ขณะนั่งอยู่ในรถเพื่อเดินทางกลับบ้านหัวใจของเภตราไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาเสียเลย เธอไม่รู้ว่าควรทำหน้าอย่างไรต้องทำตัวแบบไหนเมื่อต้องอยู่กับพ่อแม่ ตอนเช้าพอจะหลีกเลี่ยงได้เพราะเธอออกไปั้แ่พวกท่านยังไม่ลงมาจากห้อง
ด้วยความลนลาน...เมื่อใช้ที่ตรวจครรภ์ซึ่งซื้อมาเมื่อวานตรวจพบว่าตัวเองทำผิดมหันต์เสียแล้วครั้งแรกคิดว่าอาจมีความผิดพลาดแต่ครั้งที่สองครั้งที่สามถือเป็การตอกย้ำอย่างแน่ชัดว่าทุกอย่างได้เกิดขึ้นจริงๆ
“เภตรา...ถึงบ้านแล้วทำไมไม่ลงล่ะ”
“อ้อ...จริงด้วย กำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่น่ะน้าทศขอบคุณนะคะที่ไปรับวันนี้” เธอบอกขอบคุณคนงานชายในบ้านซึ่งมีหน้าที่ทั้งทำสวนดูแลความเรียบร้อยต่างๆรวมถึงพ่วงตำแหน่งคนขับรถของบ้านด้วย โดยมีภรรยาของทศพลชื่อเนียนเป็แม่บ้านอยู่ที่นี่เช่นกัน
“ไปเถอะ น้าจะเอารถไปเก็บล่ะ เดี๋ยวต้องไปตัดหญ้าหลังบ้านอีก” พลขับว่า เมื่อเภตราลงไปแล้ว
บ้านหลังใหญ่ที่คุ้นเคยมาั้แ่เกิดในวันนี้มันช่างน่าอึดอัดอึมครึมเสียเหลือเกินแต่จะทำอย่างไรได้ เธอก็จำต้องเสแสร้งบากหน้าอยู่ที่นี่ต่อไป จนกว่าอมันต์จะหาทางแก้ปัญหาได้
เมื่อก้าวแรกเหยียบผ่านธรณีประตูเข้ามาด้านในห้องโถง...เธอก็ได้พบว่าทั้งบิดาและมารดาต่างก็นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ก่อนแล้วเนียนซึ่งกำลังเช็ดทำความสะอาดชั้นวางของอยู่ก็รีบถอยกลับไปในครัว
“คุณพ่อ คุณแม่...สวัสดีค่ะ” เธอกล่าวทักทายด้วยความประหม่ากว่าครั้งไหนๆในชีวิต ก่อนจะน้อมตัวลง หวังเดินเลี่ยงขึ้นไปบนห้องของตัวเอง
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ”เสียงเข้มของมารดาสั่ง
เภตราชะงักฝีเท้าทันทีก่อนจะถูกอะไรบางอย่างจากมือของท่านขว้างมาโดนใบหน้า “ว้าย!” เธอใช้มือปัดป้องจนสิ่งนั้นหล่นลงไปบนพื้น และเมื่อมองตามก็ต้องใตัวซีดสั่น
“สารเลว!!”ผู้เป็พ่อลุกขึ้นไปตบหน้าลูกสาวคนเดียวด้วยความโกรธ
เภตราที่ไม่ทันได้ตั้งใจถึงกับเซจนเกือบล้มมือน้อยๆ จับตรงแก้มร้อนผ่าวด้วยความเจ็บ น้ำตาก็ไหลพรั่งพรูเป็ทำนบแตกในทันที “นี่คือสิ่งตอบแทนที่พ่อกับแม่เลี้ยงแกมาอย่างดีงั้นเหรอเภตรา!” พัชรากำมือแน่นเดินเข้ามาสมทบแล้วดึงผมสาวน้อยในชุดนักศึกษาเหวี่ยงให้ล้มลงบนพื้น
