หานชีเยวี่ยส่ายหัว “ลดไม่ได้แล้วของพวกนี้ฉันหามาได้ไม่ง่าย เื่อื่นไม่ต้องพูดถึงแค่ความเสี่ยงมีมากมายขนาดไหนแล้ว”
ชายคนนั้นลองคิดดู ก็จริงอย่างที่เธอพูดแพงกว่าหน่อยก็แพงกว่าหน่อย คนที่บ้านกำลังรออยู่
ต้องบอกว่า ชายคนนี้เป็ลูกค้ารายใหญ่จริงๆเขาซื้อเนื้อหมูห้าจิน ปลาหนึ่งตัว ไก่หนึ่งตัวและไข่ไก่ยี่สิบฟองรวมทั้งหมดเป็เงินเป็ยี่สิบเจ็ดหยวนแปดเหมาแปดเฟิน
ชายคนนั้นยื่นธนบัตรสิบหยวนให้ชีเยวี่ยสามใบชีเยวี่ยทอนเงินสองหยวนให้เขา แล้วพูดว่า “อีกหนึ่งเหมาสองเฟินฉันให้ไข่ไก่อีกหนึ่งฟองแทนได้ไหม? คุณซื้อเยอะฉันแถมให้อีกสองฟอง!”
ชายคนนั้นไม่ขัดข้องรับไข่ไก่สามฟองจากชีเยวี่ยแล้วรีบเดินจากไป
การค้าขายครั้งแรกลุล่วงในมือชีเยวี่ยมีธนบัตรสิบหยวนสามใบ
เธอใช้เวลาไม่นานก็หาเงินได้เท่ากับเงินเดือนของคนอื่นหนึ่งเดือนหญิงสาวดีใจจนเนื้อเต้น!
ชีเยวี่ยทอดถอนใจมิน่าล่ะเมื่อชาติที่แล้วถึงได้มีคนมากมายมาขายของในตลาดมืดเป็ก้าวแรกสู่ความร่ำรวยจริงๆ!
ไม่นานนักก็มีคนเห็นว่าของของชีเยวี่ยล้วนเป็ของดี หลายคนก็มารุมล้อม
ชีเยวี่ยรู้ว่าอะไรควรพอดีหลังจากขายของให้ลูกค้าหกเจ็ดคนเสร็จ กระบุงก็ว่างเปล่าชีเยวี่ยจึงรีบเก็บกระบุงแล้วจากไป
คนอื่นๆ เสียดายที่ไม่ได้ซื้อของแต่กระบุงก็ว่างเปล่าแล้ว จึงได้แต่มองชีเยวี่ยเดินจากไป
หานชีเยวี่ยไม่รู้ว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาในตลาดมืด
เธอหามุมหลบแอบเข้าไปในมิติเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับตามเดิมแล้วออกมา ก่อนจะเจอลู่จิ่งิเข้า
ลู่จิ่งิเดินเข้ามาดึงชีเยวี่ย “ไปเร็ว”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงเร่งรีบของลู่จิ่งิเธอจึงไม่ซักไซ้ถามอะไรมาก รีบเดินตามเขาไปทันที
ในขณะเดียวกันจวงเหวินหลินกลุ่มคนที่จวงเหวินหลินพามาด้วยนั้นได้มาถึงตลาดมืดแล้ว
คนเหล่านี้เป็เพื่อนที่โตมาด้วยกันกับจวงเหวินหลินพวกเขาเรียนจบมัธยมต้นแล้วก็ออกจากโรงเรียน ทำแต่เื่ที่สังคมรังเกียจ
หลังจากฟังคำยุยงของจวงเหวินหลินพวกเขารีบปรี่ไปที่ตลาดมืดทันที
พวกเขาบุกเข้าไปในตลาดมืดเพื่อจับคนส่วนจวงเหวินหลินก็รออยู่ข้างนอก
จวงเหวินหลินวางแผนไว้เป็อย่างดีคิดจะเข้าไปช่วยหานชีเยวี่ยหลังจากที่เธอถูกจับหานชีเยวี่ยเป็คนบ้านนอกไร้การศึกษา หากเขาช่วยเธอเธอต้องซาบซึ้งสำนึกบุญคุณเป็แน่
ถึงตอนนั้น ไม่ต้องกลัวว่าเธอจะไม่เชื่อฟังเขา
หานชีเยวี่ยเดินตามลู่จิ่งิไปอย่างรวดเร็วไม่นานก็ออกมาพ้นเขตตลาดมืด ส่วนคนในตลาดมืดก็ได้รับสัญญาณเตือนจึงรีบแยกย้ายหนีไป แต่บางคนก็หนีไม่ทัน
ลู่จิ่งิาเ็ เดินมาไกลขนาดนี้หน้าผากจึงมีเหงื่อผุดไหลทั่ว
“คุณ… มีคนตามคุณไปที่ตลาดมืดแล้วเอาเื่ไปบอกคนอื่น!ผมเลยมาหาคุณ” ลู่จิ่งิเล่าเื่คร่าวๆ
หานชีเยวี่ยตีหน้าเครียดขึ้นเล็กน้อยเธอนึกถึงจวงเหวินหลิน
เพื่อที่จะทำร้ายเธอ เขาทำได้ทุกอย่างจริงๆวันนี้ไม่รู้ว่าจะมีคนซวยในตลาดมืดสักกี่คน
“ขอบคุณมากค่ะ! สหายลู่! ” ชีเยวี่ยขอบคุณอย่างจริงใจ
“คุณไปมีเื่กับใครไว้หรือเปล่า? ” ลู่จิ่งิถาม
หานชีเยวี่ยยิ้มเยาะ มีเื่กับใครน่ะหรือใช่สิ
“สหายลู่ ฉันต้องกลับไปตรวจสอบดูให้แน่ใจก่อนค่ะ!”
