บทที่ 5 การก้าวต่อไป พาร์ท 1
สองวันผ่านไปหลังจากที่อาเรียและอานิต้าออกไปทำภารกิจเก็บสมุนไพรตอนนี้ยังไม่มีวี่แววว่าทั้งคู่จะกลับมานั่นทำให้อาคอนรู้สึกกระวนกระวายใจ ซึ่งผิดกับลูน่าที่ไม่ได้คิดว่าจะเกิดปัญหาอะไรเธอรู้สึกว่ามันเป็เื่ธรรมดาที่เด็กที่ออกไปทำภารกิจครั้งแรกจะอยากรู้อยากเห็นจนทำให้ทำภารกิจช้ากว่าที่ควรเธอรู้สึกว่าอาคอนนั้นกังวลมากเกินไปเพราะเขาพึ่งจะเคยมีลูกศิษย์
อย่างไรก็ตามอาคอนยังเลือกที่จะออกไปตรวจสอบเื่ดังกล่าวอยู่ดีเพราะในความคิดของอาคอนลูกศิษย์ของเขาไม่ใช่คนที่ทำอะไรประมาท เธอจะไม่ยอมเสียเวลาไปกับการผจญภัยเล็กๆและเพราะอาคอนออกมาตามหานั่นทำให้เธอต้องออกมาด้วย
อาคอนลากแมนติสมากับเขาด้วยแมนติสเป็คลาสนักล่าที่เก่งที่สุดที่อยู่ในเมืองเศียรัในปัจจุบันเขามีทักษะทุกด้านที่นักล่าควรจะมีั้แ่ซุ่มโจมตี การเคลื่อนที่รวดเร็ว แกะรอยและวางกับดัก และเหตุผลที่เขาต้องพาแมนติสมาด้วยก็เพราะทักษะการสะกดรอยของเขา
แมนติสเป็ผู้ชายที่ค่อนข้างลึกลับเขาปิดบังใบหน้าของตัวเองด้วยผ้าคลุมสีดำและสวมเครื่องแต่งกายอื่นเป็สีดำด้วยแน่นอนว่าแมนติสนั้นเป็เพียงฉายาของเขาและมีน้อยคนที่จะรู้ว่าเขาเป็ใครและแม้แต่อาคอนก็ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชายคนนี้มากนัก
แม้แต่ลูน่าที่เป็ลำดับสี่ของการจัดอันดับนักล่าทั้งหมดยังไม่มั่นใจเท่าใดนักว่าจะสามารถเอาชนะชายคนนี้ได้ข้อมูลของเขานั้นคลุมเครือจนทำให้ยากที่จะจัดอันดับ และอันดับมันก็ไม่ได้บอกอะไรเลย เพราะหากพิจารณาถึงเพียงแค่อันดับหากสามอันดับแรกปะทะกันเราก็คงต้องบอกว่าอันดับที่สูงกว่าควรจะชนะ
อย่างไรก็ตามไม่มีใครกล้าฟันธงเื่นั้นเพราะมีครั้งหนึ่งที่มีคนท้าทายคาลี่ย์เพื่อหวังไต่อันดับและดาลัสกลับรับคำท้าแทนพร้อมกับพูดว่า“ข้าเองยังไม่มั่นใจเลยว่าจะชนะเ้านั่นได้แล้วแกเป็ใครกัน”และก็จบด้วยการที่ดาลัสอัดอีกฝ่ายกระเด็นในครั้งเดียวและสิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจในความเชื่อเช่นนั้นมากยิ่งขึ้นก็คือเมื่อตอนที่พวกเขาไปพบกับประธานสมาคมดาลัสถูกปฏิบัติเหมือนเป็ไอ้ซื่อบื้อคนหนึ่งเท่านั้นจากทั้งอาคอนและคาลี่ย์
“้าให้ข้าแกะรอยเธอจากอะไร”เสียงชายหนุ่มกล่าวออกมาจากผ้าคลุมสีดำหากฟังจากเสียงก็คงพอประเมินได้ว่าเขาเป็ชายอายุยี่สิบต้นๆเพียงเท่านั้น
“พลังเวท ลักษณะของมันคือบ้าคลั่ง”อาคอนตอบ
“แค่นั้น??”