“คุณพ่อ คุณแม่...หนูขอโทษ...”ไม่ต้องถาม ไม่ต้องขอคำอธิบาย เพราะเธอพอจะเดาออกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นความเกรี้ยวกราดโกรธาที่พวกท่านแสดงออก เป็คำตอบได้อย่างดี
“กูเลี้ยงมึงมา ให้ข้าวให้น้ำ ให้เรียนสูงๆอยู่สุขสบายไม่เคยต้องตรากตรำ แต่ดูมึงทำตัวอีลูกเวร! มักง่ายไม่เลือก! เรียนก็ยังเรียนไม่จบ มึงมาท้องประจานพ่อประจานแม่แบบนี้รู้ไปถึงไหนกูไม่ต้องอายเอาหน้าแทรกแผ่นดินหรอกเหรอ!” ที่ผ่านมา...อดิศรไม่เคยขึ้นมึงขึ้นกูกับลูกสักครั้งแต่ครานี้มันเหลืออดจริงๆ
“สิ่งที่พ่อกับแม่สั่งสอน เคยเข้าหัวเราบ้างไหมเภตราคนที่หวังดีที่สุดในชีวิตลูก ทำไมลูกไม่เคยคิดถึงบ้าง” ฝั่งผู้เป็แม่ดุด่าไปพลาง ร่ำไห้ไปพลางจนต้องพาตัวเองไปนั่งตรงที่เดิมแล้วตีอกชกตัวด้วยความเสียใจเป็นักหนา
“พัช...ใจเย็นๆ คุณไปพักผ่อนเถอะทางนี้ให้ผมจัดการเองดีกว่า”
“ฉันไหวคุณศร...แม่เนียน แม่เนียนอยู่ไหน!” นางยกมือขึ้นเป็สัญญาณให้สามีว่าไม่ต้องเป็ห่วงแล้วเอ่ยเรียกแม่บ้านเสียงดัง
เภตรานั้นยังคงหมอบฟุบสะอื้นอยู่กับพื้นไม่รู้จะหาทางออกให้ตัวเองแบบไหน ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ผิดต่อพวกท่านมากมายจริงๆ
และมันคงไม่มีทางแก้ไขได้อีกแล้ว...
“มี...อะไรคะคุณพัช คุณศร...” เนียนเดินเข้ามาด้วยท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองใคร “ไปเอาผ้าของมันที่เก็บใส่กระเป๋าลงมา....”น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นและเข้มแข็งในฐานะของแม่ดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งอยู่ที่ตัวลูกสาวซึ่งกำลังเงยหน้าขึ้นมาด้วยความเศร้าโศก
“ฉันให้แกเลือกเภตรา...และจะไม่มีอีกเป็ครั้งที่สาม ถ้าแกคิดจะเก็บเด็กไว้แล้วยังไม่ยอมเลิกกับมันก็ออกไปจากชีวิตพวกเราซะแต่ถ้าแกยังยังมีจิตใจ มีเศษเสี้ยวความรักที่พ่อกับแม่ให้ไปกลับคืนมาบ้างเราจะลืมทุกอย่างและเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ต้องไม่มีมันกับไอ้มารหัวขนนั่นอีกต่อไป”
“คุณแม่คะ...หนูขอโทษ แม่อย่าทำแบบนี้เลยนะคะหนูขอโทษจริงๆ” สองมือยกขึ้นไหว้พนมร้องขอความเห็นใจจากผู้ให้กำเนิดด้วยน้ำตานองหน้าเธอรู้แก่ใจเสมอว่าพวกท่านพูดจริงทำจริง เพราะถูกเลี้ยงดูมาอย่างนั้นและเคยได้รับโอกาสมาแล้วครั้งหนึ่ง...
แต่ตัวเลือกครั้งนี้...มันก็ยากเย็นเกินจะตัดสินใจได้
หนึ่งคือผู้ให้กำเนิดเป็ผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดู...