ลู่จิ่งิไม่ค่อยไว้ใจให้หล่อนไปคนเดียวจึงดั้นด้นที่จะไปด้วย ทั้งสองแกล้งทำเป็เดินผ่านตรอกเล็กๆที่เป็ทางเข้าตลาดมืดอย่างไม่ตั้งใจ
กลุ่มคนหนุ่มที่ติดป้ายเครื่องหมายกำลังคุมตัวคนหลายคนออกมาปากพ่นคำด่าทอไม่หยุด แถมยังลงไม้ลงมืออีกด้วย
จวงเหวินหลินที่ยืนอยู่ในตรอกมองดูคนที่ถูกคุมตัวออกมาทีละคนแต่ก็ต้องผิดหวัง รอจนคนสุดท้ายก็ยังไม่เห็นหานชีเยวี่ย
เมื่อคิดว่าหานชีเยวี่ยรอดไปได้เขารู้สึกแค้นใจจริงๆ นางสารเลวนี่ทำไมถึงโชคดีนัก?
ทว่าเขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังถูกจับตามองอยู่
สาเหตุที่ตลาดมืดในเมืองฉางหนิงยังอยู่รอดได้ก็เพราะมีกลุ่มคนคอยหนุนหลังอยู่
จวงเหวินหลินเพิ่งเรียนจบไม่รู้ว่าเื่พวกนี้ร้ายแรง จึงเข้าไปยุ่งโดยไม่คิดให้รอบคอบ
ชีเยวี่ยมองจวงเหวินหลินด้วยความเกลียดชัง
“ผู้ชายคนนี้มีความแค้นกับคุณเหรอ?” ลู่จิ่งิถามเบาๆ
ชีเยวี่ยพยักหน้า ก่อนจะส่ายหัว “เมื่อก่อนไม่มีค่ะแต่ตอนนี้มีแล้ว”
เดิมทีก็อยากจะเป็แค่คนแปลกหน้าแต่จวงเหวินหลินกลับเลือกที่จะรนหาที่เอง ที่แท้ก็เป็คู่เวรคู่กรรมกันนี่เอง!
สมองชีเยวี่ยคิดแผนอย่างรวดเร็วว่าจะสั่งสอนจวงเหวินหลินยังไง “พวกเราเคยเรียนที่เดียวกันฉันรู้ความลับบางอย่างของเขาค่ะ!”
เหตุผลนี้ ดูเหมือนจะแปลกประหลาดไปสักหน่อยแต่ก็ไม่ดูไม่เลวเลยทีเดียว
ลู่จิ่งิไม่ได้ซักถามต่อให้มากความ
ทั้งสองคนค่อยๆ มุ่งหน้าไปทางสถานีตำรวจเมื่อตอนใกล้จะถึงสถานีตำรวจ ลู่จิ่งิพูดกับหานชีเยวี่ยว่า “ถ้าคุณเงินขาดมือหรือคูปองมีไม่พอใช้ผมให้คุณได้ คราวหน้าคราวหลังอย่าไปเสี่ยงแบบนี้อีก”
ชีเยวี่ยยิ้ม “ฉันแค่เก็บเห็ดบนเขามาได้เยอะค่ะที่บ้านก็กินไม่หมดเลยลองเอามาขาย ใครจะไปรู้ว่าจะเจอเื่แบบนี้”
เธอจะไปตลาดมืดอีกแน่นอน แต่จะระวังตัวมากขึ้น
“เห็ดเหรอ? เดี๋ยวผมจะถามเพื่อนผมดูตำรวจที่ยืนอยู่กับผมนั่นแหละ” ลู่จิ่งินึกถึงอู๋เจี่ยฟั่ง
แม้ว่าทางสถานีตำรวจจะไม่ได้้ารับซื้อเห็ดเขาก็สามารถซื้อเห็ดของชีเยวี่ยผ่านอู๋เจี่ยฟั่งได้
ครั้งนี้ หานชีเยวี่ยไม่ได้ปฏิเสธไม่ใช่เพราะอยากขายเห็ด แต่เพราะบ้านเธออยู่ชนบทหากได้ทำความรู้จักกับคนในสถานีตำรวจ ต่อไปจะทำอะไรในเมืองก็สะดวกขึ้นไม่น้อย
“ตกลงค่ะ ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ ก็ขอบคุณสหายลู่มากนะคะ”
มองรอยยิ้มที่สดใสของชีเยวี่ยลู่จิ่งิก็ตกอยู่ในห้วงภวังค์อยู่ครู่หนึ่ง
เด็กสาวหน้าตาสะสวยขนาดนี้ถ้าหากตกเป็เป้าหมายของพวกคนเลวจะทำยังไงดีล่ะ? ต้องบอกอู๋เจี่ยฟั่งให้เขาช่วยดูแลเด็กสาวคนนี้สักหน่อยแล้ว
เห็นเพื่อนพาหญิงสาวกลับมาด้วยอู๋เจี่ยฟั่งก็หัวเราะเหอๆ