“เ้าจะรู้เมื่อเ้าได้ลองัั”
มีวิธีการสะกดรอยหรือตามหาร่องรอยหลายวิธีอย่างไรก็ตามอาคอนเลือกที่จะใช้พลังเวท เพราะมันไม่หายไปง่ายๆในสองวันหรือโดนชะจากน้ำและฝนนั่นคือในกรณีที่เธอผ่านแหล่งน้ำหากติดตามด้วยกลิ่น กลิ่นอาจหายไป แต่พลังเวทไม่
ผิดคาดอาคอนไม่ได้ให้ข้าวของเครื่องใช้อะไรของเธอที่ใช้เพื่อการสะกดรอยและแมนติสเองก็ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในมือเพียงเท่านั้นในการตามรอยเด็กๆไม่ใช่ว่ามันไม่จำเป็ต้องให้อะไรเพิ่มเพียงแต่อาเรียนั้นแตกต่างจากเด็กทั่วไปพลังเวทของเธอไม่ได้ไหลทั่วร่างกายทำให้ยากมากที่มันจะออกมาปะปนกับของใช้ของเธอในทางกลับกันเขาเชื่อว่าพลังเวทที่เข้มข้นและบ้าคลั่งนั้นเพียงพอที่จะเป็เบาะแสให้แมนติสได้
แมนติสหยิบของที่ดูคล้ายสร้อยคอออกมาจากนั้นปล่อยตรงส่วนจี้ที่เป็ผลึกสีฟ้าให้ห้อยลงมาจากมือของเขาเขาใส่พลังของตนเข้าไปสักพักเพื่อกระตุ้นการทำงานและเหมือนพลังงานรอบๆมากมายไหลเข้ามาในสร้อย
พลังงานเหล่านี้มีคุณสมบัติค่อนข้างแตกต่างกันมีทั้งอ่อนแรง สงบนิ่ง แข็งข้อ ดุร้ายหรือบ้าคลั่ง เขาสามารถแยกพวกมันได้จากสีที่แตกต่างกันสีฟ้านั้นเป็พลังเวทและสีแดงคือจิตสังหาร
จิตสังหารส่วนใหญ่นั้นจะมีลักษณะที่ดุร้ายหรือบ้าคลั่งซึ่งแตกต่างจากพลังเวทโดยสิ้นเชิงสิ่งที่พลังเวทมักจะมีก็คือความศักดิ์สิทธิ์และสงบดังนั้นมันจึงไม่ยากนักที่จะหาพลังเวทที่บ้าคลั่ง
เขาพบเพียงหนึ่งเดียวของพลังเวทที่บ้าคลั่งนั่นทำให้เขาเลือกที่จะติดตามพลังเวทย์นั้นไปและอีกสองคนก็ทำเพียงตามมาอย่างเงียบๆ
เพราะอาเรียสวมอุปกรณ์ที่ทำให้เธอควบคุมพลังเวทของเธอได้ดังนั้นพลังเวทเ่าั้จึงไหลออกมาจากอุปกรณ์ดังกล่าวมันต่างกันหากอาเรียเดินเข้ามาตัวเปล่าโดยไม่ได้พกอุปกรณ์เ่าั้แมนติสจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเธอไปทิศทางไหนจนกว่าเธอจะใช้พลังเวท
ในที่สุดหลังจากตามหามาได้สักพักทั้งหมดก็มาหยุดที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งมีพลังของอาเรียจางๆอย่างไรก็ตามมันหายไปจากตรงนี้
“มันหายไปตรงนี้” แมนติสกล่าว
“ตรวจพลังอื่นๆให้หน่อยสิ”อาคอนยังคงกังวลและขอข้อมูลอื่นๆที่จำเป็เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์แมนติสเริ่มตรวจสอบสิ่งที่อาคอนของและเขาก็ได้พบกับบางอย่าง ออร่าพลังเวทที่ศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่กับจิตสังหารที่ทรงพลังมหาศาลอยู่กับพวกเธอก่อนที่จะหายไป
“ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาใหญ่แล้วล่ะ..พวกเธอถูกจับตัวไปจากกลุ่มอำนาจเก่า”