อีกหนึ่งคือหัวใจรักและเืเนื้อเชื้อไขที่กำลังก่อเกิดขึ้นมาในอีกไม่ช้า
“กระเป๋าค่ะคุณ...”เนียนเดินลงมาจากชั้นบนพร้อมกระเป๋าสัมภาระใบไม่ใหญ่นัก วางไว้ข้างๆโซฟาที่พัชรานั่งอยู่ แล้วแอบเหลือบมองไปยังเภตราเล็กน้อยพยายามพยักหน้าให้เด็กสาวยอมรับเงื่อนไขเสีย เพราะถึงอย่างไรนางเองก็เอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่งเช่นกัน
“ออกไปได้แล้วเนียน” พัชราสั่ง
แม่บ้านก็น้อมรับแล้วจากไปแต่โดยดีแม้ใจจะอยากช่วยเท่าไหร่ ก็รู้ดีว่าไม่ใช่ธุระของตัวเอง ซึ่งเป็เพียงลูกจ้างเท่านั้น
“ไม่ต้องมาคร่ำครวญจะเป็จะตายอีตอนทำมึงเอาสมองส่วนไหนคิดถึงไปสมสู่กับไอ้ลูกเจ๊กลูกไพร่นั่นจนท้องโย้มาประจานกูได้ ถ้าไม่เห็นแก่แม่มึงกูจะไม่ให้โอกาสอีกเป็ครั้งที่สองตัดสินใจซะ...ถ้าเลือกมันกับเด็กเวรนั่นมึงก็หิ้วกระเป๋าออกไปจากบ้านนี้ได้เลยแล้วไม่ต้องกลับมาอีก”
“พ่อคะแม่คะ...จะไม่ถามหนูสักหน่อยเหรอคะว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“จนป่านนี้แล้วยังต้องถามอีกเหรอ! ต้องรอให้ลูกมึงออกมาสักครอกสองครอกให้ชาวบ้านชาวช่องเขาเอาไปนินทากันทั่วบ้านทั่วเมืองก่อนหรือไง”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ”เธอคลานเข้ามาใกล้บิดาและมารดาเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงแล้วใช้มือปาดเช็ดน้ำตาที่กำลังนอง พลางส่ายหน้า
“ที่ตรวจสามอัน...มันเป็คำตอบมากพอแล้วเภตราไม่ต้องพิรี้พิไร บอกมาว่าแกจะเอายังไง”
“คุณแม่คะ หนูยอมรับว่าหนูท้องกับพี่อาร์ตจริงๆแต่...อย่าทำร้ายลูกของหนูเลยนะคะ หนูขอร้องหนูสัญญาจะดูแลลูกเองไม่ให้พ่อกับแม่เดือดร้อนเลยค่ะ”
“พูดแบบนี้...แสดงว่าแกได้เลือกแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงของพัชราเต็มไปด้วยความคับแค้นใจจนสั่นเครือ กระนั้นนางก็ยังคงใจแข็งกำมือแน่นไม่ยอมโอนอ่อนให้กับลูก เพราะความผิดครั้งนี้มันช่างมหาศาลเหลือเกิน
“ไม่ใช่...ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะคุณแม่” เธอปฏิเสธทั้งน้ำตา หันไปมองทางพ่อก็กำลังกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธหันไปทางแม่ก็พบแต่สีหน้าซึ่งเต็มไปด้วยความผิดหวังรุนแรง
มันยังจะมีทางอื่นอีกไหมที่พอจะประนีประนอมให้เื่นี้มันจบลงได้ด้วยสวัสดี
“ฉันกับพ่อแก มีเพื่อนเป็หมอเป็พยาบาลถมเถแกไม่ต้องกลัวหรอกทุกอย่างปลอดภัย ถ้าอยากได้ลูกก็เรียนให้จบ ให้ได้ทำงานดีๆหาคนที่มันคู่ควรกว่านี้ไม่ใช่ลูกไอ้ลูกเจ๊กนั่น แกมันรู้เท่าไม่ทันมันหรอกฉันอาบน้ำร้อนมาก่อนทำไมฉันจะดูไม่ออก”
“แม่คะ...หนูกับพี่อาร์ตเรารักกันจริงๆ นะคะแล้วพี่อาร์ตก็รู้เื่ที่หนูท้องแล้วด้วย เขายอมรับได้ค่ะเขากำลังหาทางแก้ปัญหาเื่นี้อยู่”
“ลำพังตัวมันเองยังแบมือขอเงินที่บ้านอยู่เลยจะเอาปัญญาที่ไหนมารับผิดชอบมึง อุตส่าห์ส่งให้เรียนสูงๆทำไมถึงโง่ไปหลงคารมมันได้” อดิศรถอนหายใจกับความหัวอ่อนของลูกยิ่งโกรธเสียใจจนสั่นไปทั้งตัว
“คุณพ่อ คุณแม่...อย่าบังคับให้หนูเลือกเลยค่ะหนูเลือกไม่ได้...” เธอร่ำร้องจะเป็จะตายศีรษะปวดร้าวเหมือนถูกของแข็งบีบรัด ในอีกเจ็บจุกตีตื้นขึ้นมาจนถึงลำคอกระอักกระอ่วนคล้ายจะอาเจียน
หากย้อนเวลากลับไปได้เธอเองก็ไม่อยากให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นเช่นกัน...
