย่างว่า กสิน วิทย์เปิดไปเรื่อยๆ มีทั้งหมด 10 อย่าง บันทึกเอาไว้ทั้งหมด 5 หน้าด้วยกัน หน้าที่ 6 ***การสร้างยันต์ บารมีพระพุทธเจ้า***ยันต์นี้ลงไว้ที่นอนหรือติดไว้ที่บ้าน ป้องกันได้สารพัด ทั้งภูตผี ปีศาจ วิญญาณร้าย ปกป้องรักษาคุ้มกันภัยอันตรายทั้งปวง ยันต์นี้สามารถใช้สะกดผีได้ เมื่อลงอักขระแล้วให้ปลุกเสกด้วยพระคาถาสัมพุทเธ นี้แหละที่เขาต้องการ นี้เหมือนกับแสงสว่างสำหรับเขาเลยตอนนี้ วิทย์อ่านทำความเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดโดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ไม่ว่าจะเป็น อักขระ คาถา วิธีการลงยันต์ และวิธีการปลุกเสก สิ่งของที่ต้องเตรียม ทุกอย่างเขาเข้าใจแตกฉานด้วยพลังสมาธิ 2 เนตรของเขา มันง่ายกว่าที่คิดเมื่อสมาธิถึง ของที่ต้องใช้หาได้และหมั่นใจว่าการสร้างยันต์นี้จะสำเสร็จ “พี่วิทย์ พี่วิทย์ เป็นอะไรหรือเปล่า”แพรวร้องเรียกอยู่หลายครั้งจนในที่สุดเธอใช้มือเล็กๆของเธอมาเขย่าที่แขนของเขา วิทย์จึงหลุดออกจากภวังค์สมาธิ “อะ มีอะไรหรอแพรว”เขาถามออกมา “หนูเรียกพี่ตั้งนาน เป็นอะไรไปนั่งเหม่อเลย เรียกตั้งหลายครั้ง”แพรวพูดออกมาเสียงเขียว พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กๆ “อ๋อ ไม่มีอะไร พอดีพี่คิดเพลินไปหน่อย” เขาตอบ “คิดอะไรกันแน่ เรียกตั้งนานไม่ตอบ นึกว่าโดนผีสิงเข้าให้แล้ว”เธอบนอุบเบาๆ แต่วิทย์ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเขาเปลี่ยนเรื่อง “แล้วเลือกได้แล้วเหรอว่าจะเอาอะไร”วิทย์ถามถึงอาวุธที่แพรวต้องการ “มันเลือกอยากนะ หนูใช้อะไรไม่เป็นเลย ปืนก็ยิงไม่เป็น ธนูก็ไม่เคยยิง ดาบ มีด เหรอ ไม่เคยจับจับแต่มีดทำครัว แล้วหนูจะทำยังดี จะเลือกอะไรดี หนูไม่รู้เลย”เธอพูดออกมาอย่างท้อแท้ “อืม พี่จำได้ว่าเราเคยเป็นนักมวยไม่ใช่เหรอ”วิทย์ถาม “อือๆก็ใช้ แต่จะให้เอากำบั้นไปสู้กับผีพวกนั้นไม่ไหมหรอกพี่หนูกลัว” เธอน้ำตาไหล ร่ำร้องออกมา “เดี่ยวก็ชินเอง เอาเป็นว่าเลือกของที่แพรวถนัดที่สุดแล้วกัน “สนับมือ” “เอ็งเคยเป็นนักมวย ทุกวันนี้ก็ซ้อมอยู่บ่อยๆอีก”วิทย์พูด แพรวได้คัดค้านอะไร เพราะเธอก็ใช้อย่างอื่นไม่เป็นเลย อย่างน้อยมีไว้ก่อนก็ดี ทุกการกระทำของทั้งสองตกอยู่ในสายตาของสาวน้อยนางหนึ่ง เธอชำเรืองมองอยู่ไกลๆมือก็ทอดปาท่องโก๋ไปพราง ตอนนี้สองเธอคิดอะไรไม่ออก กลัวไปหมด เธออาบน้ำเสร็จตอน 8 โมงเช้า และดูข่าวเกี่ยวกับ RGRD ทั้งหมด และเธอมั่นใจแน่แล้วว่า ไม่ใช่คนที่ใช้ App นี้ที่เป็นฆาตกร เพราะตอนนี้เธอก็เป็น 1 ในคนเหล่านั้น และ ที่สำคัญผู้ช่วย AI ของเธอยืนยันแล้วว่าการ Jump ข้ามมิติจะเกิดขึ้นจริง เรื่องราวทุกอย่างถูกผู้ช่วยของเธออธิบายให้เข้าใจหมดแล้ว และตอนนี้มันอันตรายมาก เธอไม่สามารถเข้าไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยได้ เธอไม่ยากเป็นอีกหนึ่ง ศพ ที่จะต้องออกรายการข่าวในวันพรุ่งนี้ เธอสังเกตพี่แพรวอยู่นาน เธอร้องห่มร้องไห้ ก้มมองดูมือถือไปมา เขี่ยๆเหมือนหาอะไรซักอย่าง พี่วิทย์ก็เหม่อลอย พอรู้สึกตัวมาก็พูดอะไรกันไม่รู้เบาๆกระซิบกระซาบเหมือนมีลับลมคมในอะไรซักอย่าง “น่าสงสัย”เธอคิด ผู้ช่วยของเธอแนะนำอย่างชัดเจนว่าเธอต้องหาพี่เลี้ยง หรือกลุ่ม เพื่อเพิ่มอัตราการอยู่รอดในสถานการแบบนี้ แต่เธอจะไปหาที่ไหน ทุกคนต่างก็ระวังตัวมาก เพราะถ้าถูกจับไปโรงพัก ได้ตายอย่างเดียว โรงพักไม่ใช่เขตปลอดภัยแน่ๆ “ใช้ต้องกาแนวร่วมให้ได้ สองคนนี้น่าสงสัยที่สุด แต่ทำยังไงถึงจะรู้ อ๊ะใช่แล้ว..”เธอคิด ออกแล้วว่าจะต้องทำยังไง