“อะไรนะ!!” ลูน่ากล่าวอย่างใผิดกับอาคอนในตอนนี้ที่ดูสงบกว่ามาก
“ถ้าพวกเขาอยู่ใกล้แล้วทำไมทางเราถึงตรวจจับไม่ได้ก่อนหน้านี้ล่ะ”อาคอนถาม
“เป็ัรุ่นเยาว์ที่พาพวกเธอไปพลังของพวกเขาไม่ได้เป็อันตรายมากพอและมันต่ำกว่าเกณฑ์เฝ้าระวังของทางสมาคม”
“โอ้ว...ยังหวังได้สินะว่าพวกเธอจะรอดเราทำอะไรได้อีกบ้าง”
“ออร่าพลังเวทนั้นเป็เวทมิติคิดว่าเป็เวทจากไอเท็มเวทมนตร์บางอย่างรัศมีการเคลื่อนย้ายคงไม่ไกลเกินไป ถ้ามีเวลามากพอเราสามารถตามได้.. ท่านสอนอะไรให้เธอมากพอที่เธอจะรอดมั้ย”แมนติสบอกแผนกับอาคอนพร้อมกับคำถาม เขาคิดว่าหากจะรอดจากคู่ต่อสู้ในระดับนี้ลูกศิษย์ของลูน่านั้นไม่น่าจะทำอะไรได้มากโอกาสรอดของทั้งคู่ควรจะขึ้นอยู่กับลูกศิษย์ของอาคอนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
“นั่นแหละปัญหารีบเลยแมนติส หาว่าพวกเธอไปไหน”
อาคอนรีบให้แมนติสค้นหาว่าจุดไหนที่พวกเธอถูกเคลื่อนย้ายไปแมนติสเป็หนึ่งในคนที่รู้เื่เกี่ยวกับภารกิจลับที่อาคอนและดาลัสไปทำความจริงต้องบอกว่าเป็เพราะคนเช่นแมนติส อาคอนกับดาลัสจึงมีภารกิจลับเหล่านี้เพราะแมนติสเป็หนึ่งในสายลับที่คอยรวบรวมข้อมูลข่าวสารเพื่อแจ้งให้ทางสมาคมได้รับทราบดังนั้นเขาจึงใช้เวลาไม่นานในการสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดว่าอาเรียและอานิต้าหายตัวไปได้อย่างไร
“ัรุ่นเยาว์แข็งแกร่งขนาดไหน?”ลูน่าอดไม่ได้ที่จะถามอาคอนเธอเป็กังวลว่าแม้จะรวมทั้งลูกศิษย์ของเธอและลูกศิษย์ของเขาด้วยแต่ก็จะยังคงยากที่จะจัดการกับปัญหานี้ “มากพอที่ทั้งคู่จะรับมือไม่ไหว...แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกเธอมีลูกศิษย์อีกสองคนนี่”อาคอนกล่าวด้วยมุขตลกร้าย ชัดเจนว่าปัจจุบันทั้งลูน่าและอาคอนต่างก็กังวลอย่างไรก็ตามแม้อาคอนจะยังไม่ได้สอนอะไรให้อาเรียมากนักแต่เขาก็ยังคงพอจะมีความหวัง
อาเรียเป็เด็กที่เอาตัวรอดในป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งและสามารถจับแมนเดรกมาเป็อาหารได้ เขาจึงได้แต่หวังว่ามรดกที่เธอรับมาจะมากพอให้เธอสามารถเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์เช่นนี้
*สักที่ในมาโทรเดีย*
ภายในโดมรากไม้ที่ชายลึกลับสร้างขึ้นตอนนี้อาเรียตื่นขึ้นมาแล้วและาแของอานิต้าเองก็เริ่มหายไปมากจากการใช้ไอเท็มยารักษาที่เธอพกติดตัวมาด้วยความที่พวกเธอไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและรากไม้เหล่านี้ช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกให้พวกเธอได้พวกเธอจึงไม่ได้พยายามที่จะทำลายมันจนกว่าพวกเธอทั้งคู่จะหายดี