“งั้นมึงก็ออกไป!” เสียงห้าวทุ้มะโก้องพร้อมกับฉวยเอากระเป๋าผ้าโยนใส่ร่างเล็กที่นั่งอยู่กับพื้น พัชราลุกยืนแล้วเดินร้องไห้วิ่งขึ้นไป้าด้วยความผิดหวังปล่อยให้สองพ่อลูกเผชิญหน้ากันตามลำพัง “คุณแม่! คุณแม่หนูขอโทษ!”เภตราพยายามคลานตามไป แต่ก็ถูกบิดาเข้ามาขวางเอาไว้ มือหนึ่งของท่านจับแขนเธออีกมือหนึ่งถือกระเป๋าแล้วลากพาออกไปนอกตัวบ้าน
“อยากอยู่กับมันนักมึงก็ไป ไปอยู่กันเลยให้ชื่นมื่นแล้วไม่ต้องกลับมาให้กูเห็นหน้าอีกอีลูกทรพี!” อดิศรตะคอกเกรี้ยวกราดดวงตาแดงก่ำด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ ทั้งลากทั้งดึงลูกสาวคนเดียวพร้อมกระเป๋าใบน้อยมาทิ้งไว้บนถนนแล้วปิดประตูรั้วเดินลิ่วๆ เข้าบ้านโดยไม่มองเหลียวหลัง
“คุณพ่อ! คุณพ่อขา...อภัยให้หนูด้วยเถอะค่ะหนูขอโทษ”
เสียงร้องไห้เหมือนใจจะขาดบาดลึก...หัวอกคนเป็พ่อ ลูกสาวคนเดียวมีหรือจะไม่รัก เภตราเป็ดั่งแก้วตาดวงใจเขาและภรรยาเฝ้าถนอมกล่อมเกลี้ยงมาั้แ่อยู่ในครรภ์
ั้แ่...วันแรกที่ได้รู้ว่ามีเธอ
วันนี้ทุกอย่างได้ล่มสลายไปหมดแล้วทั้งความหวัง ความรัก จิติญญาทั้งหมดมันได้พังพินาศไปสิ้น ต่อไปนี้เขากับพัชราก็คงต้องใช้ชีวิตอยู่กันตามลำพังโดยปราศจากความรู้สึกใดๆเว้นเสียจากความทุกข์ทรมานที่จะกัดกร่อนตราบถึงวันสุดท้ายจนกว่าจะสิ้นลม...
ร่างใหญ่ทรุดลงนั่งกับพื้นเมื่อเสียงด้านนอกเงียบลง...ใบหน้าประชิดกับหัวเขาแล้วน้ำตาไหลก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น
เป็ความเสียใจครั้งแรกในชีวิตที่ทำให้ลูกผู้ชายชาติทหารอย่างเขาร้องไห้...โดยไร้ซึ่งความอับอายให้อาลัย
ด้านนอก...เภตรายังคงนั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตูรั้วนั้นแม้จะไม่มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญแต่น้ำตายังคงไหลบ่าไม่ขาดนี่คือโทษทัณฑ์ที่จะไม่มีทางได้อุทธรณ์นิสัยพ่อกับแม่เป็คนเด็ดขาดแค่ไหนมีหรือลูกจะไม่รู้ แต่ก็ใช่ว่าใจอยากจะลาห่างต่อให้พวกท่านเข้มงวดควบคุมชีวิตเธอมากเท่าไหร่ แต่ทั้งสองก็คือผู้ให้กำเนิดเป็ผู้ให้ชีวิต...
ให้เธอได้มีทุกสิ่งทุกอย่างในทุกวันนี้ตัวเธอเองต่างหากที่ผิด...ปล่อยให้ความรักครอบงำจนขาดความยับยั้งชั่งใจเลยเถิดจนกลายเป็ปัญหาที่ไม่อาจแก้ไขได้...
“หนูขอกราบลาคุณพ่อคุณแม่นะคะ หากยังมีบุญวาสนาต่อกันหวังว่าสักวันคุณพ่อคุณแม่จะให้อภัยลูกอกตัญญูคนนี้” พูดจบก็ยกมือขึ้นพนมแล้วก้มกราบแนบพื้นถนนไม่ได้สนใจสายตาของผู้คนและรถราที่สัญจรไปมา
แล้วเธอก็ถ่อสังขารลุกขึ้นพร้อมหยิบกระเป๋าผ้าใบน้อยตัดสินใจก้าวเดินออกไปจากชีวิตของบิดาและมารดา นับั้แ่นั้น...