ยังไม่เคยเห็นลู่จิ่งิสนใจผู้หญิงคนไหนเลย
“ได้ เื่นี้ให้ผมจัดการเอง สหายหานชีเยวี่ยใช่ไหม? ต่อไปไม่ใช่แค่เห็ดนะของป่าอื่นๆ ถ้ามีเหลือก็เอามาให้ผมได้ ผมจะให้ราคาตลาดมืด”
ฐานะทางบ้านของเขาไม่เลว่สองปีมานี้เมืองฉางหนิงต้องทนทุกข์ทรมานอย่างสาหัสจากการขาดแคลนเสบียง
ด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาไม่สามารถไปตลาดมืดได้ จึงได้แต่หาซื้ออย่างลับๆ เอาเองเท่านั้น
แต่ในยุคที่ทุกคนขาดแคลนจะหาซื้ออะไรได้? เขาเบื่ออาหารจืดชืดจะแย่อยู่แล้ว
หลังจากตกลงราคากันเรียบร้อยก็ปาเข้าไปเที่ยงกว่าแล้วลู่จิ่งิพูดว่า “เที่ยงนี้ฉันขอเลี้ยงข้าวพวกเธอที่ร้านอาหารรัฐบาลนะ”
เขากลัวหานชีเยวี่ยจะปฏิเสธลู่จิ่งิจึงพูดเสริมว่า “ถือเป็การขอบคุณ…ที่คุณช่วยชีวิตผมนะครับ”
หานชีเยวี่ยเป็คนอัธยาศัยดีไม่เื่มากจึงไม่ปฏิเสธตอบตกลงทันที
ทั้งสามคนไปที่ร้านอาหารรัฐบาลด้วยกันตอนที่พวกเขาเข้าไปนั้นมีลูกค้าในร้านเพียงสองสามโต๊ะ
อู๋เจี่ยฟั่งเอ่ยปากสั่งอาหารดีๆอย่างไม่เกรงใจ
ลู่จิ่งิถาม “สหายชีเยวี่ยมีอะไรที่คุณไม่กินบ้าง?”
หานชีเยวี่ยส่ายหัวคนในยุคนี้แค่กินอิ่มก็ถือว่าโชคดีแล้ว ไม่ค่อยมีใครเื่มากเื่การกิน
“งั้นผมจัดการเลยนะ!”
ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ร้านอาหารรัฐบาลไม่เหมือนร้านอาหารในยุคหลังที่อยากกินอะไรก็สั่งได้
ลู่จิ่งิมองกระดานดำเล็กๆ ที่แขวนอยู่บนผนังเขียนว่า: วันนี้มีหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง ผักกาดขาวตุ๋นวุ้นเส้นกับเนื้อหมูหมูผัดซอสพริกหวาน เกี๊ยวหมูหัวไชเท้า หมั่นโถว ข้าวสวย บะหมี่ผัก บะหมี่น้ำซุปใสผัดผักรวม
ลู่จิ่งิสั่งหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงหนึ่งที่เนื้อผัดซอสพริกหวานหนึ่งที่ เกี๊ยวเนื้อหมูกับหัวไชเท้าสองจิน ซาลาเปาหนึ่งจิน และผัดผักสองอย่าง
หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงหกชิ้นใช้คูปองเนื้อสองใบกับอีกสองหยวนหนึ่งเหมาหนึ่งเฟิน หมูผัดซอสเปรี้ยวหวานห้าชุดใช้คูปองเนื้อห้าใบกับเงินหนึ่งหยวนหกเหมาหกเฟินเกี๊ยวหนึ่งจินราคาหนึ่งหยวนแปดเหมากับคูปองเนื้อสี่ใบและคูปองข้าวห้าใบหมั่นโถวหนึ่งจินใช้เงินห้าเหมากับคูปองข้าวอีกหนึ่งใบ ผัดผักไม่ต้องใช้คูปองอย่างละสามเหมา
อาหารสำหรับสามคนในมื้อนี้ราคาเกือบสิบหยวนแถมยังใช้คูปองไม่น้อยเลย
ชีเยวี่ยคิดในใจ แพงจัง!
ซื้อข้าวปลาอาหารด้วยเงินมากขนาดนี้มันพอที่จะทำให้สมาชิกในครอบครัวอิ่มท้องหลายวันเลยแต่พอคิดถึงรายได้ในวันนี้ที่หาได้มาจำนวนหนึ่งร้อยแปดสิบห้าหยวนสามเหมาชีเยวี่ยก็สบายใจ