เมื่ออาเรียตื่นขึ้นมาเธอพบว่าตัวเธอนั้นหายเป็ปกติแล้วและยังมีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่ใกล้ๆเธอ มันเป็หนังสือที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆที่เธอคุ้นเคยทำให้เธอพอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ปกหนังสือนั้นเขียนว่า “Expert Alchemist”และเมื่อเธอเปิดเข้าไปข้างในเธอก็พบว่ามันเป็เทคนิคการเล่นแร่แปรธาตุกับการปรุงยาซะส่วนใหญ่
เธอนั่งอ่านมันสักพักเพราะอานิต้านั้นยังคงต้องรักษาอาการาเ็ของเธอให้หายดีก่อนก่อนที่พวกเธอจะทำอะไรอย่างอื่นได้ นั่นทำให้เธอแลดูเป็คนใจเย็นจนน่าเหลือเชื่อในสายตาของอานิต้า
แต่มันก็มีเหตุผลอยู่อาเรียเข้าใจเหตุผลที่พวกเธอรอดมาได้จนถึงตอนนี้ผิดกับอานิต้าที่ยังคงสับสน มันจึงทำให้เธอค่อนข้างสงบกว่ามากเมื่อเทียบกับอานิต้าเธอรู้ว่าเธอสามารถไว้ใจโดมที่คลุมพวกเธออยู่ได้ เธอรู้เช่นกันว่าใครคือคนที่ช่วยเหลือเธอผู้สร้างของเธอ..ชายที่ถูกเรียกว่า mad alchemist
เธอยังคงสับสนเล็กน้อยเกี่ยวกับทุกสิ่งที่เขา้าจะทำมันเหมือนเป็การกระทำแบบสุ่มโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย นั่นทำให้เธอคิดว่ามันเป็เหตุผลที่ทำให้เขาถูกเรียกว่าmad
ทักษะการเล่นแร่แปรธาตุและสูตรยาส่วนใหญ่นั้นเป็เื่ระดับสูงจนในปัจจุบันเธอยังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างไรก็ตามมีบางอันที่เธอเข้าใจและมันไม่ได้ยากเกินไปที่จะทำ เช่นสูตรยาการจับสัตว์เลี้ยงหรือสูตรยารักษาขั้นสูง
อย่างไรก็ตามเธอสังเกตเห็นยาสูตรหนึ่งที่น่าจะมีประโยชน์มากต่อเธอและอาจารย์ของเธอ“ยาผลาญพลังเวท” มันมีประโยชน์ต่อเธออย่างมากเพราะเธอสามารถใช้มันกับตัวเองและมันจะมีประโยชน์ยิ่งขึ้นต่อการเป็ Antimage เพราะไม่มีนักเวทคนไหนชอบที่จะถูกเผาผลาญพลังเวทมนตร์น่าเสียดายที่วัตถุดิบที่ใช้ทำนั้นส่วนใหญ่เธอไม่รู้จักประกอบกับการปรุงยาที่ต้องใช้ความชำนาญที่สูงเกินไปในปัจจุบันเธอจึงคิดว่าเธอไม่สามารถใช้สูตรดังกล่าวให้เป็ประโยชน์ได้
‘บางทีท่านอาจารย์อาจจะทำได้’นั่นคือสิ่งที่เธอคิดเธอหวังที่จะทำให้ได้ด้วยตัวเองอย่างไรก็ตามในตอนนี้เธอยังคงต้องพึ่งอาจารย์ของเธอก่อนที่เธอจะมีความเชี่ยวชาญในระดับนั้น
“หนังสือนั่นอะไรเหรอ??”เสียงจากอานิต้าดังขึ้นมาปัจจุบันาแของเธอหายเกือบหมดแล้วและพวกเธอควรจะพร้อมที่จะออกไปข้างนอก
“ข้าไม่แน่ใจเท่าไหร่แต่มันควรจะมีประโยชน์ในอนาคต ”อาเรียตอบพร้อมกับเก็บหนังสือของเธอเข้ากระเป๋าเป้เวทมนตร์สีน้ำตาลของเธอ
จากมุมมองของอานิต้าในตอนนี้เธอดูไม่เหมือนสาวน้อยที่ใสซื่อและร่าเริงเช่นเมื่อก่อนมันเป็สิ่งที่เข้าใจได้จากเื่ทั้งหมดที่พวกเธอทั้งคู่ได้เจอมัน เธอยังแอบคิดถึงมันและสั่นด้วยความกลัวหากเธอมาคนเดียว มันคงเป็ไปไม่ได้เลยที่เธอจะเอาชีวิตรอดไปจากตรงนี้และถ้าหากพิจารณาในมุมของอาเรีย มันคงจะยากสำหรับเธอเพราะเธอเกือบตายแล้วจริงๆ
“เราควรจะอยู่ในนี้ต่อไปอีกสักพัก..เธอคิดว่าไง..”อานิต้าถามถามอาเรีย
“อืมม...”อาเรียตอบพร้อมกับก้มหน้าแม้ว่าพวกเธอจะสามารถเรียกว่าหายดีแล้วในตอนนี้แต่พวกเธอทั้งคู่ก็ยังคงเลือกที่จะอยู่ในโดมรากไม้นี้ต่อไปไม่แม้แต่จะลองทำลายรากไม้เหล่านี้ บางทีลึกๆแล้วพวกเธออาจจะกลัวโลกภายนอกปัจจุบันเมื่อย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ่เวลาของชีวิตและความตายอาเรียน้ำตานองหน้าก่อนที่เธอจะตัดสินใจอะไรที่เสี่ยงต่อชีวิตของเธอ อานิต้าเองก็ไม่ต่างกันนัก
มันต่างจากประสบการณ์ที่พวกเธอทั้งคู่เคยเจอมาอานิต้านั้น ไม่เคยมีการต่อสู้ที่รุนแรงขนาดนี้ ส่วนใหญ่หากเป็การต่อสู้กับอีกฝ่ายที่มีฝีมือใกล้เคียงกันหรือเหนือกว่ามันก็มักจะเป็เพียงการประลองไม่ใช่การต่อสู้ถึงตาย ทางอาเรียก็ไม่ต่างกันมากแม้ว่าเธอจะใช้ชีวิตท่ามกลางดงสัตว์ร้ายที่อันตรายแต่นั่นคือเมื่อเธอเข้าใจและรู้วิธีหลีกเลี่ยง ไม่ใช่การเผชิญหน้าเช่นในปัจจุบันเธอแทบไม่กล้าคิดว่าเป็อย่างไรหากเธอเลือกที่จะทำภารกิจนี้คนเดียวและเมื่อเธอคิดเช่นนั้นภาพวินาทีที่เด็กชายหญิงกระโจนมาที่เธอด้วยการโจมตีที่ดุร้ายมันก็ยังคงหลอกหลอนเธอ
อาเรียคิดว่าเธอโชคดีจริงๆที่รอดมาได้ในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามเธอไม่แน่ใจในครั้งต่อไปเธอจะไม่โชคดีทุกครั้งแน่นอน และความคิดแบบนั้นทำเธอกลัวอยู่ลึกๆ
*ฉึบ ฉึบๆๆ*
สักพักเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นมารอบทิศทางของโดมโดมรากไม้ขนาดใหญ่เหล่านี้ถูกฟันขาดเป็หลายสิบชิ้นจากด้านนอกแสงค่อยๆลอดผ่านเข้ามาจากรอยตัดและในที่สุดมันก็สาดเข้ามาอย่างเต็มที่เมื่อโดมทั้งหมดพังทลาย
อาเรียและอานิต้านั้นเฝ้าดูอย่างตื่นตระหนกอย่างไรก็ตามหลังจากที่แสงแดดยามเย็นสาดแสงไปทั่วพวกเธอก็ได้เห็นว่าใครคือผู้ทำลายโดมเหล่านี้
ดาบของลูน่าตัดโดมเหล่านี้ออกเป็หลายสิบชิ้นและเธอก็ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับเงาอีกสองร่างแม้จะเห็นเพียงเงาดำจากการมองย้อนแสงแต่อาเรียก็จำเงานั้นได้
น้ำตาของพวกเธอเริ่มไหลฉาบแก้มอีกครั้งก่อนที่พวกเธอจะกระโจนเข้าสู้อ้อมอกของอาจารย์.....